พระวจนะทรงปรากฏเป็นมนุษย์

สีเข้ม

ธีม

แบบอักษร

ขนาดตัวอักษร

ระยะห่างบรรทัด

ความกว้างของหน้า

ผลลัพธ์ 0 รายการ

ไม่พบผลลัพธ์

เจ้ารู้หรือไม่ว่าพระเจ้าได้ทรงกระทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่ในหมู่มวลมนุษย์ ?

ยุคเก่าผ่านไป และยุคใหม่ได้มาถึงแล้ว ปีแล้วปี เล่าวันแล้ววันเล่า พระเจ้าได้ทรงปฏิบัติพระราชกิจมากมาย พระองค์เสด็จเข้ามาในโลก และแล้วก็เสด็จจากไป วงจรนี้เกิดขึ้นซ้ำ ๆ ผ่านหลายกาลยุคสมัย วันนี้ก็เป็นเช่นดังแต่ก่อน พระเจ้ายังทรงปฏิบัติพระราชกิจที่พระองค์ทรงต้องปฏิบัติ พระราชกิจซึ่งพระองค์ยังทรงปฏิบัติไม่แล้วเสร็จต่อไป เพราะจนถึงวันนี้พระองค์ก็ยังมิได้ทรงพักผ่อนเลย นับจากกาลแห่งการทรงสร้างจนถึงวันนี้ พระเจ้าได้ทรงปฏิบัติพระราชกิจไปมากมาย แต่เจ้ารู้หรือไม่ว่า วันนี้พระเจ้าทรงปฏิบัติมากมายกว่าก่อนหน้านี้ และขอบเขตของพระราชกิจของพระองค์ก็ยิ่งใหญ่กว่าก่อนหน้านี้มาก ? นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมเราจึงกล่าวว่าพระเจ้าได้ทรงกระทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่ในหมู่มวลมนุษย์ พระราชกิจทั้งหมดของพระเจ้ามีความสำคัญยิ่ง ไม่ว่าจะเป็นต่อมนุษย์หรือต่อพระเจ้า เพราะพระราชกิจทุกประการของพระองค์นั้นสัมพันธ์เกี่ยวข้องกับมนุษย์

เพราะพระราชกิจของพระองค์นั้นไม่อาจมองเห็นหรือเข้าใจลึกซึ้งได้—ยิ่งน้อยกว่านักที่โลกจะสามารถมองเห็น—แล้วพระราชกิจของพระองค์จะเป็นบางสิ่งที่ยิ่งใหญ่ได้อย่างไรกัน ? สิ่งประเภทใดกันแน่ที่จะพิจารณาได้ว่ายิ่งใหญ่ ? แน่นอนว่าไม่มีผู้ใดสามารถปฏิเสธได้ว่า ไม่ว่าพระองค์จะทรงปฏิบัติพระราชกิจใดก็ตาม พระราชกิจนั้นสามารถถือได้ว่ายิ่งใหญ่ แต่เพราะเหตุใดเราจึงกล่าวถึงสิ่งนี้กับพระราชกิจที่พระองค์ทรงปฏิบัติในวันนี้ ? เมื่อเรากล่าวว่าพระเจ้าได้ทรงกระทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่ ไม่ต้องสงสัยเลยว่า สิ่งนี้เกี่ยวข้องกับความล้ำลึกมากมายที่มนุษย์ยังไม่เข้าใจ พวกเราจงมาพูดถึงสิ่งเหล่านั้นกัน ณ บัดนี้เถิด

พระเยซูประสูติในรางหญ้าในยุคสมัยที่ไม่สามารถยอมผ่อนปรนให้มีการดำรงอยู่ของพระองค์ แต่ถึงกระนั้น โลกก็ไม่สามารถขวางทางของพระองค์ได้ และพระองค์ทรงใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางมวลมนุษย์เป็นเวลาสามสิบสามปีภายใต้การดูแลของพระเจ้า ในช่วงชีวิตหลายปีนี้ พระองค์ได้ทรงผ่านประสบการณ์ความขมขื่นของโลก และได้ลิ้มรสชีวิตแห่งความทุกข์เข็ญบนแผ่นดินโลก พระองค์ทรงแบกรับภาระอันยิ่งใหญ่ในการถูกตรึงกางเขนเพื่อไถ่มวลมนุษย์ พระองค์ทรงไถ่คนบาปทุกคนที่ได้เคยใช้ชีวิตภายใต้แดนครอบครองของซาตาน และในที่สุด พระวรกายที่ทรงคืนพระชนม์ของพระองค์ก็กลับสู่ที่พำนักของพระองค์ บัดนี้ พระราชกิจใหม่ของพระเจ้าได้เริ่มขึ้นแล้ว และยังเป็นจุดเริ่มต้นของยุคใหม่ด้วย พระเจ้าทรงนำพาบรรดาผู้ที่ได้รับการไถ่เข้ามาในพระนิเวศของพระองค์ เพื่อเริ่มต้นพระราชกิจแห่งความรอดซึ่งเป็นพระราชกิจใหม่ของพระองค์ ในเวลานี้ พระราชกิจแห่งความรอดมีความละเอียดทั่วถึงกว่าในอดีต จะไม่ใช่พระวิญญาณบริสุทธิ์ซึ่งกำลังทรงพระราชกิจในมนุษย์ที่จะทรงเป็นเหตุให้มนุษย์เปลี่ยนแปลงด้วยตัวเอง และจะไม่ใช่พระวรกายของพระเยซูซึ่งปรากฏในหมู่มวลมนุษย์ที่จะทรงปฏิบัติพระราชกิจนี้ และที่จะไม่ใช่ที่สุดก็คือ พระราชกิจนี้จะไม่ได้ปฏิบัติผ่านวิธีการอื่นใด แต่กลับจะเป็นพระเจ้าซึ่งทรงจุติเป็นมนุษย์ที่ทรงปฏิบัติพระราชกิจนี้และชี้นำด้วยพระองค์เอง พระองค์ทรงปฏิบัติในลักษณะนี้ก็เพื่อที่จะนำทางมนุษย์เข้าไปในพระราชกิจใหม่ นี่ไม่ใช่สิ่งที่ยิ่งใหญ่หรอกหรือ ? พระเจ้าไม่ได้ทรงปฏิบัติพระราชกิจนี้ผ่านส่วนของมนุษยชาติหรือโดยวิธีการเผยพระวจนะ แต่พระองค์กลับทรงปฏิบัติด้วยพระองค์เอง บางคนอาจกล่าวว่านี่ไม่ใช่สิ่งที่ยิ่งใหญ่และไม่สามารถนำพาความปีติยินดีล้นพ้นมาให้กับมนุษย์ได้ แต่เราจะกล่าวกับเจ้าว่า พระราชกิจของพระเจ้าไม่ใช่เพียงเท่านี้ แต่เป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่านี้มาก และมากกว่านี้มากมาย

