พระเจ้าคือองค์พระผู้เป็นเจ้าของสิ่งมีชีวิตทรงสร้างทั้งปวง
ช่วงระยะหนึ่งของพระราชกิจของสองยุคก่อนหน้านี้ดำเนินการเสร็จสิ้นในประเทศอิสราเอล และอีกช่วงระยะหนึ่งดำเนินการในแคว้นยูเดีย กล่าวโดยทั่วไปแล้ว ทั้งสองช่วงระยะของพระราชกิจนี้หาได้พ้นไปจากประเทศอิสราเอลไม่ และแต่ละช่วงระยะก็ได้ดำเนินการในตัวประชากรกลุ่มแรกที่ทรงเลือกสรรไว้ ผลลัพธ์ก็คือคนอิสราเอลเชื่อว่าพระยาห์เวห์พระเจ้าทรงเป็นพระเจ้าของคนอิสราเอลเท่านั้น เนื่องจากพระเยซูทรงพระราชกิจในแคว้นยูเดียที่ซึ่งพระองค์ทรงดำเนินพระราชกิจแห่งการถูกตรึงกางเขน พวกเขาคิดว่าพระองค์ทรงเป็นกษัตริย์ของพวกยิวแต่ผู้เดียวไม่ใช่ของชนชาติอื่นใด คิดว่าพระองค์ทรงไม่ใช่องค์พระผู้เป็นเจ้าผู้ทรงไถ่บาปคนอังกฤษ หรือองค์พระผู้เป็นเจ้าผู้ทรงไถ่บาปคนอเมริกัน แต่องค์พระผู้เป็นเจ้าผู้ทรงไถ่บาปคนอิสราเอล และเป็นพวกยิวนั่นเองที่พระองค์ได้ทรงไถ่บาปในประเทศอิสราเอล อันที่จริงแล้ว พระเจ้าคือองค์อธิปัตย์ของสรรพสิ่ง พระองค์คือพระเจ้าของสิ่งมีชีวิตทรงสร้างทั้งปวง พระองค์ไม่เพียงทรงเป็นพระเจ้าของคนอิสราเอลหรือของพวกยิวเท่านั้น พระองค์ทรงเป็นพระเจ้าของสิ่งมีชีวิตทรงสร้างทั้งปวงด้วย ทั้งสองช่วงระยะก่อนหน้านี้ของพระราชกิจของพระองค์เกิดขึ้นในประเทศอิสราเอลซึ่งได้สร้างมโนคติที่หลงผิดบางอย่างไว้ในผู้คน พวกเขาเชื่อว่าพระยาห์เวห์ทรงพระราชกิจของพระองค์ในประเทศอิสราเอล เชื่อว่าพระเยซูพระองค์เองทรงดำเนินพระราชกิจของพระองค์เสร็จสิ้นในแคว้นยูเดีย และยิ่งไปกว่านั้น เชื่อว่าพระองค์ทรงบังเกิดเป็นมนุษย์เพื่อทรงพระราชกิจ—และไม่ว่ากรณีใดก็ตาม พระราชกิจนี้ไม่ได้แผ่ขยายไปพ้นประเทศอิสราเอล พระเจ้าไม่ได้ทรงพระราชกิจในคนอียิปต์หรือคนอินเดีย พระองค์ทรงพระราชกิจในคนอิสราเอลเท่านั้น ดังนั้น ผู้คนจึงก่อมโนคติที่หลงผิดสารพัดและวาดขอบพระราชกิจของพระเจ้าขึ้นภายในขอบเขตหนึ่ง พวกเขากล่าวว่าเมื่อพระเจ้าทรงพระราชกิจ พระองค์ต้องทรงทำเช่นนั้นท่ามกลางประชากรที่ทรงเลือกสรรและทำในประเทศอิสราเอล นอกจากคนอิสราเอลแล้ว พระเจ้าจะไม่ทรงพระราชกิจต่อผู้อื่นเลย และไม่มีขอบเขตที่กว้างใหญ่กว่านี้อีกแล้วในพระราชกิจของพระองค์ พวกเขาเข้มงวดเป็นพิเศษเมื่อมาถึงเรื่องการจัดให้พระเจ้าผู้ประสูติเป็นมนุษย์ไม่แตกแถวและไม่อนุญาตให้พระองค์ขยับออกนอกเขตแดนของประเทศอิสราเอล เหล่านี้ไม่ได้เป็นแค่มโนคติที่หลงผิดของมนุษย์เท่านั้นหรอกหรือ? พระเจ้าทรงสร้างฟ้าสวรรค์ทุกชั้นและแผ่นดินโลกและทุกสรรพสิ่ง พระองค์ทรงสร้างสิ่งมีชีวิตทรงสร้างทั้งปวงขึ้นมา ดังนั้นพระองค์จะทรงจำกัดพระราชกิจของพระองค์ไว้กับประเทศอิสราเอลเท่านั้นได้อย่างไร? หากเป็นเช่นนั้นแล้ว การที่พระองค์ทรงสร้างสิ่งมีชีวิตทั้งปวงขึ้นมาจะมีประโยชน์อันใด? พระองค์ทรงสร้างทั้งพิภพและพระองค์ทรงดำเนินแผนการบริหารจัดการหกพันปีของพระองค์จนเสร็จสิ้นไม่เพียงในประเทศอิสราเอล แต่กับทุกๆ คนในจักรวาล ไม่ว่าพวกเขาจะอาศัยอยู่ในประเทศจีน สหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักรหรือรัสเซีย ทุกคนเป็นพงศ์พันธุ์ของอาดัม พวกเขาล้วนถูกสร้างขึ้นโดยพระเจ้า ไม่มีสักคนที่สามารถหนีออกนอกขอบเขตของการเป็นสิ่งมีชีวิตทรงสร้างได้ และไม่มีสักคนที่สามารถแยกตัวออกจากการเป็น “พงศ์พันธุ์ของอาดัม” ได้ พวกเขาล้วนเป็นสิ่งมีชีวิตทรงสร้าง พวกเขาล้วนเป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของอาดัม และพวกเขาก็เป็นพงศ์พันธุ์อันเสื่อมทรามของอาดัมและเอวา ไม่ใช่มีแต่คนอิสราเอลเท่านั้นที่เป็นสิ่งมีชีวิตทรงสร้าง แต่ทุกชนชาติก็เป็น เพียงแต่ว่าบางคนได้ถูกสาปแช่งและบางคนได้รับการอวยพร มีมากมายหลายสิ่งที่น่าพอใจเกี่ยวกับคนอิสราเอล พระเจ้าทรงพระราชกิจต่อพวกเขาในตอนเริ่มต้นเพราะพวกเขาเสื่อมทรามน้อยที่สุด คนจีนนั้นไม่มีสิ่งใดเปรียบเทียบกับพวกเขาได้เลย พวกเขาด้อยกว่ามาก ดังนั้น ในตอนแรกเริ่ม พระเจ้าได้ทรงพระราชกิจท่ามกลางประชาชนอิสราเอลและช่วงระยะที่สองของพระราชกิจของพระองค์นั้นได้ทรงดำเนินการในแคว้นยูเดียเท่านั้น—ซึ่งได้นำไปสู่มโนคติที่หลงผิดและกฎเกณฑ์มากมายท่ามกลางมนุษย์ โดยข้อเท็จจริงแล้ว หากพระเจ้าต้องทรงทำตามมโนคติที่หลงผิดของมนุษย์ พระองค์ก็จะทรงเป็นเพียงพระเจ้าของคนอิสราเอลเท่านั้น และดังนั้น จะไม่สามารถแผ่ขยายพระราชกิจของพระองค์ไปยังชนต่างชาติ เพราะพระองค์จะทรงเป็นพระเจ้าของคนอิสราเอลเท่านั้นและไม่ทรงเป็นพระเจ้าของสิ่งมีชีวิตทรงสร้างทั้งปวง คำเผยพระวจนะทั้งหลายกล่าวไว้แล้วว่า พระนามของพระยาห์เวห์จะยิ่งใหญ่ในหมู่ชนต่างชาติ กล่าวไว้ว่าจะแพร่กระจายไปยังชนต่างชาติ เหตุใดจึงได้เผยพระวจนะไว้เช่นนี้? หากพระเจ้าทรงเป็นเพียงพระเจ้าของคนอิสราเอลเท่านั้น พระองค์ก็จะทรงพระราชกิจในประเทศอิสราเอลเท่านั้น ยิ่งไปกว่านั้น พระองค์จะไม่ทรงแพร่กระจายพระราชกิจนี้ และพระองค์จะไม่ทรงกล่าวคำเผยพระวจนะเช่นนี้ ในเมื่อพระองค์ทรงกล่าวคำเผยพระวจนะนี้ไว้แล้ว พระองค์ก็จะทรงแผ่ขยายพระราชกิจของพระองค์ไปท่ามกลางชนต่างชาติ ท่ามกลางทุกชนชาติและทุกแผ่นดินอย่างแน่นอน ในเมื่อพระองค์ทรงกล่าวไว้เช่นนี้ พระองค์ก็จำต้องทรงปฏิบัติ นี่คือแผนการของพระองค์เพราะพระองค์คือองค์พระผู้เป็นเจ้าผู้ทรงสร้างฟ้าสวรรค์และแผ่นดินโลกและทุกสรรพสิ่ง และเป็นพระเจ้าของสิ่งมีชีวิตทรงสร้างทั้งปวง ไม่ว่าพระองค์จะทรงพระราชกิจท่ามกลางคนอิสราเอลหรือทั่วแคว้นยูเดียทั้งหมด พระราชกิจที่พระองค์ทรงทำก็คือพระราชกิจของทั้งจักรวาลและพระราชกิจของมนุษยชาติทั้งมวล พระราชกิจที่พระองค์ทรงทำในวันนี้ในชนชาติแห่งพญานาคใหญ่สีแดง—ในชนต่างชาติ—ยังคงเป็นพระราชกิจของมนุษยชาติทั้งมวล ประเทศอิสราเอลสามารถเป็นฐานสำหรับพระราชกิจของพระองค์บนแผ่นดินโลกได้ ในทำนองเดียวกัน ประเทศจีนก็สามารถเป็นฐานสำหรับพระราชกิจของพระองค์ท่ามกลางชนต่างชาติได้เช่นกัน บัดนี้พระองค์ยังไม่ได้ทรงลุล่วงในคำเผยพระวจนะที่ว่า “พระนามของพระยาห์เวห์จะยิ่งใหญ่ท่ามกลางชนต่างชาติ” ไปแล้วหรอกหรือ? ขั้นตอนแรกของพระราชกิจของพระองค์ท่ามกลางชนต่างชาติทั้งหลายก็คือพระราชกิจนี้เอง พระราชกิจที่พระองค์ทรงทำในชนชาติของพญานาคใหญ่สีแดง ที่พระเจ้าซึ่งประสูติเป็นมนุษย์ควรทรงพระราชกิจในแผ่นดินนี้และทรงพระราชกิจท่ามกลางผู้คนที่ถูกสาปแช่งเหล่านี้นั้น ไม่ลงรอยกับมโนคติที่หลงผิดของมนุษย์เป็นอย่างยิ่ง เหล่านี้คือผู้คนที่ต่ำต้อยที่สุดในบรรดาทั้งหมด พวกเขาไม่มีค่าเลยและพวกเขาถูกพระยาห์เวห์ทอดทิ้งไปในตอนแรกเริ่ม ผู้คนสามารถถูกผู้คนอื่นทอดทิ้งได้ แต่ถ้าพวกเขาถูกพระเจ้าทอดทิ้งแล้วไซร้ ก็จะไม่มีใครสิ้นไร้สถานะไปกว่านี้แล้ว จะไม่มีใครที่มีค่าต่ำกว่านี้แล้ว สำหรับสิ่งมีชีวิตทรงสร้าง การถูกครอบงำโดยซาตานหรือถูกทอดทิ้งโดยผู้คนนั้นเป็นบางสิ่งที่รู้สึกเจ็บปวดมาก—แต่การที่สิ่งมีชีวิตทรงสร้างถูกพระผู้สร้างทอดทิ้งย่อมหมายความว่าพวกเขาไม่อาจมีสถานะต่ำกว่านี้ได้แล้ว พงศ์พันธุ์ของโมอับถูกสาปแช่ง และพวกเขาได้ถือกำเนิดขึ้นในประเทศล้าหลังนี้ ที่ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเป็นประเทศของผู้คนที่อยู่ภายใต้อิทธิพลของความมืดทั้งหมด พงศ์พันธุ์ของโมอับมีสถานะต่ำที่สุด