4. ความดีงามเหมาะสมเยี่ยงธรรมิกชนที่ผู้เชื่อทั้งหลายของพระเจ้าควรครอง
พระวจนะของพระเจ้าที่เกี่ยวข้อง
ความเป็นมนุษย์ที่ปกติรวมแง่มุมใดไว้บ้างหรือ? ความรู้ความเข้าใจเชิงลึก สำนึกรับรู้ มโนธรรม และบุคลิกลักษณะ หากเจ้าสามารถสัมฤทธิ์ความปกติในแต่ละด้านเหล่านี้ ความเป็นมนุษย์ของเจ้าก็จะขึ้นถึงระดับมาตรฐาน เจ้าควรมีสภาพเสมือนในความเป็นมนุษย์ปกติ เจ้าควรดูละม้ายผู้เชื่อในพระเจ้า เจ้าไม่จำเป็นต้องสัมฤทธิ์ผลมากจนเกินไปหรือมีส่วนข้องเกี่ยวในการทูต เจ้าแค่ต้องเป็นมนุษย์ปกติที่มีสำนึกรับรู้ของบุคคลปกติ เพื่อให้สามารถมองเห็นทะลุสิ่งทั้งหลายได้ และอย่างน้อยก็ดูเหมือนมนุษย์ปกติคนหนึ่ง นั่นก็จะเพียงพอแล้ว ทุกสิ่งทุกอย่างที่พึงกำหนดจากเจ้าในวันนี้อยู่ภายในขอบเขตความสามารถของเจ้า นี่ไม่ใช่กรณีของการบังคับให้ทำอะไรที่เหลือบ่ากว่าแรงเลย จะไม่มีการพูดคำที่ไร้ประโยชน์หรือการทำงานที่ไร้ประโยชน์ที่ดำเนินการกับเจ้า ความน่าเกลียดทั้งหมดที่แสดงออกหรือเผยออกมาในชีวิตของเจ้าต้องถูกกำจัดทิ้งไป พวกเจ้าได้ถูกทำให้เสื่อมทรามโดยซาตานและปริ่มไปด้วยพิษของซาตาน ทั้งหมดที่ขอจากเจ้าคือการกำจัดอุปนิสัยอันเสื่อมทรามเยี่ยงซาตานนี้ออกไป เจ้าไม่ได้กำลังถูกขอให้กลายมาเป็นบุคคลสำคัญในตำแหน่งสูง หรือเป็นบุคคลยิ่งใหญ่หรือมีชื่อเสียง นั่นไม่มีประโยชน์อันใดเลย งานที่ปฏิบัติในตัวพวกเจ้าคำนึงถึงสิ่งที่มีอยู่โดยเนื้อแท้ในตัวพวกเจ้า สิ่งที่เราขอจากผู้คนนั้นได้รับการนิยามภายในขีดจำกัด หากพวกเจ้าปฏิบัติในหนทางและน้ำเสียงซึ่งผู้มีภูมิปัญญาพูด นี่ก็จะไม่ได้ประโยชน์ พวกเจ้าจะไม่มีความสามารถที่จะทำสิ่งนั้นได้ จากขีดความสามารถของพวกเจ้า อย่างน้อยเจ้าควรสามารถพูดด้วยสติปัญญาและไหวพริบ และอธิบายสิ่งทั้งหลายในลักษณะที่ชัดเจนและจับใจความได้ นั่นคือทั้งหมดที่ต้องมีเพื่อให้ตอบสนองข้อพึงประสงค์ที่ต้องการ อย่างน้อยที่สุด หากเจ้าได้รับความรู้ความเข้าใจเชิงลึกและสำนึกรับรู้ นั่นก็จะเพียงพอแล้ว สิ่งที่สำคัญที่สุดในตอนนี้คือการปลดทิ้งอุปนิสัยที่เสื่อมทรามเยี่ยงซาตานของเจ้า เจ้าต้องปลดทิ้งความน่าเกลียดที่สำแดงอยู่ในตัวเจ้า เจ้าจะสามารถพูดถึงสำนึกรับรู้สูงสุดและความรู้ความเข้าใจเชิงลึกสูงสุดได้อย่างไรหากเจ้าไม่ปลดสิ่งเหล่านี้ทิ้งไป? ผู้คนมากมายนั้น เมื่อเห็นว่ายุคสมัยได้เปลี่ยนไป ก็ขาดพร่องความถ่อมใจหรือความอดทนใดๆ และพวกเขาอาจไม่มีความรักหรือจริยวัตรอย่างวิสุทธิชนใดๆ ด้วยเช่นกัน