ในคราวนี้ พระเจ้าเสด็จมาปฏิบัติพระราชกิจไม่ใช่ในกายจิตวิญญาณ แต่ในกายที่ธรรมดาสามัญมาก ยิ่งไปกว่านั้น กายนี้ไม่เพียงแต่เป็นพระวรกายในการจุติเป็นมนุษย์ครั้งที่สองของพระเจ้าเท่านั้น แต่ยังเป็นพระวรกายที่พระเจ้าทรงกลับคืนสู่เนื้อหนังด้วยเช่นกัน เป็นมนุษย์คนหนึ่งซึ่งธรรมดาสามัญมาก เจ้าไม่สามารถมองเห็นสิ่งใดที่ทำให้พระองค์โดดเด่นออกมาจากคนอื่น ๆ แต่เจ้าสามารถได้รับความจริงซึ่งไม่เคยได้ยินมาก่อนจากพระองค์ได้ มนุษย์ที่ไม่มีนัยสำคัญนี้คือสิ่งที่ทำให้พระวจนะแห่งความจริงทั้งหมดจากพระเจ้าเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมา ปฏิบัติพระราชกิจของพระเจ้าในยุคสุดท้าย และแสดงอุปนิสัยทั้งหมดของพระเจ้าให้มนุษย์ได้เข้าใจ เจ้าไม่ได้อยากจะมองเห็นพระเจ้าในสวรรค์อย่างใหญ่หลวงหรอกหรือ ? เจ้าไม่ได้อยากจะเข้าใจพระเจ้าในสวรรค์อย่างใหญ่หลวงหรอกหรือ ? เจ้าไม่ได้อยากจะมองเห็นบั้นปลายของมนุษย์ชาติอย่างใหญ่หลวงหรอกหรือ ? พระองค์จะตรัสสิ่งลี้ลับทั้งหมดนี้แก่เจ้า—สิ่งลี้ลับที่ไม่เคยมีมนุษย์คนใดสามารถบอกเจ้าได้ และพระองค์จะตรัสกับเจ้าเช่นกันถึงความจริงที่เจ้านั้นไม่เข้าใจ พระองค์ทรงเป็นประตูของเจ้าที่จะไปสู่อาณาจักร และเป็นผู้นำทางเจ้าไปสู่ยุคใหม่ มนุษย์ที่ธรรมดาสามัญเช่นนั้นมีความล้ำลึกที่ยากหยั่งถึงมากมาย กิจกรรมของพระองค์อาจไม่สามารถหยั่งรู้ได้สำหรับเจ้า แต่เป้าหมายทั้งหมดของพระราชกิจที่พระองค์ทรงปฏิบัตินั้นเพียงพอที่จะให้เจ้ามองเห็นว่าพระองค์ไม่ใช่มนุษย์ธรรมดาคนหนึ่งอย่างที่ผู้คนเชื่อ เพราะพระองค์เป็นตัวแทนน้ำพระทัยของพระเจ้าและความใส่ใจที่พระเจ้าทรงแสดงต่อมวลมนุษย์ในยุคสุดท้าย แม้เจ้าจะไม่สามารถได้ยินพระวจนะของพระองค์ที่ดูเหมือนจะทำให้สวรรค์และโลกสั่นสะเทือน หรือมองเห็นพระเนตรของพระองค์ประหนึ่งเปลวเพลิงอันลุกโชน และแม้เจ้าไม่สามารถรู้สึกถึงวินัยของคทาเหล็กของพระองค์ แต่ถึงกระนั้น เจ้าสามารถได้ยินจากพระวจนะของพระองค์ว่าพระเจ้าทรงพิโรธ และรู้ว่าพระเจ้าทรงกำลังแสดงความกรุณาต่อมวลมนุษย์ เจ้าสามารถมองเห็นอุปนิสัยอันชอบธรรมของพระเจ้าและพระปรีชาญาณของพระองค์ และยิ่งไปกว่านั้น ตระหนักถึงความกังวลห่วงใยที่พระเจ้าทรงมีให้กับมนุษย์ชาติทั้งมวล พระราชกิจของพระเจ้าในยุคสุดท้ายคือ การเปิดโอกาสให้มนุษย์สามารถมองเห็นพระเจ้าในสวรรค์ใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางมวลมนุษย์บนแผ่นดินโลก และทำให้มนุษย์สามารถรู้จัก เชื่อฟัง เคารพ และรักพระเจ้า นี่เป็นเหตุผลที่ว่าเหตุใดพระองค์จึงได้กลับคืนสู่เนื้อหนังเป็นครั้งที่สอง แม้ว่าสิ่งที่มนุษย์เห็นในวันนี้คือพระเจ้าองค์หนึ่งซึ่งเหมือนกับมนุษย์ พระเจ้าองค์หนึ่งซึ่งทรงมีหนึ่งพระนาสิกและสองพระเนตร และพระเจ้าองค์หนึ่งซึ่งไม่มีอะไรโดดเด่น ในท้ายที่สุด พระเจ้าจะแสดงให้พวกเจ้าเห็นว่า หากไม่มีมนุษย์คนนี้อยู่ ฟ้าสวรรค์และแผ่นดินโลกจะก้าวผ่านการเปลี่ยนแปลงมหาศาล หากไม่มีมนุษย์คนนี้อยู่ ฟ้าสวรรค์จะสลัวลง แผ่นดินโลกจะตกอยู่ในความอลหม่าน และมนุษยชาติทั้งมวลจะใช้ชีวิตท่ามกลางกันดารอาหารและภัยพิบัติต่าง ๆ พระองค์จะทรงแสดงให้พวกเจ้าเห็นว่า หากพระเจ้าที่ทรงจุติเป็นมนุษย์ไม่เสด็จมาเพื่อช่วยพวกเจ้าให้รอดในยุคสุดท้าย พระเจ้าก็จะทำลายมนุษยชาติทั้งมวลในนรกไปเสียนานแล้ว หากไม่มีมนุษย์ผู้นี้อยู่ พวกเจ้าก็จะเป็นพวกคนบาปตัวฉกาจไปตลอดกาล และเจ้าจะกลายเป็นซากศพชั่วนิรันดร พวกเจ้าควรรู้ว่า หากไม่มีมนุษย์ผู้นี้อยู่ มนุษย์ชาติทั้งมวลจะเผชิญกับหายนะที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ และพบว่าเป็นไปไม่ได้ที่จะหลีกหนีการลงโทษซึ่งรุนแรงกว่าที่พระเจ้าทรงจัดสรรให้กับมวลมนุษย์ในยุคสุดท้าย หากมนุษย์ธรรมดาสามัญผู้นี้ไม่ถือกำเนิดขึ้น เจ้าทั้งหมดจะอยู่ในสภาวะที่พวกเจ้าร้องขอชีวิตโดยที่ไม่สามารถใช้ชีวิตได้ และอธิษฐานขอความตายโดยที่ไม่สามารถตายได้ หากไม่มีมนุษย์ผู้นี้อยู่ พวกเจ้าจะไม่สามารถได้รับความจริงและมาอยู่เฉพาะพระบัลลังก์ของพระเจ้าในวันนี้ได้ แต่เจ้ากลับจะถูกพระเจ้าลงโทษเพราะบาปอันหนักของเจ้า พวกเจ้ารู้หรือไม่ว่า หากพระเจ้าไม่ทรงกลับคืนสู่เนื้อหนัง จะไม่มีผู้ใดมีโอกาสที่จะได้รับความรอด และหากมิใช่เพื่อการมาของมนุษย์ผู้นี้ พระเจ้าจะทำให้ยุคเก่าสิ้นสุดไปเสียนานแล้ว ? เช่นนี้แล้ว พวกเจ้ายังสามารถปฏิเสธการจุติเป็นมนุษย์ครั้งที่สองของพระเจ้าได้อยู่อีกหรือ ? เพราะพวกเจ้าสามารถได้รับผลดีมากมายจากมนุษย์ธรรมดาสามัญผู้นี้ เหตุใดพวกเจ้าจึงจะไม่ยอมรับพระองค์อย่างยินดีเล่า ?