เพราะผู้คนเหล่านี้มีสถานะต่ำที่สุดตลอดมา พระราชกิจที่ทรงทำต่อพวกเขาจึงสามารถพังทลายมโนคติที่หลงผิดของมนุษย์ให้สิ้นไปได้อย่างดีที่สุด และยังเป็นประโยชน์มากที่สุดต่อแผนการบริหารจัดการหกพันปีของพระเจ้าทั้งหมดอีกด้วย การทรงพระราชกิจเช่นนี้ท่ามกลางผู้คนเหล่านี้เป็นวิธีที่ดีที่สุดในการพังทลายมโนคติที่หลงผิดของมนุษย์ และพระเจ้าทรงเปิดตัวยุคสมัยก็ด้วยการนี้ กล่าวคือ พระองค์ทรงพังทลายมโนคติที่หลงผิดทั้งหมดของมนุษย์ ด้วยการนี้ พระองค์ทรงสิ้นสุดพระราชกิจของยุคพระคุณทั้งหมด ก็ด้วยการนี้ พระราชกิจแรกของพระองค์ได้ทรงดำเนินการไปในแคว้นยูเดีย ภายในเขตแดนของประเทศอิสราเอล ท่ามกลางชนต่างชาติทั้งหลายนั้น พระองค์ไม่ได้ทรงพระราชกิจใดๆ เพื่อเปิดยุคสมัยใหม่ ช่วงระยะสุดท้ายของพระราชกิจไม่เพียงทรงดำเนินการท่ามกลางคนต่างชาติเท่านั้น แต่ยังยิ่งมากไปถึงท่ามกลางบรรดาผู้ที่ถูกสาปแช่ง ประเด็นเดียวนี้คือหลักฐานที่สามารถสร้างความอัปยศให้แก่ซาตานได้อย่างมากที่สุด และดังนั้น พระเจ้าจึงทรง “กลายเป็น” พระเจ้าของสิ่งมีชีวิตทรงสร้างทั้งปวงในจักรวาล องค์พระผู้เป็นเจ้าแห่งทุกสรรพสิ่ง วัตถุแห่งการนมัสการสำหรับทุกสิ่งที่มีชีวิต
วันนี้ มีพวกที่ยังคงไม่เข้าใจว่าอะไรคือพระราชกิจใหม่ที่พระเจ้าได้ทรงเริ่มทำ ท่ามกลางชนต่างชาติ พระเจ้าได้ทรงนำมาซึ่งการเริ่มต้นใหม่ พระองค์ได้เริ่มยุคสมัยใหม่และริเริ่มพระราชกิจใหม่—และพระองค์ทรงปฏิบัติพระราชกิจนี้กับพงศ์พันธุ์ของโมอับ นี่ไม่ใช่พระราชกิจใหม่ที่สุดของพระองค์หรอกหรือ? ไม่มีใครเลยสักคนทั่วทั้งประวัติศาสตร์ได้เคยมีประสบการณ์กับพระราชกิจนี้มาก่อน ไม่มีใครเคยได้ยินเรื่องนี้เลยด้วยซ้ำ และนับประสาอะไรที่จะได้ซาบซึ้งกับมัน พระปัญญาของพระเจ้า การอัศจรรย์ของพระเจ้า ความไม่อาจหยั่งถึงได้ของพระเจ้า ความยิ่งใหญ่ของพระเจ้า และความบริสุทธิ์ของพระเจ้า ล้วนถูกสำแดงให้ปรากฏผ่านช่วงระยะนี้ของพระราชกิจ พระราชกิจแห่งยุคสุดท้าย นี่ไม่ใช่พระราชกิจใหม่ พระราชกิจซึ่งพังทลายมโนคติที่หลงผิดของมนุษย์หรอกหรือ? มีพวกที่คิดดังนี้ว่า “ในเมื่อพระเจ้าทรงสาปแช่งโมอับและได้ตรัสไว้ว่าพระองค์จะละทิ้งพงศ์พันธุ์ของโมอับ แล้วในตอนนี้ พระองค์จะสามารถช่วยพวกเขาให้รอดได้อย่างไร?” เหล่านี้คือพวกคนต่างชาติที่ถูกพระเจ้าทรงสาปแช่งและขับออกจากประเทศอิสราเอล คนอิสราเอลเรียกพวกเขาว่า “สุนัขต่างชาติ” ในมุมมองของทุกคน