บ. ว่าด้วยการเลือกเส้นทางในความเชื่อของคนเรา

606. ผู้คนส่วนใหญ่เชื่อในพระเจ้าเพื่อประโยชน์ของบั้นปลายในอนาคตของพวกเขา หรือเพื่อความชื่นชมยินดีชั่วคราว  สำหรับพวกที่ยังไม่ได้ก้าวผ่านการจัดการใดๆ พวกเขาเชื่อในพระเจ้าเพื่อที่จะเข้าสู่สวรรค์ เพื่อที่จะได้บำเหน็จ  พวกเขาไม่เชื่อในพระเจ้าเพื่อที่จะได้รับการทำให้มีความเพียบพร้อม หรือเพื่อปฏิบัติหน้าที่ของสิ่งที่ทรงสร้างของพระเจ้า  ซึ่งกล่าวก็คือ ผู้คนส่วนใหญ่ไม่เชื่อในพระเจ้าเพื่อที่จะลุล่วงความรับผิดชอบทั้งหลายของพวกเขา หรือเพื่อทำให้หน้าที่ของพวกเขาเสร็จสิ้น  ผู้คนไม่ค่อยเชื่อในพระเจ้าเพื่อที่จะใช้ชีวิตที่เปี่ยมความหมาย อีกทั้งไม่ค่อยมีบรรดาผู้ที่เชื่อว่า เนื่องจากมนุษย์มีชีวิตอยู่ เขาควรรักพระเจ้าเพราะเป็นธรรมบัญญัติแห่งสวรรค์และหลักธรรมของแผ่นดินโลกที่จะทำเช่นนั้น และเป็นงานทรงเรียกตามธรรมชาติของมนุษย์  ในหนทางนี้ แม้ว่าผู้คนแต่ละคนที่แตกต่างกันต่างก็ไล่ตามเสาะหาเป้าหมายของพวกเขาเอง จุดมุ่งหมายของการไล่ตามเสาะหาของพวกเขาและแรงจูงใจเบื้องหลังมันทั้งหมดล้วนแต่เหมือนกัน ที่มากไปกว่านั้นคือ สำหรับพวกเขาส่วนใหญ่แล้ว วัตถุสำหรับการนมัสการของพวกเขานั้นเหมือนกันมาก  ในช่วงหลายพันปีที่ผ่านมา ผู้เชื่อจำนวนมากได้ตายลง และหลายคนได้ตายลงและเกิดใหม่อีกครั้ง  ไม่ใช่แค่ผู้คนหนึ่งหรือสองคนที่แสวงหาพระเจ้า ไม่ใช่แม้กระทั่งหนึ่งหรือสองพัน กระนั้นแล้วผู้คนเหล่านี้ส่วนใหญ่ก็ไล่ตามเสาะหาเพื่อประโยชน์ของความสำเร็จที่คาดว่าน่าจะเป็นไปได้ของพวกเขาเองหรือความหวังอันรุ่งโรจน์สำหรับอนาคต  บรรดาผู้ที่อุทิศแด่พระคริสต์นั้นมีน้อยมากและอยู่กระจัดกระจาย  ผู้เชื่อเปี่ยมศรัทธาจำนวนมากยังคงตายโดยติดบ่วงในร่างแหของพวกเขาเอง และยิ่งไปกว่านั้น จำนวนผู้คนที่ได้รับชัยชนะก็น้อยนิดยิ่งนัก  จนถึงวันนี้ พวกเขายังคงไม่รู้ถึงเหตุผลทั้งหลายที่ทำไมผู้คนจึงล้มเหลว หรือความลับทั้งหลายของชัยชนะของพวกเขา  พวกที่ย้ำคิดอยู่กับการแสวงหาพระคริสต์ยังคงไม่ได้มีชั่วขณะแห่งความรู้ความเข้าใจเชิงลึกแบบฉับพลันของพวกเขา พวกเขายังไม่ได้ไปถึงก้นบึ้งของความล้ำลึกเหล่านี้ เพราะพวกเขาแค่ไม่รู้  แม้ว่าพวกเขาจะใช้ความพยายามอันอุตสาหะในการไล่ตามเสาะหาของพวกเขา เส้นทางที่พวกเขาเดินนั้นก็เป็นเส้นทางของความล้มเหลวที่ครั้งหนึ่งบรรพชนของพวกเขาได้เดินแล้ว และไม่ใช่เส้นทางของความสำเร็จ  โดยไม่คำนึงถึงว่าพวกเขาจะแสวงหาอย่างไรในหนทางนี้ ไม่ใช่ว่าพวกเขาเดินบนเส้นทางที่นำไปสู่ความมืดมิดหรอกหรือ?  สิ่งที่พวกเขาได้รับนั้นไม่ใช่ดอกผลอันขมขื่นหรอกหรือ?  มันยากพออยู่แล้วที่จะคาดการณ์ว่า ผู้คนที่เลียนแบบบรรดาผู้ที่ได้ประสบความสำเร็จในกาลเวลาที่ผ่านมานั้น ท้ายที่สุดจะมาถึงความมีโชคหรือหายนะ  เช่นนั้นแล้ว โอกาสสำหรับผู้คนที่แสวงหาโดยการทำตามอย่างพวกที่ได้ล้มเหลวนั้นแย่ลงมากเพียงใด?  พวกเขาไม่อยู่ในภาวะที่มีโอกาสถึงขั้นล้มเหลวมากขึ้นหรอกหรือ?  มีคุณค่าอะไรหรือสำหรับเส้นทางที่พวกเขาเดิน?  ไม่ใช่ว่าพวกเขากำลังเสียเวลาของพวกเขาอยู่หรอกหรือ?  โดยไม่คำนึงถึงว่าผู้คนจะประสบความสำเร็จหรือล้มเหลวในการไล่ตามเสาะหาของพวกเขาหรือไม่ สรุปสั้นๆ คือ มีเหตุผลหนึ่งที่ทำไมพวกเขาจึงทำเช่นนั้น และนั่นไม่ใช่กรณีที่ความสำเร็จหรือความล้มเหลวของพวกเขาถูกกำหนดพิจารณาโดยการแสวงหาในวิธีใดก็ตามที่พวกเขายินดี

ตัดตอนมาจาก “ความสำเร็จหรือความล้มเหลวขึ้นอยู่กับเส้นทางที่มนุษย์เดิน” ใน พระวจนะทรงปรากฏเป็นมนุษย์

607. ข้อพึงประสงค์พื้นฐานที่สุดของความเชื่อในพระเจ้าของมนุษย์ก็คือว่า เขามีหัวใจที่ซื่อสัตย์ และว่าเขาอุทิศตัวเขาเองอย่างสุดใจ และเชื่อฟังอย่างแท้จริง  สิ่งที่ยากที่สุดสำหรับมนุษย์คือการจัดเตรียมชีวิตของเขาทั้งชีวิตเพื่อแลกกับความเชื่อที่แท้จริง ซึ่งเขาสามารถได้รับความจริงทั้งหมดทั้งมวลโดยผ่านทางการนั้น และลุล่วงหน้าที่ของเขาในฐานะสิ่งที่ทรงสร้างหนึ่งของพระเจ้า  นี่คือสิ่งที่ไม่สามารถบรรลุได้โดยพวกที่ล้มเหลว และมันยิ่งไม่สามารถบรรลุได้มากขึ้นไปอีกโดยพวกที่ไม่สามารถค้นพบพระคริสต์ได้  เพราะมนุษย์ไม่เก่งในการอุทิศตัวเขาเองทั้งหมดทั้งสิ้นแด่พระเจ้า เพราะมนุษย์ไม่เต็มใจที่จะปฏิบัติหน้าที่ของเขาต่อพระผู้สร้าง เพราะมนุษย์ได้เห็นความจริงแล้วแต่กลับหลีกเลี่ยงสิ่งนั้นและเดินไปบนเส้นทางของเขาเอง เพราะมนุษย์แสวงหาอยู่เสมอโดยการเดินตามเส้นทางของพวกที่ได้ล้มเหลว เพราะมนุษย์เยาะเย้ยท้าทายฟ้าอยู่เสมอ ด้วยเหตุนี้มนุษย์จึงล้มเหลวอยู่เสมอ หลงกลเล่ห์เหลี่ยมของซาตานอยู่เสมอ และติดบ่วงในร่างแหของเขาเอง  เพราะมนุษย์ไม่รู้จักพระคริสต์ เพราะมนุษย์ไม่ชำนาญในการทำความเข้าใจและการได้รับประสบการณ์กับความจริง เพราะมนุษย์แสดงความเคารพบูชาเปาโลมากเกินไปและละโมบในเรื่องสวรรค์มากเกินไป เพราะมนุษย์เรียกร้องให้พระคริสต์เชื่อฟังเขาและคอยออกคำสั่งพระเจ้าอยู่เสมอ ด้วยเหตุนี้บรรดาบุคคลสำคัญที่ยิ่งใหญ่เหล่านั้นและบรรดาผู้ที่ได้รับประสบการณ์กับความพลิกผันของโลกจึงยังคงต้องตาย และยังคงตายลงท่ามกลางการตีสอนของพระเจ้า  ทั้งหมดที่เราสามารถกล่าวถึงผู้คนเช่นนั้นได้ก็คือว่า พวกเขาตายอย่างอนาถ และว่า ผลสืบเนื่องที่ตามมาสำหรับพวกเขา—ความตายของพวกเขา—หาใช่ปราศจากเหตุผลอันควรไม่  ความล้มเหลวของพวกเขาไม่ใช่เป็นเรื่องที่ยิ่งสุดจะทนได้มากขึ้นไปอีกต่อธรรมบัญญัติแห่งฟ้าหรอกหรือ?  ความจริงนั้นมาจากโลกของมนุษย์ กระนั้นความจริงท่ามกลางมนุษย์ก็ถูกส่งต่อโดยพระคริสต์  นั่นมีจุดกำเนิดจากพระคริสต์ กล่าวคือ จากพระเจ้าพระองค์เอง และนี่ไม่ใช่บางสิ่งที่มนุษย์สามารถทำได้  กระนั้นพระคริสต์ก็ทรงจัดเตรียมความจริงเท่านั้น พระองค์ไม่ได้ทรงมาเพื่อตัดสินพระทัยว่ามนุษย์จะประสบความสำเร็จในการไล่ตามเสาะหาความจริงของเขาหรือไม่  ด้วยเหตุนี้ที่ตามมาก็คือว่า ความสำเร็จหรือความล้มเหลวในความจริงทั้งหมดล้วนเป็นผลจากการไล่ตามเสาะหาของมนุษย์  ความสำเร็จหรือความล้มเหลวในความจริงของมนุษย์ไม่เคยมีความเกี่ยวข้องอันใดกับพระคริสต์ แต่กลับกำหนดพิจารณาโดยการไล่ตามเสาะหาของเขา  บั้นปลายของมนุษย์และความสำเร็จหรือความล้มเหลวของเขาไม่สามารถกองสุมบนพระเศียรของพระเจ้าได้ เพื่อที่พระเจ้าพระองค์เองจะได้ทรงถูกทำให้แบกรับสิ่งนั้นไว้ เพราะนี่ไม่ใช่เรื่องสำหรับพระเจ้าพระองค์เอง แต่เกี่ยวข้องโดยตรงกับหน้าที่ซึ่งสิ่งที่ทรงสร้างทั้งหลายของพระเจ้าควรปฏิบัติ  ผู้คนส่วนใหญ่มีความรู้เล็กน้อยเกี่ยวกับการไล่ตามเสาะหาและบั้นปลายของเปาโลและเปโตร กระนั้นผู้คนก็ไม่รู้อะไรมากไปกว่าบทอวสานของเปโตรและเปาโล และไม่รู้เท่าทันถึงความลับเบื้องหลังความสำเร็จของเปโตร หรือความขาดตกบกพร่องที่ได้นำไปสู่ความล้มเหลวของเปาโล  และดังนั้น หากพวกเจ้าไม่สามารถมองทะลุปรุโปร่งถึงสาระสำคัญของการไล่ตามเสาะหาของพวกเขาอย่างครบบริบูรณ์ เช่นนั้นแล้วการไล่ตามเสาะหาของพวกเจ้าส่วนใหญ่ก็จะยังคงล้มเหลว และต่อให้พวกเจ้าจำนวนเล็กน้อยจะประสบความสำเร็จ พวกเขาก็จะยังคงเทียบไม่ได้กับเปโตร  หากเส้นทางของการไล่ตามเสาะหาของเจ้าเป็นเส้นทางที่ถูกต้อง เช่นนั้นแล้วเจ้าก็มีความหวังที่จะประสบความสำเร็จ หากเส้นทางที่เจ้าย่ำเท้าในการไล่ตามเสาะหาความจริงเป็นเส้นทางที่ผิด เช่นนั้นแล้วเจ้าก็จะไม่สามารถประสบความสำเร็จเลยตลอดกาล และจะพบกับปลายทางเดียวกับเปาโล