พระราชกิจของพระเจ้าคือบางสิ่งที่เจ้าไม่สามารถเข้าใจได้ หากเจ้าไม่สามารถเข้าใจได้อย่างเต็มที่ว่าสิ่งที่เจ้าเลือกถูกต้องหรือไม่ ทั้งยังไม่สามารถรู้ได้ว่าพระราชกิจของพระองค์สามารถประสบผลสำเร็จหรือไม่ แล้วเหตุใดเจ้าจึงไม่ลองเสี่ยงโชคของเจ้า และดูว่ามนุษย์ธรรมดาสามัญผู้นี้อาจมีประโยชน์ใหญ่หลวงต่อเจ้าหรือไม่ และดูว่าพระเจ้าได้ทรงปฏิบัติพระราชกิจที่ยิ่งใหญ่จริง ๆ หรือไม่ดูเล่า ? อย่างไรก็ตาม เราต้องบอกเจ้าว่า ในกาลของโนอาห์ มนุษย์ได้กินดื่ม สมรสกันและยกให้เป็นสามีภรรยากันจนถึงจุดที่พระเจ้าไม่ทรงสามารถทนรู้เห็นได้ พระองค์จึงส่งน้ำท่วมใหญ่มาทำลายมวลมนุษย์ และไว้ชีวิตเพียงครอบครัวแปดคนของโนอาห์ และนกและสัตว์ป่าทุกชนิด อย่างไรก็ตาม ในยุคสุดท้าย ผู้ที่พระเจ้าทรงไว้ชีวิตคือทุกคนที่รักภักดีต่อพระองค์จนถึงสุดท้าย แม้ทั้งสองยุคจะเป็นช่วงเวลาที่มีความเสื่อมทรามอันใหญ่หลวงจนพระองค์ทรงไม่สามารถทนรู้เห็นได้ และมนุษยชาติในทั้งสองยุคกลับกลายเป็นเสื่อมทรามจนถึงกับปฏิเสธว่าพระเจ้าไม่ใช่องค์พระผู้เป็นเจ้าของพวกเขา พระเจ้าก็ได้ทรงทำลายเพียงผู้คนในกาลของโนอาห์ มนุษย์ชาติในทั้งสองยุคทำให้พระเจ้าทรงทุกข์ใจอย่างใหญ่หลวง แต่พระเจ้ายังคงทรงอดทนกับพวกมนุษย์ในยุคสุดท้ายจนกระทั่งถึงตอนนี้ เหตุใดจึงเป็นเช่นนี้ ? พวกเจ้าไม่เคยแปลกใจเลยหรือว่าเพราะเหตุใด ? หากพวกเจ้าไม่รู้จริง ๆ เช่นนั้นก็ให้เราบอกพวกเจ้า เหตุผลที่พระเจ้าทรงสามารถประทานพระคุณให้แก่ผู้คนในยุคสุดท้ายนั้น ไม่ใช่เพราะพวกเขาเสื่อมทรามน้อยกว่าผู้คนในกาลของโนอาห์ หรือพวกเขาได้แสดงการกลับใจต่อพระเจ้าแล้ว และยิ่งไม่ใช่เพราะเทคโนโลยีในยุคสุดท้ายก้าวหน้าเสียจนพระเจ้าไม่สามารถตัดใจทำลายพวกเขาได้ แต่เป็นเพราะพระเจ้าทรงมีพระราชกิจที่ต้องปฏิบัติในกลุ่มผู้คนในยุคสุดท้าย และพระเจ้าทรงมีพระประสงค์ที่จะปฏิบัติพระราชกิจนี้ด้วยพระองค์เองในการจุติเป็นมนุษย์ของพระองค์ และนอกจากนี้ พระเจ้าทรงมีพระประสงค์ที่จะเลือกคนส่วนหนึ่งในกลุ่มนี้ให้กลายเป็นวัตถุแห่งความรอดของพระองค์ และเป็นดอกผลของแผนการบริหารจัดการของพระองค์ และนำพาผู้คนเหล่านี้ไปสู่ยุคถัดไป ดังนั้น ราคาที่พระเจ้าทรงจ่ายไปทั้งหมดนี้ ไม่ว่าจะเป็นอะไรก็ตาม ต่างเป็นไปเพื่อการเตรียมพร้อมสำหรับพระราชกิจซึ่งมนุษย์ที่พระองค์ทรงจุติมาเป็นจะปฏิบัติในยุคสุดท้าย ข้อเท็จจริงที่ว่าพวกเจ้าได้มาถึงในวันนี้นั้นก็เป็นเพราะมนุษย์ผู้นี้เป็นเพราะพระเจ้าทรงใช้ชีวิตในเนื้อหนัง พวกเจ้าจึงมีโอกาสที่จะรอดชีวิต โชคดีทั้งหมดนี้ได้มาก็เพราะมนุษย์ธรรมดาสามัญผู้นี้ แต่ไม่เพียงเท่านี้ ในท้ายที่สุด ทุกชนชาติจะนมัสการมนุษย์ธรรมดาสามัญผู้นี้ ทั้งยังขอบคุณและเชื่อฟังมนุษย์ที่ไม่สำคัญผู้นี้ เพราะเป็นความจริง ชีวิต และวิถีทางที่พระองค์ทรงนำมาจึงได้ช่วยมนุษยชาติทั้งมวลให้รอด ได้บรรเทาความขัดแย้งระหว่างมนุษย์กับพระเจ้า ได้ ลดระยะห่างระหว่างมนุษย์และพระเจ้า และเปิดการเชื่อมโยงระหว่างพระดำริของพระเจ้าและมนุษย์ เป็นพระองค์เช่นกันที่ทรงได้รับพระสิริซึ่งยิ่งใหญ่กว่าสำหรับพระเจ้า มนุษย์ธรรมดาสามัญเช่นนี้ไม่ควรค่าแก่ความไว้วางใจและความเลื่อมใสของเจ้าหรอกหรือ ? เนื้อหนังซึ่งธรรมดาสามัญเช่นนั้นไม่เหมาะสมที่จะได้รับการเรียกขานว่าพระคริสต์หรอกหรือ ? มนุษย์ธรรมดาสามัญเช่นนั้นไม่สามารถกลายเป็นการแสดงออกของพระเจ้าในหมู่มวลมนุษย์หรอกหรือ ? มนุษย์ผู้ซึ่งไว้ชีวิตมวลมนุษย์จากความพินาศย่อยยับเช่นนั้นไม่สมควรแก่ความรักของพวกเจ้าและความอยากของเจ้าที่จะรักษาพระองค์ไว้กับตัวเจ้าหรอกหรือ ? หากพวกเจ้าปฏิเสธความจริงซึ่งแสดงจากพระโอษฐ์ของพระองค์ และเกลียดชังการดำรงอยู่ของพระองค์ในหมู่พวกเจ้า แล้วสิ่งใดเล่าที่จะเกิดขึ้นกับเจ้าในท้ายที่สุด ?

