พวกที่ไม่เรียนรู้และยังคงไม่รู้เท่าทัน: พวกเขาไม่ใช่สัตว์เดียรัจฉานหรอกหรือ?

เมื่อเจ้าเดินบนเส้นทางของวันนี้ อะไรคือการไล่ตามเสาะหาประเภทที่เหมาะสมที่สุด? ในการไล่ตามเสาะหาของเจ้า เจ้าควรมองว่าตัวเจ้าเองเป็นบุคคลประเภทใด? มันทำให้เจ้าต้องรู้ว่าเจ้าควรเข้าหาทั้งหมดที่เกิดขึ้นกับเจ้าในวันนี้อย่างไร ไม่ว่ามันจะเป็นการทดสอบหรือความยากลำบากทั้งหลาย หรือการตีสอนและการสาปแช่งอย่างไร้ความปรานี เมื่อเผชิญหน้ากับสิ่งเหล่านี้ทั้งหมดแล้ว เจ้าควรทบทวนสิ่งเหล่านี้อย่างพิถีพิถันในทุกกรณี เหตุใดเราจึงพูดเช่นนี้? เราพูดเช่นนี้เพราะว่าในที่สุดแล้ว สิ่งทั้งหลายที่เกิดขึ้นกับเจ้าในวันนี้คือการทดสอบในช่วงเวลาสั้นๆ ที่อุบัติขึ้นซ้ำแล้วซ้ำอีก บางที ตามความเห็นของเจ้าแล้วการทดสอบเหล่านี้ไม่ได้รบกวนต่อจิตวิญญาณเป็นพิเศษ และดังนั้นเจ้าจึงปล่อยให้สิ่งต่างๆ ล่องลอยไปตามครรลองธรรมชาติของพวกมัน และไม่คำนึงถึงว่าการทดสอบเหล่านั้นเป็นทรัพย์สินที่มีค่าในการไล่ตามเสาะหาความก้าวหน้า เจ้าช่างไร้ความคิดนัก! ไร้ความคิดมากเสียจนเจ้าคิดถึงทรัพย์สินที่มีค่านี้ราวกับว่ามันเป็นเมฆที่ลอยอยู่ต่อหน้าต่อตาเจ้า และเจ้าไม่ทะนุถนอมความล้ำค่าของการตีที่รุนแรงเหล่านี้ซึ่งกระหน่ำลงมาครั้งแล้วครั้งเล่า—การตีที่สั้น และที่ดูเหมือนจะมีน้ำหนักน้อยนิดสำหรับเจ้า—แต่กลับพิจารณาการตีเหล่านั้นด้วยการวางเฉยที่เย็นชา ไม่นำพาใส่ใจ และปฏิบัติต่อการตีเหล่านั้นแค่เป็นเพียงการตีโดยบังเอิญเท่านั้น เจ้าช่างโอหังเหลือเกิน! กับการโจมตีที่ดุดันเหล่านี้ การโจมตีที่คล้ายคลึงกับพายุที่มาครั้งแล้วครั้งเล่า เจ้าเพียงแสดงการมองข้ามแบบไร้มารยาทเท่านั้น บางครั้งเจ้าก็ไปไกลถึงขั้นยิ้มเยือกเย็นด้วยซ้ำ โดยเผยการแสดงความรู้สึกที่ไม่แยแสโดยสิ้นเชิง—เพราะเจ้าไม่เคยได้คิดกับตัวเจ้าเองเลยสักครั้งว่าเหตุใดเจ้าจึงต้องทนทุกข์กับ “โชคร้ายต่างๆ” เช่นนี้อยู่ร่ำไป เป็นไปได้หรือว่าเราไม่ยุติธรรมกับมนุษย์อย่างโจ่งแจ้ง? เราทำให้มันเป็นธุระของเราที่ต้องจ้องจับผิดเจ้ากระนั้นหรือ? ถึงแม้ว่าปัญหาที่มีกับเชาวน์ปัญญาของเจ้าอาจจะไม่รุนแรงเท่ากับที่เราได้พรรณนาไป แต่เจ้าก็ได้แต่งแต้มภาพที่เพียบพร้อมของโลกภายในของเจ้ามานานแล้ว โดยผ่านทางความสำรวมภายนอกของเจ้า ไม่มีความจำเป็นสำหรับเราแต่อย่างใดที่จะต้องบอกเจ้าว่า สิ่งเดียวที่ถูกซ่อนเร้นไว้ในส่วนลึกของหัวใจของเจ้าคือคำผรุสวาทที่ดิบเถื่อนและร่องรอยอันเลือนลางของความเศร้าใจที่คนอื่นแทบจะมองไม่เห็น เพราะเจ้ารู้สึกว่าไม่ยุติธรรมเหลือเกินที่ได้ทนทุกข์กับการทดสอบเช่นนี้ เจ้าจึงด่าทอ และเพราะการทดสอบต่างๆ ทำให้เจ้ารู้สึกถึงความอ้างว้างของโลก เจ้าจึงเต็มไปด้วยความหดหู่ใจ แทนที่จะมองว่าการตีซ้ำๆ เหล่านี้และการกระทำเพื่อบ่มวินัยเป็นการคุ้มครองปกป้องที่ดีที่สุด เจ้ากลับเห็นว่าสิ่งเหล่านี้เป็นการสร้างปัญหาอย่างไร้สติของฟ้าสวรรค์ หรือไม่ก็เป็นการลงทัณฑ์ที่เหมาะกับเจ้า เจ้าช่างรู้เท่าไม่ถึงการณ์เหลือเกิน! เจ้ากักเก็บเวลาดีๆ ไว้ในความมืดอย่างไร้ความปรานี ครั้งแล้วครั้งเล่า เจ้ามองดูการทดสอบและการกระทำเพื่อบ่มวินัยที่น่าอัศจรรย์เป็นดั่งการโจมตีจากศัตรูของเจ้า เจ้าไม่รู้วิธีที่จะปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมของเจ้า และเจ้าเต็มใจที่จะพยายามทำตามนั้นน้อยลงด้วยซ้ำ เพราะเจ้าไม่เต็มใจที่จะได้รับสิ่งใดจากการตีสอนซ้ำๆ นี้ ซึ่งก็โหดร้ายด้วยสำหรับเจ้า เจ้าไม่ได้ทำความพยายามใดๆ ที่จะสำรวจค้นหรือท่องสำรวจ และเพียงแค่ปล่อยตัวเองให้เป็นไปตามชะตากรรมของเจ้า ไปที่ใดก็ตามที่มันนำทางเจ้าไป สิ่งที่สำหรับเจ้าแล้วดูเหมือนว่าเป็นการกระทำเพื่อสั่งสอนที่โหดร้ายไม่ได้เปลี่ยนแปลงหัวใจของเจ้า อีกทั้งการสั่งสอนเหล่านั้นไม่ได้เข้ายึดครองหัวใจของเจ้า แต่กลับทิ่มแทงเจ้าที่หัวใจแทน เจ้าเห็นว่า “การตีสอนที่โหดร้าย” นี้เป็นแค่เพียงศัตรูของเจ้าในชีวิตนี้เท่านั้น และดังนั้นเจ้าจึงไม่ได้รับอะไรเลย เจ้าช่างมองตนเองเป็นฝ่ายถูกเสมอมากเหลือเกิน! เจ้าไม่ค่อยจะเชื่อว่าเจ้าทนทุกข์กับการทดสอบต่างๆ เช่นนี้ก็ด้วยเหตุแห่งความน่าเหยียดหยามของเจ้าเอง แต่เจ้ากลับถือว่าตัวเจ้าเองโชคร้าย โดยพูดมากยิ่งขึ้นไปอีกว่าเรามักจะจ้องจับผิดเจ้าอยู่เสมอแทน และบัดนี้ที่สิ่งทั้งหลายได้มาถึงยังทางผ่านนี้แล้ว เจ้ามีความรู้จริงๆ มากเพียงใดเกี่ยวกับสิ่งที่เราพูดและทำ? จงอย่าคิดว่าเจ้าเป็นอัจฉริยบุคคลแต่กำเนิดโดยธรรมชาติ ที่ต่ำกว่าฟ้าสวรรค์เพียงเล็กน้อยเท่านั้น แต่สูงกว่าแผ่นดินโลกอย่างไม่มีสิ้นสุด เจ้าห่างไกลจากการเป็นคนฉลาดกว่าผู้อื่นใด—และอาจกล่าวได้ด้วยซ้ำว่ามันน่าชื่นชมเสียเหลือเกินที่เจ้าโง่กว่าผู้คนบนแผ่นดินโลกผู้ที่มีเหตุผลคนใดๆ มากเพียงใด เพราะเจ้าคิดถึงตัวเองอย่างสูงส่งเกินไป และไม่เคยได้มีสำนึกรับรู้ถึงปมด้อยเลย ราวกับว่าเจ้าสามารถมองทะลุการกระทำของเราลงไปถึงรายละเอียดที่เล็กน้อยที่สุด ในประเด็นที่เป็นข้อเท็จจริงนั้น เจ้าคือใครสักคนที่โดยพื้นฐานแล้วขาดพร่องเหตุผล เพราะเจ้าไม่รู้เลยสักนิดว่าเราตั้งใจที่จะทำอะไร และเจ้าตระหนักรู้น้อยยิ่งกว่าด้วยซ้ำว่าเรากำลังทำอะไรอยู่ตอนนี้ และดังนั้นเราจึงพูดว่าเจ้าไม่แม้แต่จะเท่าเทียมกับชาวนาแก่ๆ ที่กำลังทำงานหนักบนแผ่นดิน ชาวนาที่ไม่ได้มีความล่วงรู้แม้แต่น้อยถึงชีวิตมนุษย์ แต่ก็ยังมอบความไว้วางใจทั้งหมดของเขาไว้กับพระพรแห่งฟ้าสวรรค์เมื่อเขาทำการเพาะปลูกบนแผ่นดิน เจ้าไม่เจียดความคิดแม้เพียงวินาทีเดียวให้กับชีวิตของเจ้า เจ้าไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวกับชื่อเสียง และเจ้ายังคงมีความรู้จักตัวเองใดๆ น้อยกว่า เจ้าช่าง “อยู่เหนือเรื่องทั้งหมด” เหลือเกิน! เราวิตกกังวลอย่างแท้จริงกับเจ้า หนุ่มเจ้าสำอางช่างสำรวจ และเจ้า นางสาวอายุเยาว์ผู้สะโอดสะอง กล่าวคือ เจ้าจะมีความสามารถที่จะทนทานต่อการโจมตีของพายุที่ใหญ่กว่าทั้งหลายได้อย่างไร? หนุ่มเจ้าสำอางเหล่านี้ไม่แยแสอย่างสิ้นเชิงต่อสถานการณ์ลำบากที่พวกเขาพบว่าตัวเองตกอยู่ภายในนั้น สำหรับพวกเขาแล้ว นี่ดูเหมือนเป็นเรื่องกระจิ๊ดริด และดังนั้นพวกเขาไม่ยี่หระกับมัน และไม่ได้รู้สึกคิดเชิงลบ อีกทั้งไม่คิดว่าตัวพวกเขาเองต่ำต้อย แต่พวกเขากลับไปเดินกรีดกรายตามถนนพร้อมกับโบกพัดของพวกเขาไปมาเหมือนเมื่อก่อนแทน “ผู้คนที่มีชื่อเสียง” เหล่านี้ ซึ่งไม่เรียนรู้และยังคงไม่รู้เท่าทัน ไม่มีแนวคิดว่าเหตุใดกันแน่ที่เราจะพูดสิ่งเหล่านี้กับพวกเขา ใบหน้าของพวกเขาเต็มไปด้วยความรำคาญ ทั้งหมดที่พวกเขาทำคือเพื่อที่จะให้ตัวพวกเขาเองมีการตรวจสอบเป็นครั้งคราว และจากนั้นก็ดำเนินต่อไปด้วยโดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงหนทางที่ชั่วร้ายของพวกเขา ทันทีที่พวกเขาไปจากเรา พวกเขาก็เริ่มวิ่งอาละวาดบนโลกอีกครั้ง โดยใช้ลูกไม้เก่าๆ ของพวกเขา การแสดงออกบนใบหน้าของเจ้าช่างเปลี่ยนแปลงไปเร็วนัก ดังนั้น เป็นอีกครั้งหนึ่งที่เจ้ากำลังพยายามหลอกลวงเราด้วยวิธีนี้—เจ้าช่างกล้า! บรรดานางสาวตัวน้อยที่สวยสะคราญพวกนั้นก็เด๋อด๋ายิ่งกว่าเสียอีก เมื่อได้ยินถ้อยคำเร่งด่วนของเรา และเมื่อได้เห็นสถานการณ์ลำบากที่พวกเขาตกอยู่ภายใน น้ำตาก็หลั่งรินลงมาเองตามใบหน้าของพวกเขา ร่างของพวกเขาบิดไปมา และพวกเขาดูเหมือนว่ากำลังสร้างเรื่องวุ่นวาย—ช่างน่าสะอิดสะเอียน! เมื่อตระหนักถึงวุฒิภาวะของตัวพวกเขาเอง พวกเขาก็ล้มตัวลงบนเตียงนอนของพวกเขาและนอนอยู่ตรงนั้น ร่ำไห้โดยไม่หยุดหย่อน แทบจะเป็นเหมือนว่าพวกเขาอยู่ที่ลมหายใจเฮือกสุดท้าย และเมื่อวจนะเหล่านี้ได้แสดงให้พวกเขาเห็นถึงความอ่อนต่อโลก และความต่ำต้อยของพวกเขาเอง หลังจากนั้น พวกเขาก็กลับกลายเป็นถูกถ่วงด้วยความคิดเชิงลบยิ่งนักว่าความสว่างหายไปจากดวงตาของพวกเขา