2. ความสำคัญของการที่พระเจ้าทรงบังเกิดเป็นมนุษย์
พระวจนะของพระเจ้าที่เกี่ยวข้อง
เนื้อหนังนี้มีความสำคัญต่อมนุษย์ยิ่งนักเพราะพระองค์ทรงเป็นมนุษย์ และยิ่งไปกว่านั้น พระองค์ทรงเป็นพระเจ้า เพราะพระองค์สามารถกระทำพระราชกิจที่ไม่มีมนุษย์ธรรมดาที่มีเนื้อหนังคนใดสามารถกระทำได้ และเพราะพระองค์สามารถช่วยมนุษย์ที่เสื่อมทรามผู้ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับพระองค์บนแผ่นดินโลกให้รอดได้ แม้ว่าพระองค์ทรงเป็นเหมือนกันกับมนุษย์ แต่พระเจ้าซึ่งประสูติเป็นมนุษย์ก็ทรงมีความสำคัญต่อมวลมนุษย์มากกว่าบุคคลที่มีคุณค่าคนใด เพราะพระองค์สามารถกระทำพระราชกิจที่พระวิญญาณของพระเจ้าไม่สามารถกระทำได้ สามารถมากกว่าพระวิญญาณของพระเจ้าในการเป็นคำพยานต่อพระเจ้าพระองค์เอง และสามารถมากกว่าพระวิญญาณของพระเจ้าในการได้รับมวลมนุษย์อย่างครบถ้วน เนื่องจากผลอันนี้ ถึงแม้เนื้อหนังนี้จะเป็นปกติและธรรมดา แต่เมื่อเป็นเรื่องของความช่วยเหลือที่พระองค์ทรงมีต่อมวลมนุษย์และนัยสำคัญของพระองค์ต่อการดำรงอยู่ของมวลมนุษย์ สิ่งเหล่านั้นก็มีค่าอย่างสูง และคุณค่าและนัยสำคัญตามจริงของเนื้อหนังนี้มิอาจประเมินได้กับมนุษย์คนใด ถึงแม้ว่าเนื้อหนังนี้จะไม่สามารถทำลายซาตานได้โดยตรง แต่พระองค์สามารถใช้พระราชกิจของพระองค์เพื่อพิชิตมวลมนุษย์และเอาชนะซาตาน และทำให้ซาตานนบนอบต่ออำนาจครอบครองของพระองค์อย่างเต็มเปี่ยมได้ เป็นเพราะพระเจ้าประสูติเป็นมนุษย์นี่เองที่พระองค์สามารถเอาชนะซาตานและสามารถช่วยมวลมนุษย์ให้รอดได้ พระองค์มิได้ทรงทำลายซาตานโดยตรง แต่แทนที่จะเป็นเช่นนั้น ทรงกลายมาเป็นเนื้อหนังเพื่อทรงพระราชกิจแห่งการพิชิตมวลมนุษย์ที่ได้ถูกซาตานทำให้เสื่อมทรามไปแล้ว ในหนทางนี้ พระองค์สามารถเป็นคำพยานต่อพระองค์เองท่ามกลางสิ่งมีชีวิตทรงสร้างของพระองค์ได้ดีกว่า และพระองค์สามารถช่วยมนุษย์ที่ถูกทำให้เสื่อมทรามให้รอดได้ดีกว่า การที่พระเจ้าผู้ประสูติเป็นมนุษย์ทรงทำให้ซาตานปราชัยนั้นเป็นคำพยานที่ยิ่งใหญ่กว่า และจูงใจได้มากกว่าการทำลายซาตานโดยตรงโดยพระวิญญาณของพระเจ้า พระเจ้าในเนื้อหนังสามารถช่วยมนุษย์ให้รู้จักพระผู้สร้างได้ดีกว่า และสามารถเป็นคำพยานต่อพระองค์เองท่ามกลางสิ่งมีชีวิตทรงสร้างของพระองค์ได้ดีกว่า
—พระวจนะฯ เล่ม 1 การทรงปรากฏและพระราชกิจของพระเจ้า, มวลมนุษย์ที่เสื่อมทรามจำเป็นต้องมีความรอดจากพระเจ้าผู้ประสูติเป็นมนุษย์มากขึ้นทุกขณะ
