เกี่ยวกับชีวิตฝ่ายวิญญาณที่ถูกต้องเหมาะสม

ความเชื่อในพระเจ้าทำให้ชีวิตฝ่ายวิญญาณที่ถูกต้องเหมาะสมเป็นสิ่งที่จำเป็น ซึ่งเป็นรากฐานเพื่อให้ได้รับประสบการณ์ของพระวจนะของพระเจ้าและเข้าสู่ความเป็นจริง การปฏิบัติในปัจจุบันของพวกเจ้าทั้งหมดในการอธิษฐาน ในการเข้ามาใกล้พระเจ้า ในการร้องเพลงสรรเสริญ การสดุดี การทำสมาธิ และการครุ่นคิดพระวจนะของพระเจ้านั้น รวมกันเป็น “ชีวิตฝ่ายวิญญาณที่ถูกต้องเหมาะสม” หรือไม่ ? ไม่มีพวกเจ้าคนใดดูจะรู้เลย ชีวิตฝ่ายวิญญาณที่ถูกต้องเหมาะสมไม่ได้จำกัดแค่การปฏิบัติสิ่งต่าง ๆ อย่างเช่นการอธิษฐาน การร้องเพลงสรรเสริญ การมีส่วนร่วมในชีวิตของคริสตจักร และการกินและดื่มพระวจนะของพระเจ้าเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวพันถึงการใช้ชีวิตฝ่ายวิญญาณที่ใหม่และสว่างไสวด้วย สิ่งที่สำคัญไม่ใช่ว่าเจ้าปฏิบัติอย่างไร แต่เป็นผลิตผลที่มาจากการปฏิบัติของเจ้า ผู้คนส่วนใหญ่เชื่อว่าชีวิตฝ่ายวิญญาณที่ถูกต้องเหมาะสมจำเป็นต้องเกี่ยวพันกับการอธิษฐาน การร้องเพลงสรรเสริญ การกินและดื่มพระวจนะของพระเจ้า หรือการครุ่นคิดเกี่ยวกับพระวจนะของพระองค์ ไม่ว่าการปฏิบัติเช่นนั้นจริง ๆ แล้วจะมีผลลัพธ์ใด ๆ หรือนำไปสู่ความเข้าใจที่แท้จริงหรือไม่ก็ตาม ผู้คนเหล่านี้มุ่งเน้นที่การปฏิบัติตามขั้นตอนที่ผิวเผิน โดยไม่มีความคิดใด ๆ ถึงผลลัพธ์ของพวกมัน พวกเขาคือผู้คนที่ใช้ชีวิตอยู่ในพิธีกรรมของศาสนา ไม่ใช่ผู้คนที่ใช้ชีวิตอยู่ภายในคริสตจักร และพวกเขาก็ยิ่งไม่ใช่ประชาชนของอาณาจักรเข้าไปอีก การอธิษฐาน การร้องเพลงสรรเสริญ และการกินและดื่มพระวจนะของพระเจ้าของพวกเขาทั้งหมดเป็นเพียงการปฏิบัติตามกฎที่ทำไปเพราะความจำต้องทำและเพื่อให้ตามสมัยนิยมได้ทัน ไม่ใช่ทำเพราะความเต็มใจหรือทำจากหัวใจ ไม่ว่าผู้คนเหล่านี้จะอธิษฐานหรือร้องเพลงมากเพียงใดก็ตาม ความพยายามของพวกเขาจะไม่ผลิดอกออกผล เพราะสิ่งที่พวกเขาปฏิบัติเป็นเพียงกฎและพิธีกรรมของศาสนา พวกเขาไม่ได้ปฏิบัติตามพระวจนะของพระเจ้าจริง ๆ พวกเขาให้ความสนใจแค่การเอะอะโวยวายว่าพวกเขาปฏิบัติอย่างไรเท่านั้น และพวกเขาปฏิบัติต่อพระวจนะของพระเจ้าเหมือนเป็นกฎที่ต้องปฏิบัติตาม ผู้คนเช่นนั้นไม่ได้กำลังนำพระวจนะของพระเจ้ามาปฏิบัติ พวกเขาเพียงกำลังสนองความต้องการของเนื้อหนัง และปฏิบัติเพื่อให้คนอื่นมองเห็น กฎและพิธีกรรมทางศาสนาเหล่านี้ต่างมีจุดกำเนิดจากมนุษย์ และสิ่งเหล่านี้ไม่ได้มาจากพระเจ้า พระเจ้าทรงไม่ปฏิบัติตามกฎ และพระองค์ยังไม่ทรงต้องอยู่ภายใต้กฎหมายใด ๆ แต่พระองค์ทรงกระทำสิ่งใหม่ ๆ ทุกวัน และสำเร็จลุล่วงพระราชกิจภาคปฏิบัติ เช่นเดียวกับผู้คนในคริสตจักรหลักการพึ่งตนเองสามด้านที่จำกัดตัวเองแค่การปฏิบัติ เช่น การเข้าร่วมนมัสการตอนเช้าทุกวัน การอธิษฐานตอนเย็น และการสวดขอบคุณก่อนมื้ออาหาร และการขอบคุณในสรรพสิ่งทั้งมวล—ไม่ว่าพวกเขาจะปฏิบัติมากเพียงใดและไม่ว่าพวกเขาจะปฏิบัติยาวนานเพียงใดก็ตาม พวกเขาจะไม่มีพระราชกิจของพระวิญญาณบริสุทธิ์ เมื่อผู้คนใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางกฎและมีหัวใจที่ยึดติดกับวิธีการปฏิบัติ พระวิญญาณบริสุทธิ์จะทรงไม่สามารถปฏิบัติพระราชกิจได้ เพราะหัวใจของพวกเขาถูกกฎและมโนคติอันหลงผิดของมนุษย์ครอบงำอยู่ ดังนั้น พระเจ้าจึงทรงไม่สามารถเข้ามาแทรกแซงและปฏิบัติพระราชกิจกับพวกเขาได้ และพวกเขาสามารถใช้ชีวิตต่อไปได้โดยอยู่ภายใต้การควบคุมของกฎหมายเท่านั้น ผู้คนเช่นนั้นไม่สามารถรับคำชื่นชมจากพระเจ้าได้ตลอดกาล