และพวกเขากลายเป็นไม่เคลื่อนไหวโดยสิ้นเชิงอยู่ในความนิ่งเฉย และในทำนองเดียวกันนั้นพวกเขาก็ล้มเหลวที่จะเรียนรู้ และยังคงไม่รู้เท่าทัน โดยทั้งไม่คร่ำครวญเกี่ยวกับเราหรือเกลียดชังเรา หลังจากที่ได้ไปจากเรา พวกเขากระโดดโลดเต้นและเล่นสนุกกัน เสียงหัวเราะกังวานของพวกเขาเฉกเช่นเสียง “เจ้าหญิงระฆังเงิน” พวกเขาช่างเปราะบางและขาดพร่องความรักตัวเองนัก! พวกเจ้าทั้งหมด ของเสียมีตำหนิของมวลมนุษย์—พวกเจ้าช่างขาดพร่องสภาวะความเป็นมนุษย์นัก! พวกเจ้าไม่รู้วิธีรักตัวพวกเจ้าเอง หรือวิธีคุ้มครองปกป้องตัวพวกเจ้าเอง พวกเจ้าไม่มีสำนึกรับรู้ พวกเจ้าไม่แสวงหาหนทางที่แท้จริง พวกเจ้าไม่รักความสว่างที่แท้จริง และที่มากไปกว่านั้นคือ พวกเจ้าไม่รู้วิธีทะนุถนอมตัวพวกเจ้าเอง สำหรับคำสอนที่เราได้มอบให้พวกเจ้าครั้งแล้วครั้งเล่านั้น พวกเจ้าได้ผลักไสมันไปไว้ที่ด้านหลังของจิตใจของเจ้ามานานแล้ว กระทั่งถึงจุดที่ปฏิบัติต่อคำสอนเหล่านั้นเหมือนของเล่นไว้ฆ่าเวลาในชั่วขณะที่อยู่เฉยๆ ของพวกเจ้า ทั้งหมดเหล่านี้พวกเจ้ามักจะคำนึงถึงในแง่ที่เป็น “ยันต์” ส่วนตัวของพวกเจ้าเองเสมอ เมื่อถูกซาตานกล่าวหา เจ้าก็อธิษฐาน เมื่อมีความคิดเชิงลบ เจ้าก็ตกอยู่ในการหลับลึก เมื่อมีความสุข เจ้าก็วิ่งวุ่นไปมาอย่างลำพอง เมื่อเราดุด่าเจ้า เจ้าก็คำนับและพินอบพิเทา และต่อมา ทันทีที่เจ้าไปจากเบื้องหน้าเรา เจ้าก็หัวเราะด้วยความดีใจอย่างเหลือล้น เจ้ารู้สึกอยู่เหนือคนอื่นทั้งหมด แต่เจ้าไม่เคยมองเห็นตัวเจ้าเองโอหังที่สุด และมีแต่สูงส่งยิ่งขึ้นเรื่อยๆ เท่านั้น อิ่มเอิบใจ และหยิ่งผยองเกินคำบรรยาย บรรดา “สุภาพบุรุษหนุ่ม” “สาวน้อยวัยเยาว์” “ขุนนาง” และ “ท่านผู้หญิง” ผู้ที่ไม่เรียนรู้ และยังคงไม่รู้เท่าทัน จะคำนึงถึงวจนะของเราว่าเป็นสมบัติล้ำค่าได้อย่างไร? เราขอถามเจ้าอีกครั้งว่า เจ้าได้เรียนรู้อะไรกันแน่จากวจนะของเราและงานของเราในเวลานานมากเช่นนี้? ไม่ใช่ว่าเจ้าได้มีความชำนาญมากยิ่งขึ้นแล้วในการหลอกลวงของเจ้าหรอกหรือ? หรือมีความภูมิฐานมากยิ่งขึ้นในเนื้อหนังของเจ้า? หรือมีความไม่เคารพมากยิ่งขึ้นในท่าทีของเจ้าต่อเรา? เราบอกเจ้าตรงๆ ว่า เป็นงานทั้งหมดนี้ที่เราได้ทำไปนี่เองที่ได้ทำให้เจ้า ผู้เคยมีความกล้าของหนูตัวหนึ่ง ได้เกิดมีใจกล้ามากขึ้น ความกังวลใจที่เจ้ารู้สึกต่อเราลดน้อยลงในแต่ละวันที่ผ่านไป เพราะเราเปี่ยมปรานีเกินไป และไม่เคยได้กำหนดใช้บทลงโทษกับเนื้อหนังของเจ้าโดยวิธีการที่รุนแรง บางที ขณะที่เจ้ามองเห็นมัน เราอาจเพียงแค่กำลังพูดวจนะที่แข็งกร้าว—แต่มีบ่อยครั้งกว่ามากในกรณีที่เราแสดงให้เจ้าเห็นใบหน้าที่ยิ้มแย้ม และเราแทบไม่เคยติเตียนเจ้าต่อหน้าของเจ้า ยิ่งไปกว่านั้นเรากำลังให้อภัยต่อความอ่อนแอของเจ้าตลอดมา และเป็นเพราะสิ่งนี้ทั้งสิ้น เจ้าจึงปฏิบัติต่อเราเฉกเช่นงูที่ปฏิบัติต่อชาวนาผู้ใจดี เราเลื่อมใสทักษะระดับสูงสุด และความเฉียบแหลมในพลังการสังเกตการณ์ของเผ่าพันธุ์มนุษย์ยิ่งนัก! เราขอบอกความจริงหนึ่งกับเจ้าว่า วันนี้มันสำคัญน้อยมากว่าเจ้ามีหัวใจแห่งความเคารพหรือไม่ เราทั้งไม่ร้อนใจและไม่วิตกกังวลเกี่ยวกับการนั้น แต่เราก็ต้องบอกเจ้าเช่นนี้ด้วยว่า เจ้า “บุคคลที่มีความสามารถพิเศษ” ผู้นี้ ผู้ไม่เรียนรู้และยังคงไม่รู้เท่าทัน ในท้ายที่สุดจะถูกทำให้พังครืนโดยความฉลาดเล็กน้อยแบบชื่นชมตัวเองของเจ้า—เจ้าจะเป็นผู้ที่ทนทุกข์และถูกตีสอน เราจะไม่โง่พอที่จะร่วมทางกับเจ้าในขณะที่เจ้ายังทนทุกข์ต่อไปในนรก เพราะเราไม่ใช่ประเภทเดียวกับเจ้า จงอย่าลืมว่าเจ้าเป็นสิ่งมีชีวิตทรงสร้างที่ได้ถูกสาปแช่งโดยเราแล้ว แต่ก็ยังถูกสอนและช่วยให้รอดโดยเราด้วยเช่นกัน และไม่มีอะไรเลยในตัวเจ้าที่เราจะลังเลใจที่จะผละไป ในเวลาใดก็ตามที่เราทำงานของเรา เราไม่เคยถูกจำกัดโดยบุคคล อุบัติการณ์ หรือวัตถุใดๆ ท่าทีของเราและทรรศนะของเราที่ตรงข้ามกับมวลมนุษย์ยังคงเหมือนเดิมตลอดมา เราไม่ได้มีใจโน้มเอียงไปหาเจ้าโดยเฉพาะเจาะจงเพราะเจ้าเป็นส่วนหนึ่งที่ยื่นออกมาของการบริหารจัดการของเรา และห่างไกลจากการเป็นสิ่งพิเศษกว่าที่สิ่งอื่นใดเป็น นี่คือคำแนะนำของเราต่อเจ้า เจ้าต้องจำไว้ตลอดเวลาว่าเจ้าไม่ใช่อะไรมากไปกรว่าสิ่งที่ทรงสร้างของพระเจ้า! ถึงแม้ว่าเจ้าอาจแบ่งปันการดำรงอยู่ของเจ้าร่วมกันกับเรา เจ้าควรรู้จักอัตลักษณ์ของเจ้าเอง จงอย่าคิดถึงตัวเจ้าเองอย่างสูงส่งเกินไป ต่อให้เราไม่ดุว่าเจ้า หรือจัดการกับเจ้า แต่ทักทายเจ้าด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม นี่ก็ไม่พอที่จะพิสูจน์ว่าเจ้าเป็นประเภทเดียวกันกับเรา เจ้า─เจ้าควรรู้ว่าตัวเจ้าเองเป็นผู้หนึ่งที่ไล่ตามเสาะหาความจริง ไม่ใช่ความจริงนั้นเอง! เจ้าต้องพร้อมอยู่ตลอดเวลาที่จะเปลี่ยนแปลงให้สอดคล้องกับกับวจนะของเรา เจ้าไม่สามารถหลีกหนีการนี้ได้ เราเร่งเร้าเจ้าในระหว่างเวลาที่มีค่านี้ เมื่อเจ้ามีโอกาสที่หายากนี้ให้พยายามและเรียนรู้บางสิ่งบางอย่าง จงอย่าหลอกเรา เราไม่จำเป็นต้องให้เจ้าใช้คำเยินยอเพื่อพยายามและหลอกลวงเรา เมื่อเจ้าแสวงหาเรา นั่นไม่ใช่เพื่อประโยชน์ของเราโดยทั้งสิ้น แต่เพื่อประโยชน์ของเจ้าเองเสียมากกว่า!

