14. ฉันควรปฏิบัติต่อคนที่เก่งกว่าฉันอย่างไร

โดยฉงซิน ประเทศจีน

ในช่วงปลายปี 2016 ฉันได้ร่วมมือกับพี่น้องหญิงอีซินในงานของคริสตจักร หลังจากร่วมงานกันสักพัก ฉันพบว่าอีซินมีขีดความสามารถที่ดีและเข้าใจพระวจนะของพระเจ้าได้อย่างรวดเร็ว เธอสามารถจับความเข้าใจประเด็นสำคัญในการสามัคคีธรรมความจริงและแก้ไขปัญหาบางอย่างของพี่น้องชายหญิงได้ ฉันคิดว่า “ฉันเชื่อในพระเจ้ามาไม่นาน และยังไม่เข้าใจความจริงมากนัก ดังนั้นเมื่อมีอีซินร่วมมือกับฉัน งานของคริสตจักรจะออกมาดีอย่างแน่นอน” ฉันรู้สึกมีความสุขมาก เปี่ยมล้นด้วยความมุ่งมั่นและความกระตือรือร้น เมื่อใดก็ตามที่ฉันไม่เข้าใจอะไร ฉันก็จะถามอีซิน เธอจะเป็นผู้นำในการทำงาน และฉันไม่เคยทักท้วง เพราะฉันรู้สึกว่าเธอเก่งกว่าฉัน

หลังจากนั้นไม่นาน ฉันได้ยินพี่น้องชายหญิงพูดว่าอีซินมีขีดความสามารถที่ดี สามารถมองทะลุสิ่งต่างๆ และแก้ไขปัญหาของพวกเขาได้ และการสามัคคีธรรมของเธอก็ให้ความรู้แจ้งอย่างแท้จริง ในตอนแรก ฉันสามารถปฏิบัติต่อเรื่องนี้ได้อย่างถูกต้อง แต่พอได้ยินเรื่องเหล่านี้บ่อยครั้งเข้า ฉันก็เริ่มรู้สึกอายและไม่สบายใจเล็กน้อย โดยคิดว่า “เราสองคนต่างก็เป็นผู้นำและเราก็ทำงานร่วมกัน การที่พี่น้องชายหญิงทุกคนชมเชยเธอไม่เท่ากับว่าฉันดูไม่มีความสามารถหรอกหรือ?” ฉันจะพูดจาเห็นด้วยกับพี่น้องชายหญิงว่า “ใช่ ขีดความสามารถของอีซินดี” แต่ภายในใจนั้นฉันทนไม่ได้ ฉันคิดว่า “ฉันเองก็จัดการชุมนุมให้แก่พี่น้องชายหญิงมาเยอะ แถมฉันแก้ไขปัญหาและความลำบากยากเย็นของพวกเขาได้บ้าง ทำไมไม่มีใครยกย่องฉันเลย? ฉันด้อยกว่าอีซินจริงๆ หรือ? ไม่ได้การแล้ว ฉันต้องอ่านพระวจนะของพระเจ้ามากกว่านี้ เพื่อที่จะได้สามัคคีธรรมในการชุมนุมให้ชัดเจนยิ่งขึ้น และฉันต้องพยายามตามให้ทันอีซิน เพื่อที่พี่น้องชายหญิงจะได้เห็นว่าฉันไม่ได้ด้อยไปกว่าเธอ!” หลังจากนั้น ฉันก็เริ่มทำงานหนัก ฉันไปร่วมการชุมนุมในตอนกลางวัน อ่านและเสริมสร้างตัวเองด้วยพระวจนะของพระเจ้าในตอนกลางคืน ฉันจะจดบันทึกพระวจนะของพระเจ้าบทตอนที่สามารถแก้ไขสภาวะบางอย่างได้ เพื่อที่จะได้สามารถหามันเจอได้อย่างรวดเร็วตอนแก้ไขปัญหา เมื่อผู้นำระดับสูงมาร่วมชุมนุมกับเรา ฉันจะปรึกษาพวกเขาเกี่ยวกับสิ่งที่ฉันไม่เข้าใจ เพราะฉันอยากเข้าใจมากขึ้น พร้อมมากขึ้น และเหนือกว่าอีซิน

