2. ในการค้นหาหนทางอันแท้จริง เจ้าต้องครองไว้ซึ่งเหตุผล
พระวจนะของพระเจ้าที่เกี่ยวข้อง
พระเจ้าและมนุษย์ไม่สามารถถูกกล่าวถึงในลักษณะเท่าเทียมกันได้ แก่นแท้ของพระองค์และพระราชกิจของพระองค์นั้นยากหยั่งถึงที่สุดและไม่สามารถจับความเข้าใจได้มากที่สุดสำหรับมนุษย์ หากพระเจ้าไม่ทรงพระราชกิจของพระองค์และตรัสพระวจนะของพระองค์ท่ามกลางมวลมนุษย์ด้วยพระองค์เองแล้วไซร้ ไม่ว่าอย่างไร มนุษย์ก็จะไม่สามารถเข้าใจเจตนารมณ์ของพระเจ้าได้ และดังนั้น แม้แต่ผู้ที่ได้อุทิศชีวิตทั้งหมดของพวกเขาให้กับพระเจ้าก็จะไม่มีความสามารถที่จะได้รับการเห็นชอบจากพระองค์ หากพระเจ้าไม่ได้เริ่มทรงพระราชกิจ เช่นนั้นแล้ว ไม่ว่ามนุษย์จะทำได้ดีเพียงใด ทั้งหมดก็จะไร้ประโยชน์ เพราะพระดำริของพระเจ้าจะสูงส่งกว่าความคิดของมนุษย์เสมอ และไม่มีใครสามารถหยั่งถึงพระปัญญาของพระเจ้าย์ และดังนั้น เราบอกว่าพวกที่อ้างว่า “เข้าใจถ่องแท้” เกี่ยวกับพระเจ้าและพระราชกิจของพระองค์นั้น เป็นพวกโง่ทึ่มกลุ่มหนึ่ง พวกเขาทั้งหมดอวดดีและไม่รู้เท่าทัน มนุษย์ไม่ควรนิยามพระราชกิจของพระเจ้า ยิ่งไปกว่านั้น มนุษย์ไม่สามารถนิยามพระราชกิจของพระเจ้าได้ ในสายพระเนตรของพระเจ้า มนุษย์ตัวเล็กกว่ามดตัวหนึ่งอย่างแท้จริง ดังนั้นมนุษย์จะสามารถหยั่งลึกถึงพระราชกิจของพระเจ้าได้อย่างไร? พวกที่ชอบพูดปาวๆ ว่า “พระเจ้าไม่ทรงพระราชกิจเช่นนี้หรือเช่นนั้น” หรือ “พระเจ้าทรงเป็นอย่างนี้หรืออย่างนั้น”—พวกเขาไม่ได้กำลังพูดด้วยความโอหังหรอกหรือ? เราทุกคนควรรู้ว่ามนุษย์ซึ่งอยู่ในสภาวะเนื้อหนังได้ถูกซาตานทำให้เสื่อมทราม ธรรมชาติจริงๆ ของมวลมนุษย์คือการต่อต้านพระเจ้า มวลมนุษย์ไม่สามารถเทียบเสมอพระเจ้าได้และมวลมนุษย์ยิ่งหวังได้น้อยกว่าที่จะเป็นผู้ให้คำแนะนำในพระราชกิจของพระเจ้า สำหรับวิธีที่พระเจ้าทรงนำมนุษย์ นี่คือพระราชกิจของพระเจ้าพระองค์เอง เป็นการเหมาะสมแล้วที่มนุษย์ควรนบนอบ โดยปราศจากการเอ่ยอ้างทรรศนะอย่างนี้อย่างนั้น เพราะมนุษย์เป็นเพียงผงคลีดิน ในเมื่อพวกเรามีเจตนาที่จะแสวงหาพระเจ้า พวกเราจึงไม่ควรเอามโนคติที่หลงผิดของพวกเราไปเติมแต่งพระราชกิจของพระองค์ให้พระเจ้าทรงพิจารณา และยิ่งไม่ควรใช้อุปนิสัยอันเสื่อมทรามของตนมาต่อต้านพระราชกิจของพระเจ้าอย่างหนักหน่วงและจงใจ นั่นจะไม่ทำให้พวกเราเป็นศัตรูของพระคริสต์หรอกหรือ? ผู้คนเช่นนี้จะสามารถเชื่อในพระเจ้าได้อย่างไรกัน? เนื่องจากพวกเราเชื่อว่ามีพระเจ้าองค์หนึ่งและเนื่องจากพวกเราปรารถนาที่จะทำให้พระองค์สมดังพระทัยและมองเห็นพระองค์ พวกเราก็ควรแสวงหาหนทางแห่งความจริง และควรมองหาหนทางที่จะเข้ากันได้กับพระเจ้า พวกเราไม่ควรยืนหยัดต่อต้านพระองค์อย่างดื้อดึง การกระทำเหล่านี้จะสามารถนำมาซึ่งประโยชน์ดีงามอันใดหรือ?