ชีวิตฝ่ายวิญญาณที่ถูกต้องเหมาะสมคือชีวิตที่ใช้ชีวิตเฉพาะพระพักตร์ของพระเจ้า เมื่ออธิษฐาน ผู้คนสามารถทำให้ใจของพวกเขาสงบลงเฉพาะพระพักตร์ของพระเจ้าได้ และโดยผ่านทางการอธิษฐาน คนเราสามารถแสวงหาความรู้แจ้งของพระวิญญาณบริสุทธิ์ รู้พระวจนะของพระเจ้า และเข้าใจน้ำพระทัยของพระเจ้า ด้วยการกินและดื่มพระวจนะของพระองค์ ผู้คนสามารถได้รับความเข้าใจที่ชัดเจนยิ่งขึ้นและละเอียดถี่ถ้วนยิ่งขึ้นเกี่ยวกับพระราชกิจในปัจจุบันของพระเจ้า นอกจากนี้พวกเขายังสามารถได้รับเส้นทางแห่งการปฏิบัติใหม่ และจะไม่ยึดติดกับสิ่งเก่า ๆ สิ่งที่พวกเขาปฏิบัติทั้งหมดจะเป็นไปเพื่อการทำให้การเติบโตในชีวิตสัมฤทธิ์ผล สำหรับเรื่องของการอธิษฐานแล้ว การอธิษฐานไม่ได้เกี่ยวข้องกับการพูดคำบางคำที่ฟังดูเสนาะหู หรือการร่ำไห้ออกมาเฉพาะพระพักตร์ของพระเจ้าเพื่อแสดงออกว่าเจ้าติดหนี้พระองค์มากเพียงใด แต่จุดประสงค์ของการอธิษฐานนั้นคือ เพื่อฝึกฝนตนเองในการใช้วิญญาณ ทำให้คนเราสามารถทำให้ใจของตนสงบลงเฉพาะพระพักตร์ของพระเจ้าได้ เพื่อฝึกฝนตนเองในการแสวงหาการนำทางจากพระวจนะของพระเจ้าในทุก ๆ เรื่อง เพื่อให้หัวใจของตนสามารถเข้าใกล้แสงใหม่ ๆ ได้ในแต่ละวัน และเพื่อให้คนเราไม่อยู่เฉยหรือขี้เกียจ และอาจย่างเท้าไปบนร่องครรลองที่ถูกต้องในการนำพระวจนะของพระเจ้ามาปฏิบัติ ทุกวันนี้ผู้คนส่วนใหญ่เน้นที่วิธีการปฏิบัติ แต่พวกเขาไม่ได้ทำเช่นนั้นเพื่อไล่ตามเสาะหาความจริงและทำให้การเติบโตของชีวิตสัมฤทธิ์ผล นี่คือจุดที่พวกเขาออกนอกลู่นอกทางไป นอกจากนี้ยังมีบางคนที่สามารถรับแสงใหม่ได้ แต่วิธีการปฏิบัติของพวกเขาไม่มีการเปลี่ยนแปลง พวกเขานำมโนคติอันหลงผิดเก่า ๆ ของศาสนามากับตัวพวกเขาในขณะที่พวกเขามองหาว่าจะได้รับพระวจนะของพระเจ้าในวันนี้ ดังนั้นสิ่งที่พวกเขาได้รับจึงยังคงเป็นหลักข้อเชื่อที่แต้มสีไปด้วยมโนคติอันหลงผิดของศาสนา พวกเขาไม่ได้รับแสงของวันนี้เลย ดังนั้น การปฏิบัติของพวกเขาจึงด่างพร้อย การปฏิบัติของพวกเขาเป็นการปฏิบัติเก่า ๆ เดิม ๆ ในรูปลักษณ์ใหม่ ไม่ว่าพวกเขาจะปฏิบัติได้ดีเพียงใดก็ตาม พวกเขาก็เป็นคนประเภทหน้าไหว้หลังหลอก พระเจ้าทรงนำผู้คนให้ทำสิ่งใหม่ ๆ ทุกวัน ทรงเรียกร้องให้พวกเขาได้รับความรู้ความเข้าใจเชิงลึกและความเข้าใจใหม่ ๆ ในแต่ละวัน และทรงประสงค์ให้พวกเขาไม่ล้าสมัยและทำสิ่งใดซ้ำซาก หากเจ้าเชื่อในพระเจ้ามาหลายปีแล้ว แต่วิธีการปฏิบัติของเจ้ายังไม่ได้เปลี่ยนแปลงเลยแม้แต่น้อย และหากเจ้ายังคงทะเยอทะยานและวุ่นวายกับเรื่องภายนอก แต่เจ้ายังไม่มีใจที่สงบที่จะนำมาอยู่เฉพาะพระพักตร์ของพระเจ้าเพื่อรื่นรมย์กับพระวจนะของพระองค์แล้ว เช่นนั้นเจ้าก็จะไม่ได้รับสิ่งใดเลย เมื่อเป็นเรื่องของการยอมรับพระราชกิจใหม่ของพระเจ้าแล้ว หากเจ้าไม่วางแผนให้แตกต่างออกไป ไม่เริ่มทำการปฏิบัติของเจ้าในวิถีทางใหม่ และไม่ไล่ตามเสาะหาความเข้าใจใหม่ใด ๆ แต่ยังยึดติดกับสิ่งเก่า ๆ และได้รับแสงใหม่เพียงจำกัดอยู่บ้าง โดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงวิถีทางที่เจ้าปฏิบัติ เช่นนั้นแล้วผู้คนเช่นเจ้าจะอยู่ในกระแสนี้แต่ในนามเท่านั้น ในความเป็นจริงแล้ว ผู้คนเหล่านั้นเป็นพวกฟาริสีของศาสนาที่อยู่นอกกระแสของพระวิญญาณบริสุทธิ์

