พระวจนะทรงปรากฏเป็นมนุษย์

สีเข้ม

ธีม

แบบอักษร

ขนาดตัวอักษร

ระยะห่างบรรทัด

ความกว้างของหน้า

ผลลัพธ์ 0 รายการ

ไม่พบผลลัพธ์

พวกที่ไม่เรียนรู้และไม่รู้อะไรเลย: พวกเขาไม่ใช่สัตว์เดียรัจฉานหรอกหรือ?

เมื่อเจ้าเดินบนเส้นทางของวันนี้ อะไรคือการไล่ตามเสาะหาประเภทที่เหมาะสมที่สุด? ในการไล่ตามเสาะหาของเจ้า เจ้าควรมองว่าตัวเจ้าเองเป็นบุคคลประเภทใด? เจ้าควรรู้ว่าเจ้าควรเข้าหาทั้งหมดที่เกิดขึ้นกับเจ้าในวันนี้อย่างไร ไม่ว่าจะเป็นการทดสอบหรือความยากลำบาก หรือการตีสอนและการด่าทออย่างไร้ความปรานี เจ้าควรให้การพิจารณาอย่างรอบคอบในทุกกรณี เหตุใดเราจึงพูดเช่นนี้? เราพูดเช่นนี้เพราะว่าจะว่าไปแล้ว สิ่งที่เกิดขึ้นกับเจ้าในวันนี้คือการทดสอบสั้นๆ ที่อุบัติขึ้นซ้ำแล้วซ้ำอีก บางทีเจ้าอาจไม่พิจารณาเห็นว่าการทดสอบเหล่านี้รบกวนจิตใจอย่างมาก และดังนั้นเจ้าจึงปล่อยให้สิ่งต่างๆ ล่องลอยไป และไม่คำนึงถึงว่าการทดสอบเหล่านั้นเป็นทรัพย์สินที่มีค่าในการไล่ตามเสาะหาความก้าวหน้า เจ้าช่างประมาทนัก! กลายเป็นว่าเจ้าคิดว่าทรัพย์สินที่มีค่านี้เป็นดั่งเมฆที่ล่องลอยอยู่ต่อหน้าต่อตาเจ้า เจ้าไม่ทะนุถนอมความล้ำค่าของการตีที่รุนแรงเหล่านี้ซึ่งกระหน่ำลงมาครั้งแล้วครั้งเล่า—การตีที่สั้น และดูเหมือนจะแผ่วเบาสำหรับเจ้า—แต่พิจารณาการตีเหล่านั้นอย่างเย็นชา ไม่นำพาใส่ใจ ปฏิบัติต่อการตีเหล่านั้นเป็นเพียงการเคาะชั่วครั้งชั่วคราว เจ้าช่างโอหังเหลือเกิน! กับการโจมตีที่ดุเดือดเหล่านี้ การโจมตีที่คล้ายคลึงกับพายุที่มาครั้งแล้วครั้งเล่า เจ้าเพียงแสดงความเบิกบานใจเท่านั้น บางครั้งเจ้าก็ถึงกับยิ้มเยือกเย็น เผยให้เห็นถึงความไม่แยแสของเจ้า—เพราะเจ้าไม่เคยได้คิดกับตัวเจ้าเองเลยว่าเหตุใดเจ้าจึงต้องทนทุกข์กับ “โชคร้ายต่างๆ” เช่นนี้อยู่ร่ำไป เราไม่ยุติธรรมกับมนุษย์อย่างมากหรอกหรือ? เรากำลังจ้องจับผิดเจ้าหรือไม่? แม้ว่าปัญหาที่มีกับเชาวน์ปัญญาของเจ้าอาจไม่สาหัสเท่ากับที่เราได้พรรณนาไป แต่เจ้าก็ได้สร้างมโนภาพที่เพียบพร้อมของโลกภายในของเจ้ามานานแล้ว โดยผ่านทางความสำรวมภายนอกของเจ้า ไม่มีประเด็นแต่อย่างใดในการที่เราจะบอกเจ้าว่า สิ่งเดียวที่ถูกซ่อนเร้นไว้ในส่วนลึกของหัวใจของเจ้าคือคำผรุสวาทที่ดิบเถื่อนและความเศร้าที่แทบจะตรวจหาไม่พบ เพราะเจ้ารู้สึกว่าไม่ยุติธรรมเหลือเกินที่ได้ทนทุกข์กับการทดสอบเช่นนี้ เจ้าจึงด่าทอ การทดสอบต่างๆ ทำให้เจ้ารู้สึกถึงความอ้างว้างของโลก และด้วยการนี้ เจ้าจึงเต็มไปด้วยความหดหู่ใจ แทนที่จะมองว่าการตีซ้ำๆ เหล่านี้และการบ่มวินัยเป็นการคุ้มครองปกป้องที่ดีที่สุด เจ้ากลับเห็นว่าสิ่งเหล่านี้เป็นการสร้างปัญหาอย่างไร้สติของฟ้าสวรรค์ หรือไม่ก็เป็นการลงทัณฑ์ที่เหมาะสมต่อเจ้า เจ้าช่างรู้เท่าไม่ถึงการณ์เหลือเกิน! เจ้ากักเก็บเวลาดีๆ ไว้ในความมืดอย่างไร้ความปรานี ครั้งแล้วครั้งเล่า เจ้ามองดูการทดสอบและการบ่มวินัยที่น่าอัศจรรย์เป็นดั่งการโจมตีจากศัตรูของเจ้า เจ้าไม่สามารถปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมของเจ้า และนับประสาอะไรที่เจ้าจะยินยอมทำตามนั้น เพราะเจ้าไม่เต็มใจที่จะได้รับสิ่งใดจากการตีสอนซ้ำๆ นี้ ซึ่งก็ทารุณด้วยสำหรับเจ้า เจ้าไม่ได้ทั้งค้นหาและสำรวจ เจ้าเพียงแค่ปล่อยตัวเองให้เป็นไปตามชะตากรรมของเจ้า และยอมรับที่ที่เจ้าอยู่ สิ่งที่สำหรับเจ้าแล้วดูเหมือนว่าเป็นการสั่งสอนที่ป่าเถื่อนไม่ได้เปลี่ยนแปลงหัวใจของเจ้า อีกทั้งการสั่งสอนเหล่านั้นไม่ได้เข้ายึดครองหัวใจของเจ้า แต่กลับทิ่มแทงเจ้าที่หัวใจแทน เจ้าเห็นว่า “การตีสอนที่ทารุณ” นี้ไม่ใช่อะไรมากไปกว่าศัตรูของเจ้าในชีวิตนี้ และเจ้าก็ไม่ได้รับอะไรเลย เจ้าช่างมองตนเองเป็นฝ่ายถูกเสมอมากเหลือเกิน! เจ้าไม่ค่อยจะเชื่อว่าเจ้าทนทุกข์กับการทดสอบต่างๆ เช่นนี้เพราะเจ้าน่าเหยียดหยามเหลือเกิน แต่เจ้ากลับคิดว่าตัวเจ้าเองโชคร้ายเหลือเกิน และพูดว่าเรามักจะจ้องจับผิดเจ้าเสมอแทน ณ วันนี้โดยแท้จริงแล้วเจ้ามีความรู้มากเพียงใดในสิ่งที่เราพูดและทำ? จงอย่าคิดว่าเจ้าเป็นผู้มีพรสวรรค์โดยธรรมชาติ ที่ต่ำกว่าฟ้าสวรรค์เพียงเล็กน้อยเท่านั้น แต่สูงกว่าแผ่นดินโลกอย่างมากมาย เจ้าไม่ได้ฉลาดกว่าผู้อื่นใด—และอาจกล่าวได้ด้วยซ้ำว่าเจ้าโง่กว่าผู้คนบนแผ่นดินโลกคนใดก็ตามที่มีเหตุผลอย่างน่าชื่นชม เพราะเจ้าคิดถือตัวเกินที่ตนควรจะคิดเหลือเกิน และไม่เคยได้มีสำนึกรับรู้ถึงปมด้อยเลย ดูเหมือนว่าเจ้าล่วงรู้การกระทำของเราในรายละเอียดที่เล็กน้อยที่สุด โดยข้อเท็จจริงแล้ว เจ้าคือใครสักคนที่โดยพื้นฐานแล้วขาดพร่องเหตุผล เพราะเจ้าไม่รู้เลยสักนิดว่าเราจะทำอะไร