พระดำรัสของพระคริสต์ในยุคสุดท้าย (ข้อที่คัดสรร)

สีเข้ม

ธีม

แบบอักษร

ขนาดตัวอักษร

ระยะห่างบรรทัด

ความกว้างของหน้า

ผลลัพธ์ 0 รายการ

ไม่พบผลลัพธ์

อาณาจักรพันปีได้มาถึงแล้ว

พวกเจ้าได้เห็นพระราชกิจใดที่พระเจ้าจะทรงบรรลุในผู้คนกลุ่มนี้หรือไม่ พระเจ้าทรงตรัสว่า แม้ในอาณาจักรพันปี ผู้คนยังคงต้องติดตามพระวาทะของพระองค์ต่อไป และในอนาคต พระวาทะของพระเจ้าจะยังนำทางชีวิตของมนุษย์โดยตรงในดินแดนอันดีงามแห่งคานาอัน ขณะโมเสสอยู่ในถิ่นทุรกันดาร พระเจ้าทรงสั่งสอนและตรัสกับเขาโดยตรง พระเจ้าทรงส่งอาหาร น้ำ และมานาจากสวรรค์ให้ผู้คนได้รื่นรมย์ และวันนี้ก็ยังเป็นเช่นนี้ พระเจ้าทรงส่งสิ่งต่าง ๆ สำหรับรับประทานและดื่มให้ผู้คนได้รื่นรมย์ด้วยพระองค์เอง และพระองค์ทรงส่งคำสาปเพื่อลงโทษผู้คนด้วยพระองค์เอง และดังนั้น พระเจ้าจึงดำเนินการทุกขั้นตอนในพระราชกิจของพระองค์ด้วยพระองค์เอง วันนี้ ผู้คนแสวงหาการปรากฏของความจริง พวกเขาแสวงหาหมายสำคัญและการอัศจรรย์ และมีความเป็นไปได้ที่ผู้คนดังกล่าวทั้งหมดจะถูกละทิ้งไป เพราะพระราชกิจของพระเจ้ากลายเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับชีวิตจริงในทางปฏิบัติมากขึ้นทุกที ไม่มีใครรู้ว่าพระเจ้าทรงลงมาจากสวรรค์ พวกเขายังไม่ตระหนักรู้เช่นกันว่า พระเจ้าทรงส่งอาหารและยาบำรุงลงมาจากสวรรค์ แต่กระนั้น พระเจ้าก็ทรงมีอยู่จริงๆ และภาพฉากอันน่าตื่นเต้นของอาณาจักรพันปีในจินตนาการของผู้คนก็ยังเป็นพระวาทะส่วนพระองค์ของพระเจ้าด้วยเช่นกัน นี่คือข้อเท็จจริง และเช่นนี้เท่านั้นจึงจะเรียกว่า การครอบครองกับพระเจ้าบนแผ่นดินโลก การครอบครองกับพระเจ้าบนแผ่นดินโลกอ้างอิงถึงเนื้อหนัง เนื่องจากสิ่งที่ไม่ใช่เนื้อหนังนั้นไม่ได้ปรากฏอยู่บนแผ่นดินโลก และดังนั้นบรรดาผู้คนทั้งหมดที่มุ่งเน้นการไปยังสวรรค์ชั้นที่สามจึงทำเช่นนั้นไปโดยเปล่าประโยชน์ สักวันหนึ่ง เมื่อทั้งจักรวาลกลับคืนสู่พระเจ้า ศูนย์กลางของพระราชกิจของพระองค์ทั่วทั้งจักรวาลจะปฏิบัติตามพระวาทะของพระองค์ ไม่ว่าจะ ณ แห่งหนตำบลใด บางคนจะใช้โทรศัพท์ บางคนจะขึ้นเครื่องบิน บางคนจะขึ้นเรือข้ามทะเล และบางคนจะใช้เลเซอร์เพื่อรับพระวาทะของพระเจ้า ทุกคนจะชื่นชมบูชาและเต็มไปด้วยความถวิลหา พวกเขาทุกคนจะมาใกล้ชิดกับพระเจ้า และรวมตัวกันเข้าหาพระเจ้า และทุกคนจะนมัสการพระเจ้า และทั้งหมดนี้จะเป็นการกระทำของพระเจ้า จงจดจำสิ่งนี้ไว้! พระเจ้าจะไม่เริ่มต้นใหม่อีกครั้งในที่อื่นใดอย่างแน่นอน พระเจ้าจะทรงบรรลุข้อเท็จจริงนี้: พระองค์จะทำให้ผู้คนทั้งหมดทั่วทั้งจักรวาลมาอยู่ต่อพระพักตร์พระองค์และนมัสการพระเจ้าบนแผ่นดินโลก