ในการใช้ชีวิตฝ่ายวิญญาณที่ถูกต้องเหมาะสมนั้น คนเราต้องสามารถได้รับแสงใหม่ทุกวัน และไล่ตามเสาะหาความเข้าใจที่แท้จริงเกี่ยวกับพระวจนะของพระเจ้า คนเราต้องมองเห็นความจริงอย่างชัดเจน พบเส้นทางแห่งการปฏิบัติในทุกเรื่อง ค้นพบคำถามใหม่ ๆ โดยผ่านทางการอ่านพระวจนะของพระเจ้าในแต่ละวัน และตระหนักถึงความไม่พอเพียงของตนเอง เพื่อที่คนเราอาจมีหัวใจที่ถวิลหารอคอยและแสวงหาที่จะขับเคลื่อนทั้งหมดทั้งมวลของพวกเขา และเพื่อที่คนเราอาจสงบใจเฉพาะพระพักตร์ของพระองค์ได้อยู่เสมอ และมีความเกรงกลัวที่จะตามไม่ทันอย่างลึกซึ้ง บุคคลที่มีหัวใจที่ถวิลหารอคอยและแสวงหาเช่นนั้น ผู้ที่เต็มใจจะบรรลุซึ่งการเข้าสู่อยู่เสมอ จะอยู่บนร่องครรลองที่ถูกต้องของชีวิตฝ่ายวิญญาณ ผู้ที่ได้รับการขับเคลื่อนโดยพระวิญญาณบริสุทธิ์ ผู้ที่ปรารถนาจะทำให้ดีขึ้น ผู้ที่เต็มใจจะไล่ตามเสาะหาการได้รับการทำให้เพียบพร้อมโดยพระเจ้า ผู้ที่ถวิลหารอคอยความเข้าใจที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นในพระวจนะของพระเจ้า ผู้ที่ไม่ไล่ตามเสาะหาสิ่งเหนือธรรมชาติแต่จะยอมจ่ายราคาที่แท้จริงแทน ผู้ที่ใส่ใจในน้ำพระทัยของพระเจ้าอย่างแท้จริง ผู้ที่บรรลุการเข้าสู่จริง ๆ เพื่อให้ประสบการณ์ของพวกเขาจริงแท้และเป็นจริงยิ่งขึ้น ผู้ที่ไม่ไล่ตามเสาะหาคำพูดและหลักข้อเชื่อที่ว่างเปล่า หรือไล่ตามเสาะหาเพื่อให้รู้สึกถึงสิ่งเหนือธรรมชาติ ผู้ที่ไม่บูชาบุคลิกภาพที่ยิ่งใหญ่ใด ๆ—ผู้คนเหล่านี้คือผู้ที่ได้เข้าสู่ชีวิตฝ่ายวิญญาณที่เหมาะสมแล้ว ทุกสิ่งที่พวกเขาทำมีจุดมุ่งหมายเพื่อให้การเติบโตในชีวิตเพิ่มเติมเกิดการสัมฤทธิ์ผล และเพื่อทำให้พวกเขาสดชื่นและมีชีวิตชีวาในจิตวิญญาณ และพวกเขาสามารถบรรลุการเข้าสู่ได้อย่างกระตือรือร้นเสมอ ตัวอย่างเช่น การสวดก่อนมื้ออาหารของพวกเขาไม่ได้เป็นการสวดให้ด้วยความจำต้องทำ แต่การสวดนี้เป็นโอกาสที่ใจของพวกเขาสงบเฉพาะพระพักตร์ของพระเจ้า สำนึกบุญคุณของพระองค์ เต็มใจที่จะใช้ชีวิตเพื่อพระองค์และถวายเวลาของพวกเขาให้ไว้ในพระหัตถ์ของพระองค์ เต็มใจที่จะให้ความร่วมมือกับพระองค์ และเต็มใจที่จะทุ่มเทตัวของพวกเขาให้พระองค์ทั้งหมด หากใจของพวกเขาไม่สามารถสงบเฉพาะพระพักตร์ของพระเจ้าได้ พวกเขาคงจะยอมใช้ชีวิตโดยไม่มีอาหารกิน ดีกว่าต้องละทิ้งการฝึกฝนของพวกเขา การปฏิบัติดังกล่าวไม่ใช่การปฏิบัติตามกฎ แต่เป็นการนำพระวจนะของพระเจ้ามาปฏิบัติ บางคนแสร้งทำเป็นสวดก่อนมื้ออาหารและแสดงความเลื่อมใส แต่ในหัวใจพวกเขา พวกเขาสงสัยว่า “ทำไมฉันต้องทำสิ่งนี้ด้วย ? ไม่ต้องสวดก็คงไม่เป็นไรไม่ใช่หรือ ? ทุกสิ่งก็จะยังคงเป็นเหมือนเดิมหลังจากที่ฉันสวด ถ้าเช่นนั้นแล้วเหตุใดฉันจึงต้องทำให้ยุ่งยากเช่นนั้นด้วย ?” ผู้คนเยี่ยงนี้คือผู้ที่กำลังปฏิบัติตามกฎ พวกเขาพูดด้วยปากของพวกเขาว่าพวกเขาเต็มใจจะทำให้พระเจ้าพึงพอพระทัย แต่หัวใจของพวกเขาไม่ได้อยู่เฉพาะพระพักตร์ของพระเจ้า ในการกระทำการอธิษฐานทำนองนี้ เจตนาของพวกเขาไม่ใช่เพื่อการฝึกฝนตัวพวกเขาเองให้สงบใจของพวกเขาเฉพาะพระพักตร์ของพระเจ้า แต่เพื่อแสร้งทำเป็นอธิษฐานเพื่อให้คนอื่นมองเห็น พวกเขาเป็นคนประเภทหน้าไหว้หลังหลอกทั้งหมดทั้งสิ้น เช่นเดียวกับศิษยาภิบาลในศาสนาที่สามารถวิงวอนในการอธิษฐานในนามของผู้อื่นได้เท่านั้น แต่ไม่สามารถบรรลุซึ่งการเข้าสู่ด้วยตนเองได้ ผู้คนเช่นนั้นคือเหล่าเจ้าหน้าที่ในศาสนาอย่างไม่ผิดพลาดโดยแน่แท้ ! พระเจ้าตรัสและทรงปฏิบัติสิ่งใหม่ ๆ เป็นรายวัน แต่ทุกวันเจ้าเพียงปฏิบัติตามกฎ หลอกลวงพระเจ้า และทำสิ่งต่าง ๆ ไปอย่างนั้นเอง เช่นนั้นแล้วเจ้าไม่ใช่ผู้ที่ต้านทานพระเจ้าหรอกหรือ ? หากเจ้าปฏิบัติตามกฎและต้านทานพระเจ้า เจ้าจะได้รับพรหรือไม่ ? เจ้าจะไม่ถูกพระเจ้าตีสอนหรอกหรือ ?