ผู้คนเช่นนั้นช่างไร้สาระยิ่งนัก! พวกเขามีความเป็นมนุษย์ที่ปกติแม้เพียงสักเสี้ยวหรือไม่? พวกเขามีคำพยานใดที่จะกล่าวถึงหรือไม่? พวกเขาไร้ซึ่งสำนึกรับรู้และความรู้ความเข้าใจเชิงลึกอย่างถึงที่สุด แน่นอนว่าจำเป็นต้องมีการแก้ไขบางแง่มุมในการปฏิบัติของผู้คนที่บิดเบือนไป ตัวอย่างเช่น ชีวิตฝ่ายวิญญาณอันเข้มงวดก่อนหน้านี้ของพวกเขา และรูปลักษณ์ที่มึนชาและโง่ทึ่มของพวกเขา—ทั้งหมดนี้ต้องได้รับการเปลี่ยนแปลง การเปลี่ยนแปลงไม่ได้หมายถึงการปล่อยให้เจ้ากลายมาเป็นเหลวแหลกหรือปล่อยตัวไปในเนื้อหนังและพูดอะไรต่ออะไรไปตามที่เจ้าต้องการ เจ้าต้องไม่พูดพล่อยๆ การใช้วาทะและการวางตัวของมนุษย์ปกติคนหนึ่งคือการพูดจาอย่างสอดคล้องสัมพันธ์กัน พูดว่า “ใช่” เมื่อเจ้าหมายความว่า “ใช่” และ “ไม่” เมื่อเจ้าหมายความว่า “ไม่” จงยึดติดกับข้อเท็จจริงและพูดอย่างเหมาะสม ไม่หลอกลวง ไม่โกหก ต้องมีความเข้าใจเกี่ยวกับขีดจำกัดที่บุคคลปกติสามารถไปถึงได้ในด้านที่เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงอุปนิสัย หากไม่เช่นนั้นแล้ว เจ้าก็จะไม่สามารถเข้าสู่ความเป็นจริงได้
—พระวจนะฯ เล่ม 1 การทรงปรากฏและพระราชกิจของพระเจ้า, การยกระดับขีดความสามารถเป็นไปเพื่อการรับความรอดของพระเจ้าไว้
ในอุปนิสัยของผู้คนปกติย่อมไม่มีความคดโกงหรือความเต็มไปด้วยเล่ห์ลวง ผู้คนมีสัมพันธภาพปกติต่อกัน พวกเขาไม่ได้ยืนเพียงลำพัง และชีวิตของพวกเขาไม่ได้ต่ำต้อยหรือเสื่อมทรุด ดังนั้นพระเจ้าจึงทรงเป็นที่ยกย่องท่ามกลางพวกเขาทั้งปวงเช่นกัน พระวจนะของพระองค์แผ่ซ่านไปในหมู่มนุษย์ ผู้คนดำรงชีวิตอยู่ในสันติสุขร่วมกันและอยู่ภายใต้การดูแลเอาใจใส่และการอารักขาของพระเจ้า แผ่นดินโลกเต็มไปด้วยความปรองดอง โดยไม่มีการรบกวนจากซาตาน และพระสิริของพระเจ้านั้นมีความสำคัญสูงสุดท่ามกลางมนุษย์ ผู้คนเช่นนั้นเป็นเหมือนทูตสวรรค์ กล่าวคือ บริสุทธิ์ มีชีวิตชีวา ไม่เคยบ่นเรื่องพระเจ้า และอุทิศความพยายามทั้งหมดของพวกเขาแด่พระสิริของพระเจ้าบนแผ่นดินโลกเพียงประการเดียวเท่านั้น
—พระวจนะฯ เล่ม 1 การทรงปรากฏและพระราชกิจของพระเจ้า, การตีความความล้ำลึกต่างๆ แห่ง “พระวจนะของพระเจ้าถึงทั้งจักรวาล” บทที่ 16
เรามีความหวังมากมาย เราหวังว่าพวกเจ้าจะสามารถปฏิบัติตนในลักษณะที่ถูกต้องเหมาะสมและประพฤติดี ปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าอย่างสัตย์ซื่อ มีความจริงและความเป็นมนุษย์ เป็นผู้คนที่สามารถยอมล้มเลิกทุกสิ่งทุกอย่างรวมถึงชีวิตของพวกเขาเพื่อพระเจ้า และอื่นๆ อีกมาก ความหวังทั้งหมดนี้มีต้นตอมาจากความขาดตกบกพร่องของพวกเจ้าและความเสื่อมทรามกับความเป็นกบฏของพวกเจ้า