และพระราชกิจของพระองค์ในที่อื่น ๆ จะยุติลง และผู้คนจะถูกกดดันให้ต้องแสวงหาหนทางที่แท้จริง เหมือนดั่งโยเซฟ: ทุกคนมาหาเขาเพื่ออาหาร และก้มกราบเขาเพราะเขามีสิ่งให้รับประทาน เพื่อหลีกเลี่ยงกันดารอาหาร ผู้คนจะถูกบังคับให้แสวงหาหนทางที่แท้จริง ชุมชนทางศาสนาทั้งหมดจะประสบทุกข์จากกันดารอาหารที่รุนแรง และมีเพียงพระเจ้าของวันนี้ที่เป็นน้ำพุของน้ำแห่งชีวิต ซึ่งมีน้ำพุที่ไหลรินตลอดเวลาจัดเตรียมไว้สำหรับความรื่นรมย์ของมนุษย์ และผู้คนจะมาและพึ่งพาพระองค์ นั่นจะเป็นเวลาที่การกระทำของพระเจ้าได้รับการเปิดเผยและพระเจ้าทรงได้รับพระสิริ ผู้คนทั้งหมดทั่วจักรวาลจะนมัสการ “มนุษย์” ธรรมดาผู้นี้ นี่จะไม่ใช่วันแห่งพระสิริของพระเจ้าหรอกหรือ สักวันหนึ่ง ศิษยาภิบาลสูงอายุจะส่งโทรเลขมากมายออกไปเพื่อเสาะหาน้ำจากน้ำพุของน้ำแห่งชีวิต พวกเขาจะอยู่ในวัยชรา แต่พวกเขาจะยังมานมัสการบุคคลผู้นี้ ผู้ที่พวกเขาเคยรังเกียจเหยียดหยาม พวกเขาจะยอมรับพระองค์ออกมาจากปากของพวกเขาเอง และจะเชื่อมั่นวางใจในพระองค์ด้วยหัวใจของพวกเขาเอง นี่ไม่ใช่หมายสำคัญและการอัศจรรย์หรอกหรือ ยามที่ทั้งอาณาจักรมีความปีติยินดี จะเป็นวันแห่งพระสิริของพระเจ้า และใครก็ตามที่มาหาพวกเจ้าและได้รับข่าวดีจากพระเจ้าก็จะได้รับพรจากพระเจ้า และประเทศและประชาชนที่ทำเช่นนั้นจะได้รับพรและได้รับการดูแลโดยพระเจ้า ดังนั้น ทิศทางในอนาคตจะเป็นดังนี้: ผู้ที่ได้รับพระวาทะจากพระโอษฐ์ของพระเจ้าจะมีเส้นทางให้เดินบนแผ่นดินโลก และต่อให้พวกเขาเป็นนักธุรกิจ หรือนักวิทยาศาสตร์ หรือนักการศึกษา หรือนักอุตสาหกรรม บรรดาผู้ที่ปราศจากพระวจนะของพระเจ้าจะมีช่วงเวลาที่ยากลำบากในการจะก้าวเดินแม้เพียงหนึ่งก้าว และจะถูกกดดันให้ต้องแสวงหาหนทางที่แท้จริง นี่คือความหมายของ “ด้วยความจริง เจ้าจะเดินไปทั่วทั้งโลก เมื่อปราศจากความจริง เจ้าจะไม่ได้ไปที่ใดเลย” ดังนั้น ข้อเท็จจริงก็คือ: พระเจ้าจะทรงใช้หนทาง (ซึ่งหมายถึงพระวจนะทั้งหมดของพระองค์) เพื่อบัญชาทั้งจักรวาลและปกครองและพิชิตมนุษยชาติ ผู้คนต่างหวังเสมอว่า จะมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในวิถีทางที่พระเจ้าทรงปฏิบัติพระราชกิจ กล่าวโดยง่ายก็คือ พระเจ้าทรงควบคุมผู้คนผ่านพระวจนะ และเจ้าต้องทำในสิ่งที่พระเจ้าทรงตรัส ไม่ว่าเจ้าจะปรารถนาหรือไม่ก็ตาม นี่คือข้อเท็จจริงหนึ่งซึ่งเป็นความจริง และทุกคนต้องเชื่อฟังทำตาม และดังนั้น-เช่นกัน มันจึงเป็นสิ่งที่ต้องดำเนินต่อไปโดยไม่อาจหยุดยั้งและเป็นที่รู้กันโดยทั่วกัน