จุดแข็งที่ยอดเยี่ยมที่สุดเกี่ยวกับพระราชกิจในเนื้อหนังของพระองค์ก็คือ พระองค์สามารถฝากพระวจนะและคำเตือนสติที่ถูกต้องเที่ยงตรง และเจตนารมณ์อันแน่ชัดที่พระองค์ทรงมีต่อมวลมนุษย์ให้แก่คนที่ติดตามพระองค์ เพื่อที่หลังจากนั้นผู้ติดตามของพระองค์จะได้สามารถถ่ายทอดพระราชกิจทั้งปวงในเนื้อหนังของพระองค์ รวมทั้งเจตนารมณ์ที่พระองค์ทรงมีต่อมนุษย์ทั้งมวล ให้แก่คนที่ยอมรับหนทางนี้ได้อย่างเที่ยงตรงยิ่งขึ้นและในลักษณะที่สัมพันธ์กับชีวิตจริงมากขึ้น ด้วยการที่พระเจ้าในเนื้อหนังมาทรงพระราชกิจท่ามกลางมนุษย์เท่านั้นที่ทำให้พระเจ้าทรงอยู่ร่วมและดำรงพระชนม์ร่วมกับมนุษย์ได้จริง ทั้งยังลุล่วงความปรารถนาของมนุษย์ที่จะยลพระพักตร์ของพระเจ้า เป็นพยานรู้เห็นพระราชกิจของพระเจ้า และได้ฟังพระวจนะที่พระเจ้านั้นตรัสด้วยพระองค์เอง พระเจ้าผู้ประสูติเป็นมนุษย์ทรงสิ้นสุดยุคที่มวลมนุษย์มองเห็นแต่พระปฤษฎางค์ของพระยาห์เวห์ และพระองค์ยังสรุปปิดยุคที่มวลมนุษย์เชื่อในพระเจ้าที่คลุมเครืออีกด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พระราชกิจแห่งการประสูติเป็นมนุษย์ของพระเจ้าในครั้งที่ผ่านมานั้นพามนุษย์ทั้งปวงเข้าสู่ยุคที่มีความเป็นจริงมากขึ้น สัมพันธ์กับชีวิตจริงมากขึ้น และงดงามขึ้น พระราชกิจนี้ไม่เพียงสรุปปิดยุคธรรมบัญญัติและกฎข้อบังคับทั้งหลายเท่านั้น แต่ที่สำคัญยิ่งกว่านั้นคือ ยังเผยให้มวลมนุษย์มองเห็นพระเจ้าผู้ทรงสัมพันธ์กับชีวิตจริงและปกติ ชอบธรรมและบริสุทธิ์ พระเจ้าผู้ทรงเปิดตัวพระราชกิจที่เป็นแผนการบริหารจัดการ แสดงให้เห็นความล้ำลึกทั้งหลายและบั้นปลายของมวลมนุษย์ สร้างมวลมนุษย์และสิ้นสุดพระราชกิจบริหารจัดการ ทั้งยังทรงซ่อนเร้นมานานหลายพันปีแล้ว พระราชกิจนี้สิ้นสุดยุคแห่งความคลุมเครือโดยสิ้นเชิง สรุปปิดยุคที่มนุษย์ทั้งมวลปรารถนาที่จะแสวงหาพระพักตร์ของพระเจ้า แต่ก็ไม่สามารถทำได้ เป็นการจบยุคที่มนุษย์ทั้งมวลรับใช้ซาตาน และนำมนุษย์ทั้งมวลผ่านเข้าสู่ยุคใหม่ล่าสุด ทั้งหมดนี้เป็นผลจากพระราชกิจของพระเจ้าในเนื้อหนังซึ่งแทนที่พระวิญญาณของพระเจ้า เฉพาะเมื่อพระเจ้าทรงพระราชกิจในเนื้อหนังของพระองค์เท่านั้น คนที่ติดตามพระองค์จึงจะไม่แสวงและควานหาสิ่งที่ดูเหมือนทั้งมีอยู่และไม่มีอยู่อีกต่อไป ยุติการคาดเดาเจตนารมณ์ของพระเจ้าที่คลุมเครือ เมื่อพระเจ้าทรงเผยแผ่พระราชกิจของพระองค์ในเนื้อหนังนั้น บรรดาผู้ที่ติดตามพระองค์จะถ่ายทอดพระราชกิจที่พระองค์ได้ทรงกระทำในเนื้อหนังให้กับทุกๆ ศาสนาและคณะนิกายทั้งหมด และพวกเขาจะสื่อสารพระวจนะทั้งหมดของพระองค์ไปถึงหูของมวลมนุษย์ทั้งหมด