—พระวจนะฯ เล่ม 1 การทรงปรากฏและพระราชกิจของพระเจ้า, การฝ่าฝืนจะนำทางมนุษย์ไปสู่นรก
ผู้คนที่พระเจ้าทรงใช้นั้นภายนอกแล้วดูเหมือนไม่มีเหตุผลและไม่มีสัมพันธภาพที่ปกติกับผู้อื่น แต่พวกเขาระมัดระวังคำพูดคำจา รู้จักกาละเทศะ และสามารถสงบใจเมื่ออยู่เฉพาะพระพักตร์พระเจ้าได้เสมอ นี่คือบุคคลประเภทที่คู่ควรแก่การให้พระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงใช้โดยแท้ ผู้คนที่ “ไม่มีเหตุผล” ที่พระเจ้าตรัสถึงนี้ดูเหมือนจะไม่มีสัมพันธภาพที่ปกติกับผู้อื่น และพวกเขาไม่สนใจที่จะแสดงความรักให้คนเห็นหรือปฏิบัติให้เห็น แต่เมื่อพวกเขาสามัคคีธรรมถึงเรื่องราวฝ่ายวิญญาณ พวกเขาสามารถเปิดใจของตน และให้ความรู้แจ้งและความกระจ่างที่พวกเขาได้รับจากประสบการณ์จริงของพวกเขาเฉพาะพระพักตร์พระเจ้าแก่ผู้อื่นได้อย่างไม่เห็นแก่ตนเอง นั่นคือการแสดงออกซึ่งความรักที่พวกเขามีต่อพระเจ้าและเป็นการสนองเจตนารมณ์ของพระองค์ เมื่อผู้อื่นใส่ร้ายป้ายสีและเยาะเย้ยถากถางพวกเขา พวกเขาก็หลีกเลี่ยงไม่ให้ตนเองได้รับอิทธิพลจากผู้คน เรื่องราว หรือสิ่งภายนอก และยังคงสงบนิ่งเฉพาะพระพักตร์พระเจ้า พวกเขาดูเหมือนจะมีความรู้ความเข้าใจเชิงลึกในแบบของพวกเขาเอง ไม่ว่าผู้อื่นจะทำเช่นไร หัวใจของพวกเขาก็ไม่เคยผละจากพระเจ้า ในยามที่ผู้อื่นกำลังพูดคุยและหัวเราะกัน หัวใจของพวกเขายังคงอยู่เฉพาะพระพักตร์พระเจ้า พวกเขาใคร่ครวญพระวจนะของพระองค์หรืออธิษฐานถึงพระเจ้าอยู่ในหัวใจของตนอย่างเงียบๆ แสวงหาพระประสงค์ของพระองค์ ผู้คนเหล่านี้ไม่ได้ให้ความสำคัญแก่การดำรงรักษาสัมพันธภาพที่ปกติระหว่างผู้คน และพวกเขาก็ดูเหมือนจะไม่มีปรัชญาของการติดต่อเจรจาทางโลก พวกเขาดูมีชีวิตชีวา ควรค่าที่จะรัก และไร้เดียงสา แต่พวกเขาก็มีความสงบบางอย่างด้วย นี่คือสภาพเสมือนของบุคคลประเภทที่พระเจ้าทรงใช้ สิ่งทั้งหลาย เช่น ปรัชญาของการติดต่อเจรจาทางโลกหรือ “เหตุผลตามปกติ” ย่อมใช้ไม่ได้กับบุคคลประเภทนี้ พวกเขาได้ทุ่มเทหัวใจทั้งดวงของพวกเขาให้แก่พระวจนะของพระเจ้า และพวกเขาดูเหมือนจะมีแต่พระเจ้าอยู่ในหัวใจของตนเท่านั้น นี่คือบุคคลประเภทที่ “ไม่มีเหตุผล” ที่พระเจ้าตรัสถึง และเป็นบุคคลประเภทนี้นี่เองที่พระเจ้าทรงใช้งาน เครื่องหมายที่แสดงถึงบุคคลที่พระเจ้าทรงใช้งานก็คือ ไม่ว่าเมื่อไรหรือที่ไหน หัวใจของพวกเขาก็อยู่เฉพาะพระพักตร์พระเจ้าเสมอ และไม่ว่าผู้อื่นจะเสเพลเช่นไร หรือผู้อื่นจะหลงระเริงไปกับตัณหาและเนื้อหนังมากเพียงใด