ครั้งหนึ่ง ในระหว่างการชุมนุมผู้นำทีม อีซินมีเรื่องที่ต้องไปจัดการและให้ฉันเดินทางไปก่อน ฉันค่อนข้างมีความสุข เพราะก่อนหน้านี้ อีซินไปกับฉันเสมอและเป็นผู้นำในการชุมนุมทุกครั้ง แต่วันนี้ถึงคราวที่ฉันจะได้สามัคคีธรรมกับพี่น้องชายหญิงด้วยตัวเองเสียที ฉันต้องใช้โอกาสนี้ทำผลงานให้ดีและพิสูจน์ว่าขีดความสามารถของฉันไม่ได้ด้อยไปกว่าอีซินมากนัก ระหว่างการชุมนุม ฉันเริ่มต้นด้วยการทำความเข้าใจสภาวะล่าสุดของผู้นำทีมแต่ละคนและความลำบากยากเย็นที่พวกเขาเผชิญในหน้าที่ตัวเอง ฉันตั้งใจฟังพี่น้องหญิงคนหนึ่งพูด และสมองของฉันก็ทำงานอย่างรวดเร็ว ฉันคิดหนักว่าจะยกบทตอนใดในพระวจนะของพระเจ้ามาอธิบายสภาวะของเธอ ฉันคิดว่า “ฉันทำเรื่องนี้พังไม่ได้เด็ดขาด ถ้าฉันแก้ปัญหานี้ไม่ได้ ฉันจะอยู่ภายใต้เงาของอีซินตลอดไป นั่นจะน่าอับอายและอัปยศมาก!” หลังจากที่พี่น้องหญิงคนนั้นบรรยายสภาวะของตัวเองเสร็จ ฉันก็พบบทตอนที่เกี่ยวข้องจากพระวจนะของพระเจ้า และสามัคคีธรรมกับเธอขณะเฝ้าดูปฏิกิริยาของเธอ เมื่อเห็นเธอพยักหน้าเห็นด้วย ฉันก็รู้สึกพอใจขึ้นมาทันที และคิดว่าตัวเองทำได้ดี แต่หลังจากฉันเริ่มสามัคคีธรรมไปแล้ว อีซินก็มาถึงหลังจากทำภารกิจของตัวเองเสร็จ พี่น้องชายหญิงทุกคนที่ก่อนหน้านี้มองฉัน ต่างหันไปสนใจอีซิน จากแววตาของพวกเขา ฉันรู้สึกได้ว่าทุกคนรอคอยอีซินอย่างใจจดใจจ่อ ฉันรู้สึกผิดหวังเล็กน้อย หลังจากนั้น อีซินก็เริ่มค้นหาและสามัคคีธรรมถึงพระวจนะของพระเจ้าเกี่ยวกับปัญหาของผู้นำทีม แน่นอนว่าการสามัคคีธรรมของอีซินนั้นชัดเจนมาก และฉันก็อิจฉามาก ฉันคิดว่า “เธอมาถึงแล้วก็นำการชุมนุม และแย่งซีนฉัน ไม่มีทางเสียหรอก ฉันจะนิ่งเฉยปล่อยให้เธอได้หน้าคนเดียวไม่ได้ ฉันต้องหาโอกาสสามัคคีธรรม” ฉันใช้สมองอย่างหนัก พลางคิดว่าจะใช้พระวจนะของพระเจ้าบทตอนใด และจะสามัคคีธรรมให้ชัดเจนกว่าอีซินอย่างไร เพราะฉันกระตือรือร้นที่จะโอ้อวดมาก เมื่ออีซินหยุดไปครู่หนึ่ง ฉันจึงรีบแทรกเข้ามาคุยกับผู้นำทีมคนนั้นต่อว่า “พี่น้องหญิง ฉันเจอพระวจนะของพระเจ้าบทตอนที่เกี่ยวกับสภาวะของคุณเหมือนกัน มาสามัคคีธรรมบทตอนนั้นกันเถอะ” จากนั้นฉันก็เริ่มอ่าน แต่พออ่านไปเรื่อยๆ ก็พบว่าบทตอนที่ฉันเลือกมาไม่ค่อยเข้ากับสภาวะของพี่น้องหญิงคนนี้เท่าไร สมองฉันเริ่มตื้อ และฉันก็คิดว่า “โอ้ ไม่นะ ฉันทำพลาดเหรอ? ฉันหวังว่าจะได้รับความชื่นชมจากพี่น้องชายหญิง แต่การทำพลาดเรื่องพื้นๆ แบบนี้ไม่ได้พิสูจน์ว่าฉันไร้ความสามารถหรอกเหรอ? น่าขายหน้าจริงๆ!” ฉันรู้สึกกระอักกระอ่วนและอับอายมาก