พระราชกิจของพระเจ้าก้าวหน้าขึ้นอย่างรวดเร็ว และสลัดทิ้งเหล่านักศาสนาจากทุกศาสนาและทุกนิกาย และ “เหล่าคนดัง” ที่ปฏิบัติตามการนมัสการของคริสตจักรให้ไกลออกไปเรื่อย ๆ และละทิ้ง “เหล่าผู้เชี่ยวชาญ” ในหมู่พวกเจ้าที่ปีติยินดีในการปฏิบัติตามกฎเป็นพิเศษ พระราชกิจของพระเจ้าไม่รอผู้ใด ไม่ขึ้นอยู่กับผู้ใด และไม่เคยมีความลังเล พระราชกิจของพระองค์จะไม่ฉุดรั้งผู้ใดให้ไปตาม หากเจ้าไม่สามารถตามทันได้ เจ้าก็จะถูกละทิ้ง ไม่ว่าเจ้าจะเป็นผู้ติดตามมากี่ปีแล้วก็ตาม ไม่ว่าเจ้าจะมีความอาวุโสมากเพียงใด หากเจ้าปฏิบัติตามกฎ เช่นนั้นแล้วเจ้าก็จะถูกกำจัด เราขอเร่งเร้าให้ผู้คนดังกล่าวใช้ความตระหนักในตัวเองบ้าง และตั้งใจก้าวถอยหลัง จงอย่าได้ยืนกรานอยู่ในวิถีทางเก่า ๆ ของเจ้าเลย โดยการนำให้ผู้อื่นนำพระวจนะของพระเจ้ามาปฏิบัติตามหลักการปฏิบัติของเจ้าเองนั้น เจ้าไม่ได้แค่กำลังพยายามที่จะทำให้ตัวเองเป็นที่นิยมหรอกหรือ ? หากในสิ่งใดที่เจ้าปฏิบัตินั้น เจ้ากำลังปฏิบัติตามกฎและสั่งสอนให้ผู้คนปฏิบัติตามการนมัสการของคริสตจักร และขอให้ผู้อื่นยอมรับวิถีทางในการทำสิ่งต่าง ๆ ของเจ้าเองอยู่เสมอ ถ้าเช่นนั้นเจ้าไม่ได้กำลังตั้งกลุ่มอยู่หรือ ? เจ้าไม่ได้กำลังทำให้เกิดการแบ่งแยกภายในคริสตจักรหรอกหรือ ? ถ้าเช่นนั้น เจ้าสามารถมีความกล้าที่จะอ้างถึงการพิจารณาถึงน้ำพระทัยของพระเจ้าได้อย่างไร ? อะไรที่ทำให้เจ้ามีคุณสมบัติที่จะพูดว่าวิถีทางของเจ้าจะทำให้ผู้อื่นเพียบพร้อมได้ ? หากเจ้ายังคงนำผู้คนในลักษณะเช่นนี้ต่อไป เจ้าไม่ได้เพียงแค่นำพวกเขาไปสู่พิธีกรรมของศาสนาหรือ ? ผู้ที่มีชีวิตฝ่ายวิญญาณที่ถูกต้องเหมาะสมค้นพบเสรีภาพและอิสรภาพของวิญญาณในแต่ละวัน และพวกเขาสามารถปฏิบัติตามพระวจนะของพระเจ้าได้ในลักษณะที่เป็นอิสระตามที่พระองค์พึงพอพระทัย สำหรับผู้คนเหล่านี้แล้ว การอธิษฐานไม่ใช่แบบแผนหรือขั้นตอน ในแต่ละวัน พวกเขาสามารถตามเท่าทันแสงใหม่ได้ ตัวอย่างเช่น ผู้คนฝึกฝนตัวเองเพื่อทำให้ใจของพวกเขาสงบเฉพาะพระพักตร์ของพระเจ้า และใจของพวกเขาสามารถสงบเฉพาะพระพักตร์ของพระเจ้าได้อย่างแท้จริง และไม่มีใครสามารถรบกวนพวกเขาได้ ไม่มีผู้ใด ไม่มีเหตุการณ์ใด หรือไม่มีสิ่งใดสามารถจำกัดชีวิตฝ่ายวิญญาณที่ถูกต้องเหมาะสมของพวกเขาได้ การฝึกฝนเช่นนั้นมีจุดมุ่งหมายเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ ไม่ใช่เพื่อทำให้ผู้คนปฏิบัติตามกฎ การปฏิบัตินี้ไม่ได้เกี่ยวกับการปฏิบัติตามกฎ แต่เกี่ยวกับการส่งเสริมการเติบโตในชีวิตของผู้คน หากเจ้ามองเห็นว่าการปฏิบัตินี้เป็นเพียงกฎที่ต้องปฏิบัติตามเท่านั้น ชีวิตของเจ้าจะไม่มีวันเปลี่ยนแปลงได้เลย เจ้าอาจวุ่นอยู่กับการปฏิบัติแบบเดียวกันกับผู้อื่น แต่ในขณะที่พวกเขาสามารถที่จะเดินตามทันพระราชกิจของพระวิญญาณบริสุทธิ์ได้ในท้ายที่สุดนั้น เจ้าจะถูกกำจัดจากกระแสของพระวิญญาณบริสุทธิ์ เจ้าไม่ได้กำลังหลอกตัวเองอยู่หรือ ? จุดประสงค์ของพระวจนะเหล่านี้คือเพื่อให้ผู้คนสามารถทำให้ใจของพวกเขาเองสงบเฉพาะพระพักตร์ของพระเจ้า เพื่อหันใจของพวกเขาไปหาพระเจ้า เพื่อให้พระราชกิจของพระเจ้าในตัวพวกเขาอาจปราศจากอุปสรรคและอาจเกิดผลได้