ตัดตอนมาจาก “ความสำเร็จหรือความล้มเหลวขึ้นอยู่กับเส้นทางที่มนุษย์เดิน” ใน พระวจนะทรงปรากฏเป็นมนุษย์

608. เปโตรเป็นมนุษย์คนหนึ่งที่ได้รับการทำให้มีความเพียบพร้อม  เพียงภายหลังจากได้รับประสบการณ์กับการตีสอนและการพิพากษา และด้วยเหตุนี้จึงได้รับความรักอันบริสุทธิ์ที่มีแด่พระเจ้าแล้วเท่านั้น เขาจึงได้รับการทำให้มีความเพียบพร้อมอย่างครบถ้วน เส้นทางที่เขาได้เดินนั้นเป็นเส้นทางของการได้รับการทำให้มีความเพียบพร้อม  ซึ่งกล่าวก็คือ ตั้งแต่แรกเริ่ม เส้นทางที่เปโตรได้เดินนั้นเป็นเส้นทางที่ถูกต้อง และแรงจูงใจของเขาสำหรับการที่เชื่อในพระเจ้าก็เป็นแรงจูงใจที่ถูกต้อง และดังนั้นเขาจึงได้กลายเป็นใครบางคนที่ได้รับการทำให้มีความเพียบพร้อม และเขาได้ย่ำเท้าบนเส้นทางใหม่ที่มนุษย์ไม่เคยเดินมาก่อน  อย่างไรก็ตาม เส้นทางที่เปาโลได้เดินตั้งแต่แรกเริ่มนั้นเป็นเส้นทางตรงกันข้ามกับพระคริสต์ และเป็นเพียงเพราะว่าพระวิญญาณบริสุทธิ์ได้ทรงปรารถนาที่จะใช้เขาและใช้ประโยชน์จากพรสวรรค์ของเขาและคุณความดีของเขาทั้งหมดเพื่อพระราชกิจของพระองค์เท่านั้น เขาจึงได้ทำงานแด่พระคริสต์มาเป็นเวลาหลายทศวรรษ  เขาเป็นเพียงใครบางคนที่พระวิญญาณบริสุทธิ์ได้ทรงใช้งาน และเขาไม่ได้ถูกใช้งานเพราะพระเยซูได้ทรงมองสภาวะความเป็นมนุษย์ของเขาอย่างโปรดปราน แต่เพราะพรสวรรค์ของเขา  เขาสามารถทำงานเพื่อพระเยซูได้เพราะเขาถูกปราบพยศ ไม่ใช่เพราะเขามีความสุขที่จะทำเช่นนั้น  เขาสามารถทำงานเช่นนั้นได้เพราะความรู้แจ้งและการทรงนำของพระวิญญาณบริสุทธิ์ และงานที่เขาได้ทำนั้นไม่ได้เป็นตัวแทนการไล่ตามเสาะหาของเขาหรือสภาวะความเป็นมนุษย์ของเขาแต่อย่างใดเลย  งานของเปาโลได้เป็นตัวแทนงานของผู้รับใช้ ซึ่งกล่าวก็คือเขาได้ทำงานของอัครทูต  กระนั้นก็ตาม เปโตรนั้นแตกต่างออกไป นั่นคือ เขาก็ได้ทำงานบางอย่างเช่นกัน นั่นไม่ได้ยิ่งใหญ่เช่นงานของเปาโล แต่เขาได้ทำงานในขณะที่ไล่ตามเสาะหาการเข้าสู่ของเขาเอง และงานของเขานั้นแตกต่างไปจากงานของเปาโล  งานของเปโตรเป็นการปฏิบัติหน้าที่ของสิ่งที่ทรงสร้างของพระเจ้า  เขาไม่ได้ทำงานในบทบาทของอัครทูต แต่ได้ทำงานในขณะที่ไล่ตามเสาะหาความรักที่มีแด่พระเจ้า  ครรลองของงานของเปโตรยังมีการไล่ตามเสาะหาส่วนตัวของเขาอีกด้วย นั่นคือ การไล่ตามเสาะหาของเขาไม่ได้เป็นอะไรมากไปกว่าเพื่อประโยชน์ของความหวังสำหรับอนาคตของเขา และความพึงปรารถนาของเขาสำหรับบั้นปลายที่ดี  เขาไม่ได้ยอมรับกระบวนการถลุงในช่วงระหว่างงานของเขา อีกทั้งไม่ได้ยอมรับการตัดแต่งและการจัดการ  เขาได้เชื่อว่าตราบเท่าที่งานที่เขาทำนั้นทำให้สมดังที่พระเจ้าทรงพึงปรารถนา และทั้งหมดที่เขาทำนั้นเป็นที่น่ายินดีต่อพระเจ้า เช่นนั้นแล้วบำเหน็จย่อมรอเขาอยู่ในท้ายที่สุด  ไม่มีประสบการณ์ส่วนตัวเลยในงานของเขา—ทั้งหมดเป็นไปเพื่อประโยชน์ของสิ่งนั้นนั่นเอง และไม่ได้ถูกดำเนินการเสร็จสิ้นท่ามกลางการไล่ตามเสาะหาการเปลี่ยนแปลง  ทุกสิ่งทุกอย่างในงานของเขาเป็นธุรกรรมอย่างหนึ่ง นั่นไม่ได้มีหน้าที่หรือการนบนอบของสิ่งที่ทรงสร้างสิ่งของพระเจ้าบรรจุอยู่เลย  ในช่วงระหว่างครรลองแห่งงานของเขานั้น ไม่ได้เกิดการเปลี่ยนแปลงใดในอุปนิสัยแต่เดิมของเปาโล  งานของเขาเป็นเพียงการปรนนิบัติต่อผู้อื่น และไม่สามารถที่จะนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงทั้งหลายในอุปนิสัยของเขา  เปาโลได้ดำเนินงานของเขาจนเสร็จสิ้นโดยตรง โดยปราศจากการได้รับการทำให้มีความเพียบพร้อมหรือการจัดการ และเขาได้รับแรงจูงใจจากบำเหน็จ  เปโตรนั้นแตกต่างออกไป นั่นคือ เขาเป็นใครบางคนที่ได้ก้าวผ่านการตัดแต่งและการจัดการและได้ก้าวผ่านกระบวนการถลุง  จุดมุ่งหมายและแรงจูงใจของงานของเปโตรโดยพื้นฐานแล้วแตกต่างไปจากจุดมุ่งหมายและแรงจูงใจของงานของเปาโล  แม้ว่าเปโตรจะไม่ได้ทำงานปริมาณมาก อุปนิสัยของเขาก็ได้ก้าวผ่านการเปลี่ยนแปลงมากมาย และสิ่งที่เขาได้แสวงหานั้นก็คือความจริง และการเปลี่ยนแปลงที่เป็นจริง  งานของเขาไม่ได้ถูกดำเนินการเสร็จสิ้นเพียงเพื่อประโยชน์ของตัวงานเอง  แม้ว่าเปาโลได้ทำงานไปมากมาย แต่สิ่งนั้นทั้งหมดล้วนเป็นพระราชกิจของพระวิญญาณบริสุทธิ์ และแม้ว่าเปาโลได้ร่วมมือในงานนี้ เขาก็ไม่ได้รับประสบการณ์กับสิ่งนั้น  การที่เปโตรได้ทำงานน้อยกว่ามาก ก็เป็นเพียงเพราะว่าพระวิญญาณบริสุทธิ์ไม่ได้ทรงพระราชกิจมากขนาดนั้นโดยผ่านทางเขา  ปริมาณงานของพวกเขาไม่ได้กำหนดพิจารณาว่าพวกเขาได้รับการทำให้มีความเพียบพร้อมหรือไม่ การไล่ตามเสาะหาของคนๆ หนึ่งเป็นไปเพื่อที่จะได้รับบำเหน็จ และการไล่ตามเสาะหาของอีกคนหนึ่งนั้นเป็นไปเพื่อที่จะสัมฤทธิ์ความรักขั้นสูงสุดที่มีแด่พระเจ้า และลุล่วงหน้าที่ของเขาในฐานะสิ่งที่ทรงสร้างหนึ่งของพระเจ้า จนถึงขอบข่ายที่เขาสามารถดำเนินชีวิตในภาพลักษณ์อันดีงามเพื่อให้สมดังที่พระเจ้าทรงพึงปรารถนา  ภายนอกนั้นพวกเขาแตกต่างกัน และดังนั้นธาตุแท้ของพวกเขาจึงแตกต่างกันด้วย  เจ้าไม่สามารถกำหนดพิจารณาได้ว่าใครในบรรดาพวกเขาที่ได้รับการทำให้มีความเพียบพร้อมโดยขึ้นอยู่กับว่าพวกเขาได้ทำงานมากเพียงใด  เปโตรได้พยายามที่จะดำเนินชีวิตตามภาพลักษณ์ของคนหนึ่งซึ่งรักพระเจ้า ที่จะเป็นใครบางคนที่ได้เชื่อฟังพระเจ้า ที่จะเป็นใครบางคนที่ได้ยอมรับการจัดการและการตัดแต่ง และที่จะเป็นใครบางคนที่ได้ลุล่วงหน้าที่ของเขาในฐานะสิ่งที่ทรงสร้างหนึ่งของพระเจ้า  เขาสามารถอุทิศตัวเขาเองแด่พระเจ้า วางทั้งหมดทั้งมวลของตัวเขาเองไว้ในพระหัตถ์ของพระเจ้า และเชื่อฟังพระองค์จนตาย  นั่นคือสิ่งที่เขาได้ปลงใจที่จะทำ และที่มากกว่านั้น นั่นคือสิ่งที่เขาได้สัมฤทธิ์  นี่คือเหตุผลพื้นฐานที่ทำไมในที่สุดแล้วปลายทางของเขาจึงแตกต่างไปจากปลายทางของเปาโล  พระราชกิจที่พระวิญญาณบริสุทธิ์ได้ทรงกระทำในตัวเปโตรคือการทำให้เขามีความเพียบพร้อม และพระราชกิจที่พระวิญญาณบริสุทธิ์ได้ทรงกระทำในตัวเปาโลคือการทรงใช้งานเขา  นั่นเป็นเพราะธรรมชาติของพวกเขาและทรรศนะของพวกเขาที่มีต่อการไล่ตามเสาะหานั้นไม่ใช่อย่างเดียวกัน  ทั้งคู่มีพระราชกิจของพระวิญญาณบริสุทธิ์  เปโตรได้ประยุกต์ใช้พระราชกิจนี้กับตัวเขาเอง และยังได้จัดเตรียมพระราชกิจนี้ให้แก่ผู้อื่นอีกด้วย ในขณะเดียวกัน เปาโลได้จัดเตรียมทั้งหมดทั้งมวลของพระราชกิจของพระวิญญาณบริสุทธิ์ให้แก่ผู้อื่น และไม่ได้อะไรจากพระราชกิจนี้ด้วยตัวเขาเองเลย  ในหนทางนี้ ภายหลังจากที่เขาได้รับประสบการณ์กับพระราชกิจของพระวิญญาณบริสุทธิ์เป็นเวลาหลายปีเหลือเกินแล้ว การเปลี่ยนแปลงทั้งหลายในเปาโลก็ใกล้เคียงกับการไม่มีอยู่  เขายังคงแทบจะอยู่ในสภาวะธรรมชาติของเขา และเขายังคงเป็นเปาโลคนก่อนหน้านั้น  เป็นเพียงแค่ว่าภายหลังจากการสู้ทนความยากลำบากจากงานเป็นเวลาหลายปี เขาได้เรียนรู้วิธีที่จะ “ทำงาน” และได้เรียนรู้การสู้ทน แต่ธรรมชาติแต่เดิมของเขา—ธรรมชาติในเชิงแข่งขันและเห็นแก่เงินอย่างสูง—ยังคงมีอยู่  ภายหลังจากที่ทำงานเป็นเวลาหลายปียิ่งนัก เขาไม่ได้รู้จักอุปนิสัยอันเสื่อมทรามของเขา อีกทั้งไม่ได้กำจัดอุปนิสัยแต่เดิมของเขาทิ้งไป และนั่นยังคงเห็นได้ชัดเจนในงานของเขา  ในตัวเขานั้นมีเพียงประสบการณ์ทำงานที่มากขึ้น แต่ประสบการณ์อันน้อยนิดเช่นนั้นเพียงลำพังไม่สามารถที่จะเปลี่ยนแปลงเขาได้และไม่สามารถปรับเปลี่ยนทรรศนะของเขาเกี่ยวกับการมีอยู่หรือนัยสำคัญของการไล่ตามเสาะหาของเขา  แม้ว่าเขาจะได้ทำงานเป็นเวลาหลายปีเพื่อพระคริสต์ และไม่เคยได้ข่มเหงองค์พระเยซูเจ้าอีกเลย แต่ในหัวใจของเขาก็ไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดในความรู้ของเขาเกี่ยวกับพระเจ้า  การนี้หมายความว่าเขาไม่ได้ทำงานเพื่ออุทิศตัวเขาเองแด่พระเจ้า แต่ในทางตรงกันข้ามเขาถูกบีบให้ยอมทำงานเพื่อประโยชน์ของปั้นปลายในอนาคตของเขา  ด้วยเหตุที่เขาได้ข่มเหงพระคริสต์ในตอนแรกเริ่ม และไม่ได้นบนอบต่อพระคริสต์ โดยปกติวิสัยเขาจึงเป็นกบฏที่ได้จงใจต่อต้านพระคริสต์ และเป็นใครบางคนที่ไม่ได้มีความรู้เกี่ยวกับพระราชกิจของพระวิญญาณบริสุทธิ์  ตอนที่งานของเขาใกล้จะสรุปปิดตัวลง เขาก็ยังคงไม่รู้จักพระราชกิจของพระวิญญาณบริสุทธิ์ และเพียงแค่กระทำการไปตามความสมัครใจของเขาเองตามลักษณะนิสัยของเขาเอง โดยไม่ให้ความสนใจต่อน้ำพระทัยของพระวิญญาณบริสุทธิ์แม้แต่น้อย  และดังนั้นธรรมชาติของเขาจึงเป็นปฏิปักษ์กับพระคริสต์และไม่ได้เชื่อฟังความจริง  ใครบางคนเยี่ยงนี้ ผู้ที่ได้ถูกละทิ้งโดยพระราชกิจของพระวิญญาณบริสุทธิ์ ผู้ที่ไม่ได้รู้จักพระราชกิจของพระวิญญาณบริสุทธิ์ และผู้ที่ได้ต่อต้านพระคริสต์ด้วยเช่นกัน—บุคคลเช่นนี้จะสามารถได้รับการช่วยให้รอดได้อย่างไรกัน?  การที่มนุษย์จะสามารถได้รับการช่วยให้รอดได้หรือไม่นั้นไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าเขาทำงานมากเพียงใด หรือเขาอุทิศมากเพียงใด แต่กลับกำหนดพิจารณาจากการที่เขารู้จักพระราชกิจของพระวิญญาณบริสุทธิ์หรือไม่ การที่เขาสามารถนำความจริงไปปฏิบัติได้หรือไม่ และการที่ทรรศนะของเขาที่มีต่อการไล่ตามเสาะหานั้นสอดคล้องกับความจริงหรือไม่

ตัดตอนมาจาก “ความสำเร็จหรือความล้มเหลวขึ้นอยู่กับเส้นทางที่มนุษย์เดิน” ใน พระวจนะทรงปรากฏเป็นมนุษย์

