พระผู้ช่วยให้รอดทรงช่วยมวลมนุษย์ให้รอดอย่างไรเมื่อพระองค์เสด็จมา

วันที่ 23 เดือน 09 ปี 2021

เมื่อพูดถึงพระผู้ช่วยให้รอด ผู้เชื่อทุกคนต่างเห็นพ้อง ว่าในยุคสุดท้าย จะเสด็จมาแผ่นดินโลกเพื่อช่วยมวลมนุษย์ให้รอดแน่นอน ผู้เผยพระวจนะหลายคนพูดว่าพระองค์จะเสด็จมาในยุคสุดท้าย แล้วพระผู้ช่วยให้รอดคือใคร? นิกายต่างกันก็มีการตีความต่างกันครับ และศาสนาต่างๆ ก็พูดถึงพระองค์ต่างกันไป ใครคือพระผู้ช่วยให้รอดที่แท้จริง? คือองค์พระผู้เป็นเจ้าที่ทรงสร้างฟ้าสวรรค์ แผ่นดินโลกและทุกสรรพสิ่ง เป็นพระเจ้าเที่ยงแท้หนึ่งเดียว พระผู้สร้าง องค์พระผู้เป็นเจ้าที่ทรงสร้างทุกสรรพสิ่งเท่านั้น ที่เป็นพระเจ้าเที่ยงแท้หนึ่งเดียว พระเจ้าเที่ยงแท้ในเนื้อหนังเท่านั้นคือพระผู้ช่วยให้รอดที่ช่วยมวลมนุษย์ให้รอดได้ หากไม่ใช่พระเจ้าเที่ยงแท้ที่ทรงสร้างทุกสรรพสิ่ง เช่นนั้นก็ไม่ใช่พระผู้สร้าง และช่วยมวลมนุษย์ไม่ได้ นี่คือสิ่งที่เราต้องเข้าใจให้ชัดเจนครับ จำไว้ครับ! พระเจ้าเที่ยงแท้มีเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น และพระเจ้าผู้ทรงปรากฏในรูปมนุษย์เท่านั้นคือพระผู้ช่วยให้รอด พระเจ้าเที่ยงแท้ในเนื้อหนังเท่านั้นที่ทรงแสดงความจริงและช่วยมวลมนุษย์ได้อย่างครบถ้วน และนำเราไปสู่บั้นปลายที่สวยงาม พระเจ้าเทียมเท็จมีมากมาย ไม่จำเป็นต้องระบุทั้งหมด แต่พระผู้ช่วยให้รอดเที่ยงแท้มีองค์เดียวหนึ่งเดียว เช่นนั้นพระผู้ช่วยให้รอดคือใครกันแน่? เมื่อ 2,000 ปีก่อน องค์พระเยซูเจ้าเสด็จมาและตรัสว่า “จงกลับใจใหม่ เพราะว่าแผ่นดินสวรรค์มาใกล้แล้ว(มัทธิว 4:17) จากนั้น พระองค์ทรงถูกตรึงกางเขนเพื่อไถ่บาปมนุษย์ ทรงเสร็จสิ้นพระราชกิจแห่งการไถ่และเริ่มต้นยุคพระคุณ เปิดโอกาสให้ผู้คนได้มาอยู่เฉพาะพระพักตร์พระเจ้า อธิษฐาน สัมพันธ์สนิทกับพระเจ้า และติดตามพระเจ้าจนถึงตอนนี้ นี่คือพระราชกิจแห่งการไถ่ขององค์พระเยซูเจ้า องค์พระเยซูเจ้าคือพระผู้ช่วยให้รอด ซึ่งเสด็จมาอยู่ท่ามกลางมนุษย์และทรงงาน จากที่เราได้เห็นจนถึงตอนนี้ ใครคือพระผู้ช่วยให้รอด? พระเจ้าในเนื้อหนังที่เสด็จมาช่วยมวลมนุษย์ด้วยพระองค์เอง องค์พระเยซูเจ้าทรงพระราชกิจแห่งการไถ่ ยกโทษให้บาปของผู้คน แต่ผู้คนก็ยังทำบาปต่อเนื่องและบรรลุการกลับใจที่แท้จริงไม่ได้ ความรอดของพระเจ้าคือการทำให้คนกลับใจแท้จริง ไม่ใช่ยกโทษแก่บาปเราและพอแค่นั้น นี่คือสาเหตุที่องค์พระเยซูเจ้าทรงสัญญาว่าจะทรงกลับมาในยุคสุดท้าย เพื่อช่วยมวลมนุษย์อย่างครบถ้วน ตอนนี้ พระผู้ช่วยให้รอดทรงกลับมาท่ามกลางพวกเราแล้ว ทรงแสดงความจริงหลายประการเพื่อชำระมนุษย์ให้บริสุทธิ์และช่วยเราจากบาป เพื่อให้เราหันเข้าหาพระเจ้าได้อย่างเต็มที่ ให้ทรงรับเราไว้ แล้วจึงเข้าสู่บั้นปลายที่สวยงามที่ทรงเตรียมไว้ให้เรา ราชอาณาจักร ตอนนี้ มีหลายคนทั่วโลกได้ยินพระสุรเสียงของพระเจ้าแล้ว ถูกยกขึ้นต่อหน้าพระที่นั่งแล้ว กำลังถูกพิพากษาและชำระให้บริสุทธิ์โดยพระเจ้า และมีคำพยานที่ดีงาม พวกเขาคือผู้มีชัยที่พระเจ้าทรงทำให้ครบบริบูรณ์แล้ว น่าเศร้า มีอีกหลายคนที่ยังไม่ได้ยินพระสุรเสียงของพระเจ้า และยังไม่ได้เห็นการปรากฏและพระราชกิจ เพราะอย่างนี้ ตอนนี้ เรากำลังเป็นพยานว่าพระผู้ช่วยให้รอดทรงช่วยมวลมนุษย์อย่างไร