และนับประสาอะไรที่เจ้าตระหนักรู้ว่าเรากำลังทำอะไรอยู่ตอนนี้ ดังนั้นเราจึงพูดว่าเจ้าไม่แม้แต่จะเท่าเทียมกับชาวนาแก่ๆ ที่กำลังทำงานหนักบนแผ่นดิน ชาวนาที่ไม่ได้มีความล่วงรู้ถึงชีวิตมนุษย์แม้แต่น้อย แต่ก็ยังพึ่งพาพระพรแห่งฟ้าสวรรค์เมื่อเขาทำการเพาะปลูกบนแผ่นดิน เจ้าไม่เจียดความคิดแม้เพียงวินาทีเดียวให้กับชีวิตของเจ้า เจ้าไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวกับชื่อเสียง และนับประสาอะไรที่เจ้าจะมีความรู้จักตัวเองใดๆ เจ้าช่าง “ยกตัว” เหลือเกิน! เราวิตกกังวลอย่างแท้จริงกับเจ้า หนุ่มเจ้าสำอาง และเจ้า คุณหญิงอายุเยาว์ที่บอบบาง กล่าวคือ เจ้าจะสามารถทนทานต่อการโจมตีที่ยิ่งใหญ่กว่าของพายุทั้งหลายได้อย่างไร? หนุ่มเจ้าสำอางไม่แยแสอย่างสิ้นเชิงต่อสภาพแวดล้อมที่พวกเขาพบว่าตัวเองอยู่ภายใน สำหรับพวกเขาดูเหมือนมันไม่สลักสำคัญ พวกเขาไม่ยี่หระกับมัน พวกเขาไม่ได้คิดเชิงลบ อีกทั้งพวกเขาก็ไม่คิดว่าตัวพวกเขาเองน่าเหยียดหยามและต่ำต้อย แต่พวกเขากลับไปเดินกรีดกรายตามถนนพร้อมกับโบกพัดของพวกเขาไปมาแทน “ผู้คนที่มีชื่อเสียง” ซึ่งรู้เท่าไม่ถึงการณ์เหล่านี้ ซึ่งไม่เคยเรียนรู้ ไม่รู้ว่าเหตุใดเราจึงพูดสิ่งเหล่านี้กับพวกเขา ใบหน้าของพวกเขาเต็มไปด้วยความโกรธ พวกเขาเพียงแค่พยายามรู้จักตัวพวกเขาเอง และจากนั้นก็ดำเนินต่อไปด้วยนิสัยชั่วของพวกเขา ทันทีที่พวกเขาไปจากเรา พวกเขาก็เริ่มวิ่งพล่านไปทั่วในโลกอีกครั้ง โดยใช้ลูกไม้เก่าๆ ของพวกเขา การแสดงออกบนใบหน้าของเจ้าช่างเปลี่ยนแปลงไปเร็วนัก ดังนั้น เป็นอีกครั้งหนึ่งที่เจ้ากำลังพยายามหลอกลวงเราด้วยวิธีนี้—เจ้าช่างกล้า! ที่น่าหัวเราะยิ่งกว่านั้นคือบรรดาคุณหญิงสาวน้อยที่สวยสะคราญพวกนั้น เมื่อได้ยินวาทะเร่งด่วนของเรา และเมื่อได้เห็นสภาพแวดล้อมที่พวกเขาอยู่ภายใน น้ำตาก็หลั่งริน—โดยไม่ได้ถูกบีบบังคับ—ลงมาตามใบหน้าของพวกเขา พวกเขาร้องไห้สะอึกสะอื้น และพวกเขาดูเหมือนว่ากำลังสร้างเรื่องวุ่นวาย—ช่างน่าขยะแขยง! เมื่อเห็นวุฒิภาวะของตัวพวกเขาเอง พวกเขาก็ล้มตัวลงบนเตียงนอนของพวกเขาและนอนอยู่ตรงนั้น ร่ำไห้โดยไม่หยุดหย่อน ราวกับว่าพวกเขาแทบจะหยุดหายใจ วจนะเหล่านี้ได้แสดงให้พวกเขาเห็นถึงความอ่อนต่อโลก ความน่าเหยียดหยาม และความต่ำต้อยของพวกเขา และหลังจากนั้น พวกเขาก็กลับกลายเป็นถูกถ่วงด้วยความคิดเชิงลบ ความสว่างหายไปจากดวงตาของพวกเขา และพวกเขาก็ไม่บ่นเกี่ยวกับเราหรือเกลียดชังเรา แต่เพียงยังคงไม่เคลื่อนไหว คิดเชิงลบ และรู้เท่าไม่ถึงการณ์ และไม่มีการเรียนรู้เช่นเดียวกัน หลังจากไปจากเรา พวกเขากระโดดโลดเต้นและเล่นสนุกกัน เสียงหัวเราะกังวานของพวกเขาเฉกเช่นเสียง “ระฆังเงินของเจ้าหญิง” พวกเขาช่างเปราะบางและขาดพร่องความรักตัวเองนัก! พวกเจ้า สินค้าที่เสียหายของมวลมนุษย์—พวกเจ้าช่างขาดพร่องสภาวะความเป็นมนุษย์นัก! พวกเจ้าไม่รู้วิธีรักตัวพวกเจ้าเอง หรือวิธีคุ้มครองปกป้องตัวพวกเจ้าเอง พวกเจ้าไม่มีสำนึกรับรู้ พวกเจ้าไม่แสวงหาหนทางที่แท้จริง พวกเจ้าไม่รักความสว่างที่แท้จริง และยิ่งกว่านั้น พวกเจ้าไม่รู้วิธีทะนุถนอมความล้ำค่าของตัวพวกเจ้าเอง พวกเจ้าได้วางคำสอนซ้ำๆ ของเราไว้ที่ด้านหลังของจิตใจของเจ้ามานานแล้ว พวกเจ้าถึงกับปฏิบัติต่อคำสอนเหล่านั้นเหมือนของเล่นสำหรับเวลาว่างของพวกเจ้า และพิจารณาถือว่าคำสอนเหล่านั้นเป็น “เครื่องรางผู้พิทักษ์” ของพวกเจ้าเองเสมอ เมื่อถูกซาตานกล่าวหา เจ้าก็อธิษฐาน เมื่อมีความคิดเชิงลบ เจ้าก็งีบหลับ เมื่อมีความสุข เจ้าก็วิ่งวุ่นไปมา เมื่อเราตำหนิเจ้า เจ้าก็คำนับทำท่าสุภาพเหลือทน และเมื่อเจ้าจากเราไป เจ้าก็หัวเราะอย่างบ้าคลั่ง ในฝูงชนไม่มีใครสูงส่งกว่าเจ้า แต่เจ้าไม่เคยคิดว่าตัวเองโอหังที่สุดในบรรดาทั้งมวล เจ้าสูงส่ง อิ่มเอิบใจ และหยิ่งผยองเหนือคำบรรยายโดยตลอด บรรดา “สุภาพบุรุษและสาวน้อยวัยเยาว์” และ “ท่านผู้ชายและท่านผู้หญิง” เช่นนี้ที่ไม่รู้อะไรเลยและไม่เคยเรียนรู้ จะสามารถปฏิบัติต่อวจนะของเราเป็นดั่งสมบัติล้ำค่าได้อย่างไร? บัดนี้เราจะถามเจ้าต่อไปว่า เจ้าได้เรียนรู้อะไรกันแน่จากวจนะและงานของเราในเวลานานมากเช่นนี้? เจ้าไม่ได้กลายเป็นช่ำชองมากขึ้นในการหลอกลวงของเจ้าหรอกหรือ? มีความภูมิฐานมากขึ้นในเนื้อหนังของเจ้าหรือไม่? มีความเป็นกันเองมากขึ้นในท่าทีของเจ้าต่อเราหรือไม่? เราบอกเจ้าตรงๆ ว่า เราได้ทำงานมากมาย แต่มันก็ได้เพิ่มความกล้าของเจ้า ความกล้าที่เคยเป็นเหมือนความกล้าของหนู ความกังวลใจของเจ้าต่อเราลดลงทุกวัน เพราะเราใจดีเกินไป และไม่เคยได้ลงโทษเนื้อหนังของเจ้าโดยใช้ความโหดร้าย บางทีเจ้าอาจคิดว่าเราเพียงแค่กำลังแสดงความเห็นที่หยาบคาย—แต่บ่อยครั้งกว่าที่เรายิ้มให้เจ้า