ก่อนหน้า : วิธีรู้จักความเป็นจริง

ถัดไป : การสนทนาเรื่องชีวิตในคริสตจักรและชีวิตจริง

พระเจ้าได้เสด็จมาอย่างลับๆ ก่อนความวิบัติอันใหญ่หลวงและได้ทรงสร้างกลุ่มผู้มีชัยชนะขึ้นแล้ว จากนั้น พระเจ้าจะทรงปรากฏอย่างเปิดเผยและทรงให้รางวัลคนดีและลงโทษคนชั่ว คุณต้องการต้อนรับองค์พระผู้เป็นเจ้าและให้พระเจ้าช่วยให้รอดก่อนความวิบัติอันใหญ่หลวงหรือไม่? อย่าลังเลที่จะติดต่อเราตอนนี้เพื่อหาวิธี
Messenger ติดต่อเรา
Line ติดต่อเรา

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

การรู้จักพระเจ้าคือเส้นทางสู่การยำเกรงพระเจ้าและการหลบเลี่ยงความชั่ว

เจ้าทุกคนควรตรวจสอบใหม่ว่า ตลอดชั่วชีวิตของเจ้า เจ้าได้เชื่อในพระเจ้าอย่างไร เพื่อที่เจ้าอาจได้เห็นว่า ในขณะที่กำลังทำการติดตามพระเจ้า...

การตักเตือนสามประการ

ในฐานะผู้เชื่อในพระเจ้า เจ้าควรรักภักดีต่อพระองค์เพียงผู้เดียวโดยไม่มีใครอื่นในทุกสรรพสิ่ง...

การตั้งค่า

  • ข้อความ
  • ธีม

สีเข้ม

ธีม

แบบอักษร

ขนาดตัวอักษร

ระยะห่างบรรทัด

ระยะห่างบรรทัด

ความกว้างของหน้า

เนื้อหา

ค้นหา

  • ค้นหาข้อความนี้
  • ค้นหาในหนังสือนี้