เมื่อคุยกันถึงความรอด บางคนมีความคิดที่คลุมเคลือ ว่าจู่ๆ พระเจ้าจะเสด็จลงมาจากฟากฟ้าและนำผู้เชื่อตรงขึ้นไป หนีความวิบัติ ไปยังสวรรค์ นี่คือมโนคติอันหลงผิดและความเพ้อฝัน แต่ไม่เป็นจริง มีปัญหาที่สำคัญอีกอย่าง ผู้คนล้วนถูกซาตานทำให้เสื่อมทรามลึกซึ้ง มีธรรมชาติเยี่ยงซาตาน ทุกคนใช้ชีวิตอยู่ในบาป มีแต่ความเสื่อมทรามโสมม เราถูกรับตรงขึ้นไปได้จริงเหรอ? เรามีค่าควรกับราชอาณาจักรแห่งสวรรค์เหรอ? หากทุกคนรอให้พระผู้ช่วยเสด็จลงมา เกาะเกี่ยวมโนคติอันหลงผิดไว้ ก็ย่อมจะเปล่าประโยชน์ พวกเขาจะตกลงสู่ความวิบัติ ขบฟันและร่ำไห้ แล้วพระผู้ช่วยให้รอดทรงช่วยมวลมนุษย์ยังไงเมื่อเสด็จมา? ก่อนอื่นทรงช่วยเราให้รอดจากบาป องค์พระเยซูเจ้าเพียงทรงพระราชกิจแห่งการไถ่ เพื่ออภัยบาปให้แก่เรา แต่ถึงจะถูกยกโทษ เราก็อดทำบาปอีกไม่ได้ เรายังหนีโซ่ตรวนของบาปไม่พ้น นี่คือข้อเท็จจริงที่ปฏิเสธไม่ได้ พระเจ้าทรงบริสุทธิ์และชอบธรรม ทรงปรากฏเพื่อสถานที่บริสุทธิ์และซ่อนพระองค์จากดินแดนโสมม เพราะไม่บริสุทธิ์ ผู้คนจึงมองไม่เห็นองค์พระผู้เป็นเจ้า แล้วเราที่ใช้ชีวิตอยู่ในบาปจะมีค่าควรเข้าสู่ราชอาณาจักรของพระเจ้าหรือ? พระเจ้าจึงทรงปรากฏในรูปมนุษย์อีกครั้งในยุคสุดท้าย ทรงกำลังแสดงความจริง ปฏิบัติพระราชกิจแห่งการพิพากษาและการตีสอน เพื่อชำระผู้คนให้บริสุทธิ์ครบถ้วนและช่วยเราจากบาป จากซาตาน เหมือนกับที่พระเจ้าผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์ตรัสว่า “แม้ว่าพระเยซูได้ทรงพระราชกิจมากมายท่ามกลางมนุษย์ แต่พระองค์เพียงแค่ทรงเสร็จสิ้นการไถ่บาปของมวลมนุษย์ทั้งปวงเท่านั้นและทรงกลายเป็นเครื่องบูชาลบล้างบาปของมนุษย์ พระองค์ไม่ได้ทรงปลดเปลื้องมนุษย์จากอุปนิสัยอันเสื่อมทรามทั้งหมดของเขา การช่วยให้มนุษย์รอดพ้นจากอิทธิพลของซาตานอย่างครบถ้วนไม่เพียงจำเป็นต้องให้พระเยซูทรงกลายเป็นเครื่องบูชาลบล้างบาปและแบกรับบาปต่างๆ นานาของมนุษย์เท่านั้น แต่ยังพึงต้องให้พระเจ้าทรงพระราชกิจยิ่งใหญ่กว่าเดิมขึ้นไปอีกเพื่อปลดเปลื้องมนุษย์โดยสมบูรณ์จากอุปนิสัยอันเสื่อมทรามเยี่ยงซาตานของเขา และดังนั้น ในเมื่อมนุษย์ได้รับการยกโทษบาปของเขาแล้ว พระเจ้าก็ได้ทรงกลับสู่เนื้อหนังเพื่อนำทางมนุษย์เข้าสู่ยุคใหม่และได้เริ่มพระราชกิจแห่งการตีสอนและการพิพากษา พระราชกิจนี้ได้พามนุษย์เข้าสู่อาณาจักรที่สูงส่งขึ้น บรรดาผู้ที่นบนอบภายใต้อำนาจครอบครองของพระองค์ทั้งหมดจะได้ชื่นชมกับความจริงที่สูงส่งขึ้นและได้รับพรที่ยิ่งใหญ่ขึ้น พวกเขาจะมีชีวิตอยู่ในความสว่างอย่างแท้จริง และพวกเขาจะได้รับความจริง หนทางและชีวิต(พระวจนะฯ เล่ม 1 การทรงปรากฏและพระราชกิจของพระเจ้า, คำนำ)