ทุกอย่างที่บรรดาผู้ได้รับข่าวประเสริฐของพระองค์ได้ยินนั้นจะเป็นข้อเท็จจริงเกี่ยวพระราชกิจของพระองค์ จะเป็นสิ่งทั้งหลายที่มนุษย์ได้เห็นและได้ยินมาด้วยตนเอง และจะเป็นข้อเท็จจริงและไม่ใช่เรื่องเล่าขาน ข้อเท็จจริงเหล่านี้คือหลักฐานที่พระองค์ทรงใช้เผยแผ่พระราชกิจ และพวกมันยังเป็นเครื่องมือทั้งหลายที่พระองค์ทรงใช้ในการเผยแผ่พระราชกิจด้วยเช่นกัน หากไม่มีการดำรงอยู่ของข้อเท็จจริงทั้งหลายแล้ว ข่าวประเสริฐของพระองค์ก็คงจะไม่เผยแผ่ไปทั่วทุกประเทศและทุกสถานที่ หากไม่มีข้อเท็จจริงแต่มีเพียงความคิดฝันของมนุษย์เท่านั้น พระองค์ก็คงจะไม่มีวันสามารถทรงพระราชกิจแห่งการพิชิตจักรวาลทั้งหมดทั้งมวลได้ พระวิญญาณเป็นสิ่งที่มนุษย์ไม่อาจสัมผัสได้ ไม่ปรากฏแก่ตามนุษย์ และพระราชกิจของพระวิญญาณก็ไม่สามารถทิ้งหลักฐานหรือข้อเท็จจริงอันใดเกี่ยวกับพระราชกิจของพระเจ้าให้แก่มนุษย์ได้มากกว่านี้ มนุษย์จะไม่มีวันมองเห็นพระพักตร์อันแท้จริงของพระเจ้า เขาจะเชื่ออยู่เสมอในพระเจ้าที่คลุมเครือซึ่งไม่มีอยู่จริง มนุษย์จะไม่มีวันได้เห็นพระพักตร์ของพระเจ้า และจะไม่มีวันได้ฟังพระวจนะที่พระเจ้าตรัสด้วยพระองค์เอง ไม่ว่าจะอย่างไร ความคิดฝันของมนุษย์ก็ว่างเปล่า และไม่สามารถแทนที่พระพักตร์ที่แท้จริงของพระเจ้า มนุษย์ไม่อาจแสดงอุปนิสัยประจำพระองค์ของพระเจ้าและทำพระราชกิจของพระเจ้าพระองค์เองได้ มีเพียงพระเจ้าผู้บังเกิดเป็นเนื้อหนังและเสด็จมาท่ามกลางมนุษย์เพื่อทรงพระราชกิจของพระองค์ด้วยพระองค์เองเท่านั้นที่สามารถนำพระเจ้าที่มองไม่เห็นบนฟ้าสวรรค์และพระราชกิจของพระองค์มายังแผ่นดินโลกได้ นี่คือหนทางซึ่งดีเลิศที่สุดที่พระเจ้าจะทรงปรากฏแก่มนุษย์ เป็นหนทางที่ทำให้มนุษย์มองเห็นพระเจ้าและมารู้จักพระพักตร์ที่แท้จริงของพระเจ้า ซึ่งพระเจ้าผู้ไม่ได้ประสูติเป็นมนุษย์ไม่อาจสัมฤทธิ์ได้
—พระวจนะฯ เล่ม 1 การทรงปรากฏและพระราชกิจของพระเจ้า, มวลมนุษย์ที่เสื่อมทรามจำเป็นต้องมีความรอดจากพระเจ้าผู้ประสูติเป็นมนุษย์มากขึ้นทุกขณะ
เวลานี้ พระเจ้าเสด็จมาทรงพระราชกิจไม่ใช่ในกายจิตวิญญาณ แต่ในกายที่ธรรมดาสามัญมาก ยิ่งไปกว่านั้น นี่เป็นพระกายในการประสูติเป็นมนุษย์ครั้งที่สองของพระเจ้า และยังเป็นพระกายที่พระเจ้าทรงใช้กลับคืนสู่เนื้อหนังด้วยเช่นกัน เป็นเนื้อหนังซึ่งธรรมดาสามัญมาก เมื่อมองดูพระองค์ เจ้าไม่สามารถมองเห็นสิ่งใดที่ทำให้พระองค์โดดเด่นออกมาจากผู้อื่น แต่เจ้าสามารถได้รับความจริงซึ่งไม่เคยได้ยินมาก่อนจากพระองค์ เนื้อหนังซึ่งธรรมดาสามัญนี้เองคือรูปธรรมของพระวจนะแห่งความจริงทั้งหมดจากพระเจ้า เป็นผู้แบกรับพระราชกิจของพระเจ้าในยุคสุดท้าย และเป็นการแสดงออกซึ่งพระอุปนิสัยทั้งหมดของพระเจ้าให้มนุษย์เข้าใจ เจ้าไม่ปรารถนาอย่างยิ่งยวดที่จะได้เห็นพระเจ้าในสวรรค์หรอกหรือ? เจ้าไม่ปรารถนาอย่างยิ่งยวดที่จะเข้าใจพระเจ้าในสวรรค์หรอกหรือ? เจ้าไม่ปรารถนาอย่างยิ่งยวดที่จะมองเห็นบั้นปลายของมวลมนุษย์หรอกหรือ? พระองค์จะทรงบอกความลับทั้งหมดนี้แก่เจ้า—ความลับที่ไม่เคยมีมนุษย์คนใดสามารถบอกเจ้าได้—และพระองค์จะตรัสบอกความจริงที่เจ้าไม่เข้าใจกับเจ้าด้วยเช่นกัน พระองค์ทรงเป็นประตูให้เจ้าไปสู่ราชอาณาจักร และเป็นผู้นำเจ้าเข้าไปสู่ยุคใหม่ เนื้อหนังที่ธรรมดาสามัญนี้ถือครองความล้ำลึกมากมายซึ่งมนุษย์มิอาจหยั่งถึง กิจการของพระองค์มิอาจพินิจพิเคราะห์ได้สำหรับเจ้า แต่เป้าหมายทั้งหมดของพระราชกิจที่พระองค์ทรงทำนั้นเพียงพอที่จะทำให้เจ้ามองเห็นว่าพระองค์มิใช่เนื้อหนังธรรมดาอย่างที่ผู้คนเชื่อ เพราะพระองค์เป็นตัวแทนเจตนารมณ์ของพระเจ้าในยุคสุดท้ายและความใส่พระทัยที่พระเจ้าทรงแสดงต่อมวลมนุษย์ในยุคสุดท้าย แม้เจ้าจะไม่สามารถได้ยินพระวจนะของพระองค์ที่ดูเหมือนจะสั่นสะเทือนฟ้าสวรรค์และแผ่นดินโลก แม้เจ้าจะไม่สามารถมองเห็นพระเนตรของพระองค์ดังเช่นเปลวเพลิง และแม้เจ้าจะไม่สามารถได้รับการบ่มวินัยจากคทาเหล็กของพระองค์ แต่กระนั้น เจ้าก็สามารถได้ยินจากพระวจนะของพระองค์ว่าพระเจ้ากำลังทรงพิโรธ และรู้ว่าพระเจ้ากำลังทรงแสดงพระกรุณาต่อมวลมนุษย์ และมองเห็นพระอุปนิสัยอันชอบธรรมของพระเจ้าและพระปัญญาของพระองค์ และยิ่งไปกว่านั้น ซาบซึ้งถึงความกังวลห่วงใยที่พระเจ้าทรงมีให้กับมวลมนุษย์ทั้งปวง พระราชกิจของพระเจ้าในยุคสุดท้ายคือ การเปิดโอกาสให้มนุษย์มองเห็นพระเจ้าในสวรรค์ดำรงชีวิตอยู่ท่ามกลางพวกมนุษย์บนแผ่นดินโลก และทำให้มนุษย์สามารถรู้จัก นบนอบ ยำเกรง และรักพระเจ้า นี่เป็นเหตุผลว่าเหตุใดพระองค์จึงได้ทรงกลับคืนสู่เนื้อหนังเป็นครั้งที่สอง แม้ว่าสิ่งที่มนุษย์เห็นในวันนี้คือพระเจ้าองค์หนึ่งซึ่งเหมือนกับมนุษย์ พระเจ้าองค์หนึ่งซึ่งมีหนึ่งพระนาสิกและสองพระเนตร และเป็นพระเจ้าที่ไม่โดดเด่นอย่างยิ่ง ในท้ายที่สุด พระเจ้าจะแสดงให้พวกเจ้าเห็นว่าถ้าคนคนนี้มิได้ดำรงอยู่ ฟ้าสวรรค์และแผ่นดินโลกก็จะประสบกับการเปลี่ยนแปลงมหาศาล ถ้าคนคนนี้มิได้ดำรงอยู่ ฟ้าสวรรค์จะสลัวลง แผ่นดินโลกจะดิ่งลงสู่ความอลหม่าน และมวลมนุษย์ทั้งปวงจะดำรงชีวิตท่ามกลางการกันดารอาหารและโรคระบาด พระองค์จะทรงแสดงให้พวกเจ้าเห็นว่า ถ้าพระเจ้าผู้ประสูติเป็นมนุษย์ในยุคสุดท้ายไม่ได้เสด็จมาช่วยพวกเจ้าให้รอด พระเจ้าก็คงจะทรงทำลายมวลมนุษย์ทั้งปวงในนรกไปนานแล้ว หากไม่มีเนื้อหนังนี้อยู่ พวกเจ้าก็จะเป็นพวกคนบาปตัวฉกาจไปตลอดกาล และเจ้าจะกลายเป็นซากศพชั่วนิรันดร พวกเจ้าควรรู้ว่า หากเนื้อหนังนี้มิได้ดำรงอยู่ ย่อมเป็นไปไม่ได้ที่มวลมนุษย์ทั้งปวงจะหลีกหนีความหายนะอันใหญ่หลวง และเป็นไปไม่ได้ที่จะหลีกหนีการลงโทษที่รุนแรงยิ่งขึ้นซึ่งพระเจ้าประทานให้กับมวลมนุษย์ในยุคสุดท้าย หากเนื้อหนังธรรมดาสามัญนี้ไม่ถือกำเนิดขึ้น พวกเจ้าทั้งหมดก็คงจะอยู่ในสภาวะที่พวกเจ้าร้องขอชีวิตแต่ก็ไม่สามารถมีชีวิตอยู่ได้ และวิงวอนขอความตายแต่ก็ไม่สามารถตายได้ หากเนื้อหนังนี้มิได้ดำรงอยู่ พวกเจ้าก็จะไม่สามารถได้รับความจริงและมาอยู่เบื้องหน้าพระบัลลังก์ของพระเจ้าในวันนี้ได้ แต่พวกเจ้าจะถูกพระเจ้าลงโทษเพราะบาปอันหนักหนาสาหัสของพวกเจ้าแทน พวกเจ้ารู้หรือไม่ว่า หากมิใช่เพราะพระเจ้าทรงกลับคืนสู่เนื้อหนัง ก็คงจะไม่มีผู้ใดมีโอกาสได้รับความรอด และหากมิใช่เพราะการมาของเนื้อหนังนี้ พระเจ้าก็คงจะทรงยุติยุคเก่าไปเสียนานแล้ว? เมื่อเป็นเช่นนี้ พวกเจ้ายังจะปฏิเสธการประสูติเป็นมนุษย์ครั้งที่สองของพระเจ้าอยู่อีกหรือ? ในเมื่อพวกเจ้าสามารถได้ประโยชน์มากมายเช่นนี้จากคนธรรมดาผู้นี้ เหตุใดพวกเจ้าจึงจะไม่ยอมรับพระองค์ด้วยความยินดีเล่า?
พระราชกิจของพระเจ้าคือบางสิ่งที่เจ้าไม่สามารถเข้าใจได้ หากเจ้าไม่สามารถทำความเข้าใจได้อย่างถ่องแท้ว่าทางเลือกของเจ้าถูกต้องหรือไม่ ทั้งยังไม่สามารถรู้ได้ว่าพระราชกิจของพระเจ้าสามารถประสบผลสำเร็จได้หรือไม่ แล้วเหตุใดเจ้าจึงไม่ลองเสี่ยงโชคของเจ้าดูว่ามนุษย์ธรรมดาสามัญผู้นี้อาจช่วยเหลือเจ้าได้อย่างใหญ่หลวง และพระเจ้าได้ทรงพระราชกิจที่ยิ่งใหญ่จริงๆ หรือไม่? อย่างไรก็ตาม เราต้องบอกเจ้าว่า ในกาลของโนอาห์ มนุษย์ได้กินและดื่ม สมรสกันและยอมพ่ายแพ้แก่ชีวิตสมรสจนถึงขอบข่ายที่พระเจ้าไม่ทรงสามารถทนรู้เห็นเป็นพยานได้ พระองค์จึงทรงส่งน้ำท่วมใหญ่มาทำลายมวลมนุษย์ และไว้ชีวิตเพียงครอบครัวแปดคนของโนอาห์ กับนกและสัตว์ป่าทุกชนิด อย่างไรก็ตาม ในยุคสุดท้าย ผู้ที่พระเจ้าทรงไว้ชีวิตคือทุกคนที่จงรักภักดีต่อพระองค์จนถึงปลายทาง แม้ทั้งสองยุคจะเป็นกาลสมัยที่มีความเสื่อมทรามอันใหญ่หลวงจนพระองค์ไม่สามารถทนรู้เห็นเป็นพยานได้ และมวลมนุษย์ในทั้งสองยุคกลับกลายเป็นเสื่อมทรามยิ่งนักและปฏิเสธว่าพระเจ้าไม่ใช่องค์พระผู้เป็นเจ้าของพวกเขา พระเจ้าได้ทรงทำลายเพียงผู้คนในกาลสมัยของโนอาห์ มวลมนุษย์ในทั้งสองยุคทำให้พระเจ้าทรงทุกข์โศกอย่างใหญ่หลวง ทว่าพระเจ้าก็ยังคงทรงอดทนกับมนุษย์ในยุคสุดท้ายจนถึงบัดนี้ เหตุใดจึงเป็นเช่นนี้เล่า? พวกเจ้าไม่เคยแปลกใจเลยหรือว่าเป็นเพราะเหตุใด? หากพวกเจ้าไม่รู้จริงๆ เช่นนั้นก็จงให้เราบอกแก่พวกเจ้าเถิด เหตุผลที่พระเจ้าสามารถประทานพระคุณให้แก่ผู้คนในยุคสุดท้ายนั้น ไม่ใช่เพราะพวกเขาเสื่อมทรามน้อยกว่าผู้คนในกาลสมัยของโนอาห์ หรือเพราะพวกเขาได้แสดงการกลับใจต่อพระเจ้าแล้ว และนับประสาอะไรที่จะเป็นเพราะวิทยาการในยุคสุดท้ายก้าวหน้าเสียจนพระเจ้าไม่สามารถตัดใจทำลายพวกเขาได้ แต่เป็นเพราะพระเจ้าทรงมีพระราชกิจที่ต้องทำในกลุ่มผู้คนในยุคสุดท้าย และพระเจ้าจะทรงพระราชกิจนี้ด้วยพระองค์เองในการประสูติเป็นมนุษย์ของพระองค์ นอกจากนี้ พระเจ้าจะทรงเลือกสรรคนส่วนหนึ่งในกลุ่มนี้ให้กลายเป็นวัตถุแห่งความรอดของพระองค์ และเป็นดอกผลของแผนการบริหารจัดการของพระองค์ และนำพาผู้คนเหล่านี้ไปสู่ยุคถัดไป ดังนั้น ราคาที่พระเจ้าทรงจ่ายไปทั้งหมดนี้ ไม่ว่าจะเป็นอะไรก็ตาม ต่างก็เป็นไปเพื่อการตระเตรียมสำหรับพระราชกิจซึ่งเนื้อหนังที่พระองค์ประสูติเป็นมนุษย์จะทรงทำในยุคสุดท้ายทั้งสิ้น ข้อเท็จจริงที่ว่าพวกเจ้าได้มาถึงวันนี้นั้น ก็เป็นเพราะเนื้อหนังนี้ พวกเจ้ามีโอกาสที่จะรอดชีวิตก็เพราะพระเจ้าทรงดำรงชีวิตอยู่ในเนื้อหนังนี้ พรทั้งหมดนี้ล้วนได้มาก็เพราะมนุษย์ธรรมดาสามัญผู้นี้ แต่ไม่เพียงเท่านี้ ในท้ายที่สุด ทุกชนชาติจะนมัสการมนุษย์ธรรมดาสามัญผู้นี้ ทั้งยังขอบคุณและนบนอบมนุษย์ที่ไร้นัยสำคัญผู้นี้ เพราะความจริง ชีวิต และหนทางที่พระองค์ทรงนำมานี่เองที่ได้ช่วยมวลมนุษย์ทั้งปวงให้รอด ได้บรรเทาความขัดแย้งระหว่างมนุษย์กับพระเจ้า ได้ลดระยะห่างระหว่างมนุษย์และพระเจ้า และเปิดการเชื่อมโยงระหว่างพระดำริของพระเจ้าและมนุษย์ เป็นพระองค์เช่นกันที่ได้รับพระสิริซึ่งยิ่งใหญ่ขึ้นสำหรับพระเจ้า มนุษย์ธรรมดาสามัญผู้นี้ไม่ควรค่าแก่ความไว้วางใจและความชื่นชมบูชาของเจ้าหรอกหรือ? เนื้อหนังซึ่งธรรมดาสามัญผู้นี้ไม่เหมาะที่จะได้รับการเรียกขานว่าพระคริสต์หรอกหรือ? มนุษย์ธรรมดาสามัญผู้นี้ไม่สามารถกลายเป็นการแสดงออกของพระเจ้าท่ามกลางมวลมนุษย์หรอกหรือ? มนุษย์ผู้นี้คือผู้ที่ได้ไว้ชีวิตมวลมนุษย์จากความวิบัติไม่สมควรแก่ความรักของพวกเจ้าและความปรารถนาของพวกเจ้าที่จะยึดพระองค์ไว้ให้มั่นหรอกหรือ? หากพวกเจ้าปฏิเสธความจริงซึ่งแสดงจากพระโอษฐ์ของพระองค์ และรังเกียจการดำรงอยู่ของพระองค์ท่ามกลางพวกเจ้า แล้วสิ่งใดเล่าที่จะเกิดขึ้นกับเจ้าในท้ายที่สุด?