พวกเขาไม่เพียงเป็นสุนัขต่างชาติเท่านั้น แต่ที่แย่ยิ่งกว่านั้นคือ ยังเป็นบุตรแห่งการทำลายล้าง ซึ่งกล่าวได้ว่า พวกเขาไม่ใช่ประชากรที่พระเจ้าทรงเลือกสรร พวกเขาอาจเกิดมาภายในเขตแดนของประเทศอิสราเอล แต่พวกเขาไม่ได้เป็นของประชาชนอิสราเอล และถูกขับไล่ไปยังชนต่างชาติ พวกเขาต่ำต้อยที่สุดในบรรดาผู้คนทั้งหมด แท้จริงแล้วมันเป็นเพราะพวกเขาต่ำต้อยที่สุดท่ามกลางมนุษยชาติที่พระเจ้าทรงดำเนินพระราชกิจของพระองค์ในการเปิดตัวยุคใหม่ท่ามกลางพวกเขา เนื่องจากพวกเขาเป็นตัวแทนของมนุษยชาติที่เสื่อมทราม พระราชกิจของพระเจ้านั้นมีการคัดสรรและตั้งเป้าเอาไว้ พระราชกิจที่พระองค์ทรงทำในตัวผู้คนเหล่านี้ในวันนี้ก็เป็นพระราชกิจที่ทรงทำในตัวสิ่งมีชีวิตทรงสร้างเช่นกัน โนอาห์ก็เป็นสิ่งมีชีวิตทรงสร้าง เช่นเดียวกับพงศ์พันธุ์ของเขา ไม่ว่าผู้ใดในโลกที่มีเลือดเนื้อย่อมเป็นสิ่งมีชีวิตทรงสร้างทั้งสิ้น พระราชกิจของพระเจ้าเจาะจงไปที่สิ่งมีชีวิตทรงสร้างทั้งหมด ไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าใครบางคนถูกสาปแช่งหลังจากที่พวกเขาถูกสร้างขึ้นมาหรือไม่ พระราชกิจบริหารจัดการของพระองค์นั้นมุ่งตรงไปที่สิ่งมีชีวิตทรงสร้างทั้งหมด ไม่ใช่ผู้คนที่ทรงเลือกสรรซึ่งยังไม่ถูกสาปแช่ง เนื่องจากพระเจ้าทรงปรารถนาที่จะดำเนินพระราชกิจในหมู่สิ่งมีชีวิตทรงสร้างของพระองค์ พระองค์ย่อมจะทรงดำเนินการจนสำเร็จบริบูรณ์อย่างแน่นอน และพระองค์จะทรงพระราชกิจท่ามกลางผู้คนเหล่านั้นซึ่งเป็นประโยชน์ต่อพระราชกิจของพระองค์ ดังนั้นพระองค์จึงทรงสลายธรรมเนียมปฏิบัติทั้งหมดลงเมื่อพระองค์ทรงพระราชกิจท่ามกลางผู้คน สำหรับพระองค์แล้ว คำว่า “ถูกสาปแช่ง” “ถูกตีสอน” และ “ได้รับการอวยพร” นั้นไร้ความหมาย! พวกยิวนั้นก็ดี เช่นเดียวกับประชาชนอิสราเอลที่ทรงเลือกสรร พวกเขาเป็นคนที่มีขีดความสามารถดีและความเป็นมนุษย์ที่ดี ในช่วงเริ่มต้นนั้น พระยาห์เวห์ได้เปิดตัวพระราชกิจของพระองค์ท่ามกลางพวกเขา และทรงพระราชกิจแรกสุดของพระองค์—แต่การปฏิบัติพระราชกิจแห่งการพิชิตพวกเขาในวันนี้ย่อมไร้ความหมาย พวกเขาอาจเป็นส่วนหนึ่งของสิ่งมีชีวิตทรงสร้างด้วยเช่นกัน และอาจมีหลายสิ่งที่เป็นบวกเกี่ยวกับพวกเขา แต่การดำเนินการช่วงระยะนี้ของพระราชกิจท่ามกลางพวกเขาย่อมไร้ความหมาย พระเจ้าจะไม่สามารถพิชิตผู้คนและจะไม่สามารถโน้มน้าวใจสิ่งมีชีวิตทรงสร้างได้ทั้งหมด