พระผู้ช่วยให้รอดได้เสด็จมาแล้ว องค์พระเยซูเจ้าทรงกลับมาแล้วในเนื้อหนัง เป็นพระเจ้าผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์ผู้ทรงปรากฏในรูปมนุษย์ ทรงแสดงความจริงทั้งปวงที่ชำระมวลมนุษย์ให้บริสุทธิ์และช่วยให้รอด ทรงพระราชกิจแห่งการพิพากษาโดยเริ่มที่พระนิเวศของพระเจ้า ไม่มีใครอื่นนอกจากพระเจ้าในเนื้อหนัง ที่จะแสดงความจริงและช่วยมวลมนุษย์ให้รอดได้ จะยิ่งใหญ่หรือชื่อดังแค่ไหน พระเจ้าผู้ทรงปรากฏในรูปมนุษย์ที่เสด็จมาแผ่นดินโลกเท่านั้น คือพระคริสต์ พระผู้ช่วยให้รอด “พระคริสต์” หมายถึงอะไร? หมายถึงพระผู้ช่วยให้รอด เช่นนั้น พระเจ้าผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์ พระคริสต์แห่งยุคสุดท้าย ทรงพระราชกิจแห่งการพิพากษาเพื่อช่วยและชำระมวลมนุษย์ให้บริสุทธิ์อย่างไร?

พระเจ้าผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์ทรงบอกเราว่า “พระคริสต์แห่งยุคสุดท้ายทรงใช้ความจริงหลากหลายเพื่อสั่งสอนมนุษย์ เพื่อตีแผ่แก่นแท้ของมนุษย์ และเพื่อชำแหละคำพูดและความประพฤติของมนุษย์ พระวจนะเหล่านี้ประกอบด้วยความจริงนานัปการ อาทิ หน้าที่ของมนุษย์ วิธีที่มนุษย์ควรเชื่อฟังพระเจ้า วิธีที่มนุษย์ควรจงรักภักดีต่อพระเจ้า วิธีที่มนุษย์ควรจะดำรงชีวิตเยี่ยงมนุษย์ธรรมดา ตลอดจนพระปัญญาและพระอุปนิสัยของพระเจ้า เป็นต้น พระวจนะเหล่านี้ล้วนชี้นำไปที่เนื้อแท้ของมนุษย์และอุปนิสัยอันเสื่อมทรามของเขา โดยเฉพาะ พระวจนะซึ่งตีแผ่ว่ามนุษย์เมินหมิ่นพระเจ้าอย่างไร ได้ถูกตรัสโดยพาดพิงถึงวิธีที่มนุษย์เป็นตัวแทนของซาตานและกองกำลังฝ่ายศัตรูผู้ต่อต้านพระเจ้า ในการทรงปฏิบัติพระราชกิจแห่งการพิพากษาของพระองค์ พระเจ้าไม่เพียงทรงทำให้ธรรมชาติของมนุษย์ชัดเจนขึ้นอย่างเรียบง่ายด้วยพระวจนะไม่กี่คำ แต่พระองค์ยังทรงทำการตีแผ่ จัดการ และตัดแต่งเป็นช่วงเวลายาวนาน วิธีการตีแผ่ การจัดการ และการตัดแต่งอันแตกต่างกันทั้งหมดเหล่านี้ไม่สามารถทดแทนได้ด้วยถ้อยคำธรรมดาสามัญ แต่ด้วยความจริงที่มนุษย์ไม่มีโดยสิ้นเชิง มีเพียงวิธีการเช่นนี้เท่านั้นที่สามารถเรียกว่าการพิพากษา โดยผ่านการพิพากษาแบบนี้เท่านั้นที่มนุษย์จะสามารถถูกสยบและโน้มน้าวจนหมดใจเกี่ยวกับพระเจ้า และยิ่งกว่านั้น ยังได้รับความรู้ที่แท้จริงเกี่ยวกับพระเจ้า สิ่งที่พระราชกิจแห่งการพิพากษาทำให้เกิดขึ้นคือความเข้าใจที่มนุษย์มีต่อพระพักตร์ที่แท้จริงของพระเจ้า และความจริงเกี่ยวกับความเป็นกบฏของเขาเอง พระราชกิจแห่งการพิพากษาช่วยให้มนุษย์ได้รับความเข้าใจอย่างมากในน้ำพระทัยของพระเจ้า ในจุดประสงค์ของพระราชกิจของพระเจ้า และในบรรดาความล้ำลึกที่ไม่สามารถเข้าใจได้สำหรับเขา นอกจากนี้ยังช่วยให้มนุษย์ตระหนักรู้ถึงธาตุแท้อันเสื่อมทรามและรากเหง้าของความเสื่อมทรามของเขา รวมทั้งค้นพบความน่าเกลียดของมนุษย์ ผลกระทบเหล่านี้ล้วนเป็นผลจากพระราชกิจแห่งการพิพากษา เพราะสาระสำคัญของพระราชกิจนี้อันที่จริงแล้วคือพระราชกิจที่แผ่วางความจริง หนทาง และชีวิตของพระเจ้าออกมาต่อผู้คนทั้งหมดที่มีความเชื่อในพระองค์ พระราชกิจนี้คือพระราชกิจแห่งการพิพากษาที่พระเจ้าทรงทำ(พระวจนะฯ เล่ม 1 การทรงปรากฏและพระราชกิจของพระเจ้า, พระคริสต์ทรงพระราชกิจแห่งการพิพากษาด้วยความจริง)

ในยุคสุดท้าย พระเจ้าทรงช่วยมนุษยชาติให้รอดโดยแสดงความจริงเพื่อเปิดโปงธรรมชาติบาปหนาของเรา ให้เราสามารถเห็นรากเหง้าความเปี่ยมบาปของเรา และความจริงของความเสื่อมทรามของเราโดยซาตาน เมื่อคนเราตระหนักถึงสิ่งนี้ ก็จะเริ่มเกิดความรู้สึกเสียใจที่แท้จริง ดูหมิ่นและเกลียดตนเอง จากตรงนั้น ก็จะเริ่มกลับใจได้อย่างแท้จริง และต้องการเข้าใจและได้รับความจริงเท่านั้น เมื่อกลายเป็นสามารถปฏิบัติความจริงได้ ก็ได้เรียนรู้แล้วว่าจะนบนอบต่อพระเจ้าอย่างไร พวกเขาเข้าใจความจริง และใช้ชีวิตตามพระวจนะ และตามความจริง อุปนิสัยในการดำเนินชีวิตเริ่มจะเปลี่ยนแปลง เมื่อประสบกับการพิพากษาของพระวจนะอย่างต่อเนื่อง พวกเขาก็ถูกชำระให้บริสุทธิ์จากอุปนิสัยเสื่อมทรามในที่สุด นี่คือคนที่ถูกช่วยให้รอดอย่างครบถ้วน และจะเข้าไปสู่บั้นปลายที่สวยงามที่พระเจ้าทรงจัดเตรียมไว้ให้มนุษย์ได้ เราจึงต้องยอมรับการพิพากษาและการตีสอนของพระวจนะพระเจ้าผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์ ต้องกลับใจอย่างแท้จริง เปลี่ยนอย่างแท้จริง กลายเป็นคนที่นบนอบและนมัสการพระเจ้า นี่เท่านั้นคือความรอดที่แท้จริง ทำให้เรามีค่าควรเข้าสู่ราชอาณาจักรของพระองค์