พระราชกิจทั้งหมดของพระเจ้าในยุคสุดท้ายกระทำผ่านมนุษย์ธรรมดาสามัญผู้นี้ บุคคลผู้นี้จะมอบทุกสิ่งแก่เจ้า และที่ยิ่งไปกว่านั้นก็คือ บุคคลผู้นี้จะสามารถชี้ขาดทุกสิ่งที่สัมพันธ์กับเจ้า เป็นไปได้หรือที่มนุษย์ผู้นี้จะเป็นมนุษย์ที่ธรรมดาจนไม่ควรค่าแก่การเอ่ยถึง อย่างที่พวกเจ้าเชื่อว่าพระองค์เป็น? ความจริงของพระองค์ไม่เพียงพอที่จะทำให้พวกเจ้าเชื่ออย่างสุดใจกระนั้นหรือ? การได้เห็นกิจการของพระองค์ด้วยตาของพวกเจ้าเองไม่สามารถทำให้พวกเจ้าเชื่อได้กระนั้นหรือ? หรือว่าเส้นทางที่พระองค์ทรงนำทางนั้นไม่ควรค่าให้พวกเจ้าเดินไป? เมื่อพิจารณาโดยรวมทุกอย่างแล้ว สิ่งใดที่เป็นเหตุให้พวกเจ้ารู้สึกรังเกียจพระองค์ และปฏิเสธพระองค์และรักษาระยะห่างจากพระองค์ มนุษย์ผู้นี้นี่เองที่เป็นผู้แสดงความจริง มนุษย์ผู้นี้นี่เองที่เป็นผู้จัดเตรียมความจริง และมนุษย์ผู้นี้นี่เองที่เป็นผู้มอบเส้นทางให้พวกเจ้าเดินตาม อาจเป็นได้หรือไม่ว่าพวกเจ้ายังคงไม่สามารถค้นพบร่องรอยของพระราชกิจของพระเจ้าภายในความจริงเหล่านี้? หากปราศจากพระราชกิจของพระเยซู มวลมนุษย์ย่อมจะไม่สามารถลงมาจากกางเขน แต่หากปราศจากการประสูติเป็นมนุษย์ในวันนี้ บรรดาผู้ที่ลงมาจากกางเขนย่อมจะไม่มีวันได้รับการเห็นชอบจากพระเจ้าหรือเข้าสู่ยุคใหม่ได้เลย หากปราศจากการมาของมนุษย์ธรรมดาสามัญผู้นี้ พวกเจ้าก็คงจะไม่มีวันได้มีโอกาสที่จะมองเห็นพระพักตร์ที่แท้จริงของพระเจ้า ทั้งยังไม่มีคุณสมบัติเหมาะสมพอที่จะมองเห็น เพราะพวกเจ้าทั้งหมดล้วนเป็นเป้าหมายที่ควรถูกทำลายสิ้นมานานแล้ว เนื่องจากการมาถึงของการประสูติเป็นมนุษย์ครั้งที่สองของพระเจ้า พระเจ้าได้ทรงยกโทษให้พวกเจ้าและแสดงความกรุณาต่อพวกเจ้า ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม คำพูดที่เราต้องทิ้งไว้กับพวกเจ้าในตอนท้ายก็ยังคงเป็นคำพูดเหล่านี้ที่ว่า มนุษย์ธรรมดาสามัญผู้นี้ ผู้ซึ่งเป็นพระเจ้าผู้ประสูติเป็นมนุษย์นั้น มีความสำคัญสูงสุดต่อพวกเจ้า นี่คือสิ่งยิ่งใหญ่ที่พระเจ้าได้ทรงกระทำท่ามกลางมวลมนุษย์แล้ว
—พระวจนะฯ เล่ม 1 การทรงปรากฏและพระราชกิจของพระเจ้า, เจ้ารู้หรือไม่ว่า พระเจ้าได้ทรงกระทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่ท่ามกลางมวลมนุษย์?