พระวิญญาณบริสุทธิ์ให้ความรู้สึกกับผู้คน หลังจากที่อ่านพระวจนะของพระเจ้า ผู้คนรู้สึกแน่วแน่มั่นคงและสงบสุขในหัวใจของพวกเขา ในขณะที่ผู้ซึ่งไม่ได้รับพระวจนะของพระเจ้ารู้สึกว่างเปล่า นั่นเองคือฤทธานุภาพของพระวจนะของพระเจ้า ผู้คนจะต้องอ่านพระวจนะของพระเจ้า และหลังจากที่อ่านพระวจนะของพระเจ้าแล้ว พวกเขาจะได้รับการบำรุงเลี้ยง และพวกเขาไม่สามารถรับการบำรุงเลี้ยงได้หากปราศจากพระวจนะของพระเจ้า เช่นเดียวกับตอนที่ผู้คนเสพฝิ่นเข้าไป: ฝิ่นให้พละกำลังแก่พวกเขา และยามที่ปราศจากฝิ่น พวกเขารู้สึกถึงอาการขาดยาที่รุนแรงของมัน และไร้กำลังวังชา นั่นเองคือแนวโน้มในหมู่ผู้คนในวันนี้ การอ่านพระวจนะของพระเจ้ามอบพละกำลังให้แก่ผู้คน หากพวกเขาไม่อ่านพระวจนะของพระเจ้า พวกเขารู้สึกเฉื่อยชา แต่หลังจากที่อ่านพระวจนะของพระเจ้า พวกเขาลุกออกจาก “เตียงผู้ป่วย” ของพวกเขาในทันที นี่คือพระวจนะของพระเจ้าที่กำลังใช้ฤทธานุภาพอยู่บนแผ่นดินโลก และพระเจ้าที่กำลังทรงปกครองอยู่บนแผ่นดินโลก บางคนต้องการจากไป หรือเริ่มเกิดความอิดโรยอ่อนล้ากับพระราชกิจของพระเจ้า ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม พวกเขาก็ไม่สามารถแยกตัวเองออกจากพระวจนะของพระเจ้าได้ ไม่สำคัญว่าพวกเขาจะอ่อนแอเพียงใดก็ตาม พวกเขาก็ยังคงต้องอาศัยพระวจนะของพระเจ้าในการดำรงชีวิต และไม่ว่าพวกเขาจะดื้อรั้นเพียงใด พวกเขายังคงไม่กล้าที่จะทิ้งพระวจนะของพระเจ้า เวลาที่พระวจนะของพระเจ้าทรงแสดงอิทธิฤทธิ์อย่างแท้จริงคือเวลาที่พระเจ้าทรงปกครองและทรงใช้ฤทธานุภาพ นี่คือวิธีปฏิบัติพระราชกิจของพระองค์ ไม่ว่าจะอย่างไร นี่ก็คือวิถีทางที่พระเจ้าทรงปฏิบัติพระราชกิจ และไม่อาจมีผู้ใดออกไปจากวิถีทางนี้ได้ พระวจนะของพระเจ้าจะแพร่กระจายไปตามบ้านเรือนต่างๆมากมายเกินคณานับ พระวจนะเหล่านี้จะกลายเป็นที่รู้กันสำหรับทุกคน และมีเพียงยามนั้นเท่านั้นเองที่พระราชกิจของพระองค์จะแพร่กระจายไปทั่วทั้งจักรวาล ซึ่งกล่าวได้ว่า หากพระราชกิจของพระเจ้าจะต้องแพร่กระจายไปทั่วทั้งจักรวาลแล้ว เช่นนั้นพระวจนะของพระองค์ก็จะต้องแพร่กระจาย ในวันแห่งพระสิริของพระเจ้า พระวจนะของพระเจ้าจะแสดงฤทธานุภาพและอำนาจ พระวจนะของพระองค์ทุกคำนับตั้งแต่สมัยโบราณจนถึงวันนี้จะบรรลุและจะถึงครามาบังเกิด โดยการนี้ พระสิริจะมาสู่พระเจ้าบนแผ่นดินโลก ซึ่งกล่าวได้ว่า พระวจนะของพระองค์จะครอบครองบนแผ่นดินโลก ทุกคนที่ชั่วช้าจะถูกลงโทษด้วยพระวจนะที่ตรัสจากพระโอษฐ์ของพระเจ้า ทุกคนที่ชอบธรรมจะได้รับพรจากพระวจนะที่ตรัสจากพระโอษฐ์ของพระเจ้า และทั้งหมดจะได้รับการตั้งและทำให้บริบูรณ์ด้วยพระวจนะที่ตรัสจากพระโอษฐ์ของพระเจ้า พระองค์จะไม่ทรงสำแดงหมายสำคัญและการอัศจรรย์ใด ทั้งหมดจะบรรลุด้วยพระวจนะของพระองค์ และพระวจนะของพระองค์จะสร้างข้อเท็จจริง ทุกคนบนโลกจะเฉลิมฉลองพระวจนะของพระเจ้า ไม่ว่าพวกเขาจะเป็นผู้ใหญ่หรือเด็ก เพศชาย เพศหญิง คนแก่ หรือคนหนุ่มสาว ทุกคนจะยอมอยู่ภายใต้พระวจนะของพระเจ้า พระวจนะของพระเจ้าปรากฏในเนื้อหนัง ซึ่งทำให้ผู้คนสามารถมองเห็นพระวจนะของพระองค์ได้บนแผ่นดินโลกอย่างเจิดจ้าจับตาและประหนึ่งมีชีวิต นี่คือความหมายของการที่พระวจนะกลายเป็นเนื้อหนัง พระเจ้าเสด็จมายังแผ่นดินโลกก็เพื่อบรรลุข้อเท็จจริงที่ว่า “วจนะกลายเป็นเนื้อหนัง” เป็นหลัก ซึ่งกล่าวได้ว่า พระองค์เสด็จมาเพื่อที่อาจจะได้ปล่อยพระวจนะของพระองค์ออกทางเนื้อหนัง (ไม่เหมือนกับในช่วงเวลาของโมเสสในพันธสัญญาเดิม คราที่พระสุรเสียงของพระเจ้าปล่อยออกมาจากท้องฟ้าโดยตรง) หลังจากนั้น พระวจนะทั้งหมดของพระองค์ก็จะถูกเติมเต็มจนลุล่วงในระหว่างยุคของอาณาจักรพันปี พระวจนะทั้งหมดของพระองค์จะกลายเป็นข้อเท็จจริงที่มองเห็นได้ต่อหน้าต่อตามนุษย์ และผู้คนจะเห็นพระวจนะทั้งหมดของพระองค์โดยใช้ดวงตาของตัวเองโดยปราศจากความไม่เสมอภาคกันแม้แต่น้อย นี่คือความหมายสูงสุดของการจุติมาเป็นมนุษย์ของพระเจ้า ซึ่งกล่าวได้ว่า พระราชกิจของพระวิญญาณบรรลุผ่านเนื้อหนัง และผ่านพระวจนะ นี่คือความหมายที่แท้จริงของ “พระวจนะกลายเป็นเนื้อหนัง” และ “การปรากฏของพระวจนะในเนื้อหนัง” มีเพียงพระเจ้าเท่านั้น-ที่สามารถตรัสถึงพระประสงค์ของพระวิญญาณ และมีเพียงพระเจ้าในเนื้อหนังเท่านั้น-ที่สามารถตรัสในพระนามของพระวิญญาณ พระวจนะของพระเจ้ามีความเรียบง่ายต่อการทำความเข้าใจในเรื่องที่พระเจ้าจุติมาเป็นมนุษย์ และเรื่องที่คนอื่นๆ ทุกคนได้รับการนำทางโดยพระวจนะของพระเจ้า โดยไม่มีใครได้รับการยกเว้น พวกเขาทั้งหมดอยู่ภายในขอบเขตนี้ ผู้คนสามารถตระหนักได้ก็เพียงจากพระวาทะเหล่านี้เท่านั้น บรรดาผู้ที่ไม่ได้รับเข้าไว้ในทำนองนี้นั้นย่อมกำลังฝันกลางวันหากพวกเขาคิดว่าพวกเขาสามารถรับพระวาทะจากสวรรค์ได้ สิ่งดังกล่าวคืออำนาจที่สาธิตให้เห็นในเนื้อหนังที่จุติมาเป็นมนุษย์ของพระเจ้า ซึ่งเป็นเหตุให้ทุกคนเชื่อในสิ่งนี้ด้วยความมั่นใจอันแรงกล้าทั้งมวล แม้แต่ผู้เชี่ยวชาญที่น่าเคารพยกย่องที่สุดและศิษยาภิบาลที่มีศรัทธาสูงสุดก็ยังไม่สามารถกล่าวคำเหล่านี้ได้ พวกเขาทั้งหมดต้องยอมอยู่ภายใต้พระวจนะของพระเจ้า และไม่มีผู้ใดจะสามารถทำการเริ่มต้นใหม่ได้ พระเจ้าจะทรงใช้พระวจนะเพื่อพิชิตจักรวาล พระองค์จะทรงปฏิบัติสิ่งนี้โดยไม่ผ่านเนื้อหนังที่พระองค์ทรงจุติเป็นมนุษย์ แต่ผ่านพระวาทะจากพระโอษฐ์ของพระเจ้าที่กลายเป็นเนื้อหนังเพื่อพิชิตผู้คนทั้งหมดในทั้งจักรวาล เพียงเช่นนี้เท่านั้นที่พระวจนะกลายเป็นเนื้อหนัง และเช่นนี้เท่านั้นที่เป็นการปรากฏของพระวจนะในเนื้อหนัง สำหรับมนุษย์ บางทีอาจปรากฏให้เห็นเสมือนว่าพระเจ้ามิได้ทรงปฏิบัติพระราชกิจอะไรมากมายนัก แต่พระเจ้าแค่ทรงต้องเปล่งพระวจนะของพระองค์เท่านั้น และพระวจนะของพระองค์จะเป็นที่เชื่อมั่นและน่าเกรงขามโดยทั่วกัน เมื่อปราศจากข้อเท็จจริง ผู้คนตะโกนและกรีดร้อง เมื่อมีพระวจนะของพระเจ้า พวกเขาเงียบลง พระเจ้าจะบรรลุข้อเท็จจริงนี้เป็นแน่ เพราะนี่คือแผนของพระเจ้าที่ได้ทรงตั้งไว้ยาวนาน: การบรรลุข้อเท็จจริงของการมาถึงของพระวจนะบนแผ่นดินโลก อันที่จริง ไม่มีความจำเป็นที่เราต้องอธิบายว่า—การมาถึงของอาณาจักรพันปีบนแผ่นดินโลก ก็คือการมาถึงของพระวจนะของพระเจ้าบนโลก การลงมาจากสวรรค์ของกรุงเยรูซาเลมใหม่ คือการมาถึงของพระวจนะของพระเจ้า เพื่อที่จะอยู่ท่ามกลางมนุษย์ เพื่อร่วมเคียงไปกับทุกการกระทำของมนุษย์ และความคิดทั้งหมดที่อยู่ภายในสุดของมนุษย์ นี่ยังเป็นข้อเท็จจริงหนึ่งซึ่งพระเจ้าจะทรงทำให้สำเร็จ นี่คือความงดงามของอาณาจักรพันปี นี่คือแผนการที่พระเจ้าทรงกำหนดไว้: พระวจนะของพระองค์จะปรากฏบนแผ่นดินโลกเป็นเวลาหลายพันปี และพระวจนะของพระองค์จะสำแดงการกระทำทั้งหมดของพระองค์ และทำให้พระราชกิจทั้งหมดของพระองค์บนแผ่นดินโลกเสร็จสิ้น และหลังจากนั้น ระยะของมนุษย์นี้ก็จะเป็นอันมาถึงจุดสิ้นสุด

ก่อนหน้า:จะรับใช้โดยประสานกันกับน้ำพระทัยพระเจ้าได้อย่างไร

ถัดไป:เจ้าควรมีชีวิตเพื่อความจริงเพราะเจ้าเชื่อในพระเจ้า

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง