ความแตกต่างระหว่างศาสนาคริสต์กับคริสตจักรแห่งพระเจ้าผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์

ศาสนาคริสต์และคริสตจักรแห่งพระเจ้าผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์เชื่อในพระเจ้าองค์เดียวกัน ผู้คนที่เข้าใจประวัติศาสตร์ของศาสนาจะรู้ว่าศาสนายิวในอิสราเอลถือกำเนิดมาจากพระราชกิจที่พระยาห์เวห์พระเจ้าได้ทรงทำในยุคธรรมบัญญัติ ศาสนาคริสต์ นิกายคาทอลิก และอีสเทิร์นออร์ทอดอกซ์ล้วนเป็นคริสตจักรที่ได้ผุดขึ้นหลังจากองค์พระเยซูเจ้าผู้ทรงจุติมาเป็นมนุษย์ได้ทรงพระราชกิจแห่งการไถ่ ในทำนองเดียวกันนี้ คริสตจักรแห่งพระเจ้าผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์ได้มีขึ้นเมื่อพระเจ้าได้ทรงบังเกิดเป็นมนุษย์ในระหว่างยุคสุดท้ายเพื่อทรงพระราชกิจแห่งการพิพากษา คริสตชนในยุคพระคุณได้อ่านพระคริสตธรรมคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิมและภาคพันธสัญญาใหม่ และคริสเตียนจากคริสตจักรแห่งพระเจ้าผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์ในยุคแห่งราชอาณาจักรในตอนนี้อ่าน พระวจนะทรงปรากฏเป็นมนุษย์ ซึ่งได้ตรัสโดยพระเจ้าด้วยพระองค์เองในยุคสุดท้าย ศาสนาคริสต์ยึดถือตามพระราชกิจแห่งการไถ่ที่องค์พระเยซูเจ้าได้ทรงทำในยุคพระคุณ และคริสตจักรแห่งพระเจ้าผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์ยอมรับพระราชกิจแห่งการพิพากษาที่เริ่มต้นจากพระนิเวศของพระเจ้าขององค์พระเยซูเจ้าผู้ทรงเสด็จกลับมา─พระเจ้าผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์─ในยุคสุดท้าย นี่คือความแตกต่างหลักๆ ระหว่างศาสนาคริสต์กับคริสตจักรแห่งพระเจ้าผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์ ความแตกต่างระหว่างศาสนาคริสต์และคริสตจักรแห่งพระเจ้าผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์นั้นคล้ายกันกับความแตกต่างระหว่างศาสนาคริสต์กับศาสนายิว ในช่วงระหว่างยุคพระคุณ องค์พระเยซูเจ้าได้ทรงดำเนินพระราชกิจแห่งการไถ่มวลมนุษย์บนรากฐานของพระราชกิจแห่งยุคธรรมบัญญัติภาคพันธสัญญาเดิม แต่บรรดาหัวหน้าปุโรหิต ธรรมาจารย์ และพวกฟาริสีของศาสนายิวระลึกไม่ได้ว่าองค์พระเยซูเจ้าทรงเป็นการจุติมาเป็นมนุษย์ของพระยาห์เวห์ ว่าพระองค์ทรงเป็นพระเมสสิยาห์ที่พวกเขากำลังรอคอย พวกเขายึดติดอย่างดื้อดึงกับธรรมบัญญัติและพระบัญญัติต่างๆ จากพันธสัญญาเดิมที่พระยาห์เวห์พระเจ้าได้ทรงประกาศไว้ พวกเขายังได้ตรึงกางเขนองค์พระเยซูเจ้าผู้ที่ได้ทรงไถ่มวลมนุษย์ด้วย ด้วยเหตุนี้จึงเป็นการสร้างความขุ่นเคืองให้กับพระอุปนิสัยของพระเจ้า พระเจ้าจึงได้ทรงละทิ้งศาสนายิวทั้งหมดที่ยึดติดกับธรรมบัญญัติต่างๆ จากพันธสัญญาเดิม และได้ทรงหันความรอดของพระองค์ไปให้แก่ชนต่างชาติผู้ซึ่งหลังจากได้ยอมรับและติดตามองค์พระเยซูเจ้าแล้วก็ได้ก่อร่างคริสตจักรแห่งพันธสัญญาใหม่ขึ้นมา ซึ่งยังถูกเรียกว่าศาสนาคริสต์ด้วยเช่นกัน ในขณะเดียวกัน คนยิวผู้ที่ยึดติดอยู่แต่กับพระราชกิจของพระยาห์เวห์พระเจ้าแห่งยุคธรรมบัญญัติภาคพันธสัญญาเดิมและได้ปฏิเสธพระราชกิจแห่งการไถ่ขององค์พระเยซูเจ้าก็ได้ก่อร่างสิ่งที่เรียกว่าศาสนายิวขึ้น ในทำนองเดียวกันนั้น บนรากฐานของพระราชกิจแห่งการไถ่ในยุคพระคุณขององค์พระเยซูเจ้า พระเจ้าผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์ก็ได้ทรงแสดงความจริงและทรงปฏิบัติพระราชกิจแห่งการพิพากษาที่เริ่มต้นจากพระนิเวศของพระเจ้าในยุคแห่งราชอาณาจักร หลายคนจากนิกายทั้งหมดของศาสนาคริสต์ผู้ซึ่งรักความจริงและถวิลหารอคอยการทรงปรากฏขององค์พระผู้เป็นเจ้าได้อ่านพระวจนะของพระเจ้าผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์และระลึกได้ว่าพระวจนะเหล่านั้นเป็นพระสุรเสียงของพระเจ้า เมื่อมั่นใจว่าพระเจ้าผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์ทรงเป็นองค์พระเยซูเจ้าที่ได้เสด็จกลับมา พวกเขาก็ได้ยอมรับพระเจ้าผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์ และด้วยเหตุนี้ คริสตจักรแห่งพระเจ้าผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์จึงได้เกิดขึ้น จากการนี้จึงสามารถเห็นได้ว่าศาสนาคริสต์และคริสตจักรแห่งพระเจ้าผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์เชื่อในพระเจ้าองค์เดียวกัน─องค์พระผู้เป็นเจ้าผู้ได้ทรงสร้างฟ้าสวรรค์และแผ่นดินโลกและสรรพสิ่ง มีเพียงแค่พระนามและพระราชกิจของพระเจ้าที่ผู้คนยึดมั่นเท่านั้นที่แตกต่างกัน คริสตจักรแห่งพระเจ้าผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์ยึดถือตามพระนามใหม่ของพระเจ้าในช่วงระหว่างยุคแห่งราชอาณาจักร และยอมรับพระราชกิจใหม่ที่พระเจ้าทรงดำเนินการในระหว่างยุคสุดท้าย ในขณะที่ศาสนาคริสต์ยึดมั่นกับพระนามของพระเจ้าในระหว่างยุคพระคุณ และยอมรับพระราชกิจที่พระเจ้าได้ทรงทำในระหว่างยุคพระคุณ นี่คือความแตกต่างที่สำคัญที่สุดระหว่างศาสนาคริสต์กับคริสตจักรแห่งพระเจ้าผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์ ถึงแม้ว่าพระนามและพระราชกิจของพระเจ้าซึ่งศาสนาคริสต์และคริสตจักรแห่งพระเจ้าผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์ยึดมั่นอาจจะแตกต่างกัน แต่อย่างไรก็ตาม พระเจ้าที่ทั้งคู่เชื่อนั้นก็คือองค์เดียวกัน นั่นคือ พระเจ้าเที่ยงแท้พระองค์เดียวผู้ที่ได้ทรงสร้างฟ้าสวรรค์และแผ่นดินโลกและสรรพสิ่ง นี่คือข้อเท็จจริงที่ไม่มีผู้ใดสามารถบิดเบือนหรือปฏิเสธได้!

คริสตชนจำนวนมากเชื่อว่าพวกเขาจำเป็นแค่เพียงต้องยอมรับพระราชกิจแห่งการไถ่ขององค์พระเยซูเจ้าเพื่อเข้าสู่ราชอาณาจักรแห่งสวรรค์ และไม่จำเป็นต้องยอมรับพระราชกิจแห่งการพิพากษาของพระเจ้าผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์ในยุคสุดท้ายด้วย มโนคติดังกล่าวผิดโดยสิ้นเชิง ในระหว่างยุคพระคุณ องค์พระเยซูเจ้าได้ทรงพระราชกิจแห่งการไถ่ ผู้คนได้รับการช่วยให้รอดเนื่องจากความเชื่อของพวกเขา และไม่ถูกกล่าวโทษโดยธรรมบัญญัติและถูกประหารชีวิตเนื่องจากการล่วงละเมิดของพวกเขาอีกต่อไป กระนั้นองค์พระเยซูเจ้าก็เพียงทรงอภัยบาปของมนุษย์เท่านั้น และมิได้ทรงอภัยหรือแก้ไขธรรมชาติที่เปี่ยมบาปของมนุษย์ อุปนิสัยเยี่ยงซาตานทั้งหลายภายในตัวผู้คน─ความโอหังและความทะนงตน ความเห็นแก่ตัวและความละโมบ ความคดโกงและความหลอกลวง และความเป็นกบฏและการต่อต้านพระเจ้า─ยังคงมีอยู่ ผู้คนยังไม่ได้รับการชำระให้สะอาด ได้รับการช่วยให้รอด และได้ถูกรับไว้โดยพระเจ้าอย่างบริบูรณ์ ด้วยเหตุนี้ องค์พระเยซูเจ้าได้ตรัสหลายครั้งว่าพระองค์ต้องเสด็จกลับมา หลายแห่งในพระคริสตธรรมคัมภีร์ที่มีการเผยพระวจนะว่าพระเจ้าจะเสด็จกลับมาและปฏิบัติการพิพากษา โดยนำบรรดาวิสุทธิชนไปสู่ราชอาณาจักรแห่งสวรรค์ พระเจ้าผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์ผู้ทรงจุติมาเป็นมนุษย์แห่งยุคสุดท้ายได้เสด็จมาและได้แสดงความจริงทั้งหมดแล้วเพื่อการชำระมวลมนุษย์ให้บริสุทธิ์และช่วยมวลมนุษย์ให้รอด และได้ทรงดำเนินพระราชกิจแห่งการพิพากษาที่เริ่มต้นจากพระนิเวศของพระเจ้าบนรากฐานของพระราชกิจแห่งการไถ่ขององค์พระเยซูเจ้า มันเป็นไปเพื่อที่จะแก้ไขธรรมชาติที่เปี่ยมบาปของมวลมนุษย์ และเพื่อเปิดโอกาสให้มวลมนุษย์ได้ปลดปล่อยตัวเขาเองให้เป็นอิสระจากการเป็นทาสและการจำกัดของบาป ใช้ชีวิตตามสภาพเหมือนมนุษย์จริงและได้รับการรับไว้โดยพระเจ้า และเข้าสู่บั้นปลายที่งดงามที่พระเจ้าได้ทรงตระเตรียมไว้เพื่อมวลมนุษย์ สามารถกล่าวได้ว่าพระราชกิจแห่งการไถ่ที่องค์พระเยซูเจ้าได้ทรงดำเนินการนั้นคือรากฐานของพระราชกิจแห่งความรอดของพระเจ้าในยุคสุดท้าย ในขณะที่พระราชกิจแห่งการพิพากษาในยุคสุดท้ายคือแกนหลักและจุดมุ่งเน้นในพระราชกิจแห่งความรอดของพระเจ้า นี่คือช่วงระยะของพระราชกิจที่วิกฤติและสำคัญมากที่สุดต่อความรอดของมวลมนุษย์ มีเพียงบรรดาผู้ที่ยอมรับพระราชกิจแห่งการพิพากษาในยุคสุดท้าของพระเจ้าผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์เท่านั้นที่เป็นบรรดาผู้ที่จะได้รับการพามาอยู่หน้าพระบัลลังก์ของพระเจ้า และจะมีโอกาสได้รับการปลดปล่อยให้เป็นอิสระจากบาป และพวกเขาคือบรรดาผู้ที่จะได้รับการช่วยให้รอดและจะได้เข้าสู่ราชอาณาจักรแห่งสวรรค์ วันนี้ ผู้คนจำนวนมากในนิกายต่างๆ ของโลกศาสนาได้ยินพระสุรเสียงของพระเจ้าในพระวจนะของพระเจ้าผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์แล้ว และได้กลายเป็นมั่นใจว่าพระเจ้าผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์ทรงเป็นองค์พระเยซูเจ้าที่เสด็จกลับมาในระหว่างยุคสุดท้าย และด้วยเหตุนี้พวกเขาจึงได้ยอมรับและได้เริ่มติดตามพระเจ้าผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์ บรรดาผู้ไม่เชื่อบางคนก็ได้ยอมรับพระเจ้าผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์ด้วยเช่นกันเนื่องจากความจริงที่พระเจ้าผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์ทรงแสดงออก ผู้คนเหล่านี้ที่เชื่อในพระเจ้าผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์ประกอบขึ้นเป็นคริสตจักรแห่งพระเจ้าผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์ ภายใต้การทรงนำและการเลี้ยงดูของพระคริสต์แห่งยุคสุดท้าย พระเจ้าผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์ บรรดาคริสเตียนจากคริสตจักรแห่งพระเจ้าผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์ได้ค่อยๆ มาเข้าใจความจริงมากมายโดยผ่านทางการปฏิบัติและการได้รับประสบการณ์กับพระวจนะของพระเจ้าผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์ และได้มองเห็นแหล่งกำเนิดและเนื้อแท้ของอุปนิสัยที่เสื่อมทรามของมวลมนุษย์อย่างชัดเจน ภายใต้การพิพากษาและการตีสอนจากพระวจนะของพระเจ้าผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์ พวกเขาได้ชิมลางพระอุปนิสัยที่ชอบธรรมและไม่สามารถทำให้ขุ่นเคืองได้ของพระเจ้าจริงๆ และอย่างแท้จริง พวกเขาได้ค่อยๆ มายำเกรงพระเจ้าและหลบเลี่ยงความชั่ว และพวกเขาดำรงชีวิตสอดคล้องกับพระวจนะของพระเจ้า ด้วยการที่พวกเขาเข้าใจความจริง ความรู้ของผู้คนเกี่ยวกับพระเจ้าจึงค่อยๆ ลึกซึ้งยิ่งขึ้น การเชื่อฟังพระเจ้าของพวกเขาได้กลายเป็นยิ่งใหญ่กว่าที่เคย และพวกเขาได้นำความจริงมาปฏิบัติมากขึ้นเรื่อยๆ ผู้คนเหล่านี้จะได้ปลดปล่อยตัวเองให้เป็นอิสระจากบาปและได้มาซึ่งความบริสุทธิ์อย่างครบบริบูรณ์โดยได้ตระหนักถึงมัน ในขณะเดียวกัน คริสตชนทั้งหลายที่ไม่ยอมรับพระราชกิจของใหม่ของพระเจ้าผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์ก็ยังคงเชื่อในศาสนาคริสต์อยู่ พวกเขายึดมั่นกับพระนามขององค์พระเยซูเจ้า ยึดถือตามคำสอนจากพระคริสตธรรมคัมภีร์ และได้ถูกพระเจ้าโยนเข้าไปในความมืดมานานแล้ว โดยสูญเสียการใส่พระทัยและการปกป้องคุ้มครองของพระเจ้า นี่คือข้อเท็จจริงที่ระลึกได้ หากผู้คนยืนกรานที่จะไม่กลับใจ และกล่าวโทษและต่อต้านอย่างมืดบอดต่อองค์พระเยซูเจ้าที่เสด็จกลับมาในระหว่างยุคสุดท้าย พระเจ้าผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์ และปฏิเสธไม่ยอมรับพระราชกิจแห่งการพิพากษาในยุคสุดท้ายของพระเจ้าผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์ เช่นนั้นแล้วในท้ายที่สุด พวกเขาก็จะถูกกำจัดออกไปทั้งหมดโดยพระราชกิจของพระเจ้า

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

  • What Are the Aims of The Church of Almighty God?

    The Church of Almighty God waters and shepherds its believers in complete accordance with the words of God in the Bible and The Word Appears in the Fl…

  • อะไรคือแหล่งกำเนิดของฟ้าแลบจากทิศตะวันออก?

    ตอนนี้เรากำลังอยู่ในยุคสุดท้าย การเผยพระวจนะถึงการทรงกลับมาขององค์พระเยซูเจ้าโดยพื้นฐานแล้วได้รับการทำให้ลุล่วงแล้ว และผู้เชื่อเคร่งศาสนานับเป็นพันๆ กำลังหวังการทรงกลับมาขององค์พระเยซูเจ้าอย่างมีศรัทธาแรงกล้า อย่างไรก็ตาม ในขณะเดียวกัน ฟ้าแลบจากทิศตะวันออกได้ให้คำพยานอย่างเปิดเผยว่าองค์พระเยซูเจ้าได้ทรงกลับมาแล้ว—กล่าวคือ พระเจ้าผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์ การจุติเป็นมนุษย์แห่งยุคสุดท้าย—และว่าพระองค์ได้ทรงกระทำพระราชกิจแห่งการพิพากษาของพระองค์แล้วโดยเริ่มต้นด้วยพระนิเวศของพระองค์ การปรากฏของฟ้าแลบจากทิศตะวันออก

  • เหตุใดพระเจ้าจึงทรงใช้พระนามของพระเจ้าผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์ในยุคแห่งราชอาณาจักร

    ผู้คนจำนวนมากไม่เข้าใจว่า ในเมื่อพระเจ้าผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์ทรงเป็นองค์พระเยซูเจ้าที่เสด็จกลับมา เหตุใดองค์พระเยซูเจ้าจึงได้รับการเรียกขานว่า “พระเจ้าผู้…

  • The Basic Beliefs of The Church of Almighty God

    (1) The Tenets of The Church of Almighty God The tenets of Christianity originate from the Bible, and the tenets of The Church of Almighty God origina…