หน้าฉันร้อนไปหมด  และฉันอยากจะแทรกแผ่นดินหนี อีซินสามัคคีธรรมต่อไป และพี่น้องชายหญิงก็ตั้งใจฟังเธอ ฉันรู้สึกเหมือนถูกเขี่ยทิ้ง รู้สึกเจ็บปวดและอึดอัดอย่างยิ่ง ราวกับว่าฉันนั่งอยู่บนเข็มจำนวนมาก ความขุ่นเคืองเริ่มก่อตัวขึ้นภายใน และฉันก็คิดว่า “ฉันกำลังเล่นบทบาทอะไรอยู่? ฉันอยู่ที่นี่เพื่อชมเชยอีซินเท่านั้นหรือ? แค่เพราะอีซินอยู่ที่นี่ ฉันถึงดูไม่เอาไหนเลย! ความขายหน้าของฉันวันนี้เป็นเพราะเธอล้วนๆ ถ้าเธอไม่อยู่ที่นี่ ฉันจะกระวนกระวายจนหาพระวจนะของพระเจ้าบทตอนที่เหมาะสมไม่เจอแบบนี้หรือ? ฉันจะขายหน้าแบบนี้ไหม?” ฉันรู้สึกเหมือนตัวตลกขณะนั่งตรงนั้น อยากจะออกไปทันที หลังจากเสร็จสิ้นการชุมนุม ฉันก็กลับบ้านและนอนลงบนเตียง แต่เมื่อนึกถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในการชุมนุม หัวใจฉันก็ปั่นป่วนด้วยความทุกข์ใจ และฉันรู้สึกไม่สบายใจและคับข้องใจมาก ฉันนึกถึงความพยายามทั้งหมดที่ฉันทุ่มเทให้กับการพัฒนาทักษะการแก้ปัญหาของตัวเองในช่วงนี้ การที่ฉันเข้าร่วมการชุมนุมในตอนกลางวัน เสริมสร้างตัวเองด้วยพระวจนะของพระเจ้าในตอนกลางคืน และไม่นอนจนกว่าจะเที่ยงคืน แต่ไม่ว่าจะพยายามแค่ไหน ฉันก็ยังด้อยกว่าอีซิน เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ ฉันก็เริ่มรู้สึกขุ่นเคืองอีซิน และไม่อยากร่วมมือกับเธอในการสามัคคีธรรมอีกต่อไป ฉันไม่อยากจะเห็นเธอเลยด้วยซ้ำ วันรุ่งขึ้น ตอนที่ฉันกับอีซินไปร่วมการชุมนุม ฉันงอนและเงียบไป ฉันคิดในใจว่า “ฉันสู้เธอไม่ได้หรอก งั้นฉันก็จะสงบปากสงบคำแล้วฟัง!” แต่หากฉันไม่แข่งขัน ฉันก็จะยังคงรู้สึกไม่สบายใจ คับข้องใจ และโกรธ สมองฉันว่างเปล่าตอนพยายามที่จะสามัคคีธรรม และฉันไม่รู้ว่าควรพูดอะไร ฉันจึงเริ่มบ่นในใจว่า “ทำไมพระเจ้าจึงประทานขีดความสามารถที่ดีขนาดนี้ให้กับเธอ? ทำไมพระองค์ถึงประทานขีดความสามารถแย่ๆแบบนี้ให้กับฉัน และทรงจัดการเตรียมการให้เราทำหน้าที่ร่วมกันล่ะ? พอมีเธออยู่ด้วย มันเหมือนฉันไม่มีตัวตนด้วยซ้ำ” ฉันหวังว่าสักวันเร็วๆ นี้เราจะได้แยกจากกัน ฉันพูดคุยน้อยลงในการชุมนุมสองสามครั้งถัดมา และมีส่วนร่วมน้อยลงตอนคุยงาน สภาวะของฉันยิ่งแย่ลงเรื่อยๆ และฉันรู้สึกเจ็บปวดและเก็บกดมากขึ้น ฉันอธิษฐานถึงพระเจ้าว่า “ข้าแต่พระเจ้า! ข้าพระองค์อิจฉาอีซินตลอดเวลา และชอบเปรียบเทียบตนเองกับเธอ การใช้ชีวิตในสภาวะนี้ช่างเจ็บปวดเหลือเกิน ข้าแต่พระเจ้า! โปรดประทานความรู้แจ้งและชี้แนะข้าพระองค์ให้เข้าใจอุปนิสัยอันเสื่อมทรามของตนเองด้วยเถิด”