609. เปโตรได้รับการทำให้มีความเพียบพร้อมโดยผ่านทางการได้รับประสบการณ์กับการจัดการและกระบวนการถลุง  เขาได้กล่าวว่า “ฉันจะทำให้สมดังที่พระเจ้าทรงพึงปรารถนาตลอดเวลา  ในทั้งหมดที่ฉันทำฉันเพียงพยายามที่จะทำให้สมดังที่พระเจ้าทรงพึงปรารถนาเท่านั้น และไม่ว่าฉันจะถูกตีสอนหรือถูกพิพากษาหรือไม่ก็ตาม ฉันยังคงมีความสุขที่จะทำเช่นนั้น”  เปโตรได้มอบทั้งหมดของเขาแด่พระเจ้า และงาน คำพูด และชีวิตทั้งชีวิตของเขาทั้งหมดล้วนแต่เป็นไปเพื่อประโยชน์ของการรักพระเจ้า  เขาเป็นใครบางคนที่ได้แสวงหาความบริสุทธิ์ และยิ่งเขาได้รับประสบการณ์มากขึ้นเท่าใด ความรักของเขาที่มีแด่พระเจ้าลึกลงไปภายในหัวใจของเขาก็ยิ่งใหญ่มากขึ้นเท่านั้น  ในขณะเดียวกัน เปาโลทำงานภายนอกเท่านั้น และแม้ว่าเขาได้ทำงานหนักเช่นกัน การตรากตรำของเขาก็เป็นไปเพื่อประโยชน์ของการทำงานของเขาอย่างถูกต้องเหมาะสมและด้วยเหตุนี้จึงได้รับบำเหน็จ  หากเขาได้รู้ว่าเขาจะไม่ได้รับบำเหน็จใด เขาคงจะละทิ้งงานของเขาไปแล้ว  สิ่งที่เปโตรใส่ใจคือความรักจริงแท้ภายในหัวใจของเขา และสิ่งซึ่งสัมพันธ์กับชีวิตจริงและสามารถสัมฤทธิ์ได้  เขาไม่ได้ใส่ใจเกี่ยวกับการที่เขาจะได้รับบำเหน็จหรือไม่ แต่เกี่ยวกับการที่อุปนิสัยของเขาจะสามารถได้รับการเปลี่ยนแปลงหรือไม่  เปโตรใส่ใจกับการทำงานหนักขึ้นทุกที เขาใส่ใจกับงานภายนอกและการเฝ้าเดี่ยว และกับคำสอนที่ผู้คนปกติไม่ได้รับประสบการณ์  เขาไม่ใส่ใจเลยสำหรับการเปลี่ยนแปลงลึกลงไปภายในตัวเขา อีกทั้งความรักจริงแท้ที่มีแด่พระเจ้า  ประสบการณ์ของเปโตรนั้นเป็นไปเพื่อที่จะสัมฤทธิ์ความรักที่แท้จริงและความรู้ที่แท้จริงเกี่ยวกับพระเจ้า  ประสบการณ์ของเขาเป็นไปเพื่อที่จะได้รับสัมพันธภาพที่ใกล้ชิดขึ้นกับพระเจ้า และเพื่อที่จะมีการดำเนินชีวิตที่สัมพันธ์กับชีวิตจริง  งานของเปาโลกระทำไปเพราะการนั้นที่พระเยซูได้ทรงไว้วางพระทัยมอบหมายให้เขา และเพื่อที่จะได้รับสิ่งทั้งหลายที่เขาได้ถวิลหารอคอย กระนั้นเหล่านี้ก็ไม่เกี่ยวโยงกับความรู้ของเขาเกี่ยวกับตัวเขาเองและพระเจ้า  งานของเขาเป็นไปเพื่อประโยชน์ของการหลีกหนีการตีสอนและการพิพากษาแต่เพียงอย่างเดียวเท่านั้น  สิ่งที่เปโตรได้แสวงหาคือความรักบริสุทธิ์ และสิ่งที่เปาโลได้แสวงหาคือมงกุฎแห่งความชอบธรรม  เปโตรได้รับประสบการณ์กับหลายปีแห่งพระราชกิจของพระวิญญาณบริสุทธิ์ และได้มีความรู้อันสัมพันธ์กับชีวิตจริงเกี่ยวกับพระคริสต์ ตลอดจนความรู้อันลุ่มลึกเกี่ยวกับตัวเขาเอง  และดังนั้น ความรักของเขาที่มีแด่พระเจ้าจึงบริสุทธิ์  หลายปีแห่งกระบวนการถลุงได้ยกระดับความรู้ของเขาเกี่ยวกับพระเยซูและชีวิต และความรักของเขาเป็นความรักอันปราศจากเงื่อนไข เป็นความรักที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ และเขาไม่ได้ขออะไรเป็นการตอบแทน อีกทั้งไม่ได้หวังผลประโยชน์ใดเลย  เปาโลได้ทำงานเป็นเวลาหลายปี กระนั้นเขาก็ไม่ได้ครองความรู้อันยิ่งใหญ่เกี่ยวกับพระคริสต์ และความรู้ของเขาเกี่ยวกับตัวเขาเองก็น้อยนิดอย่างน่าสมเพชเช่นกัน  เขาแค่ไม่มีความรักแด่พระคริสต์ และงานของเขาและครรลองที่เขาได้โลดแล่นไปนั้นก็เพื่อที่จะได้รับพวงมาลัยเกียรติยศสุดท้าย  สิ่งที่เขาได้แสวงหานั้นคือมงกุฎอันประณีตงดงามที่สุด ไม่ใช่ความรักบริสุทธิ์  เขาไม่ได้แสวงหาอย่างแข็งขัน แต่อย่างนิ่งเฉย เขาไม่ได้กำลังปฏิบัติหน้าที่ของเขา แต่ถูกบีบให้ทำการไล่ตามเสาะหาของเขาหลังจากที่ได้ถูกเกาะกุมด้วยพระราชกิจของพระวิญญาณบริสุทธิ์  และดังนั้น การไล่ตามเสาะหาของเขาจึงไม่ได้พิสูจน์ว่าเขาเป็นสิ่งที่ทรงสร้างหนึ่งของพระเจ้าที่มีคุณสมบัติเหมาะสม เปโตรต่างหากที่เป็นสิ่งที่ทรงสร้างหนึ่งของพระเจ้าที่มีคุณสมบัติเหมาะสมซึ่งได้ปฏิบัติหน้าที่ของเขา  มนุษย์คิดว่าบรรดาทั้งหมดที่มีส่วนร่วมสนับสนุนแด่พระเจ้าควรได้รับบำเหน็จ และว่ายิ่งส่วนร่วมสนับสนุนมากขึ้นเท่าใด ก็ยิ่งถือเป็นของตายได้มากขึ้นเท่านั้นว่าพวกเขาควรได้รับความโปรดปรานจากพระเจ้า  แก่นแท้ของทัศนคติของมนุษย์นั้นเป็นไปในเชิงธุรกรรม และเขาไม่พยายามอย่างแข็งขันที่จะปฏิบัติหน้าที่ของเขาในฐานะสิ่งที่ทรงสร้างหนึ่งของพระเจ้า  สำหรับพระเจ้านั้น ยิ่งผู้คนแสวงหาความรักที่แท้จริงที่มีให้พระเจ้าและความเชื่อฟังโดยครบบริบูรณ์ต่อพระเจ้ามากขึ้นเท่าใด ซึ่งหมายถึงการพยายามที่จะปฏิบัติหน้าที่ของพวกเขาในฐานะสิ่งที่ทรงสร้างหนึ่งของพระเจ้าด้วยเช่นกัน พวกเขาก็จะยิ่งสามารถได้รับการเห็นชอบจากพระเจ้ามากขึ้นเท่านั้น  ทัศนคติของพระเจ้าก็คือเพื่อทรงเรียกร้องให้มนุษย์ฟื้นคืนหน้าที่และสถานะดั้งเดิมของเขา  มนุษย์คือสิ่งที่ทรงสร้างหนึ่งของพระเจ้า และดังนั้นแล้วมนุษย์จึงไม่ควรล้ำเส้นด้วยตัวเขาเองโดยการเรียกร้องอันใดจากพระเจ้า และไม่ควรทำสิ่งใดมากไปกว่าปฏิบัติหน้าที่ของเขาในฐานะสิ่งที่ทรงสร้างหนึ่งของพระเจ้า  บั้นปลายของเปาโลและเปโตรนั้นประเมินตามการที่พวกเขาสามารถปฏิบัติหน้าที่ของพวกเขาในฐานะสรรพสิ่งที่ทรงสร้างของพระเจ้าได้หรือไม่ และไม่ใช่ตามขนาดของการมีส่วนร่วมสนับสนุนของพวกเขา ปั้นปลายของพวกเขานั้นกำหนดพิจารณาตามสิ่งซึ่งพวกเขาได้แสวงหาตั้งแต่แรกเริ่ม ไม่ใช่ตามการที่ว่าพวกเขาได้ทำงานไปมากเพียงใด หรือการประเมินพวกเขาโดยผู้คนอื่น  และดังนั้นแล้ว การพยายามที่จะปฏิบัติหน้าที่ของคนเราอย่างแข็งขันในฐานะสิ่งที่ทรงสร้างหนึ่งของพระเจ้าจึงเป็นเส้นทางสู่ความสำเร็จ การแสวงหาเส้นทางแห่งความรักที่แท้จริงแด่พระเจ้าคือเส้นทางที่ถูกต้องที่สุด การแสวงหาการเปลี่ยนแปลงทั้งหลายในอุปนิสัยดั้งเดิมของคนเรา และการแสวงหาความรักอันบริสุทธิ์ที่มีแด่พระเจ้า คือเส้นทางสู่ความสำเร็จ  เส้นทางสู่ความสำเร็จเช่นนั้นคือเส้นทางของการฟื้นคืนหน้าที่ดั้งเดิมตลอดจนการปรากฏดั้งเดิมของสิ่งที่ทรงสร้างหนึ่งของพระเจ้า  นั่นเป็นเส้นทางแห่งการฟื้นคืน และนั่นยังเป็นจุดมุ่งหมายของพระราชกิจทั้งหมดของพระเจ้าตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงตอนจบด้วยเช่นกัน

ตัดตอนมาจาก “ความสำเร็จหรือความล้มเหลวขึ้นอยู่กับเส้นทางที่มนุษย์เดิน” ใน พระวจนะทรงปรากฏเป็นมนุษย์