หัวใจของบุคคลผู้นี้ก็ไม่เคยผละจากพระเจ้า และพวกเขาไม่ทำตามฝูงชน บุคคลประเภทนี้เท่านั้นที่เหมาะกับการทรงใช้งานของพระเจ้า และเฉพาะบุคคลประเภทนี้เท่านั้นที่จะถูกทำให้เพียบพร้อมโดยพระวิญญาณบริสุทธิ์ หากเจ้าไม่สามารถเป็นเช่นนี้ได้แล้วไซร้ เจ้าก็ไม่มีคุณสมบัติที่จะให้พระเจ้าทรงรับไว้หรือให้พระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงทำให้เพียบพร้อม
—พระวจนะฯ เล่ม 1 การทรงปรากฏและพระราชกิจของพระเจ้า, การสถาปนาสัมพันธภาพปกติกับพระเจ้าคือสิ่งสำคัญยิ่ง
ผู้คนผู้ซึ่งมีความจริงคือบรรดาผู้ที่ในประสบการณ์จริงของพวกเขานั้นสามารถตั้งมั่นในคำพยานของพวกเขา ตั้งมั่นในตำแหน่งของพวกเขา ยืนเคียงข้างพระเจ้า โดยปราศจากการล่าถอยโดยเด็ดขาด และผู้ซึ่งสามารถมีสัมพันธภาพปกติกับผู้คนผู้ซึ่งรักพระเจ้า ผู้ซึ่งเมื่อสิ่งทั้งหลายเกิดขึ้นกับพวกเขา สามารถนบนอบพระเจ้าได้อย่างครบบริบูรณ์ และสามารถนบนอบพระเจ้าได้จนสิ้นชีพ การฝึกฝนปฏิบัติและวิวรณ์ของเจ้าในชีวิตจริงคือคำพยานของพระเจ้า สิ่งเหล่านี้คือการดำเนินชีวิตของมนุษย์และคำพยานของพระเจ้า และนี่คือการชื่นชมความรักของพระเจ้าอย่างแท้จริง เมื่อเจ้าได้รับประสบการณ์จนถึงจุดนี้แล้ว ผลกระทบอันสมควรจะได้ถูกทำให้สัมฤทธิ์แล้ว เจ้าครองการดำเนินชีวิตที่แท้จริงและทุกการกระทำของเจ้าถูกมองด้วยความเลื่อมใสจากผู้อื่น เสื้อผ้าอาภรณ์และการปรากฏภายนอกของเจ้านั้นเป็นปกติธรรมดา แต่เจ้าดำเนินชีวิตที่มีความศรัทธาอย่างที่สุด และเมื่อเจ้าสื่อสารกับพระวจนะของพระเจ้า เจ้าได้รับการทรงนำและได้รับการทำให้รู้แจ้งโดยพระองค์ เจ้าสามารถกล่าวเจตนารมณ์ของพระเจ้าได้โดยผ่านทางคำพูดของเจ้า สื่อสารความเป็นจริง และเจ้าเข้าใจมากมายเกี่ยวกับการรับใช้ในจิตวิญญาณ เจ้าตรงไปตรงมาเมื่อเจ้าพูด เจ้ามีสมบัติผู้ดีและเที่ยงธรรม ไม่เผชิญหน้าด้วยความรุนแรงและมีมารยาท สามารถนบนอบการจัดการเตรียมการของพระเจ้าและตั้งมั่นในคำพยานของเจ้าได้เมื่อสิ่งทั้งหลายตกมาถึงเจ้า และเจ้าใจเย็นและสำรวมไม่สำคัญว่าเจ้ากำลังจัดการกับอะไรอยู่ บุคคลประเภทนี้ได้เห็นความรักของพระเจ้าแล้วจริงๆ ผู้คนบางคนยังคงเยาว์วัยอยู่ แต่พวกเขาปฏิบัติตนเหมือนบางคนในวัยกลางคน พวกเขาเป็นผู้ใหญ่ ครองความจริง และได้รับความเลื่อมใสจากผู้อื่น—และเหล่านี้คือผู้คนซึ่งมีคำพยานและเป็นการสำแดงของพระเจ้า
—พระวจนะฯ เล่ม 1 การทรงปรากฏและพระราชกิจของพระเจ้า, บรรดาผู้ที่รักพระเจ้าจะดำเนินชีวิตภายในความสว่างแห่งพระองค์ตลอดกาล