หลังจากนั้น ฉันได้อ่านพระวจนะของพระเจ้าบทตอนหนึ่งที่ว่า “เมื่อเป็นเรื่องของสิ่งใดก็ตามที่เกี่ยวข้องกับความมีหน้ามีตา สถานะ หรือโอกาสที่จะฉายแสง—ตัวอย่างเช่น เมื่อพวกเจ้าได้ยินว่าพระนิเวศของพระเจ้าวางแผนที่จะบ่มเพาะผู้ที่มีความสามารถพิเศษหลากหลายสาขา—พวกเจ้าทุกคนก็ปรารถนาอย่างแรงกล้า และต้องการสร้างชื่อให้ตนเองและก้าวไปสู่การเป็นจุดสนใจ  พวกเจ้าทุกคนต้องการแย่งชิงความมีหน้ามีตาและสถานะ  พวกเจ้ารู้สึกละอายใจที่ทำพฤติกรรมเช่นนี้ แต่พวกเจ้าก็ห้ามตัวเองไม่ให้ทำเช่นนั้นไม่ได้  พวกเจ้ารู้สึกอิจฉา เกลียดชัง และมีคำพร่ำบ่นทุกครั้งที่พวกเจ้าเห็นผู้คนได้รับคัดเลือกและเป็นจุดสนใจ และคิดว่านั่นไม่เป็นธรรม โดยกล่าวว่า ‘ทำไมฉันถึงโดดเด่นบ้างไม่ได้?  ทำไมคนอื่นถึงเป็นจุดสนใจอยู่เสมอ?  ทำไมไม่เคยถึงทีของฉันบ้าง?’  พวกเจ้ารู้สึกขุ่นเคืองในหัวใจ และแม้พยายามจะข่มเอาไว้ แต่พวกเจ้าก็ทำไม่ได้  พวกเจ้าอธิษฐานถึงพระเจ้าและสภาวะของพวกเจ้าก็ดีขึ้นได้ชั่วระยะหนึ่ง แต่เมื่อพวกเจ้าเผชิญสถานการณ์แบบนี้อีกครั้ง พวกเจ้าก็เอาชนะมันไม่ได้อยู่ดี  นี่คือการสำแดงของการมีวุฒิภาวะน้อยมิใช่หรือ?  เมื่อพวกเจ้าตกอยู่ในสภาวะเช่นนี้ พวกเจ้าก็ได้ตกอยู่ในกับดักของซาตานแล้วมิใช่หรือ?  นี่คือวิธีที่ธรรมชาติอันเสื่อมทรามเยี่ยงซาตานที่พันธนาการผู้คนเอาไว้(พระวจนะฯ เล่ม 3 บทเสวนาโดยพระคริสต์แห่งยุคสุดท้าย, คนเราจะสามารถได้รับอิสรภาพและการปลดปล่อยก็ด้วยการทิ้งอุปนิสัยอันเสื่อมทรามของตนเท่านั้น)  พระวจนะของพระเจ้าเปิดโปงสภาวะที่แท้จริงของฉัน ฉันเห็นว่าเมื่อพี่น้องชายหญิงทุกคนยกย่องอีซิน ฉันก็รู้สึกเหมือนตัวเองไม่ดีพอ ความอิจฉาริษยาของฉันผุดขึ้นมา และฉันก็เริ่มแข่งขันกับเธอ เพื่อให้ทุกคนชื่นชมฉัน ฉันจะตื่นเช้าและเข้านอนดึกเพื่ออ่านพระวจนะของพระเจ้าและเสริมสร้างตัวเองด้วยความจริง เพื่อพิสูจน์ว่าฉันไม่ได้ด้อยกว่าอีซิน ในการชุมนุมผู้นำทีม เมื่ออีซินมาถึง พี่น้องชายหญิงก็หันไปสนใจเธอ และการสามัคคีธรรมของเธอค่อนข้างดี ฉันรู้สึกอิจฉาและไม่เต็มใจที่จะยอมรับมัน จึงพยายามคิดหาพระวจนะของพระเจ้าบทตอนที่เหมาะสมกว่ามาสามัคคีธรรม แต่บทตอนที่ฉันเจอไม่ตรงกับสภาวะของผู้นำทีมเลย ฉันรู้สึกอัปยศและระบายความขุ่นเคืองใส่อีซิน เพราะคิดว่าตราบใดที่เธออยู่ตรงนั้น ฉันจะไม่โดดเด่น ดังนั้นฉันจึงไม่เต็มใจที่จะร่วมมือกับเธอ ฉันกังวลเรื่องชื่อเสียงและสถานะของตัวเองมากเกินไป เมื่อใดก็ตามที่มีอะไรเกี่ยวข้องกับหน้าตาหรือสถานะ ฉันก็อดไม่ได้ที่จะอยากแข่งขัน และถ้าฉันล้มเหลว ฉันจะรู้สึกขุ่นเคือง เกลียดชัง และมีอคติต่อเธอ คิดว่าทั้งหมดเป็นความผิดของเธอ ฉันช่างเป็นคนใจแคบ น่ารังเกียจ และน่าต่ำช้าสิ้นดี ฉันนึกถึงจิวยี่จากเรื่องสามก๊ก ผู้ซึ่งอิจฉาความสามารถของขงเบ้งมากจนต้องเสียชีวิตตั้งแต่อายุยังน้อยเพราะความโกรธ แถมฉันเอาแต่โกรธและขุ่นเคืองเนื่องจากความอิจฉาริษยาที่มีต่ออีซิน ใช้ชีวิตในความมืดมนและความเจ็บปวด และถึงขั้นไม่สามารถลุล่วงหน้าที่ของตัวเอง นี่มีแต่จะทำให้ฉันถูกเผยและถูกกำจัดเร็วขึ้นไม่ใช่หรือ? ในความเป็นจริงแล้ว อีซินสามารถเข้าใจเรื่องต่างๆ ได้อย่างรวดเร็ว สามัคคีธรรมความจริงด้วยความกระจ่าง และแก้ไขความลำบากยากเย็นของพี่น้องชายหญิงได้ สิ่งนี้เป็นประโยชน์ต่อทั้งงานของคริสตจักรและพี่น้องชายหญิง และยังช่วยชดเชยจุดด้อยของฉันด้วย มันเป็นสิ่งที่ดี อย่างไรก็ตาม ฉันอิจฉาความสามารถของเธอ และทนเห็นเธอเหนือกว่าฉันไม่ได้ ฉันคิดแต่จะแข่งขันกับเธอเพื่อชื่อเสียง ผลประโยชน์ และตำแหน่ง และถ้าฉันเอาชนะไม่ได้ ฉันก็จะเริ่มคิดลบและอู้งาน ระบายความคับข้องใจใส่หน้าที่ของตัวเอง ฉันช่างเห็นแก่ตัวจริงๆ! ฉันอธิษฐานถึงพระเจ้าในใจว่า “ข้าแต่พระเจ้า ข้าพระองค์ไม่อยากมีชีวิตอยู่ในสภาวะอิจฉาริษยานี้แล้ว การใช้ชีวิตแบบนี้เจ็บปวดและเก็บกดเกินไป! ข้าพระองค์เต็มใจที่จะกลับใจและแสวงหาความจริงเพื่อแก้ไขอุปนิสัยอันเสื่อมทรามนี้ โปรดทรงชี้แนะข้าพระองค์ด้วยเถิด”