และเราแทบไม่เคยติเตียนเจ้าต่อหน้าของเจ้า ยิ่งไปกว่านั้นเรากำลังให้อภัยต่อความอ่อนแอของเจ้าตลอดมา และเป็นเพียงเพราะสิ่งนี้นั่นเอง เจ้าจึงปฏิบัติต่อเราเฉกเช่นงูปฏิบัติต่อชาวนาที่ดี เราเลื่อมใสทักษะ ความสำเร็จของพลังการสังเกตการณ์ของมนุษย์ยิ่งนัก! เพื่อบอกความจริงกับเจ้า วันนี้มันไม่สำคัญว่าหัวใจของเจ้าเป็นหัวใจที่ปราศจากความเคารพหรือไม่ เราทั้งไม่ร้อนใจและไม่วิตกกังวล แต่เราก็ต้องบอกเจ้าเช่นนี้ด้วยว่า เจ้า “บุคคลที่มีความสามารถพิเศษ” ที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์และไม่เต็มใจเรียนรู้เช่นที่เจ้าเป็น ในท้ายที่สุดจะถูกทำให้พังครืนโดยความฉลาดเล็กน้อยที่ทำให้ตนเองพึงพอใจของเจ้า—เจ้าจะเป็นผู้ที่ทนทุกข์และถูกตีสอน เราจะไม่โง่พอที่จะร่วมทางกับเจ้าในขณะที่เจ้ายังทนทุกข์ต่อไปในนรก เพราะเราไม่ใช่ประเภทเดียวกับเจ้า จงอย่าลืมว่าเจ้าเป็นสิ่งมีชีวิตทรงสร้างที่ถูกสาปแช่งโดยเรา แต่ก็ยังถูกสอนและช่วยให้รอดโดยเรา เจ้าไม่มีอะไรเลยสำหรับเราที่เราจะไม่เต็มใจผละจากมา เมื่อใดก็ตามที่เราทำงาน เราก็ไม่ถูกจำกัดควบคุมโดยผู้คน เหตุการณ์ หรือวัตถุใดๆ ท่าทีและข้อคิดเห็นของเราต่อมวลมนุษย์ยังคงเหมือนเดิมตลอดมา กล่าวคือ เราไม่ชอบเจ้าอย่างมากเพราะเจ้าเป็นส่วนหนึ่งที่ยื่นออกมาของการบริหารจัดการของเรา และไม่มีอะไรที่เกี่ยวกับเจ้าดีกว่าที่เกี่ยวกับสิ่งอื่นใดเลย นี่คือคำแนะนำของเราต่อเจ้า จงจำไว้ตลอดเวลาว่าเจ้าไม่ใช่อะไรมากไปกว่าสิ่งที่ทรงสร้างของพระเจ้า! เจ้าอาจมีชีวิตอยู่กับเรา แต่เจ้าควรรู้จักอัตลักษณ์ของเจ้า จงอย่าคิดถือตัวเกินที่ตนควรจะคิด แม้ว่าเราจะไม่ตำหนิเจ้า หรือจัดการกับเจ้า และเผชิญหน้ากับเจ้าด้วยรอยยิ้ม นี่ก็ไม่ได้พิสูจน์ว่าเจ้าเป็นประเภทเดียวกันกับเรา เจ้าควรรู้ว่าเจ้าเป็นหนึ่งในพวกที่ไล่ตามเสาะหาความจริง ไม่ใช่ความจริงนั้นเอง! เจ้าไม่ควรหยุดเปลี่ยนแปลงพร้อมกับวจนะของเรา เจ้าไม่สามารถหลบหนีการนี้ได้ เราแนะนำให้เจ้าพยายามและเรียนรู้บางสิ่งในระหว่างเวลาที่ยอดเยี่ยมนี้ เมื่อโอกาสที่หายากนี้มาถึง จงอย่าหลอกลวงเรา เราไม่จำเป็นต้องให้เจ้าใช้คำเยินยอเพื่อพยายามและหลอกลวงเรา เมื่อเจ้าค้นหาเรา นั่นไม่ใช่เพื่อประโยชน์ของเราทั้งหมด แต่เพื่อประโยชน์ของตัวเจ้าเอง!

ก่อนหน้า:อัตลักษณ์ตัวตนโดยเนื้อแท้ของมนุษย์และความคู่ควรของเขา: สิ่งเหล่านั้นจริง ๆ แล้วเป็นอย่างไร

ถัดไป:ประชากรที่ได้รับเลือกในจีนไม่สามารถเป็นตัวแทนของเผ่าพันธุ์ใดในอิสราเอล

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

  • การล่วงละเมิดจะนำพาให้มนุษย์ตกนรก

    เราได้ให้คำเตือนมากมายแก่พวกเจ้า และให้ความจริงมากหลายแก่พวกเจ้าอันมีเจตนาที่จะพิชิตพวกเจ้า ถึงตอนนี้ พวกเจ้าทั้งหมดต่างก็รู้สึกได้ว่าพวกเจ้าบริบูรณ์ข…

  • มุมมองใดที่บรรดาผู้เชื่อควรมี

    อะไรคือสิ่งที่มนุษย์ได้รับเอาไว้นับตั้งแต่ที่เขาเริ่มเชื่อในพระเจ้า? เจ้าได้มารู้อะไรเกี่ยวกับพระเจ้าบ้าง? เจ้าได้เปลี่ยนแปลงไปมากเพียงใดเนื่องจากคว…

  • บทสนทนารวบรัดเกี่ยวกับ “อาณาจักรพันปีได้มาถึงแล้ว”

    พวกเจ้าคิดว่าอย่างไรเกี่ยวกับนิมิตของอาณาจักรพันปี? บางคนคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้มาก และพวกเขาพูดว่า: “อาณาจักรพันปีจะคงอยู่บนแผ่นดินโลกไปพันปี ดังนั้น…

  • วิธีรู้จักความเป็นจริง

    พระเจ้าทรงเป็นพระเจ้าผู้ทรงสัมพันธ์กับชีวิตจริง พระวจนะทั้งหมดที่พระองค์ตรัสล้วนสัมพันธ์กับชีวิตจริง และความจริงทั้งหมดที่พระองค์ทรงแสดงออกล้วนสัมพัน…