ก่อนหน้า: อัตลักษณ์ตัวตนโดยเนื้อแท้ของมนุษย์และความคู่ควรของเขา: สิ่งเหล่านั้นจริง ๆ แล้วเป็นอย่างไร

ถัดไป: ประชากรที่ได้รับเลือกในจีนไม่สามารถเป็นตัวแทนของเผ่าพันธุ์ใดในอิสราเอล

พระเจ้าได้เสด็จมาอย่างลับๆ ก่อนความวิบัติอันใหญ่หลวงและได้ทรงสร้างกลุ่มผู้มีชัยชนะขึ้นแล้ว จากนั้น พระเจ้าจะทรงปรากฏอย่างเปิดเผยและทรงให้รางวัลคนดีและลงโทษคนชั่ว คุณต้องการต้อนรับองค์พระผู้เป็นเจ้าและให้พระเจ้าช่วยให้รอดก่อนความวิบัติอันใหญ่หลวงหรือไม่? อย่าลังเลที่จะติดต่อเราตอนนี้เพื่อหาวิธี
ติดต่อเราผ่าน Messenger
ติดต่อเราผ่าน Line

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

มนุษย์ที่เสื่อมทรามไม่สามารถเป็นตัวแทนพระเจ้าได้

มนุษย์ดำเนินชีวิตอยู่ภายใต้การปกคลุมของอิทธิพลแห่งความมืดมิดเสมอมา ถูกพันธนาการด้วยอิทธิพลของซาตาน ไม่สามารถหลบหนีไปได้...

ตระเตรียมความประพฤติที่ดีงามให้พอเพียงสำหรับบั้นปลายของเจ้า

เราได้ทำงานไปมากมายท่ามกลางพวกเจ้า และแน่นอนว่า ได้กล่าวถ้อยคำไปมากพอสมควรด้วยเช่นกัน กระนั้นเราก็ยังอดที่จะรู้สึกไม่ได้ว่า...

ผู้ที่บรรลุความรอดคือผู้ที่เต็มใจที่จะปฏิบัติตามความจริง

ความจำเป็นของการมีชีวิตคริสตจักรที่ถูกต้องเหมาะสมมีกล่าวไว้ในคำเทศนาอยู่บ่อยครั้ง ถ้าอย่างนั้น เหตุใดชีวิตแห่งคริสตจักรจึงยังไม่ดีขึ้น...

การตั้งค่า

  • ข้อความ
  • ธีม

สีเข้ม

ธีม

แบบอักษร

ขนาดตัวอักษร

ระยะห่างบรรทัด

ระยะห่างบรรทัด

ความกว้างของหน้า

เนื้อหา

ค้นหา

  • ค้นหาข้อความนี้
  • ค้นหาในหนังสือนี้