610. สิ่งใดก็ตามในชีวิตของเปโตรที่ไม่ได้ทำให้สมดังที่พระเจ้าทรงพึงปรารถนาได้ทำให้เขารู้สึกไม่สบายใจ  หากนั่นไม่ได้ทำให้สมดังที่พระเจ้าทรงพึงปรารถนา เช่นนั้นแล้วเขาคงจะรู้สึกสำนึกผิด และคงจะมองหาหนทางซึ่งเหมาะสมที่จะเป็นหนทางที่เขาสามารถเพียรพยายามที่จะทำให้สมดังพระทัยของพระเจ้าได้  ในแม้กระทั่งแง่มุมที่เล็กที่สุดและไม่สำคัญที่สุดของชีวิตของเขา เขาเองยังคงได้พึงต้องทำให้สมดังที่พระเจ้าทรงพึงปรารถนา  เขาไม่ได้เข้มงวดน้อยลงเลยเมื่อเป็นเรื่องอุปนิสัยดั้งเดิมของเขา โดยเด็ดขาดในข้อพึงประสงค์ของเขาที่มีต่อตัวเขาเองในอันจะก้าวหน้าลึกซึ้งยิ่งขึ้นสู่ความจริง  เปาโลได้แสวงหาเพียงความมีหน้ามีตาและสถานะอันผิวเผิน  เขาได้พยายามที่จะโอ้อวดตัวเขาเองต่อหน้ามนุษย์ และไม่ได้พยายามที่จะสร้างความก้าวหน้าที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นในการเข้าสู่ชีวิต  สิ่งที่เขาได้ใส่ใจก็คือคำสอน ไม่ใช่ความเป็นจริง  ผู้คนบางคนกล่าวว่า “เปาโลได้ทำงานเพื่อพระเจ้าไปมากเหลือเกิน เหตุใดพระเจ้าจึงไม่ได้ทรงจดจำเขา?  เปโตรได้ดำเนินงานเพื่อพระเจ้าเสร็จสิ้นเพียงเล็กน้อย และไม่ได้มีส่วนร่วมสนับสนุนอันใหญ่หลวงต่อคริสตจักรทั้งหลาย ดังนั้นแล้วเหตุใดเขาจึงได้รับการทำให้มีความเพียบพร้อม?”  เปโตรได้รักพระเจ้าจนถึงจุดหนึ่ง ซึ่งเป็นที่พึงประสงค์โดยพระเจ้า ผู้คนเช่นนี้เท่านั้นที่มีคำพยาน  แล้วเปาโลล่ะเป็นอย่างไร?  เปาโลได้รักพระเจ้าจนถึงระดับใด?  เจ้ารู้หรือไม่?  งานของเปาโลนั้นได้ทำไปเพื่ออะไร?  และงานของเปรโตได้ทำไปเพื่ออะไร?  เปโตรไม่ได้ทำงานมาก แต่เจ้ารู้หรือไม่ว่าอะไรคือสิ่งที่อยู่ลึกภายในหัวใจของเขา?  งานของเปาโลนั้นได้เกี่ยวข้องกับการจัดเตรียมให้กับคริสตจักรทั้งหลาย และสิ่งรองรับของคริสตจักรทั้งหลาย  สิ่งที่เปโตรได้รับประสบการณ์คือการเปลี่ยนแปลงทั้งหลายในอุปนิสัยในชีวิตของเขา เขาได้รับประสบการณ์กับความรักที่มีแด่พระเจ้า  มาถึงตอนนี้ที่เจ้ารู้ความแตกต่างในธาตุแท้ของพวกเขา ท้ายที่สุดแล้วเจ้าสามารถเห็นได้ว่าใครได้เชื่อในพระเจ้าอย่างแท้จริง และใครไม่ได้เชื่อในพระเจ้าอย่างแท้จริง  หนึ่งในพวกเขาได้รักพระเจ้าอย่างแท้จริง และอีกคนหนึ่งไม่ได้รักพระเจ้าอย่างแท้จริง คนหนึ่งได้ก้าวผ่านการเปลี่ยนแปลงทั้งหลายในอุปนิสัยของเขา และอีกคนหนึ่งไม่ได้ก้าวผ่าน คนหนึ่งได้รับใช้อย่างถ่อมใจ และไม่ได้เป็นที่สังเกตอย่างง่ายดายโดยผู้คน และอีกคนหนึ่งได้รับการเคารพบูชาโดยผู้คน และได้มีภาพลักษณ์อันยิ่งใหญ่ คนหนึ่งได้แสวงหาความบริสุทธิ์ และอีกคนหนึ่งไม่ได้แสวงหา และแม้ว่าเขาจะไม่ได้ไม่บริสุทธิ์ แต่เขาก็ไม่ได้ครองความรักอันบริสุทธิ์ คนหนึ่งครองสภาวะความเป็นมนุษย์ที่แท้จริง และอีกคนหนึ่งไม่ได้ครอง คนหนึ่งครองสำนึกของสิ่งที่ทรงสร้างหนึ่งของพระเจ้า และอีกคนหนึ่งไม่ได้ครอง  เช่นนั้นคือความแตกต่างในธาตุแท้ของเปาโลและเปโตร  เส้นทางที่เปโตรได้เดินนั้นเป็นเส้นทางแห่งความสำเร็จ ซึ่งก็เป็นเส้นทางแห่งการสัมฤทธิ์การฟื้นคืนของสภาวะความเป็นมนุษย์ปกติและการฟื้นคืนของหน้าที่ของสิ่งที่ทรงสร้างหนึ่งของพระเจ้าด้วยเช่นกัน  เปโตรเป็นตัวแทนพวกเหล่านั้นทั้งหมดที่ประสบความสำเร็จ  เส้นทางที่เปาโลได้เดินนั้นเป็นเส้นทางแห่งความล้มเหลว และเขาเป็นตัวแทนพวกเหล่านั้นทั้งหมดที่เพียงนบนอบและสละตัวพวกเขาเองอย่างผิวเผินเท่านั้น และไม่รักพระเจ้าอย่างถ่องแท้  เปาโลเป็นตัวแทนพวกเหล่านั้นทั้งหมดที่ไม่ครองความจริง  ในการเชื่อในพระเจ้าของเขา เปโตรได้พยายามที่จะทำให้พระเจ้าพึงพอพระทัยในทุกสิ่งทุกอย่าง และได้พยายามเชื่อฟังทั้งหมดที่ได้มาจากพระเจ้า  โดยที่ไม่มีการปริบ่นแม้แต่น้อย เขาสามารถยอมรับการตีสอนและการพิพากษา ตลอดจนกระบวนการถลุง ความทุกข์ลำบาก และการดำเนินต่อไปโดยความไม่มีสิ่งใดเลยในชีวิตของเขา ซึ่งไม่มีสิ่งใดเลยในบรรดาเหล่านี้ที่จะสามารถปรับเปลี่ยนความรักของเขาที่มีแด่พระเจ้าได้  นี่ไม่ใช่ความรักขั้นสูงสุดที่มีแด่พระเจ้าหรอกหรือ?  นี่ไม่ใช่การลุล่วงหน้าที่ของสิ่งที่ทรงสร้างหนึ่งของพระเจ้าหรอกหรือ?  ไม่ว่าในการตีสอน การพิพากษา หรือความทุกข์ลำบาก เจ้าสามารถสัมฤทธิ์ความเชื่อฟังจนตายได้เสมอ และนี่คือสิ่งที่ควรสัมฤทธิ์โดยสิ่งที่ทรงสร้างหนึ่งของพระเจ้า นี่คือความบริสุทธิ์ของความรักที่มีแด่พระเจ้า  หากมนุษย์สามารถสัมฤทธิ์ผลได้มากขนาดนี้ เช่นนั้นแล้วเขาก็เป็นสิ่งที่ทรงสร้างหนึ่งของพระเจ้าที่มีคุณสมบัติเหมาะสม และไม่มีสิ่งใดเลยที่ทำให้สมดังที่พระผู้สร้างทรงพึงปรารถนาได้ดีกว่า  จงจินตนาการว่าเจ้าสามารถทำงานเพื่อพระเจ้าได้ ทว่าเจ้ากลับไม่เชื่อฟังพระเจ้า และไม่สามารถที่จะรักพระเจ้าได้อย่างแท้จริง  ในหนทางนี้ ไม่เพียงเจ้าจะไม่ได้ลุล่วงหน้าที่ของสิ่งที่ทรงสร้างหนึ่งของพระเจ้าเท่านั้น แต่เจ้ายังจะถูกพระเจ้าทรงกล่าวโทษด้วยเช่นกัน เพราะเจ้าคือใครบางคนที่ไม่ครองความจริง ที่ไม่สามารถที่จะเชื่อฟังพระเจ้าได้ และที่ไม่เชื่อฟังพระเจ้า  เจ้าเพียงใส่ใจกับการทำงานเพื่อพระเจ้าเท่านั้น และไม่ใส่ใจกับการนำความจริงไปปฏิบัติหรือการรู้จักตัวเจ้าเอง  เจ้าไม่เข้าใจหรือรู้จักพระผู้สร้าง และไม่เชื่อฟังหรือรักพระผู้สร้าง  เจ้าคือใครบางคนที่ไม่เชื่อฟังพระเจ้ามาแต่กำเนิด และดังนั้นแล้วผู้คนเช่นนั้นจึงไม่เป็นที่รักโดยพระผู้สร้าง

ตัดตอนมาจาก “ความสำเร็จหรือความล้มเหลวขึ้นอยู่กับเส้นทางที่มนุษย์เดิน” ใน พระวจนะทรงปรากฏเป็นมนุษย์