ในขณะที่แสวงหา ฉันนึกถึงพระวจนะของพระเจ้าบางบทตอนที่ว่า “เป็นเวลาหลายปีมาแล้ว ความคิดที่ผู้คนได้พึ่งพาเพื่อการอยู่รอดของพวกเขาได้กัดกร่อนหัวใจของพวกเขาจนถึงจุดที่พวกเขากลายเป็นคนเจ้าเล่ห์ ขลาดเขลา และน่ารังเกียจไปแล้ว  ไม่เพียงแต่พวกเขาจะไม่มีความตั้งใจจริงและความแน่วแน่เท่านั้น แต่พวกเขายังกลายเป็นคนโลภ โอหัง และเอาแต่ใจตัวเองอีกด้วย  พวกเขาขาดความมุ่งมั่นที่จะก้าวข้ามตนเองโดยสิ้นเชิง และยิ่งไปกว่านั้น พวกเขาไม่มีความกล้าแม้เพียงเล็กน้อยที่จะสลัดข้อจำกัดของอิทธิพลมืดเหล่านี้ทิ้งไป  ความคิดและชีวิตของผู้คนนั้นเสื่อมทรามมากเสียจนกระทั่งทัศนคติในการเชื่อในพระเจ้าของพวกเขายังน่าขยะแขยงอย่างเหลือทน และถึงขั้นบาดหูเป็นอย่างยิ่ง  ผู้คนล้วนขลาดเขลา ไร้พลัง น่ารังเกียจ และเปราะบางทั้งสิ้น  พวกเขาไม่ชิงชังกองกำลังแห่งความมืด และพวกเขาไม่รู้สึกถึงความรักที่มีต่อความสว่างและความจริง แทนที่จะเป็นเช่นนั้น พวกเขากลับทำอย่างสุดความสามารถที่จะขับไล่สิ่งเหล่านั้น(พระวจนะฯ เล่ม 1 การทรงปรากฏและพระราชกิจของพระเจ้า, เหตุใดเจ้าจึงไม่เต็มใจที่จะเป็นตัวประกอบเสริมความเด่น?)  “ซาตานใช้ชื่อเสียงและผลประโยชน์มาควบคุมความคิดของผู้คน ทำให้พวกเขานึกถึงแต่สองสิ่งนี้เท่านั้น ทั้งยังทำให้พวกเขาต่อสู้ดิ้นรนเพื่อชื่อเสียงและผลประโยชน์ ทนทุกข์จากความยากลำบากเพื่อชื่อเสียงและผลประโยชน์ สู้ทนความอัปยศอดสูและยอมแบกรับภาระอันหนักอึ้งก็เพื่อชื่อเสียงและผลประโยชน์ พลีอุทิศทุกสิ่งที่พวกเขามีเพื่อชื่อเสียงและผลประโยชน์ และวินิจฉัยหรือตัดสินใจทุกครั้งก็เพื่อชื่อเสียงและผลประโยชน์  ซาตานล่ามผู้คนไว้กับโซ่ตรวนที่มองไม่เห็นก็ด้วยวิธีนี้ และเมื่อใส่โซ่ตรวนเหล่านี้แล้ว พวกเขาก็ไม่มีทั้งความสามารถและความกล้าที่จะหลุดเป็นอิสระ  และโดยที่ไม่รู้ตัว พวกเขาก็แบกโซ่ตรวนเหล่านี้พลางลากเท้าไปข้างหน้าอย่างยากเย็นยิ่ง  และเพื่อชื่อเสียงและผลประโยชน์นี้ มวลมนุษย์จึงออกห่างจากพระเจ้าและทรยศพระองค์ ทั้งยังเลวลงเรื่อยๆ  คนรุ่นแล้วรุ่นเล่าจึงถูกทำลายในท่ามกลางชื่อเสียงและผลประโยชน์ของซาตานด้วยวิธีนี้นี่เอง(พระวจนะฯ เล่ม 2 ว่าด้วยการรู้จักพระเจ้า, พระเจ้าพระองค์เอง พระผู้ทรงเอกลักษณ์ 6)  เมื่อไตร่ตรองพระวจนะของพระเจ้า ฉันจึงเข้าใจว่าความเจ็บปวดที่ฉันเผชิญอยู่นั้น เกิดจากความเสื่อมทรามและการทำร้ายของซาตาน ฉันทบทวนเรื่องที่ฉันได้รับอิทธิพลจากสังคมและได้รับการอบรมสั่งสอนจากครอบครัวมาตั้งแต่เด็ก ฉันใช้ชีวิตตามพิษของซาตาน เช่น “ทั่วทั้งจักรวาลนี้ เราเท่านั้นที่เป็นใหญ่” “จ่าฝูงมีได้เพียงหนึ่ง” และ “ห่านบินไปที่ใดก็เปล่งเสียงร้องที่นั่นฉันใด มนุษย์อยู่ที่ใดก็ฝากชื่อไว้ที่นั่นฉันนั้น” ฉันเคยเป็นคนเห็นแก่ตัว น่ารังเกียจ โอหัง และทะนงตนอย่างยิ่ง หากมีใครเหนือกว่าฉัน หรือคุกคามชื่อเสียงหรือสถานะของฉัน ฉันจะรู้สึกไม่สบายใจ เริ่มอิจฉา และเกลียดชัง ฉันจะรู้สึกเก็บกดและเจ็บปวดอย่างแสนสาหัส ฉันนึกถึงเพื่อนร่วมชั้นคนหนึ่งที่สนิทกับฉันและเรียนเก่งกว่าฉัน เมื่อฉันเห็นเพื่อนร่วมชั้นคนอื่นๆ รุมล้อมและถามคำถามเธอ ฉันก็รู้สึกถูกละเลยและเริ่มอิจฉาเธอ และอยากจะเอาชนะเธอ ต่อมาเมื่อฉันตามเธอไม่ทันด้วยความพยายามในการเรียน ฉันก็เลิกเป็นเพื่อนกับเธอ และมิตรภาพของเราก็พังทลายลง หลังจากแต่งงาน เมื่อฉันเห็นว่าเพื่อนบ้านมีรายได้มากกว่าและใช้ชีวิตดีกว่า ฉันก็รู้สึกอิจฉาและทำงานหนักเพื่อหาเงินให้ได้มากขึ้น แต่สุดท้ายแล้ว ฉันก็ยังสู้ไม่ได้ และไม่อยากมีปฏิสัมพันธ์กับพวกเขาอีกต่อไป แม้หลังจากเริ่มเชื่อในพระเจ้าแล้ว ฉันก็ยังคงใช้ชีวิตตามพิษเหล่านี้ต่อไป เมื่อเห็นว่าขีดความสามารถและความเข้าใจของอีซินดีกว่าของฉัน ฉันก็รู้สึกอิจฉาและพยายามเอาชนะเธอ และเมื่อทำไม่ได้ ฉันก็รู้สึกอึดอัดอย่างแสนสาหัสและไม่อยากเห็นเธอ ถึงกับบ่นกับพระเจ้าที่ประทานขีดความสามารถแย่ๆ เช่นนี้ให้ฉัน ระบายความคับข้องใจใส่หน้าที่ของตัวเองและไม่เข้าร่วมงานของคริสตจักร ฉันเห็นว่าตัวเองไร้เหตุผลและไม่มีความเป็นมนุษย์เลย ชื่อเสียงและสถานะทำให้ฉันเป็นทุกข์แสนสาหัส ไม่เพียงแต่ทำให้ตัวเองเจ็บปวด แต่ยังทำร้ายผู้อื่นอีกด้วย การเข้าสู่ชีวิตของฉันก็ไม่สมบูรณ์ และฉันก็สูญเสียโอกาสมากมายที่จะได้รับความจริง ฉันตระหนักว่าการไล่ตามไขว่คว้าชื่อเสียง ผลประโยชน์ และสถานะไม่ใช่เส้นทางที่ถูกต้อง และการไล่ตามไขว่คว้าสิ่งเหล่านี้ต่อไปรังแต่จะนำฉันออกห่างจากพระเจ้า และท้ายที่สุดก็จะถูกพระองค์ทรงกำจัด เมื่อตระหนักถึงสิ่งนี้ ฉันจึงเต็มใจที่จะเปลี่ยนแปลง และไม่ไล่ตามไขว่คว้าชื่อเสียงหรือสถานะอีกต่อไป