พระราชกิจทั้งหมดของพระเจ้าในยุคสุดท้ายกระทำผ่านมนุษย์ธรรมดาสามัญผู้นี้ พระองค์จะทรงประทานทุกสิ่งแก่เจ้า และยิ่งไปกว่านั้น พระองค์จะทรงสามารถตัดสินทุกสิ่งที่เกี่ยวกับเจ้า มนุษย์เช่นนั้นสามารถเป็นอย่างที่พวกเจ้าเชื่อว่าพระองค์เป็นได้หรือไม่ ? มนุษย์ซึ่งเรียบง่ายธรรมดาจนไม่ควรค่าแก่การกล่าวถึง ความจริงของพระองค์ไม่เพียงพอที่จะทำให้พวกเจ้าเชื่ออย่างที่สุดกระนั้นหรือ ? การเป็นพยานต่อการกิจการของพระองค์ไม่เพียงพอที่จะทำให้พวกเจ้าเชื่ออย่างที่สุดหรือ ? หรือเส้นทางที่พระองค์ทรงนำทางเจ้านั้นไม่ควรค่าให้พวกเจ้าเดินไป ? เมื่อพิจารณาทุกอย่างแล้ว สิ่งใดหรือที่เป็นเหตุให้พวกเจ้าชิงชังพระองค์ และละทิ้งพระองค์ไปและหลีกไกลจากพระองค์ มนุษย์ผู้นี้เองที่เป็นผู้แสดงความจริง มนุษย์ผู้นี้เองที่เป็นผู้จัดเตรียมความจริง และมนุษย์ผู้นี้เองที่เป็นผู้ให้เส้นทางให้พวกเจ้าติดตาม อาจเป็นได้หรือไม่ว่าพวกเจ้ายังคงไม่สามารถค้นพบร่องรอยของพระราชกิจของพระเจ้าภายในความจริงเหล่านี้ ? หากปราศจากพระราชกิจของพระเยซู มนุษย์ชาติจะไม่สามารถลงมาจากกางเขนได้ แต่หากปราศจากการจุติเป็นมนุษย์ในวันนี้ บรรดาผู้ที่ลงมาจากกางเขนจะไม่มีวันสามารถได้รับการยอมรับจากพระเจ้าหรือเข้าสู่ยุคใหม่ได้เลย หากปราศจากการมาของมนุษย์ธรรมดาสามัญผู้นี้ พวกเจ้าจะไม่มีวันได้มีโอกาสที่จะมองเห็นโฉมพระพักตร์ที่แท้จริงของพระเจ้า ทั้งยังไม่มีคุณสมบัติที่จะมองเห็น เนื่องเพราะพวกเจ้าทั้งหมดล้วนเป็นวัตถุที่ควรถูกทำลายสิ้นเมื่อนานมาแล้ว เนื่องจากการมาถึงของการจุติเป็นมนุษย์ครั้งที่สองของพระเจ้า พระเจ้าได้ทรงอภัยให้พวกเจ้าและแสดงความปราณีต่อพวกเจ้า อย่างไรก็ตาม ในท้ายที่สุดแล้ว คำพูดที่เราต้องทิ้งไว้กับพวกเจ้ายังคงเป็นคำพูดเหล่านี้: มนุษย์ธรรมดาสามัญผู้นี้ ผู้ซึ่งเป็นพระเจ้าที่ทรงจุติเป็นมนุษย์ มีความสำคัญยิ่งชีวิตต่อพวกเจ้า นี่คือสิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่พระเจ้าได้ทรงกระทำไปแล้วในหมู่มวลมนุษย์

ก่อนหน้า:พระคริสต์ทรงพระราชกิจแห่งการพิพากษาด้วยความจริง

ถัดไป:พระคริสต์แห่งยุคสุดท้ายเท่านั้นที่ทรงสามารถประทานหนทางแห่งชีวิตนิรันดร์แก่มนุษย์ได้

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง