พระเจ้าผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์และองค์พระเยซูเจ้าคือพระเจ้าหนึ่งเดียว

วันที่ 31 เดือน 10 ปี 2019

เมื่อมวลมนุษย์ถูกซาตานทำให้เสื่อมทราม พระเจ้าได้ทรงเริ่มแผนการบริหารจัดการของพระองค์เพื่อความรอดของมวลมนุษย์  พระเจ้าได้ทรงดำเนินพระราชกิจสามช่วงระยะแห่งความรอดของมวลมนุษย์ เหล่านั้นคือพระราชกิจของพระยาห์เวห์พระเจ้าในยุคพระธรรม พระราชกิจขององค์พระเยซูเจ้าในยุคพระคุณ และพระราชกิจของพระเจ้าผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์ในยุคแห่งราชอาณาจักร  ในระหว่างยุคธรรมบัญญัติ พระยาห์เวห์พระเจ้าได้ทรงประกาศใช้ธรรมบัญญัติทั้งหลายและทรงนำชีวิตของมวลมนุษย์ โดยทำให้ผู้คนรู้ว่าพวกเขาควรนมัสการพระเจ้า และทำให้พวกเขารู้ว่าบาปคือสิ่งใด  แต่ด้วยการมาถึงของช่วงระยะสุดท้ายของยุคธรรมบัญญัติ ความเสื่อมทรามของมวลมนุษย์ได้กลายเป็นลุ่มลึกมากกว่าที่เคย และผู้คนมักจะฝ่าฝืนธรรมบัญญัติและทำบาปต่อพระยาห์เวห์พระเจ้าบ่อยครั้ง  พวกเขาได้เผชิญกับความเสี่ยงที่จะถูกกล่าวโทษและตัดสินประหารชีวิตเนื่องจากการฝ่าฝืนของพวกเขา  ด้วยเหตุนี้ เพื่อตอบสนองความจำเป็นต้องการของมวลมนุษย์ พระเจ้าได้ทรงสวมรูปของมนุษย์และได้ทรงกลายเป็นองค์พระเยซูเจ้าในช่วงระหว่างยุคพระคุณ  พระองค์ถูกตรึงที่กางเขนเพื่อประโยชน์ของมวลมนุษย์ และได้ทรงไถ่มนุษย์จากบาป ทำให้ผู้คนมาอยู่เฉพาะพระพักตร์พระเจ้าและอธิษฐานต่อพระเจ้า สารภาพและกลับใจ ได้รับการอภัยสำหรับบาปของพวกเขา และดำรงชีวิตภายใต้ความมั่งคั่งแห่งพระคุณและพระพรของพระเจ้า  แต่เพราะธรรมชาติบาปของผู้คนยังไม่ได้รับการแก้ไข และพวกเขายังคงทำบาปและต่อต้านพระเจ้าบ่อยๆ ดังนั้นในยุคแห่งราชอาณาอชจักรพระเจ้าจึงได้ทรงบังเกิดเป็นมนุษย์อีกครั้ง โดยใช้พระนามของพระเจ้าผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์เพื่อทรงแสดงพระราชกิจแห่งการพิพากษาที่เริ่มต้นจากพระนิเวศของพระเจ้าบนรากฐานของพระราชกิจแห่งการไถ่ขององค์พระเยซูเจ้า และเพื่อแสดงความจริงทั้งหมดเพื่อความรอดและการชำระมวลมนุษย์ให้บริสุทธิ์ โดยทรงลบล้างธรรมชาติบาปของมวลมนุษย์ ทำให้มวลมนุษย์ยุติการไม่เชื่อฟังพระเจ้าและการต่อต้านพระเจ้าของพวกเขา ทรงเปิดโอกาสให้มนุษย์ได้เชื่อฟังพระเจ้าและนมัสการพระเจ้าอย่างแท้จริง และในที่สุด ทรงนำทางมวลมนุษย์ไปสู่บั้นปลายที่งดงาม  ถึงแม้ว่าพระราชกิจที่พระเจ้าได้ทรงทำในยุคธรรมบัญญัติ ยุคพระคุณ และยุคแห่งราชอาณาจักรจะแตกต่างกัน แต่พระนามที่พระองค์ได้ทรงใช้และพระอุปนิสัยที่พระองค์ได้ทรงแสดงออกจะแตกต่างกัน แต่เนื้อแท้และจุดมุ่งหมายแห่งพระราชกิจของพระองค์ก็เป็นแบบเดียวกัน—ทั้งหมดนั้นเป็นไปเพื่อช่วยมวลมนุษย์ให้รอด และพระราชกิจทั้งหมดนั้นกระทำโดยพระเจ้าพระองค์เอง  ดังที่พระเจ้าผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์ได้ตรัสไว้ว่า “จากพระราชกิจของพระยาห์เวห์จนถึงพระราชกิจของพระเยซู และจากพระราชกิจของพระเยซูมาจนถึงพระราชกิจช่วงระยะปัจจุบัน สามช่วงระยะนี้ครอบคลุมแผนการบริหารจัดการทั้งปวงของพระเจ้าให้เกี่ยวเนื่องเป็นเรื่องราวเดียวกัน และทั้งหมดนั้นล้วนเป็นพระราชกิจของพระวิญญาณหนึ่งเดียว  นับตั้งแต่การสร้างโลก พระเจ้าทรงพระราชกิจแห่งการบริหารจัดการมวลมนุษย์อยู่ตลอดเวลา  พระองค์ทรงเป็นเบื้องต้นและเบื้องปลาย พระองค์ทรงเป็นปฐมและอวสาน และพระองค์คือองค์หนึ่งเดียวผู้ทรงเริ่มต้นยุคหนึ่งและองค์หนึ่งเดียวผู้ทรงสิ้นสุดยุคนั้น  พระราชกิจสามช่วงระยะในยุคที่แตกต่างกันและในสถานที่ที่แตกต่างกันนั้น คือพระราชกิจของพระวิญญาณหนึ่งเดียวอย่างไม่มีทางเป็นอื่นไปได้  พวกที่แยกช่วงระยะทั้งสามนี้ออกจากกันล้วนยืนต่อต้านพระเจ้า(พระวจนะฯ เล่ม 1 การทรงปรากฏและพระราชกิจของพระเจ้า, นิมิตแห่งพระราชกิจของพระเจ้า (3))

เป็นเวลาหลายพันปีมาแล้ว ผู้คนจำนวนน้อยนิดที่ได้รู้อย่างแท้จริงว่าองค์พระเยซูคริสต์เจ้าทรงเป็นพระเจ้าพระองค์เอง ว่าพระองค์ทรงเป็นการปรากฏของพระเจ้า และว่าพระองค์ทรงเป็นพระเจ้าผู้ทรงจุติมาเป็นมนุษย์  แท้ที่จริงแล้ว พระคริสตธรรมคัมภีร์ได้บันทึกไว้อย่างชัดเจนมานานแล้วว่าองค์พระเยซูเจ้าตรัสว่า “คนที่ได้เห็นเราก็ได้เห็นพระบิดา(ยอห์น 14:9)  “พระบิดาทรงอยู่ในเราและเราอยู่ในพระบิดา(ยอห์น 10:38)  “เรากับพระบิดาเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน(ยอห์น 10:30)  เมื่อองค์พระเยซูเจ้าได้ตรัสว่า “เรากับพระบิดาเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน” พระองค์กำลังตรัสว่าพระองค์และพระยาห์เวห์ทรงเป็นพระวิญญาณหนึ่งเดียว  พระวจนะที่องค์พระเยซูเจ้าทรงดำรัสและพระวจนะเหล่านั้นที่พระยาห์เวห์พระเจ้าทรงดำรัสเป็นอันเดียวกัน—พระวจนะเหล่านั้นเป็นความจริงทั้งคู่ พระวจนะเหล่านั้นเป็นถ้อยดำรัสของพระวิญญาณหนึ่งเดียว และแหล่งกำเนิดของทั้งคู่เป็นอันเดียวกัน กล่าวคือ องค์พระเยซูเจ้าและพระยาห์เวห์ทรงเป็นพระเจ้าหนึ่งเดียว  ในทำนองเดียวกันนี้ แหล่งกำเนิดของพระวจนะที่พระเจ้าผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์ทรงแสดงในยุคสุดท้ายและแหล่งกำเนิดของพระวจนะที่องค์พระเยซูเจ้าได้ทรงแสดงเป็นอันเดียวกัน พระวจนะเหล่านั้นคือถ้อยดำรัสของพระวิญญาณบริสุทธิ์ พระวจนะเหล่านั้นคือความจริง และพระวจนะเหล่านั้นคือพระสุรเสียงของพระเจ้า  บรรดาผู้ที่เชื่อในองค์พระผู้เป็นเจ้าล้วนรู้ว่ามีคำเผยพระวจนะจำนวนมากกว่านั้นในพระคริสตธรรมคัมภีร์ที่เกี่ยวกับการเสด็จกลับมาขององค์พระผู้เป็นเจ้าและพระราชกิจแห่งการพิพากษาของพระเจ้าในยุคสุดท้าย  ดังที่องค์พระเยซูเจ้าได้ตรัสไว้ว่า “เมื่อเราไปจัดเตรียมที่ไว้สำหรับท่านแล้ว เราจะกลับมาอีกและรับท่านไปอยู่กับเรา เพื่อว่าเราอยู่ที่ไหนพวกท่านจะได้อยู่ที่นั่นด้วย(ยอห์น 14:3)  “นี่แน่ะ เราจะมาในเร็วๆ นี้(วิวรณ์ 22:12)  “และเมื่อนั้นพวกเขาจะเห็น บุตรมนุษย์เสด็จมาในเมฆ ด้วยฤทธานุภาพและพระรัศมีอันยิ่งใหญ่(ลูกา 21:27)  “นี่แน่ะ เรากำลังมาเหมือนอย่างขโมย(วิวรณ์ 16:15)  “หากใครปฏิเสธเราและไม่ยอมรับวจนะของเรา จะมีสิ่งหนึ่งที่พิพากษาเขา นั่นคือ คำที่เรากล่าวไว้แล้วย่อมจะพิพากษาเขาในวันสุดท้าย(ยอห์น 12:48)  ในจดหมายฉบับที่หนึ่งของเปโตรก็มีการกล่าวไว้ด้วยเช่นกันว่า “เพราะถึงเวลาแล้ว ที่การพิพากษาจะเริ่มต้นที่ครอบครัวของพระเจ้า(1 เปโตร 4:17)  มีการกล่าวไว้อย่างชัดเจนยิ่งในข้อพระคัมภีร์เหล่านี้ว่าองค์พระเยซูเจ้าจะเสด็จกลับมาในระหว่างยุคสุดท้าย และจะแสดงพระวจนะต่างๆ และทำพระราชกิจแห่งการพิพากษา  เมื่อพระเจ้าผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์เสด็จมาถึงในช่วงระหว่างยุคสุดท้าย พระองค์ทรงพระราชกิจแห่งการพิพากษาที่เริ่มต้นจากพระนิเวศของพระเจ้าบนรากฐานของพระราชกิจแห่งการไถ่ขององค์พระเยซูเจ้า และทรงแสดงความจริงทั้งหมดเพื่อชำระมวลมนุษย์ให้บริสุทธิ์และช่วยมวลมนุษย์ให้รอด  ถึงแม้ว่าพระราชกิจของพระเจ้าผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์และพระราชกิจขององค์พระเยซูเจ้าจะแตกต่างกัน แต่แหล่งกำเนิดของพระราชกิจเหล่านั้นก็เป็นอันเดียวกัน—คือพระเจ้าหนึ่งเดียว!  การนี้ทำให้คำเผยพระวจนะขององค์พระเยซูเจ้าลุล่วงไปโดยบริบูรณ์ ความว่า “เรายังมีอีกหลายสิ่งที่จะบอกกับพวกท่าน แต่ตอนนี้ท่านยังรับไม่ไหว เมื่อพระวิญญาณแห่งความจริงเสด็จมาแล้ว พระองค์จะนำพวกท่านไปสู่ความจริงทั้งมวล เพราะว่าพระองค์จะไม่ตรัสโดยพระองค์เอง แต่พระองค์จะตรัสสิ่งใดก็ตาม ที่พระองค์ทรงได้ยิน และพระองค์จะทรงแจ้งแก่พวกท่านถึงสิ่งต่างๆ ที่จะเกิดขึ้น(ยอห์น 16:12-13)  พระเจ้าผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์ผู้ทรงจุติมาเป็นมนุษย์ในยุคสุดท้ายคือรูปจำแลงของพระวิญญาณแห่งความจริง พระเจ้าผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์ทรงเป็นองค์พระเยซูเจ้าที่เสด็จกลับมา

ปี 2026 โรคระบาดร้ายแรงมากขึ้นเรื่อยๆ และภัยพิบัติต่างๆ เช่น แผ่นดินไหว การกันดารอาหาร และสงครามยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องเช่นกัน พระเจ้าทรงมีพระประสงค์อะไรเบื้องหลังภัยพิบัติเหล่านี้? เข้าร่วมการเทศนาออนไลน์แล้วจะบอกคำตอบให้แก่คุณ

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

อะไรคือจุดมุ่งหมายของคริสตจักรแห่งพระเจ้าผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์?

คริสตจักรแห่งพระเจ้าผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์ให้น้ำและเป็นผู้เลี้ยงให้กับประชากรที่พระเจ้าทรงเลือกสรรโดยสอดคล้องอย่างครบบริบูรณ์กับพระวจนะของพระเจ้า…...

เหตุใดจึงกล่าวกันว่าคริสตจักรแห่งพระเจ้าผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์เชื่อในพระเจ้าผู้ทรงจุติเป็นมนุษย์

ศาสนาที่ใหญ่ที่สุดในโลกสองศาสนา—ศาสนาคริสต์และศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิก—ทั้งเชื่อในองค์พระเยซูเจ้าและยอมรับว่าพระองค์ทรงเป็นการจุติเป็นมน…...

ติดต่อเราผ่าน Messenger