พวกที่ปรารถนาที่จะได้รับชีวิตโดยไม่พึ่งพาความจริงที่พระคริสต์ตรัสคือผู้คนที่ไร้สาระน่าขันที่สุดบนแผ่นดินโลก และพวกที่ไม่ยอมรับหนทางแห่งชีวิตซึ่งพระคริสต์ทรงนำพามาคือคนที่หลงอยู่ในความเพ้อฝัน และดังนั้นเราจึงกล่าวว่าพวกที่ไม่ยอมรับพระคริสต์ของยุคสุดท้ายจะถูกพระเจ้าทรงเกลียดชังไปตลอดกาล พระคริสต์ทรงเป็นประตูให้มนุษย์ไปสู่ราชอาณาจักรในยุคสุดท้าย และไม่มีใครสามารถเลี่ยงพระองค์ได้ อาจไม่มีใครเลยที่พระเจ้าทรงทำให้มีความเพียบพร้อมเว้นแต่จะผ่านทางพระคริสต์ เจ้าเชื่อในพระเจ้า และดังนั้นเจ้าต้องยอมรับพระวจนะของพระองค์และนบนอบพระวจนะของพระองค์ อย่าเอาแต่นึกถึงการได้รับพรระหว่างที่ยังไม่สามารถยอมรับความจริงและยังไม่อาจรับมอบชีวิตได้ พระคริสต์เสด็จมาในยุคสุดท้ายเพื่อให้พระองค์ทรงจัดเตรียมชีวิตให้ทุกคนซึ่งเชื่อในพระองค์อย่างจริงใจ พระราชกิจนี้มีขึ้นเพื่อการสรุปปิดตัวยุคเก่าและเข้าสู่ยุคใหม่ และพระราชกิจนี้คือเส้นทางที่บรรดาผู้ที่จะผ่านเข้าสู่ยุคใหม่ล้วนต้องใช้เดิน หากเจ้าไม่ยอมรับรู้เกี่ยวกับพระคริสต์ และยิ่งไปกว่านั้นกลับกล่าวโทษ หมิ่นประมาท หรือข่มเหงพระองค์ เช่นนั้นแล้วแน่นอนว่าเจ้าไม่แคล้วถูกเผาไหม้ไปชั่วนิรันดร์และจะไม่มีวันเข้าสู่ราชอาณาจักรของพระเจ้าได้ นี่เป็นเพราะพระคริสต์พระองค์นี้ทรงเป็นการแสดงออกด้วยพระองค์เองของพระวิญญาณบริสุทธิ์ ทรงเป็นการแสดงออกของพระเจ้า ทรงเป็นองค์หนึ่งเดียวที่พระเจ้าได้ไว้วางพระทัยมอบหมายให้ปฏิบัติพระราชกิจของพระองค์บนแผ่นดินโลก และดังนั้นเราจึงกล่าวว่าหากเจ้าไม่สามารถยอมรับทุกสิ่งทุกอย่างที่ทำโดยพระคริสต์แห่งยุคสุดท้าย เช่นนั้นแล้วเจ้าย่อมหมิ่นประมาทพระวิญญาณบริสุทธิ์ การลงทัณฑ์อันสาสมสำหรับพวกที่หมิ่นประมาทพระวิญญาณบริสุทธิ์นั้นประจักษ์ชัดอยู่ในตัวของมันเองต่อทุกคน เรายังบอกเจ้าดังนี้ด้วยว่าหากเจ้าขัดขืนพระคริสต์แห่งยุคสุดท้าย หากเจ้าปฏิเสธพระคริสต์แห่งยุคสุดท้าย เช่นนั้นก็จะไม่มีใครอื่นแบกรับผลที่ตามมาเพราะการนี้แทนเจ้าได้ ยิ่งไปกว่านั้น นับจากจุดนั้นเป็นต้นไป เจ้าจะไม่มีโอกาสได้รับการเห็นชอบจากพระเจ้าอีกเลย ต่อให้เจ้าปรารถนาจะไถ่ตัวเอง เจ้าก็จะไม่อาจได้เห็นพระพักตร์ของพระเจ้าอีกแล้ว นี่เป็นเพราะสิ่งที่เจ้ากำลังต่อต้านอยู่นั้นไม่ใช่มนุษย์ สิ่งที่เจ้ากำลังปฏิเสธนั้นไม่ใช่คนที่ไม่มีความสำคัญแต่เป็นพระคริสต์ เจ้ารู้หรือไม่ว่าผลสืบเนื่องของเรื่องนี้จะเป็นอย่างไร? เจ้าไม่ได้กำลังทำความผิดพลาดเล็กๆ แต่กำลังก่อบาปอันชั่วร้าย และดังนั้นเราจึงแนะนำทุกคนว่าจงอย่าแยกเขี้ยวและเงื้อง่ากรงเล็บของตน หรือแสดงความคิดเห็นตามอำเภอใจเมื่ออยู่ต่อหน้าความจริง เพราะความจริงเท่านั้นที่สามารถนำชีวิตมาสู่เจ้าได้ และไม่มีอะไรนอกจากความจริงเท่านั้นที่สามารถเปิดโอกาสให้เจ้าเกิดใหม่และได้มองเห็นพระพักตร์ของพระเจ้าอีกครั้ง
—พระวจนะฯ เล่ม 1 การทรงปรากฏและพระราชกิจของพระเจ้า, พระคริสต์แห่งยุคสุดท้ายเท่านั้นที่สามารถประทานหนทางแห่งชีวิตนิรันดร์แก่มนุษย์ได้