611. เมื่อมนุษย์ประเมินผู้อื่น เขาทำเช่นนั้นโดยสอดคล้องกับการมีส่วนร่วมสนับสนุนของพวกเขา  เมื่อพระเจ้าทรงประเมินมนุษย์ พระองค์ทรงทำเช่นนั้นโดยสอดคล้องกับธรรมชาติของมนุษย์  ท่ามกลางบรรดาผู้ที่แสวงหาชีวิต เปาโลเป็นใครบางคนที่ไม่ได้รู้จักแก่นแท้ของเขาเอง  เขาไม่ได้ถ่อมใจหรือเชื่อฟังโดยวิถีทางใดเลย อีกทั้งเขาไม่ได้รู้จักธาตุแท้ของเขา ซึ่งตรงกันข้ามกับพระเจ้า  และดังนั้นแล้ว เขาจึงเป็นใครบางคนที่ไม่ได้ก้าวผ่านประสบการณ์โดยละเอียด และเป็นใครบางคนที่ไม่ได้นำความจริงไปปฏิบัติ  เปโตรนั้นแตกต่างออกไป  เขาได้รู้จักความไม่เพียบพร้อม จุดอ่อน และอุปนิสัยอันเสื่อมทรามของเขาในฐานะสิ่งที่ทรงสร้างหนึ่งของพระเจ้า และดังนั้นแล้วเขาจึงได้มีเส้นทางแห่งการปฏิบัติซึ่งใช้เพื่อเปลี่ยนแปลงอุปนิสัยของเขา เขาไม่ใช่หนึ่งในพวกที่มีเพียงคำสอนแต่ไม่ได้ครองความเป็นจริง  บรรดาผู้ที่เปลี่ยนแปลงคือผู้คนใหม่ๆ ที่ได้รับการช่วยให้รอดแล้ว พวกเขาคือบรรดาผู้ที่มีคุณสมบัติเหมาะสมในการไล่ตามเสาะหาความจริง  ผู้คนที่ไม่เปลี่ยนแปลงคือพวกที่ล้าสมัยโดยธรรมชาติ พวกเขาคือพวกที่ยังไม่ได้รับการช่วยให้รอด นั่นคือ พวกที่พระเจ้าทรงรังเกียจและทรงปฏิเสธ  พวกเขาจะไม่เป็นที่จดจำโดยพระเจ้าโดยไม่สำคัญว่างานของพวกเขาจะยิ่งใหญ่เพียงใด  เมื่อเจ้าเปรียบเทียบการนี้กับการไล่ตามเสาะหาของเจ้าเอง ไม่ว่าท้ายที่สุดแล้วเจ้าจะเป็นบุคคลประเภทเดียวกับเปโตรหรือเปาโลก็ควรจะมีหลักฐานชัดเจนอยู่ในตัวเอง  หากยังคงไม่มีความจริงในสิ่งที่เจ้าแสวงหา และหากแม้กระทั่งในวันนี้ เจ้าก็ยังคงโอหังและสามหาวเหมือนเปาโล และยังคงกะล่อนและชอบอวดตัวเหมือนเขา เช่นนั้นแล้วไม่ต้องสงสัยเลยว่าเจ้าก็เป็นคนเสื่อมคนหนึ่งที่ล้มเหลว  หากเจ้าแสวงหาอย่างเดียวกับเปโตร หากเจ้าแสวงหาการปฏิบัติและการเปลี่ยนแปลงที่แท้จริง และไม่โอหังหรือดื้อรั้น แต่พยายามที่จะปฏิบัติหน้าที่ของเจ้า เช่นนั้นแล้วเจ้าก็จะเป็นสิ่งที่ทรงสร้างหนึ่งของพระเจ้าที่สามารถสัมฤทธิ์ชัยชนะได้

ตัดตอนมาจาก “ความสำเร็จหรือความล้มเหลวขึ้นอยู่กับเส้นทางที่มนุษย์เดิน” ใน พระวจนะทรงปรากฏเป็นมนุษย์

612. กล่าวโดยสรุป การรับเอาเส้นทางของเปโตรในความเชื่อของคนเราหมายถึงการเดินบนเส้นทางของการไล่ตามเสาะหาความจริง ซึ่งยังเป็นเส้นทางของการได้รู้จักตนเองและเปลี่ยนแปลงอุปนิสัยของตนเองอย่างแท้จริงเช่นกัน  มีเพียงโดยการเดินบนเส้นทางของเปโตรเท่านั้นคนเราจึงจะอยู่บนเส้นทางของการได้รับการทำให้เพียบพร้อมโดยพระเจ้า  คนเราต้องชัดเจนเกี่ยวกับวิธีเดินบนเส้นทางของเปโตรโดยแน่ชัด ตลอดจนวิธีนำการนั้นไปปฏิบัติ  ก่อนอื่น คนเราต้องละวางเจตนาของคนเราเอง การไล่ตามเสาะหาที่ไม่ถูกต้องเหมาะสม และแม้กระทั่งครอบครัวและทุกสรรพสิ่งของเนื้อหนังของคนเราเอง  คนเราต้องอุทิศโดยสุดหัวใจ กล่าวคือ คนเราต้องอุทิศตัวเองแก่พระวจนะของพระเจ้าโดยสุดหัวใจ มุ่งความสนใจไปที่การกินและดื่มพระวจนะของพระเจ้า จดจ่ออยู่กับการค้นหาความจริงและการค้นหาเจตนารมณ์ของพระเจ้าในพระวจนะของพระองค์ และพยายามจับความเข้าใจน้ำพระทัยของพระเจ้าในทุกสิ่งทุกอย่าง  นี่เป็นวิธีการปฏิบัติที่เป็นพื้นฐานและสำคัญยิ่งยวด  นี่คือสิ่งที่เปโตรทำหลังจากที่ได้เห็นพระเยซู และเป็นเพียงโดยการปฏิบัติในหนทางนี้เท่านั้นคนเราจึงจะสามารถสัมฤทธิ์ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดได้  การอุทิศโดยสุดหัวใจต่อพระวจนะของพระเจ้าโดยหลักแล้วเกี่ยวข้องกับการแสวงหาความจริง การแสวงหาเจตนารมณ์ของพระเจ้าภายในพระวจนะของพระองค์ มุ่งความสนใจไปที่การจับความเข้าใจน้ำพระทัยของพระเจ้า และการเข้าใจและการได้มาซึ่งความจริงมากขึ้นจากพระวจนะของพระเจ้า  เมื่ออ่านพระวจนะของพระองค์ เปโตรไม่ได้มุ่งความสนใจไปที่การเข้าใจคำสอน นับประสาอะไรที่เขาจะมุ่งความสนใจไปที่การได้มาซึ่งความรู้ทางเทววิทยา แทนที่จะเป็นเช่นนั้น เขาจดจ่ออยู่กับการจับใจความความจริงและการจับความเข้าใจน้ำพระทัยของพระเจ้า ตลอดจนการสัมฤทธิ์ความเข้าใจพระอุปนิสัยของพระองค์และความดีงามของพระองค์  เปโตรยังได้พยายามที่จะเข้าใจสภาวะอันเสื่อมทรามหลากหลายของมนุษย์จากพระวจนะของพระเจ้าเช่นกัน ตลอดจนธรรมชาติอันเสื่อมทรามและข้อบกพร่องจริงแท้ของมนุษย์ ด้วยเหตุนี้จึงเป็นการทำตามแง่มุมทั้งหมดของข้อพึงประสงค์ของพระเจ้าต่อมนุษย์เพื่อที่จะทำให้พระองค์พึงพอพระทัย  เปโตรมีการปฏิบัติที่ถูกต้องมากมายเหลือเกินที่ยึดปฏิบัติตามพระวจนะของพระเจ้า การนี้อยู่ในแนวเดียวกับน้ำพระทัยของพระเจ้ามากที่สุด และนั่นเป็นหนทางที่ดีที่สุดที่บุคคลหนึ่งจะสามารถร่วมมือได้ในขณะที่ได้รับประสบการณ์กับพระราชกิจของพระเจ้า  เมื่อได้รับประสบการณ์กับการทดสอบหลายร้อยครั้งจากพระเจ้า เปโตรได้ตรวจสอบตัวเขาเองอย่างเข้มงวดโดยอิงทุกพระวจนะแห่งการพิพากษามนุษย์ของพระเจ้า ทุกพระวจนะแห่งวิวรณ์เกี่ยวกับมนุษย์ของพระเจ้า และทุกพระวจนะแห่งข้อพึงประสงค์ของพระองค์ต่อมนุษย์ และเพียรพยายามที่จะหยั่งลึกความหมายของพระวจนะเหล่านั้น  เขาพยายามอย่างจริงจังจริงใจที่จะไตร่ตรองและจดจำทุกพระวจนะที่พระเยซูตรัสกับเขา และได้สัมฤทธิ์ผลลัพธ์ที่ดีมาก  โดยผ่านทางการปฏิบัติลักษณะนี้ เขาสามารถสัมฤทธิ์ความเข้าใจเกี่ยวกับตัวเขาเองจากพระวจนะของพระเจ้า และเขาไม่เพียงมาเข้าใจสภาวะอันเสื่อมทรามหลากหลายของมนุษย์เท่านั้น แต่ยังมาเข้าใจแก่นแท้ ธรรมชาติ และข้อบกพร่องทั้งหลายของมนุษย์เช่นกัน  นี่คือความหมายของการเข้าใจตัวเองอย่างแท้จริง  จากพระวจนะของพระเจ้า เปโตรไม่เพียงสัมฤทธิ์ความเข้าใจที่แท้จริงเกี่ยวกับตัวเขาเองเท่านั้น แต่จากสิ่งทั้งหลายที่แสดงออกในพระวจนะของพระเจ้า—พระอุปนิสัยอันชอบธรรมของพระเจ้า สิ่งที่พระองค์ทรงมีและทรงเป็น น้ำพระทัยของพระเจ้าสำหรับพระราชกิจของพระองค์ ข้อพึงประสงค์ของพระองค์ต่อมวลมนุษย์—จากพระวจนะเหล่านี้เขาได้มารู้จักพระเจ้าอย่างครบบริบูรณ์  เขาได้มารู้จักพระอุปนิสัยของพระเจ้า และเนื้อแท้ของพระองค์ เขาได้มารู้จักและเข้าใจสิ่งที่พระเจ้าทรงมีและทรงเป็น ตลอดจนความดีงามของพระเจ้าและข้อพึงประสงค์ของพระเจ้าต่อมนุษย์  แม้ว่าพระเจ้าไม่ได้ตรัสในตอนนั้นมากเท่ากับที่พระองค์ตรัสในวันนี้ กระนั้นก็ตามผลลัพธ์ในแง่มุมเหล่านี้ก็สัมฤทธิ์ในเปโตร  นี่คือสิ่งที่หายากและล้ำค่าสิ่งหนึ่ง  เปโตรได้ก้าวผ่านการทดสอบหลายร้อยครั้ง แต่ไม่ได้ทนทุกข์โดยสูญเปล่า  เขาไม่เพียงได้มาเข้าใจตัวเขาเองจากพระวจนะและพระราชกิจของพระเจ้าเท่านั้น แต่เขายังได้มารู้จักพระเจ้าเช่นกัน  นอกจากนี้ เขาได้มุ่งความสนใจเป็นพิเศษไปที่ข้อพึงประสงค์ของพระเจ้าต่อมวลมนุษย์ภายในพระวจนะของพระองค์  ไม่ว่าจะในแง่มุมใดก็ตามที่มนุษย์ควรทำให้พระเจ้าพึงพอพระทัยเพื่ออยู่ในแนวเดียวกับน้ำพระทัยของพระเจ้า เปโตรสามารถทุ่มเทความพยายามอันยิ่งใหญ่ออกไปในแง่มุมเหล่านั้นและสัมฤทธิ์ความกระจ่างชัดเต็มที่ นี่เป็นประโยชน์อย่างที่สุดในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการเข้าสู่ของเขาเอง  ไม่สำคัญว่าพระเจ้าได้ตรัสถึงสิ่งใด ตราบเท่าที่พระวจนะเหล่านั้นสามารถกลายเป็นชีวิตของเขาได้และพระวจนะเหล่านั้นเป็นของความจริง เปโตรสามารถสลักพระวจนะเหล่านั้นไว้ในหัวใจของเขาเพื่อไตร่ตรองและซึ้งคุณค่าพระวจนะเหล่านั้นได้เป็นนิจศีล  หลังจากที่ได้ยินพระวจนะของพระเยซู เขาก็สามารถเก็บพระวจนะเหล่านั้นไปคิด ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเขามุ่งความสนใจเป็นพิเศษไปที่พระวจนะของพระเจ้า และเขาสัมฤทธิ์ผลลัพธ์ในที่สุดอย่างแท้จริง  กล่าวคือ เขาสามารถนำพระวจนะของพระเจ้าไปปฏิบัติได้อย่างเป็นอิสระ ปฏิบัติตามความจริงและอยู่ในแนวเดียวกับน้ำพระทัยของพระเจ้าได้อย่างถูกต้องแม่นยำ กระทำการโดยสอดคล้องกับเจตนารมณ์ของพระเจ้าได้โดยทั้งหมดทั้งมวล และละวางความคิดเห็นและจินตนาการส่วนตัวของเขาเอง  ในหนทางนี้ เปโตรได้เข้าสู่ความเป็นจริงของพระวจนะของพระเจ้า  การรับใช้ของเปโตรมาในแนวเดียวกับน้ำพระทัยของพระเจ้าโดยหลักแล้วก็เพราะเขาได้ทำการนี้แล้ว

ตัดตอนมาจาก “วิธีเดินบนเส้นทางของเปโตร” ใน บันทึกปาฐกถาของพระคริสต์

613. ทั้งหมดที่เปโตรได้แสวงหานั้นได้เป็นไปสมดังพระทัยของพระเจ้า  เขาได้พยายามที่จะทำให้พระเจ้าทรงลุล่วงในสิ่งที่พึงปรารถนา และโดยไม่คำนึงถึงความทุกข์และความทุกข์ยาก เขายังคงเต็มใจที่จะทำให้พระเจ้าทรงลุล่วงในสิ่งที่พึงปรารถนา  ไม่มีการไล่ตามเสาะหาโดยผู้เชื่อในพระเจ้าที่ยิ่งใหญ่ไปกว่านี้แล้ว  สิ่งที่เปาโลได้แสวงหานั้นด่างพร้อยโดยเนื้อหนังของเขาเอง โดยมโนคติที่หลงผิดของเขาเอง และโดยแผนและกลอุบายของเขาเอง  เขาไม่ใช่สิ่งที่ทรงสร้างซึ่งมีคุณสมบัติเหมาะสมสิ่งหนึ่งของพระเจ้าในวิถีทางใดเลย ไม่ใช่ใครบางคนที่ได้พยายามที่จะทำให้พระเจ้าทรงลุล่วงในสิ่งที่พึงปรารถนา  เปโตรได้พยายามที่จะนบนอบต่อการจัดวางเรียบเรียงของพระเจ้า และแม้ว่างานที่เขาได้ทำนั้นไม่ยิ่งใหญ่ แต่แรงจูงใจเบื้องหลังการไล่ตามเสาะหาของเขาและเส้นทางที่เขาได้เดินนั้นถูกต้อง แม้ว่าเขาไม่สามารถได้รับผู้คนมากมาย แต่เขาก็สามารถที่จะไล่ตามเสาะหาหนทางแห่งความจริง  เพราะการนี้จึงอาจกล่าวได้ว่าเขาเป็นสิ่งที่ทรงสร้างซึ่งมีคุณสมบัติเหมาะสมสิ่งหนึ่งของพระเจ้า  วันนี้ ต่อให้เจ้าไม่ใช่คนงาน เจ้าก็ควรจะสามารถปฏิบัติหน้าที่ของสิ่งที่ทรงสร้างหนึ่งของพระเจ้าและพยายามที่จะนบนอบต่อการจัดวางเรียบเรียงทั้งมวลของพระเจ้าได้  เจ้าควรจะสามารถเชื่อฟังสิ่งใดก็ตามที่พระเจ้าตรัส และได้รับประสบการณ์กับทุกลักษณะของความทุกข์ลำบากและกระบวนการถลุง และแม้ว่าเจ้านั้นอ่อนแอ ในหัวใจของเจ้านั้นเจ้ายังคงควรจะสามารถรักพระเจ้าได้  บรรดาผู้ที่มีความรับผิดชอบต่อชีวิตของพวกเขาเองนั้นเต็มใจที่จะปฏิบัติหน้าที่ของสิ่งที่ทรงสร้างหนึ่งของพระเจ้า และทัศนคติของผู้คนเช่นนั้นเกี่ยวกับการไล่ตามเสาะหาเป็นทัศนคติที่ถูกต้อง  เหล่านี้คือผู้คนที่พระเจ้าทรงจำเป็นต้องมี  หากเจ้าได้ทำงานไปมากมาย และผู้อื่นได้รับการสอนจากเจ้า แต่เจ้าเองไม่ได้เปลี่ยนแปลง และไม่ได้เป็นคำพยานใดๆ หรือไม่มีประสบการณ์แท้จริงอันใด จนถึงขั้นที่ว่าเมื่อสิ้นสุดชีวิตของเจ้า ยังคงเป็นว่าไม่มีสิ่งใดเลยที่เจ้าได้ทำไปที่เป็นคำพยาน เช่นนั้นแล้วเจ้าเป็นใครบางคนที่ได้เปลี่ยนแปลงไปแล้วหรือไม่?  เจ้าเป็นใครบางคนที่ไล่ตามเสาะหาความจริงหรือไม่?  ในกาลสมัยนั้น พระวิญญาณบริสุทธิ์ได้ทรงใช้งานเจ้า แต่เมื่อพระองค์ได้ทรงใช้งานเจ้า พระองค์ได้ทรงใช้ส่วนของเจ้าที่สามารถใช้เพื่อทำงานได้ และพระองค์ไม่ได้ทรงใช้ส่วนของเจ้าที่ไม่สามารถใช้งานได้  หากเจ้าได้พยายามที่จะเปลี่ยนแปลง เช่นนั้นแล้วเจ้าก็คงจะค่อยๆ ได้รับการทำให้มีความเพียบพร้อมในช่วงระหว่างกระบวนการของการถูกใช้งาน  กระนั้นก็ตามพระวิญญาณบริสุทธิ์ไม่ทรงยอมรับความรับผิดชอบใดสำหรับการที่เจ้าจะได้ถูกรับไว้ในท้ายที่สุดหรือไม่ และการนี้ขึ้นอยู่กับลักษณะของการไล่ตามเสาะหาของเจ้า  หากไม่มีการเปลี่ยนแปลงในอุปนิสัยส่วนตัวของเจ้า เช่นนั้นแล้วนั่นก็เป็นเพราะว่า ทัศนคติของเจ้าที่มีต่อการไล่ตามเสาะหานั้นผิด  หากเจ้าไม่ได้รับบำเหน็จใด เช่นนั้นแล้วนั่นก็เป็นปัญหาของเจ้าเอง และเพราะเจ้าเองยังไม่ได้นำความจริงไปปฏิบัติและไม่สามารถที่จะทำให้พระเจ้าทรงลุล่วงในสิ่งที่พึงปรารถนาได้  และดังนั้นแล้ว จึงไม่มีสิ่งใดที่มีความสำคัญยิ่งใหญ่ไปกว่าประสบการณ์ส่วนตัวของเจ้า และไม่มีสิ่งใดที่วิกฤติไปกว่าการเข้าสู่ส่วนตัวของเจ้าแล้ว!  ผู้คนบางคนจะลงเอยด้วยการกล่าวว่า “ข้าพระองค์ได้ทำงานมากมายเหลือเกินเพื่อพระองค์ และแม้ว่าข้าพระองค์อาจไม่ได้ผลสัมฤทธิ์อันขึ้นชื่อลือนามใดๆ แต่ข้าพระองค์ก็ยังคงขยันหมั่นเพียรในความพยายามของข้าพระองค์เสมอมา  พระองค์แค่ทรงปล่อยให้ข้าพระองค์ขึ้นสู่สวรรค์เพื่อกินผลไม้แห่งชีวิตไม่ได้หรอกหรือ?”  เจ้าต้องรู้ว่าเราพึงปรารถนาผู้คนประเภทใด พวกที่ไม่บริสุทธิ์ไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าสู่ราชอาณาจักร พวกที่ไม่บริสุทธิ์ไม่ได้รับอนุญาตให้ทำผืนดินศักดิ์สิทธิ์แปดเปื้อน  แม้ว่าเจ้าอาจได้ทำงานมากมายแล้ว และได้ทำงานมาเป็นเวลาหลายปีแล้ว ในที่สุดหากเจ้ายังคงโสมมอย่างน่าสังเวช เช่นนั้นแล้วก็จะเป็นเรื่องที่มิอาจยอมผ่อนปรนได้ต่อธรรมบัญญัติแห่งฟ้าที่เจ้าปรารถนาที่จะเข้าสู่ราชอาณาจักรของเรา!  ตั้งแต่การแรกสร้างโลกจนกระทั่งวันนี้ เราไม่เคยได้เสนอช่องทางอันง่ายดายสู่ราชอาณาจักรของเราให้แก่พวกที่ประจบเรา  นี่คือกฎเกณฑ์แห่งสวรรค์ และไม่มีใครสามารถทำลายสิ่งนั้นได้!  เจ้าต้องแสวงหาชีวิต  วันนี้ บรรดาผู้ที่จะได้รับการทำให้มีความเพียบพร้อมคือประเภทเดียวกันกับเปโตร นั่นคือ พวกเขาคือบรรดาผู้ที่แสวงหาการเปลี่ยนแปลงทั้งหลายในอุปนิสัยของพวกเขาเอง และผู้ที่เต็มใจที่จะเป็นคำพยานต่อพระเจ้าและปฏิบัติหน้าที่ของพวกเขาในฐานะสิ่งที่ทรงสร้างหนึ่งของพระเจ้า  มีเพียงผู้คนเช่นนี้เท่านั้นที่จะได้รับการทำให้มีความเพียบพร้อม  หากเจ้าเพียงมุ่งหวังบำเหน็จ และไม่พยายามที่จะเปลี่ยนแปลงอุปนิสัยของชีวิตของเจ้าเอง เช่นนั้นแล้วความพยายามของเจ้าทั้งหมดก็จะสูญเปล่า—นี่คือความจริงที่มิอาจปรับเปลี่ยนได้อย่างหนึ่ง!

ตัดตอนมาจาก “ความสำเร็จหรือความล้มเหลวขึ้นอยู่กับเส้นทางที่มนุษย์เดิน” ใน พระวจนะทรงปรากฏเป็นมนุษย์

614. จากความแตกต่างในธาตุแท้ของเปโตรและเปาโล เจ้าควรเข้าใจว่าพวกเหล่านั้นทั้งหมดที่ไม่แสวงหาชีวิตจะออกแรงโดยสูญเปล่า!  เจ้าเชื่อในพระเจ้าและติดตามพระเจ้า และดังนั้นแล้วในหัวใจของเจ้า เจ้าต้องรักพระเจ้า  เจ้าต้องทิ้งอุปนิสัยอันเสื่อมทรามของเจ้า เจ้าต้องพยายามทำให้พระเจ้าทรงลุล่วงในสิ่งพึงปรารถนา และเจ้าต้องปฏิบัติหน้าที่ของสิ่งที่ทรงสร้างหนึ่งของพระเจ้า เนื่องจากเจ้าเชื่อในพระเจ้าและติดตามพระเจ้า เจ้าควรถวายทุกสิ่งทุกอย่างแด่พระองค์ และไม่ควรตัดสินใจเลือกหรือทำการเรียกร้องเป็นการส่วนตัว และเจ้าควรสัมฤทธิการทำให้พระเจ้าทรงลุล่วงในสิ่งพึงปรารถนา  เนื่องจากเจ้าได้ถูกสร้างขึ้น เจ้าควรเชื่อฟังองค์พระผู้เป็นเจ้าที่ได้ทรงสร้างเจ้า เพราะโดยปกติวิสัยแล้วเจ้าปราศจากอำนาจครอบครองเหนือตัวเจ้าเอง และไม่มีความสามารถที่จะควบคุมชะตาลิขิตของเจ้าเอง  เนื่องจากเจ้าเป็นบุคคลหนึ่งซึ่งเชื่อในพระเจ้า เจ้าควรแสวงหาความบริสุทธิ์และการเปลี่ยนแปลง  เนื่องจากเจ้าเป็นสิ่งที่ทรงสร้างหนึ่งของพระเจ้า เจ้าควรยึดติดต่อหน้าที่ของเจ้า และรู้สถานะของเจ้า และเจ้าต้องไม่ล้ำเส้นหน้าที่ของเจ้า  นี่ไม่ได้เป็นการจำกัดควบคุมเจ้า หรือเป็นการข่มปรามเจ้าโดยผ่านทางคำสอน แต่กลับเป็นเส้นทางที่เจ้าสามารถใช้เพื่อปฏิบัติหน้าที่ของเจ้า และมันสามารถสัมฤทธิผลได้—และควรที่จะสัมฤทธิผล—โดยพวกเหล่านั้นทั้งหมดที่ทำความชอบธรรม  หากเจ้าเปรียบเทียบธาตุแท้ของเปโตรและเปาโล เช่นนั้นแล้วเจ้าจะรู้ว่าเจ้าควรแสวงหาอย่างไร  จากบรรดาเส้นทางที่เปโตรและเปาโลได้เดินนั้น เส้นทางหนึ่งเป็นเส้นทางของการได้รับการทำให้มีความเพียบพร้อม และเส้นทางหนึ่งเป็นเส้นทางของการกำจัดทิ้ง เปโตรและเปาโลเป็นตัวแทนสองเส้นทางที่ต่างกัน  แม้ว่าแต่ละคนจะได้รับพระราชกิจของพระวิญญาณบริสุทธิ์ และแต่ละคนได้รับความรู้แจ้งและความกระจ่างของพระวิญญาณบริสุทธิ์ และแต่ละคนได้ยอมรับสิ่งซึ่งองค์พระเยซูเจ้าได้วางพระทัยมอบหมายให้พวกเขา ดอกผลที่มีในแต่ละคนนั้นไม่เหมือนกัน นั่นคือ คนหนึ่งให้ดอกผลอย่างแท้จริง และอีกคนหนึ่งนั้นไม่ได้ให้  จากธาตุแท้ของพวกเขา งานที่พวกเขาได้ทำ สิ่งซึ่งพวกเขาได้แสดงออกมาภายนอก และปลายทางสุดท้ายของพวกเขา เจ้าควรเข้าใจว่าเจ้าควรใช้เส้นทางใด เจ้าควรเลือกเส้นทางใดที่จะเดิน […] ในฐานะสิ่งที่ทรงสร้างหนึ่งของพระเจ้า มนุษย์ควรพยายามปฏิบัติหน้าที่ของสิ่งที่ทรงสร้างหนึ่งของพระเจ้า และพยายามรักพระเจ้าโดยไม่สร้างตัวเลือกอื่น เพราะพระเจ้าทรงคู่ควรกับความรักของมนุษย์  บรรดาผู้ที่พยายามรักพระเจ้าไม่ควรแสวงหาประโยชน์ส่วนตัวใดๆ หรือแสวงหาสิ่งซึ่งพวกเขาถวิลหาเป็นการส่วนตัว นี่คือวิถีทางที่ถูกต้องที่สุดของการไล่ตามเสาะหา  หากสิ่งที่เจ้าแสวงหาคือความจริง หากสิ่งที่เจ้านำไปปฏิบัติคือความจริง และหากสิ่งที่เจ้าบรรลุคือการเปลี่ยนแปลงในอุปนิสัยของเจ้า เช่นนั้นแล้วเส้นทางที่เจ้าย่ำเท้าก็เป็นเส้นทางที่ถูกต้อง  หากสิ่งที่เจ้าแสวงหาคือพระพรของเนื้อหนัง และสิ่งที่เจ้านำไปปฏิบัติคือความจริงแห่งมโนคติที่หลงผิดของเจ้าเอง และหากไม่มีการเปลี่ยนแปลงในอุปนิสัยของเจ้า และเจ้าไม่เชื่อฟังพระเจ้าในเนื้อหนังเลย และเจ้ายังคงใช้ชีวิตในความคลุมเครือ เช่นนั้นแล้วสิ่งที่เจ้าแสวงหาก็จะนำเจ้าไปสู่นรกอย่างแน่นอน เพราะเส้นทางที่เจ้าเดินนั้นคือเส้นทางแห่งความล้มเหลว  การที่เจ้าจะได้รับการทำให้มีความเพียบพร้อมหรือถูกกำจัดทิ้งนั้นขึ้นอยู่กับการไล่ตามเสาะหาของเจ้าเอง ซึ่งก็เป็นการกล่าวอีกด้วยว่าความสำเร็จหรือความล้มเหลวขึ้นอยู่กับเส้นทางที่มนุษย์เดิน

ตัดตอนมาจาก “ความสำเร็จหรือความล้มเหลวขึ้นอยู่กับเส้นทางที่มนุษย์เดิน” ใน พระวจนะทรงปรากฏเป็นมนุษย์

ก่อนหน้า: น. ว่าด้วยวิธีที่จะก้าวผ่านการพิพากษากับการตีสอน และบททดสอบกับกระบวนการถลุง

ถัดไป: ป. ว่าด้วยการรับใช้พระเจ้าและการเป็นพยานต่อพระองค์

พระเจ้าได้เสด็จมาอย่างลับๆ ก่อนความวิบัติอันใหญ่หลวงและได้ทรงสร้างกลุ่มผู้มีชัยชนะขึ้นแล้ว จากนั้น พระเจ้าจะทรงปรากฏอย่างเปิดเผยและทรงให้รางวัลคนดีและลงโทษคนชั่ว คุณต้องการต้อนรับองค์พระผู้เป็นเจ้าและให้พระเจ้าช่วยให้รอดก่อนความวิบัติอันใหญ่หลวงหรือไม่? อย่าลังเลที่จะติดต่อเราตอนนี้เพื่อหาวิธี
ติดต่อเราผ่าน Messenger
ติดต่อเราผ่าน Line

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

ความแตกต่างระหว่างพันธกิจของพระเจ้าผู้ทรงจุติเป็นมนุษย์และหน้าที่ของมนุษย์

พวกเจ้าต้องทำความรู้จักกับนิมิตต่างๆ แห่งพระราชกิจของพระเจ้าและจับความเข้าใจทิศทางทั่วไปของพระราชกิจของพระองค์ นี่คือการเข้าสู่เชิงบวก...

การทรงปรากฏของพระเจ้าได้นำมาซึ่งยุคใหม่

แผนการบริหารจัดการนานหกพันปีของพระเจ้ากำลังจะสิ้นสุดลง และประตูแห่งราชอาณาจักรได้ถูกเปิดออกแล้วให้กับทุกคนที่แสวงหาการทรงปรากฏของพระองค์...

การตั้งค่า

  • ข้อความ
  • ธีม

สีเข้ม

ธีม

แบบอักษร

ขนาดตัวอักษร

ระยะห่างบรรทัด

ระยะห่างบรรทัด

ความกว้างของหน้า

เนื้อหา

ค้นหา

  • ค้นหาข้อความนี้
  • ค้นหาในหนังสือนี้