วันนี้พระเจ้าได้ทรงพระราชกิจใหม่ เจ้าอาจไม่สามารถยอมรับวจนะเหล่านี้และวจนะเหล่านี้ก็อาจฟังดูผิดแปลกสำหรับเจ้า แต่เราจะแนะนำเจ้าว่าอย่าเพิ่งเปิดโปงสิ่งที่เจ้าเป็นโดยธรรมชาติออกมาในตอนนี้ เพราะมีเพียงผู้คนที่หิวและกระหายความชอบธรรมโดยแท้เมื่ออยู่เฉพาะพระพักตร์พระเจ้าเท่านั้นที่สามารถได้ความจริงไว้ และมีเพียงผู้คนที่มีใจศรัทธาอย่างแท้จริงเท่านั้นที่สามารถได้รับการให้ความรู้แจ้งและการทรงนำจากพระองค์ ผลลัพธ์ทั้งหลายนั้นได้มาจากการแสวงหาความจริงด้วยความสงบเปี่ยมสติสัมปชัญญะ มิใช่ด้วยการวิวาทและการโต้เถียง เมื่อเราพูดว่า “วันนี้พระเจ้าได้ทรงพระราชกิจใหม่แล้ว” เรากำลังอ้างอิงถึงเรื่องของการทรงกลับสู่เนื้อหนังของพระเจ้า บางทีวจนะเหล่านี้ไม่ได้ทำให้เจ้ารู้สึกอะไร บางทีเจ้าอาจดูหมิ่นวจนะเหล่านี้ หรือแม้แต่บางทีวจนะเหล่านี้เป็นที่สนใจของเจ้าอย่างยิ่ง ไม่ว่าในกรณีใด เราหวังว่าบรรดาผู้ที่โหยหาอย่างแท้จริงให้พระเจ้าทรงปรากฏพระองค์จะสามารถเผชิญหน้ากับข้อเท็จจริงนี้และพินิจพิเคราะห์มันอย่างรอบคอบ แทนที่จะด่วนสรุปต่างๆ นานาเกี่ยวกับมัน นั่นคือสิ่งที่บุคคลซึ่งมีปัญญาควรทำ
—พระวจนะฯ เล่ม 1 การทรงปรากฏและพระราชกิจของพระเจ้า, คำนำ
การเสด็จกลับมาของพระเยซูเป็นความรอดที่ยิ่งใหญ่สำหรับผู้ที่สามารถยอมรับความจริงได้ แต่สำหรับพวกที่ไม่สามารถยอมรับความจริงได้นั้น นี่คือเครื่องหมายของการกล่าวโทษ พวกเจ้าควรเลือกเส้นทางของตนเอง และไม่ควรหมิ่นประมาทพระวิญญาณบริสุทธิ์และปฏิเสธความจริง พวกเจ้าไม่ควรเป็นคนที่ไม่รู้ความและโอหัง แต่ควรเป็นคนที่นบนอบการทรงนำของพระวิญญาณบริสุทธิ์ รวมทั้งกระหายและแสวงหาความจริง พวกเจ้าจะได้รับประโยชน์ด้วยวิธีนี้เท่านั้น เราแนะนำให้พวกเจ้าก้าวไปบนเส้นทางแห่งการเชื่อในพระเจ้าด้วยความรอบคอบ อย่าด่วนสรุปตามอำเภอใจ ยิ่งไปกว่านั้น อย่าเชื่อในพระเจ้าอย่างฉาบฉวยและมักง่าย พวกเจ้าควรรู้ว่าอย่างน้อยที่สุด บรรดาผู้ที่เชื่อในพระเจ้าควรมีความถ่อมใจและมีหัวใจที่ยำเกรงพระเจ้า พวกที่เคยได้ยินความจริงแต่กลับเชิดหน้าใส่ความจริงนั้นคือผู้โง่เขลาและไม่รู้ความ พวกที่เคยได้ฟังความจริงแต่ยังด่วนสรุปอย่างไม่ระมัดระวังหรือกล่าวโทษความจริงนั้นคือคนโอหัง คนที่เชื่อในพระเยซูไม่มีใครมีคุณสมบัติที่จะสาปแช่งหรือกล่าวโทษผู้อื่น พวกเจ้าทุกคนควรเป็นคนที่มีสำนึกและยอมรับความจริง บางที เมื่อได้ฟังหนทางแห่งความจริงและได้อ่านพระวจนะแห่งชีวิตแล้ว เจ้าอาจจะเชื่อว่ามีพระวจนะเพียงหนึ่งใน 10,000 เท่านั้นที่สอดคล้องกับพระคัมภีร์และมุมมองของเจ้า ดังนั้น ตัวเจ้าจึงควรแสวงหาพระวจนะหนึ่งใน 10,000 นั้นภายในพระวจนะเหล่านี้ต่อไป เรายังคงแนะนำให้เจ้าถ่อมใจ อย่ามั่นใจเกินไป และอย่ายกย่องตัวเองให้สูงส่งจนเกินไป ด้วยหัวใจที่ยำเกรงพระเจ้าซึ่งเจ้าพอจะมีอยู่บ้าง เจ้าย่อมจะได้รับความสว่างมากขึ้น หากเจ้าตรวจดูอย่างถี่ถ้วนและไตร่ตรองพระวจนะเหล่านี้ซ้ำๆ เจ้าจะเข้าใจว่าพระวจนะเหล่านี้เป็นความจริงหรือไม่ และพระวจนะเหล่านี้คือชีวิตหรือไม่ บางทีหลังจากที่ได้อ่านเพียงไม่กี่ประโยค คนบางคนจะกล่าวโทษพระวจนะเหล่านี้อย่างหูหนวกตาบอด และพูดว่า “นี่ไม่ได้เป็นอะไรมากไปกว่าความรู้แจ้งบางส่วนของพระวิญญาณบริสุทธิ์” หรือ “นี่คือพระคริสต์เทียมเท็จที่มาเพื่อชักนำผู้คนไปในทางที่ผิด” พวกที่พูดอะไรเช่นนั้นเป็นผู้ที่ตาบอดด้วยความไม่รู้เท่าทัน! เจ้าเข้าใจพระราชกิจและพระปัญญาของพระเจ้าน้อยเกินไป และเราแนะนำให้เจ้าเริ่มใหม่อีกครั้งตั้งแต่ต้นเลย! พวกเจ้าต้องไม่กล่าวโทษพระวจนะที่พระเจ้าทรงแสดงนี้อย่างมืดบอดเพราะการปรากฏตัวของพระคริสต์เทียมเท็จในช่วงยุคสุดท้าย และพวกเจ้าต้องไม่เป็นคนที่หมิ่นประมาทพระวิญญาณบริสุทธิ์เพราะพวกเจ้ากลัวการถูกชักนำไปในทางที่ผิด นั่นจะไม่เป็นความน่าเวทนาอันใหญ่หลวงหรอกหรือ? หลังจากการตรวจดูมากมาย หากเจ้ายังคงเชื่อว่าพระวจนะเหล่านี้ไม่ใช่ความจริง ไม่ใช่หนทาง และไม่ใช่การแสดงออกของพระเจ้า เช่นนั้นแล้วเจ้าจะได้รับการลงโทษในท้ายที่สุด และเจ้าจะปราศจากพร หากเจ้าไม่สามารถยอมรับความจริงที่ถูกกล่าวอย่างราบเรียบยิ่งนักและชัดเจนยิ่งนักดังกล่าวได้ เช่นนั้นแล้วเจ้าไม่ใช่ไม่เหมาะสมสำหรับความรอดของพระเจ้าหรอกหรือ? เจ้าไม่ใช่ผู้ที่ไม่ได้รับพรเพียงพอที่จะกลับคืนสู่หน้าบัลลังก์ของพระเจ้าหรือ? จงตรองดูเถิด! อย่าหุนหันพลันแล่นและใจเร็ว และอย่าทำเหมือนว่าการเชื่อในพระเจ้าเป็นเกม จงขบคิดเพื่อประโยชน์แห่งบั้นปลายของเจ้า เพื่อประโยชน์ของความสำเร็จที่คาดว่าน่าจะเป็นไปได้ของเจ้า เพื่อประโยชน์ของชีวิตของเจ้า และอย่าเล่นกับตัวเจ้าเอง เจ้าสามารถยอมรับพระวจนะเหล่านี้ได้หรือไม่?
—พระวจนะฯ เล่ม 1 การทรงปรากฏและพระราชกิจของพระเจ้า, ในเวลาที่เจ้าได้เห็นกายจิตวิญญาณของพระเยซู พระเจ้าจะได้ทรงสร้างสวรรค์และแผ่นดินโลกขึ้นใหม่แล้ว
เนื่องจากว่าพวกเรากำลังตามหารอยพระบาทของพระเจ้า จึงจำเป็นที่พวกเราต้องค้นหาเจตนารมณ์ของพระเจ้า พระวจนะของพระเจ้า ถ้อยดำรัสของพระองค์—นี่เป็นเพราะที่ใดก็ตามที่มีพระวจนะใหม่ๆ ที่พระเจ้าตรัส พระสุรเสียงของพระเจ้าอยู่ที่นั่น และที่ใดที่มีรอยพระบาทของพระเจ้า กิจการต่างๆ ของพระเจ้าก็อยู่ที่นั่น ที่ใดก็ตามที่มีการทรงแสดงออกของพระเจ้า ที่นั่นพระเจ้าทรงปรากฏ และที่ใดที่พระเจ้าทรงปรากฏ ที่นั่นความจริง หนทาง และชีวิตดำรงอยู่ ในการเสาะหารอยพระบาทของพระเจ้า ตลอดมาพวกเจ้ามองข้ามคำว่า “พระเจ้าคือความจริง หนทาง และชีวิต” และดังนั้น ผู้คนมากมายแม้ในเวลาที่พวกเขาได้รับความจริงจึงไม่เชื่อว่าพวกเขาได้พบรอยพระบาทของพระเจ้าแล้ว และพวกเขายิ่งไม่ยอมรับการทรงปรากฏของพระเจ้า เป็นความผิดพลาดร้ายแรงยิ่งนัก! การทรงปรากฏของพระเจ้าไม่สามารถเข้ากันได้กับมโนคติที่หลงผิดของมนุษย์ได้ และพระเจ้ายิ่งไม่สามารถจะปรากฏในลักษณะที่มนุษย์เรียกร้องพระองค์ได้ พระเจ้าทรงทำการเลือกและทรงทำแผนการของพระองค์เองเมื่อพระองค์ทรงพระราชกิจของพระองค์ ยิ่งกว่านั้นพระองค์ทรงมีวัตถุประสงค์ของพระองค์เองและวิธีการของพระองค์เอง ไม่ว่าพระองค์จะทรงพระราชกิจใด พระองค์ไม่ทรงมีความจำเป็นต้องหารือกับมนุษย์หรือหาคำแนะนำของเขา นับประสาอะไรที่จะต้องทรงแจ้งให้ทุกๆ คนรู้ถึงพระราชกิจของพระองค์ นี่คือพระอุปนิสัยของพระเจ้า และยิ่งไปกว่านั้นทุกคนควรยอมรับการนี้ หากพวกเจ้าปรารถนาที่จะประจักษ์ในการทรงปรากฏของพระเจ้า ตามรอยพระบาทของพระเจ้า เช่นนั้นแล้วเจ้าต้องเดินออกห่างจากมโนคติที่หลงผิดของเจ้าเสียก่อน เจ้าต้องไม่เรียกร้องให้พระเจ้าทรงทำสิ่งนี้หรือสิ่งนั้น นับประสาอะไรที่เจ้าจะควรวางพระองค์ไว้ในขอบเขตของเจ้าเองและจำกัดพระองค์ไว้ในมโนคติที่หลงผิดของเจ้าเอง แต่เจ้ากลับควรเรียกร้องตัวพวกเจ้าเองว่าพวกเจ้าควรที่จะแสวงหารอยพระบาทของพระเจ้าอย่างไร เจ้าควรที่จะยอมรับการทรงปรากฏของพระเจ้าอย่างไร และเจ้าควรที่จะนบนอบพระราชกิจใหม่ของพระเจ้าอย่างไร กล่าวคือ นี่คือสิ่งที่มนุษย์ควรทำ เนื่องจากมนุษย์ไม่ใช่ความจริง และไม่ได้ครอบครองความจริง เขาจึงควรแสวงหา ยอมรับ และนบนอบ
ไม่ว่าเจ้าจะเป็นคนอเมริกัน คนอังกฤษ หรือสัญชาติอื่นใด เจ้าควรก้าวออกมานอกขอบเขตที่เป็นสัญชาติของเจ้าเอง ก้าวข้ามตัวเจ้าเอง และมองพระราชกิจของพระเจ้าด้วยอัตลักษณ์ของสิ่งมีชีวิตทรงสร้าง ด้วยวิธีนี้เจ้าจะไม่ตีกรอบรอยพระบาทของพระเจ้าเอาไว้ในขอบข่ายใดโดยเฉพาะ นี่เป็นเพราะว่าทุกวันนี้ผู้คนมากมายมีความคิดว่าเป็นไปไม่ได้ที่พระเจ้าจะทรงปรากฏในประเทศหนึ่งประเทศใดโดยเฉพาะหรือท่ามกลางผู้คนบางกลุ่ม นัยสำคัญของพระราชกิจของพระเจ้านั้นลึกซึ้งยิ่งนัก และการทรงปรากฏของพระเจ้ามีความสำคัญยิ่งนัก! มโนคติที่หลงผิดและความคิดของมนุษย์จะสามารถหยั่งวัดสองสิ่งนั้นได้อย่างไร และดังนั้นเราจึงบอกว่า เจ้าควรตีฝ่ามโนคติที่หลงผิดเรื่องสัญชาติและชาติพันธุ์เพื่อแสวงหาการทรงปรากฏของพระเจ้า เช่นนี้เท่านั้นเจ้าจึงจะไม่ถูกจำกัดด้วยมโนคติที่หลงผิดของเจ้าเอง เช่นนี้เท่านั้นเจ้าจึงจะมีคุณสมบัติที่จะต้อนรับการทรงปรากฏของพระเจ้า มิฉะนั้น เจ้าจะยังคงอยู่ในความมืดมิดนิรันดร์ และไม่มีวันได้รับการยอมรับจากพระเจ้า
—พระวจนะฯ เล่ม 1 การทรงปรากฏและพระราชกิจของพระเจ้า, ภาคผนวก 1: การทรงปรากฏของพระเจ้าได้นำมาซึ่งยุคใหม่
พระเจ้าทรงเป็นพระเจ้าของเผ่าพันธุ์มนุษย์ทั้งมวล พระองค์ไม่ทรงถือว่าพระองค์เป็นสมบัติส่วนตัวของชาติใดหรือชนชาติใด แต่ทรงพระราชกิจของพระองค์ตามที่พระองค์ได้ทรงวางแผนไว้ โดยไม่ถูกจำกัดด้วยรูปแบบ ชาติ หรือชนชาติใดๆ บางทีเจ้าอาจไม่เคยจินตนาการถึงรูปแบบนี้ หรือบางทีท่าทีของเจ้าที่มีต่อรูปแบบนี้อาจเป็นไปในทางปฏิเสธ หรือบางที ชาติที่พระเจ้าทรงปรากฏและชนชาติที่พระองค์ทรงปรากฏนั้นบังเอิญถูกทุกคนเลือกปฏิบัติ และบังเอิญเป็นชาติที่ล้าหลังที่สุดบนแผ่นดินโลก กระนั้นพระเจ้าทรงมีพระปัญญา ด้วยฤทธานุภาพอันยิ่งใหญ่ของพระองค์ และโดยอาศัยความจริงของพระองค์และพระอุปนิสัยของพระองค์ พระองค์ทรงได้รับผู้คนกลุ่มหนึ่งซึ่งมีจิตใจเป็นหนึ่งเดียวกันกับพระองค์อย่างแท้จริง และผู้คนกลุ่มหนึ่งซึ่งพระองค์ทรงปรารถนาที่จะทำให้ครบบริบูรณ์—เป็นกลุ่มคนที่พระองค์ทรงพิชิตและได้สู้ทนบททดสอบ ความทุกข์ และการข่มเหงทุกรูปแบบ อีกทั้งสามารถติดตามพระองค์จนถึงปลายทาง จุดมุ่งหมายของการทรงปรากฏของพระเจ้า ซึ่งไม่ได้จำกัดอยู่กับรูปแบบหรือชาติใดๆ คือการทำให้พระองค์สามารถปฏิบัติพระราชกิจของพระองค์ให้เสร็จสมบูรณ์ได้ตามที่พระองค์ได้ทรงวางแผนไว้ นี่เป็นเหมือนเมื่อครั้งพระเจ้าทรงบังเกิดเป็นมนุษย์ในแคว้นยูเดีย จุดมุ่งหมายของพระองค์คือการบรรลุพระราชกิจแห่งการถูกตรึงกางเขนเพื่อไถ่บาปให้เผ่าพันธุ์มนุษย์ทั้งมวล กระนั้นชาวยิวก็เชื่อว่าเป็นไปไม่ได้ที่พระเจ้าจะทรงทำเช่นนี้ และพวกเขาคิดว่าเป็นไปไม่ได้ที่พระเจ้าจะทรงสามารถบังเกิดเป็นเนื้อหนังและทรงอยู่ในรูปลักษณ์ขององค์พระเยซูเจ้า ความ “เป็นไปไม่ได้” ของพวกเขากลายเป็นพื้นฐานให้พวกเขาประณามและต่อต้านพระเจ้า และในที่สุดก็นำไปสู่การทำลายล้างประเทศอิสราเอล ทุกวันนี้ผู้คนมากมายได้กระทำความผิดที่คล้ายกัน พวกเขาป่าวประกาศด้วยสุดกำลังของพวกเขาถึงการทรงปรากฏของพระเจ้าที่กำลังจะมาถึง แต่ในเวลาเดียวกันก็ประณามการทรงปรากฏของพระองค์ ความ “เป็นไปไม่ได้” ของพวกเขาจำกัดการทรงปรากฏของพระเจ้าภายในขอบเขตจินตนาการของพวกเขาอีกครั้ง และดังนั้นเราจึงได้เห็นผู้คนมากมายหัวเราะเสียงดังอย่างบ้าคลั่งหลังจากมาพบกับพระวจนะของพระเจ้า แต่เสียงหัวเราะนี้แตกต่างจากการประณามและการดูหมิ่นของชาวยิวหรือไม่? พวกเจ้าไม่เคารพยำเกรงเมื่ออยู่ต่อหน้าความจริง และพวกเจ้ายิ่งไม่มีท่าทีของการโหยหา พวกเจ้าเอาแต่ดื้อดึงค้นคว้า และรอคอยอย่างไม่อนาทรร้อนใจ พวกเจ้าสามารถได้อะไรจากการค้นคว้าและการรอคอยเช่นนี้? พวกเจ้านึกหรือว่าจะได้รับการทรงนำจากพระเจ้าเป็นการส่วนตัว? หากเจ้าไม่สามารถใช้วิจารณญาณแยกแยะถ้อยดำรัสของพระเจ้าได้ เจ้าจะมีคุณสมบัติที่จะประจักษ์การทรงปรากฏของพระเจ้าได้อย่างไร? พระเจ้าทรงปรากฏในที่ใด ย่อมจะมีการแสดงความจริงและมีพระสุรเสียงของพระเจ้าในที่นั้น เฉพาะคนที่ยอมรับความจริงได้เท่านั้นที่จะสามารถได้ยินพระสุรเสียงของพระเจ้า เฉพาะผู้คนเช่นนี้เท่านั้นที่มีคุณสมบัติที่จะประจักษ์การทรงปรากฏของพระเจ้า จงปล่อยมือจากมโนคติอันหลงผิดของเจ้าเสียเถิด! สงบใจและอ่านวจนะเหล่านี้ให้ถ้วนถี่ ตราบใดที่หัวใจของเจ้าโหยหาความจริง พระเจ้าจะประทานความรู้แจ้งแก่เจ้าเพื่อให้เจ้าเข้าใจเจตนารมณ์และพระวจนะของพระองค์ จงปล่อยมือจากข้อโต้แย้งที่ว่า “เป็นไปไม่ได้” ของพวกเจ้าเสียเถิด! ยิ่งผู้คนเชื่อว่าบางสิ่งเป็นไปไม่ได้ สิ่งนั้นก็ยิ่งมีแนวโน้มที่จะเกิดขึ้น เพราะพระปัญญาของพระเจ้าสูงส่งกว่าฟ้าสวรรค์ พระดำริของพระเจ้าสูงส่งกว่าความคิดของมนุษย์ และการทรงพระราชกิจของพระเจ้าก็อยู่เหนือขีดจำกัดทางการคิดอ่านและมโนคติอันหลงผิดของมนุษย์ ยิ่งสิ่งใดเป็นไปไม่ได้มากเท่าใด ก็ยิ่งมีความจริงให้แสวงหามากขึ้นเท่านั้น ยิ่งสิ่งใดไม่สามารถจินตนาการได้โดยมโนคติอันหลงผิดของมนุษย์ ก็ยิ่งมีเจตนารมณ์ของพระเจ้ามากเท่านั้น นี่ก็เพราะไม่ว่าพระองค์จะทรงปรากฏในที่ใด พระเจ้าก็ยังทรงเป็นพระเจ้า และแก่นแท้ของพระองค์จะไม่เปลี่ยนแปลงตามสถานที่หรือลักษณะการปรากฏของพระองค์อย่างเด็ดขาด พระอุปนิสัยของพระเจ้าจะไม่เปลี่ยนแปลงไม่ว่ารอยพระบาทของพระองค์จะอยู่ในที่ใด และไม่ว่ารอยพระบาทของพระเจ้าจะอยู่ที่ใด พระองค์ก็คือพระเจ้าของมนุษย์ทั้งมวล เช่นเดียวกับที่องค์พระเยซูเจ้าไม่ได้เป็นเพียงพระเจ้าของชาวอิสราเอลเท่านั้น แต่เป็นพระเจ้าของผู้คนทั้งปวงในทวีปเอเชีย ยุโรป และอเมริกาอีกด้วย และยิ่งไปกว่านั้น พระองค์ยังเป็นพระเจ้าองค์เดียวและหนึ่งเดียวในจักรวาลทั้งมวล ดังนั้นพวกเรามาค้นหาเจตนารมณ์ของพระเจ้า ค้นหาการทรงปรากฏของพระองค์ในถ้อยดำรัสและพระวจนะของพระองค์ และก้าวตามรอยพระบาทของพระองค์กันเถิด! พระเจ้าคือความจริง หนทาง และชีวิต พระวจนะของพระองค์มีขึ้นพร้อมกับการทรงปรากฏของพระองค์ พระอุปนิสัยและรอยพระบาทของพระองค์ปรากฏต่อมวลมนุษย์อย่างเปิดเผยตลอดเวลา พี่น้องชายหญิงที่รัก เราหวังว่าพวกเจ้าทุกคนจะสามารถมองเห็นการทรงปรากฏของพระเจ้าในวจนะเหล่านี้ เริ่มตามรอยพระบาทของพระองค์ให้ทันและก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ เข้าสู่ฟ้าสวรรค์และแผ่นดินโลกใหม่อันงดงามที่พระเจ้าทรงเตรียมไว้สำหรับคนที่รอคอยการทรงปรากฏของพระองค์!
—พระวจนะฯ เล่ม 1 การทรงปรากฏและพระราชกิจของพระเจ้า, ภาคผนวก 1: การทรงปรากฏของพระเจ้าได้นำมาซึ่งยุคใหม่