ต่อมา ฉันได้อ่านพระวจนะของพระเจ้าเพิ่มเติมที่ว่า  “การทำหน้าที่ก็ไม่เป็นแบบเดียวกัน  มีร่างกายหนึ่งร่าง  แต่ละร่างทำหน้าที่ของเขา แต่ละร่างอยู่ในสถานที่ของเขาและกำลังทำสุดความสามารถของเขา—เพราะแต่ละประกายไฟที่อยู่ตรงนั้นมีความสว่างหนึ่งวาบ—และกำลังแสวงหาความเป็นผู้ใหญ่ในชีวิต  เช่นนั้นแล้วเราจึงจะพึงพอใจ(พระวจนะฯ เล่ม 1 การทรงปรากฏและพระราชกิจของพระเจ้า, ถ้อยดำรัสของพระคริสต์ในเบื้องต้น บทที่ 21)  “พวกเจ้าต้องสัมฤทธิ์การให้ความร่วมมืออย่างปรองดองเพื่อจุดประสงค์แห่งพระราชกิจของพระเจ้า เพื่อผลประโยชน์ของคริสตจักร และเพื่อกระตุ้นพี่น้องชายหญิงของพวกเจ้าให้ก้าวไปข้างหน้า  เจ้าควรร่วมมือกัน ชดเชยข้อบกพร่องของกันและกัน และสัมฤทธิ์ผลลัพธ์ที่ดีขึ้นในการทำงาน เพื่อแสดงการคำนึงถึงเจตนารมณ์ของพระเจ้า  นี่คือการให้ความร่วมมือที่แท้จริง และผู้ที่มีส่วนร่วมในการนี้เท่านั้นจึงจะมีการเข้าสู่ที่แท้จริง  ในขณะที่ร่วมมือกัน คำพูดบางคำที่เจ้าพูดอาจไม่เหมาะสม แต่นั่นไม่สำคัญ  จงสามัคคีธรรมเรื่องนี้ในภายหลัง และได้รับความเข้าใจที่ชัดเจนในเรื่องนี้ จงอย่าละเลยเรื่องนี้  หลังจากการสามัคคีธรรมประเภทนี้แล้ว เจ้าย่อมสามารถไปและชดเชยข้อบกพร่องของพี่น้องชายหญิงของตนได้  ด้วยการลงลึกในงานของตนมากขึ้นเรื่อยๆ เช่นนี้เท่านั้น เจ้าจึงสามารถสัมฤทธิ์ผลลัพธ์ที่ดีขึ้นได้  เจ้าแต่ละคน ในฐานะคนที่รับใช้พระเจ้า ต้องปกป้องผลประโยชน์ของคริสตจักรในทุกสิ่งที่เจ้าทำ แทนที่จะคำนึงถึงผลประโยชน์ของตนเอง  เจ้าไม่สามารถทำตามอำเภอใจตนเองโดยบ่อนทำลายกันและกัน  ผู้คนที่ประพฤติเช่นนั้นไม่คู่ควรที่จะรับใช้พระเจ้า!(พระวจนะฯ เล่ม 1 การทรงปรากฏและพระราชกิจของพระเจ้า, จงรับใช้เหมือนที่คนอิสราเอลทำ)  หลังจากอ่านพระวจนะของพระเจ้า ฉันก็เข้าใจว่าพระเจ้าประทานขีดความสามารถที่แตกต่างกันให้กับแต่ละคน และทรงมีข้อพึงประสงค์ที่แตกต่างกันสำหรับพวกเขา ไม่ว่าขีดความสามารถของแต่ละคนจะดีหรือแย่ ตราบใดที่พวกเขาทำหน้าที่ด้วยเจตนารมณ์ที่ถูกต้อง แสวงหาความจริง กระทำตามหลักธรรม และทำเต็มที่ พระเจ้าก็จะทรงเห็นชอบ พระเจ้าได้ประทานขีดความสามารถนี้ให้แก่ฉัน ซึ่งเป็นการกำหนดล่วงหน้าและอธิปไตยของพระองค์ ดังนั้น ฉันจึงต้องนบนอบ ใช้ความสามารถของฉันให้เต็มที่ และทำหน้าที่ของฉันให้ดี ฉันนึกถึงการที่ฉันเชื่อในพระเจ้ามาเพียงระยะเวลาสั้นๆ และการที่การเข้าสู่ชีวิตของฉันนั้นตื้นเขิน ว่าฉันไม่สามารถทำงานได้ดีด้วยตัวเอง การสามัคคีธรรมความจริงของอีซินนั้นชัดเจนกว่า และจุดแข็งของเธอเติมเต็มจุดด้อยของฉัน การร่วมมือกันช่วยให้เราสามารถทำงานได้ดี นี่ไม่ใช่สิ่งที่ดีหรอกหรือ? ฉันต้องละทิ้งความอิจฉาริษยา ร่วมมือกับพี่น้องหญิงคนนี้อย่างถูกควร และถามเธอมากขึ้นเกี่ยวกับสิ่งที่ฉันไม่เข้าใจ เพื่อที่ฉันจะเติบโตได้อย่างรวดเร็ว เมื่อตระหนักได้อย่างนี้ ฉันก็หยุดบ่นเรื่องขีดความสามารถที่ย่ำแย่ของฉัน และเริ่มเต็มใจจะนบนอบและทำในส่วนของตัวเอง ในไม่ช้าก็ถึงเวลาชุมนุมอีกครั้ง และฉันก็เปิดใจเรื่องความเสื่อมทรามที่ฉันได้เผยต่ออีซิน แล้วก็ขอโทษเธอ อีซินก็เปิดใจและสามัคคีธรรมกับฉันด้วย และฉันรู้สึกถึงการปลดปล่อยครั้งใหญ่ในหัวใจจากการชุมนุมครั้งนี้ ด้วยความรู้แจ้งและการชี้แนะของพระวจนะของพระเจ้า ฉันได้รับความเข้าใจเรื่องอุปนิสัยที่เสื่อมทรามของตัวเองอยู่บ้างและอุปนิสัยนั้นเกิดการเปลี่ยนแปลง ขอบคุณพระเจ้าสำหรับความรอดจากพระองค์!

ก่อนหน้า: 1. การเข้าสู่ชีวิตเป็นไปได้ในเรื่องเล็กและเรื่องใหญ่

ถัดไป: 25. การเผยแผ่ข่าวประเสริฐในช่วงเกิดโรคระบาด

ปี 2026 โรคระบาดร้ายแรงมากขึ้นเรื่อยๆ และภัยพิบัติต่างๆ เช่น แผ่นดินไหว การกันดารอาหาร และสงครามยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องเช่นกัน พระเจ้าทรงมีพระประสงค์อะไรเบื้องหลังภัยพิบัติเหล่านี้? เข้าร่วมการเทศนาออนไลน์แล้วจะบอกคำตอบให้แก่คุณ

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

43. เมื่อปล่อยวางความเห็นแก่ตัว ฉันจึงเป็นอิสระ

โดย เสี่ยวเว่ย ประเทศจีนพระเจ้าผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์ตรัสว่า “ในอุปนิสัยของผู้คนปกตินั้นไม่มีความคดโกงหรือการหลอกลวง ผู้คนมีสัมพันธภาพปกติต่อกัน...

52. ลาก่อน จอมตามใจ!

โดย หลี่เฟย ประเทศสเปนพูดถึงคนที่ชอบตามใจผู้อื่น ก่อนมาเชื่อในพระเจ้า ฉันเคยคิดว่าพวกเขาช่างยอดเยี่ยม พวกเขามีอุปนิสัยที่อ่อนโยน...

การทรงปรากฏและพระราชกิจของพระเจ้า ว่าด้วยการรู้จักพระเจ้า บทเสวนาโดยพระคริสต์แห่งยุคสุดท้าย การเปิดโปงพวกศัตรูของพระคริสต์ หน้าที่รับผิดชอบของผู้นำและคนทำงาน ว่าด้วยการไล่ตามเสาะหาความจริง ว่าด้วยการไล่ตามเสาะหาความจริง การพิพากษาเริ่มต้นที่พระนิเวศของพระเจ้า แก่นพระวจนะจากพระเจ้าผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์ พระคริสต์แห่งยุคสุดท้าย พระวจนะของพระเจ้าประจำวัน ความเป็นจริงความจริงที่ผู้เชื่อในพระเจ้าต้องเข้าสู่ ติดตามพระเมษโปดกและขับร้องบทเพลงใหม่ๆ แกะของพระเจ้าได้ยินพระสุรเสียงของพระเจ้า แนวทางสำหรับการเผยแผ่ข่าวประเสริฐแห่งราชอาณาจักร คำพยานจากประสบการณ์หน้าบัลลังก์พิพากษาของพระคริสต์ (เล่มที่ 1) คำพยานจากประสบการณ์หน้าบัลลังก์พิพากษาของพระคริสต์ (เล่มที่ 2) คำพยานจากประสบการณ์หน้าบัลลังก์พิพากษาของพระคริสต์ (เล่มที่ 3) คำพยานจากประสบการณ์หน้าบัลลังก์พิพากษาของพระคริสต์ (เล่มที่ 4) คำพยานจากประสบการณ์หน้าบัลลังก์พิพากษาของพระคริสต์ (เล่มที่ 5) คำพยานจากประสบการณ์หน้าบัลลังก์พิพากษาของพระคริสต์ (เล่มที่ 6) คำพยานจากประสบการณ์หน้าบัลลังก์พิพากษาของพระคริสต์ (เล่มที่ 7) คำพยานจากประสบการณ์หน้าบัลลังก์พิพากษาของพระคริสต์ (เล่มที่ 8) คำพยานจากประสบการณ์หน้าบัลลังก์พิพากษาของพระคริสต์ (เล่มที่ 9) วิธีที่ข้าพเจ้าได้หันกลับไปสู่พระเจ้าผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์

การตั้งค่า

  • ข้อความ
  • ธีม

สีเข้ม

ธีม

แบบอักษร

ขนาดตัวอักษร

ระยะห่างบรรทัด

ระยะห่างบรรทัด

ความกว้างของหน้า

เนื้อหา

ค้นหา

  • ค้นหาข้อความนี้
  • ค้นหาในหนังสือนี้

ติดต่อเราผ่าน Messenger