ซึ่งแท้จริงแล้วคือเหตุผลของการสับเปลี่ยนพระราชกิจของพระองค์มายังผู้คนเหล่านี้ในประเทศของพญานาคใหญ่สีแดง ที่มีนัยสำคัญยิ่งใหญ่ที่สุดในที่นี้คือการที่พระองค์ทรงเปิดตัวยุคสมัย การที่พระองค์ทรงพังทลายกฎเกณฑ์ทั้งหมดและมโนคติที่หลงผิดของมนุษย์ทั้งหมด และการที่พระองค์ทรงสิ้นสุดพระราชกิจของยุคพระคุณทั้งหมด หากพระราชกิจปัจจุบันของพระองค์ถูกดำเนินการเสร็จสิ้นท่ามกลางคนอิสราเอล เมื่อถึงเวลาที่แผนการบริหารจัดการหกพันปีของพระองค์ปิดตัวลง ทุกคนก็จะเชื่อว่าพระเจ้าทรงเป็นพระเจ้าของคนอิสราเอลเท่านั้น เชื่อว่าคนอิสราเอลเท่านั้นที่เป็นประชากรที่พระเจ้าทรงเลือกสรร เชื่อว่าชาวอิสราเอลเท่านั้นที่สมควรได้รับพรและสัญญาของพระเจ้าเป็นมรดก การบังเกิดในเนื้อหนังของพระเจ้าในยุคสุดท้ายในดินแดนต่างชาติของพญานาคใหญ่สีแดงทำให้พระราชกิจในการเป็นพระเจ้าของสิ่งมีชีวิตทรงสร้างทั้งปวงสำเร็จลุล่วง เสร็จสิ้นพระราชกิจบริหารจัดการของพระองค์ และจบส่วนที่เป็นใจกลางของพระราชกิจบริหารจัดการในประเทศของพญานาคใหญ่สีแดง แก่นสำคัญของพระราชกิจสามระยะนี้คือความรอดของมนุษย์—กล่าวคือการทำให้สิ่งมีชีวิตทรงสร้างทั้งปวงนมัสการพระผู้สร้าง ด้วยเหตุนี้ พระราชกิจแต่ละระยะจึงมีความหมายอันยิ่งใหญ่ พระเจ้าไม่ทรงทำสิ่งใดที่ไร้ความหมายหรือคุณค่า ด้านหนึ่ง พระราชกิจระยะนี้นำมาซึ่งยุคใหม่และยุติสองยุคก่อนหน้า อีกด้านหนึ่งก็ทลายมโนคติอันหลงผิดทั้งมวลของมนุษย์ วิธีเชื่อแบบเก่าของผู้คน และวิธีเดิมๆ ที่มนุษย์ใช้ทำความเข้าใจสิ่งต่างๆ พระราชกิจในสองยุคก่อนหน้านี้ดำเนินการตามมโนคตินานาอันหลงผิดของมนุษย์ ส่วนระยะนี้กลับกำจัดมโนคติอันหลงผิดของมนุษย์ให้หมดสิ้น ส่งผลให้พิชิตมนุษยชาติได้อย่างราบคาบ พระเจ้าจะทรงพิชิตผู้คนทั่วทั้งจักรวาลด้วยการพิชิตพงศ์พันธุ์ของโมอับ ด้วยการดำเนินพระราชกิจต่อพงศ์พันธุ์ของโมอับ นี่คือนัยสำคัญที่ลึกซึ้งที่สุดของพระราชกิจระยะนี้ และเป็นแง่มุมที่ทรงคุณค่าที่สุดในพระราชกิจระยะนี้ ต่อให้ตอนนี้เจ้ารู้แล้วว่าสถานะของตัวเจ้านั้นต่ำต้อยและเจ้ามีค่าต่ำ เจ้าจะยังคงรู้สึกว่าเจ้าได้พบกับสิ่งที่น่าชื่นบานที่สุด กล่าวคือ เจ้าได้รับพรอันยิ่งใหญ่เป็นมรดก ได้รับสัญญาอันยิ่งใหญ่ และเจ้าสามารถช่วยให้พระราชกิจยิ่งใหญ่ของพระเจ้านี้สำเร็จลุล่วงไปได้ เจ้าได้เห็นโฉมพระพักตร์ที่แท้จริงของพระเจ้า เจ้ารู้จักพระอุปนิสัยโดยธรรมชาติของพระเจ้า และเจ้าก็ทำตามน้ำพระทัยของพระเจ้า สองช่วงระยะก่อนหน้าของพระราชกิจของพระเจ้าดำเนินการในประเทศอิสราเอล ถ้าดำเนินพระราชกิจระยะนี้ของพระองค์ในยุคสุดท้ายต่อคนอิสราเอลอีก ไม่เพียงสิ่งมีชีวิตทรงสร้างทั้งปวงจะเชื่อว่ามีเพียงคนอิสราเอลเท่านั้นที่เป็นประชากรที่พระเจ้าทรงเลือกสรร แต่แผนการบริหารจัดการทั้งปวงของพระเจ้าก็จะล้มเหลว ไม่บรรลุผลดังประสงค์อีกด้วย ในช่วงที่พระราชกิจสองระยะของพระองค์ดำเนินการอยู่ในประเทศอิสราเอลนั้น ไม่มีการดำเนินพระราชกิจใหม่—หรือพระราชกิจเปิดตัวยุคใหม่—ท่ามกลางชาติอื่นๆ ส่วนพระราชกิจในระยะของวันนี้—พระราชกิจเปิดตัวยุคใหม่นี้—กลับดำเนินการท่ามกลางชาวต่างชาติก่อน และยิ่งไปกว่านั้นยังเริ่มดำเนินการต่อพงศ์พันธุ์ของโมอับก่อน อันเป็นการเปิดตัวทั้งยุค พระเจ้าทรงทลายความรู้ใดๆ ที่มีอยู่ในมโนคติอันหลงผิดของมนุษย์ไปแล้ว ไม่ทรงอนุญาตให้เหลือส่วนใดเอาไว้ ในพระราชกิจแห่งการพิชิตชัยของพระองค์ พระองค์ได้ทรงพังทลายมโนคติอันหลงผิดของมนุษย์และวิธีเก่าก่อนที่ผู้คนใช้ทำความเข้าใจสิ่งต่างๆ ทรงเปิดโอกาสให้ผู้คนมองเห็นว่าสำหรับพระเจ้าแล้วไม่มีกฎข้อบังคับ ในเรื่องที่เกี่ยวกับพระเจ้าไม่มีสิ่งใดเก่า พระราชกิจที่พระองค์ทำล้วนมีเสรี ล้วนเป็นอิสระ และพระองค์ย่อมถูกต้องในทุกสิ่งที่พระองค์ทำ เจ้าต้องมีความนบนอบสุดใจต่อพระราชกิจใดๆ ที่พระองค์ทำต่อสิ่งมีชีวิตทรงสร้าง พระราชกิจทั้งมวลที่พระองค์ทำล้วนมีความหมายและดำเนินการตามเจตนารมณ์และพระปัญญาของพระองค์เอง ไม่ได้เป็นไปตามที่มนุษย์เลือกและมโนคติอันหลงผิดของมนุษย์ ถ้ามีสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อพระราชกิจของพระองค์ พระองค์ย่อมทำ และถ้ามีสิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์ต่อพระราชกิจของพระองค์ พระองค์ก็ไม่ทำ ไม่ว่าสิ่งนั้นจะดีเพียงใด! พระองค์ทรงพระราชกิจและคัดสรรผู้รับและสถานที่ทรงพระราชกิจของพระองค์ตามความหมายและจุดประสงค์ของพระราชกิจของพระองค์ เวลาทรงพระราชกิจ พระองค์ไม่ยึดติดกฎข้อบังคับในอดีต และไม่ทำตามสูตรเดิม แต่วางแผนงานของพระองค์ตามนัยสำคัญของพระราชกิจนั้นๆ ในท้ายที่สุด พระองค์ย่อมจะบรรลุผลที่แท้จริงและเป้าหมายที่มุ่งหวังเอาไว้ หากเจ้าไม่เข้าใจสิ่งเหล่านี้ในวันนี้ พระราชกิจนี้จะไม่เกิดประสิทธิผลในตัวเจ้าเลย