พอถึงตอนนี้ มีสิ่งหนึ่งที่เราแน่ใจชัดเจน พระเจ้าเท่านั้น พระผู้สร้างเท่านั้นที่ช่วยมวลมนุษย์ได้ นำเราเข้าสู่บั้นปลายที่สวยงามได้ พระเจ้าองค์นี้ พระผู้สร้าง ได้ตรัสและทรงงานเพื่อนำและช่วยมวลมนุษย์ ตลอดเวลาที่ผ่านมา จวบจนวันนี้ พระคัมภีร์ทั้งเล่มเป็นคำพยานถึงการทรงปรากฏและพระราชกิจของพระเจ้า เป็นคำพยานว่าพระเจ้าทรงสร้างฟ้าสวรรค์ แผ่นดินโลกและทุกสิ่ง และเป็นพยานให้การทรงปรากฏและพระราชกิจของพระผู้สร้าง พระเจ้าผู้ทรงปรากฏในรูปมนุษย์เที่ยงแท้หนึ่งเดียวที่เสด็จมาท่ามกลางเราเท่านั้น คือพระผู้ช่วยให้รอด พระองค์เท่านั้นช่วยมวลมนุษย์ได้ พระผู้ช่วยให้รอดจะต้องเป็นพระเจ้าในเนื้อหนังและต้องทรงแสดงความจริง นี่เท่านั้นคือพระผู้ช่วยให้รอดเที่ยงแท้ พระผู้ช่วยให้รอดอื่นใดที่แสดงความจริงไม่ได้ คือวิญญาณชั่วที่หลอกคน พระเจ้าเทียมเท็จมีมากมาย อย่างพวกผู้มีชื่อเสียงที่ถูกยกย่อง เมื่อตายแล้วจักรพรรดิก็บัญญัติให้เป็นพระเจ้า นี่จะถูกต้องได้จริงหรือ? คนพวกนี้เป็นเพียงมนุษย์ที่เสื่อมทราม ที่เมื่อตายแล้วก็ไปนรก แล้วจะช่วยใครให้รอดได้? ช่วยตัวเองไม่ได้ด้วยซ้ำ พระเจ้าทรงลงโทษพวกเขาเพราะบาปพวกเขา แล้วพวกเขาช่วยมนุษยชาติได้หรือ? จักรพรรดิพวกนั้นทั้งหมด เสียชีวิตไปนานแล้ว และตอนนี้ก็อยู่ในนรก พระเจ้าเทียมเท็จที่บัญญัติไว้ช่วยมวลมนุษย์ไม่ได้จริงๆ ดังนั้น อย่าเชื่อในพระเจ้าเทียมเท็จ มันโง่เขลาและรู้เท่าไม่ถึงการณ์ และจะนำพาไปสู่ความพินาศแน่ จำไว้ครับ พระผู้ช่วยให้รอดต้องเป็นพระเจ้าผู้ทรงปรากฏในรูปมนุษย์ ต้องทรงแสดงความจริง สิ่งนี้มาจากพระเจ้าได้เท่านั้น พระผู้ช่วยให้รอดอื่นใดที่แสดงความจริงไม่ได้คือเทียมเท็จ นำผู้คนให้หลงทาง คนอื่นที่ไม่ใช่พระเจ้าในเนื้อหนังแต่อ้างว่าเป็นพระเจ้า คือพระคริสต์เทียมเท็จและวิญญาณชั่ว คนพวกนั้นไม่ใช่ผู้ช่วยให้รอด ช่วยมวลมนุษย์ไม่ได้ ซาตานและวิญญาณชั่วทั้งหมดแสร้งทำเป็นพระเจ้า แต่ก็ยังไม่กล้าอ้างว่าเป็นพระผู้สร้างสรรพสิ่ง และยิ่งไม่กล้าอ้างว่าสร้างมนุษย์ และไม่กล้าอ้างว่าควบคุมชะตากรรมของมนุษย์ได้ เพียงแสดงหมายสำคัญและปาฏิหาริย์ที่นั่นที่นี่เพื่อชักนำให้หลงทาง เพื่อให้ได้ความจงรักภักดี พระเจ้าเทียมเท็จและวิญญาณชั่วพวกนี้ล้วนเป็นผี เป็นมารที่ทำคนเสื่อมทรามและหลงผิด เป็นศัตรูของพระผู้สร้าง พระเจ้าเที่ยงแท้หนึ่งเดียว กำลังพยายามแย่งชิงมนุษยชาติไปจากพระองค์ ดังนั้น ผีและวิญญาณชั่วพวกนี้ล้วนเป็นศัตรูที่ขมขื่นของพระเจ้า จึงถูกพระองค์ทรงรังเกียจและแช่งด่า ทุกคนที่เคารพบูชาผีและวิญญาณชั่วพวกนี้ จะถูกพระเจ้าทรงแช่งด่าและทำลายล้าง พระเจ้าผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์ตรัสว่า “ตราบที่พิภพเก่ายังคงมีอยู่ต่อไป เราจะทุ่มความเดือดดาลของเราไปที่ชนชาติต่างๆ ของมัน แถลงการณ์ประกาศกฤษฎีกาบริหารของเราอย่างเปิดเผยให้ทั่วทั้งจักรวาล และนำการตีสอนมาให้ทุกข์แก่ผู้ใดก็ตามที่ฝ่าฝืนมัน เมื่อเราหันหน้าพูดกับจักรวาล มวลมนุษย์ทั้งปวงได้ยินเสียงเรา และในทันใดนั้นเอง ก็มองเห็นงานทั้งหมดที่เราได้ทำลงไปทั่วทั้งจักรวาล พวกที่ตั้งตนต่อต้านเจตจำนงแห่งเรา กล่าวคือ ผู้ที่ต่อต้านเราด้วยความประพฤติของมนุษย์ จะต้องตกอยู่ภายใต้การตีสอนของเรา เราจะนำเอามวลหมู่ดารามหาศาลในสวรรค์ชั้นฟ้ามาและทำให้พวกมันใหม่ และดวงอาทิตย์กับดวงจันทร์ก็จะถูกทำให้ใหม่เพราะเรา—ผืนฟ้าทั้งหลายจะไม่เป็นเหมือนดังที่พวกมันเคยเป็นอีกต่อไป และสิ่งต่างๆ นับหมื่นแสนบนแผ่นดินโลกจะถูกทำใหม่ ทั้งหมดจะกลายเป็นครบบริบูรณ์โดยผ่านทางวจนะของเรา ประชาชาติทั้งหลายภายในจักรวาลจะถูกแบ่งกั้นสัดส่วนใหม่และแทนที่ด้วยราชอาณาจักรของเรา เพื่อที่ประชาชาติบนแผ่นดินโลกจะหายลับไปตลอดกาล และทั้งหมดจะกลายเป็นราชอาณาจักรหนึ่งซึ่งนมัสการเรา ประชาชาติทั้งมวลแห่งแผ่นดินโลกจะถูกทำลายและยุติการดำรงอยู่ ในบรรดามนุษย์ภายในจักรวาล ทุกคนที่เป็นของมารจะถูกทำลายจนสิ้นซาก และพวกที่บูชาซาตานทั้งหมดจะคว่ำคะมำลงโดยไฟของเราที่กำลังเผาผลาญ—นั่นก็คือ ยกเว้นบรรดาผู้ที่อยู่ในกระแสตอนนี้ ทั้งหมดจะกลายเป็นเถ้าถ่าน เมื่อเราตีสอนกลุ่มชนทั้งหลาย บรรดาผู้ที่อยู่ในโลกศาสนาจะคืนสู่อาณาจักรของเรา ถูกงานของเราพิชิตในขอบข่ายที่ต่างกันไป เนื่องเพราะพวกเขาจะได้เห็นการลงมาจุติขององค์หนึ่งเดียวผู้บริสุทธิ์โดยการขี่เมฆขาวแล้ว ผู้คนทั้งหมดจะถูกแยกไปตามประเภทของพวกเขา และจะได้รับการตีสอนที่สมน้ำสมเนื้อกับการกระทำของพวกเขา ผู้คนทั้งหมดที่ได้ยืนต้านเราจะมีอันพินาศ นั่นคือ สำหรับบรรดาผู้ที่ความประพฤติของพวกเขาบนแผ่นดินโลกไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรา พวกเขาจะดำรงอยู่บนแผ่นดินโลกต่อไปภายใต้การปกครองของบุตรทั้งหลายของเราและประชากรของเรา ทั้งนี้ก็เพราะวิธีการที่พวกเขาได้พ้นผิดด้วยตัวพวกเขาเอง เราจะเปิดเผยตัวเราต่อกลุ่มชนนับหมื่นแสนและชนชาตินับหมื่นแสน และด้วยเสียงของเราเอง เราจะส่งเสียงก้องไปบนแผ่นดินโลก ป่าวประกาศถึงการเสร็จสิ้นงานอันยิ่งใหญ่ของเราเพื่อที่มวลมนุษย์ทั้งปวงจะได้เห็นด้วยตาของพวกเขาเอง(พระวจนะฯ เล่ม 1 การทรงปรากฏและพระราชกิจของพระเจ้า, พระวจนะของพระเจ้าถึงทั้งจักรวาล บทที่ 26)

ปี 2022 โรคระบาดร้ายแรงมากขึ้นเรื่อยๆ และภัยพิบัติต่างๆ เช่น แผ่นดินไหว การกันดารอาหาร และสงครามยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องเช่นกัน พระเจ้าทรงมีพระประสงค์อะไรเบื้องหลังภัยพิบัติเหล่านี้? เข้าร่วมการเทศนาออนไลน์แล้วจะบอกคำตอบให้แก่คุณ

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

องค์พระเยซูเจ้าหมายความว่าอย่างไรกันแน่ เมื่อพระองค์ตรัสบนไม้กางเขนว่า “สำเร็จแล้ว”?

คริสตชนเชื่อว่า เมื่อองค์พระเยซูเจ้าตรัสบนไม้กางเขนว่า “สำเร็จแล้ว” คือการตรัสว่าพระราชกิจช่วยมวลมนุษย์ของพระเจ้าเสร็จสิ้นแล้ว...

เหตุใดในยุคสุดท้าย พระเจ้าจึงเสด็จมาปรากฏในรูปมนุษย์ มิใช่กายวิญญาณ?

เพราะว่าพระเจ้าผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์ทรงแสดงความจริงเพื่อทรงงานพิพากษาในยุคสุดท้าย หลายคนจึงแสวงหาและสืบค้นหนทางที่แท้จริง...

ทำไมเราจึงต้อนรับองค์พระผู้เป็นเจ้าได้เพียงด้วยการฟังพระสุรเสียงของพระเจ้าเท่านั้น?

ตอนนี้ ผู้เชื่อทุกคนต่างเฝ้ารอให้องค์พระเยซูเจ้าเสด็จมาบนเมฆ เพราะภัยพิบัติเริ่มรุนแรงขึ้น และพวกโรคระบาดต่างๆ ก็เพิ่มขึ้นด้วย...

Leave a Reply

ติดต่อเราผ่าน Messenger