พระวจนะของพระเจ้าประจำวัน | “การฟื้นคืนชีวิตที่ปกติของมนุษย์และการนำมนุษย์ไปสู่บั้นปลายอันน่าอัศจรรย์” | บทตัดตอน 4

พระวจนะของพระเจ้าประจำวัน | “การฟื้นคืนชีวิตที่ปกติของมนุษย์และการนำมนุษย์ไปสู่บั้นปลายอันน่าอัศจรรย์” | บทตัดตอน 4

113 |วันที่ 01 เดือน 05 ปี 2021

พระราชกิจแห่งแผนการบริหารจัดการทั้งหมดของพระเจ้ากระทำโดยพระเจ้าพระองค์เองด้วยพระองค์เอง ช่วงระยะแรก—การทรงสร้างโลก—กระทำโดยพระเจ้าพระองค์เองด้วยพระองค์เอง และหากมิได้เป็นเช่นนั้นแล้วไซร้ ก็คงจะไม่มีผู้ใดมีความสามารถในการสร้างมวลมนุษย์ได้ ช่วงระยะที่สองคือการไถ่มวลมนุษย์ทั้งปวง และมันกระทำโดยพระเจ้าพระองค์เองด้วยพระองค์เองเช่นกัน ช่วงระยะที่สามก็ไม่จำเป็นต้องกล่าวเลยว่า มีความจำเป็นมากยิ่งขึ้นไปอีกสำหรับบทอวสานของพระราชกิจทั้งหมดของพระเจ้าที่จะต้องกระทำโดยพระเจ้าพระองค์เอง พระราชกิจแห่งการไถ่ การพิชิต การได้รับ และการทำให้มวลมนุษย์ทั้งปวงมีความเพียบพร้อมล้วนดำเนินการเสร็จสิ้นโดยพระเจ้าพระองค์เองด้วยพระองค์เอง หากพระองค์มิได้ทรงพระราชกิจนี้ด้วยพระองค์เอง เช่นนั้นแล้ว มนุษย์ก็คงไม่สามารถเป็นตัวแทนอัตลักษณ์ของพระองค์ได้ และมนุษย์คงไม่สามารถกระทำพระราชกิจของพระองค์ได้ พระองค์ทรงนำทางมนุษย์โดยพระองค์เอง และทรงพระราชกิจท่ามกลางมนุษย์โดยพระองค์เอง ก็เพื่อที่จะทำให้ซาตานปราชัย เพื่อที่จะได้รับมวลมนุษย์ และเพื่อที่จะมอบชีวิตที่ปกติบนแผ่นดินโลกให้มนุษย์ พระองค์ทรงต้องทำพระราชกิจนี้โดยพระองค์เองเพื่อประโยชน์แห่งแผนการบริหารจัดการทั้งหมดของพระองค์ และเพื่อพระราชกิจทั้งหมดของพระองค์ หากมนุษย์เชื่อเพียงว่าพระเจ้าทรงมาเพื่อที่มนุษย์อาจมองเห็นพระองค์ เพื่อประโยชน์แห่งการทำให้มนุษย์มีความสุขเท่านั้น เช่นนั้นแล้ว ความเชื่อเช่นนั้นไม่มีคุณค่าอันใด ไม่มีนัยสำคัญอันใด ความเข้าใจของมนุษย์ผิวเผินเกินไป! พระเจ้าทรงสามารถทำพระราชกิจนี้อย่างถ้วนทั่วและอย่างครบบริบูรณ์ได้โดยการทรงดำเนินพระราชกิจนี้จนเสร็จสิ้นด้วยพระองค์เองเท่านั้น มนุษย์ไม่มีความสามารถในการทำพระราชกิจนั้นในนามของพระเจ้าได้ เมื่อเขาไม่มีอัตลักษณ์ของพระเจ้าหรือเนื้อแท้ของพระองค์ เขาจึงไม่มีความสามารถในการทำพระราชกิจของพระเจ้าได้ และต่อให้มนุษย์ได้ทำพระราชกิจนี้ มันก็คงจะไม่มีประสิทธิผลใดๆ ครั้งแรกที่พระเจ้าได้ทรงบังเกิดเป็นมนุษย์นั้นเป็นไปเพื่อประโยชน์แห่งการไถ่ เพื่อไถ่มวลมนุษย์ทั้งหมดจากบาป เพื่อทำให้มนุษย์สามารถได้รับการชำระให้สะอาดและได้รับการยกโทษสำหรับบาปของเขาได้ พระราชกิจแห่งการพิชิตชัยก็กระทำโดยพระเจ้าท่ามกลางมนุษย์ด้วยพระองค์เองเช่นกัน ถ้าเพียงแค่ในระหว่างช่วงระยะนี้พระเจ้าตรัสคำเผยพระวจนะ เช่นนั้นแล้ว ก็อาจสามารถพบว่าผู้เผยพระวจนะหรือใครบางคนที่มีพรสรรค์ได้เข้าแทนที่ของพระองค์ ถ้าเพียงแค่มีการตรัสคำเผยพระวจนะ เช่นนั้นแล้วมนุษย์ก็คงจะสามารถทำการแทนพระเจ้าได้ กระนั้น หากมนุษย์พยายามจะทำพระราชกิจของพระเจ้าพระองค์เองด้วยตัวเองและพยายามที่จะทำงานกับชีวิตของมนุษย์ ก็คงจะเป็นไปไม่ได้สำหรับเขาที่จะทำงานนี้ มันต้องกระทำโดยพระเจ้าพระองค์เองด้วยพระองค์เอง กล่าวคือ พระเจ้าต้องทรงบังเกิดเป็นมนุษย์ด้วยพระองค์เองเพื่อทรงพระราชกิจนี้ ในยุคพระวจนะ ถ้าเพียงแค่มีการตรัสคำเผยพระวจนะ เช่นนั้นแล้ว ก็คงจะพบได้ว่า อิสยาห์หรือเอลียาห์ ผู้เผยพระวจนะทำพระราชกิจนี้ และคงจะไม่มีความจำเป็นใดสำหรับพระเจ้าพระองค์เองที่จะต้องทรงทำมันด้วยพระองค์เอง เนื่องจากพระราชกิจที่ทำในช่วงระยะนี้มิใช่เพียงการตรัสคำเผยพระวจนะเท่านั้น และเพราะมันมีความสำคัญมากขึ้นที่จะต้องใช้พระราชกิจแห่งพระวจนะเพื่อพิชิตมนุษย์และทำให้ซาตานปราชัย พระราชกิจนี้จึงไม่สามารถกระทำโดยมนุษย์ได้ และต้องกระทำโดยพระเจ้าพระองค์เองด้วยพระองค์เองโดยเฉพาะ ในยุคธรรมบัญญัติ พระยาห์เวห์ได้ทรงพระราชกิจในส่วนของพระองค์ ซึ่งหลังจากนั้นพระองค์ได้ตรัสพระวจนะบางประการและทรงพระราชกิจบางประการโดยผ่านทางบรรดาผู้เผยพระวจนะ นั่นเป็นเพราะมนุษย์สามารถทำหน้าที่แทนพระยาห์เวห์ในพระราชกิจของพระองค์ได้ และบรรดาผู้ทำนายสามารถทำนายสิ่งทั้งหลาย และตีความความฝันบางอย่างในนามของพระองค์ได้ พระราชกิจที่กระทำในปฐมกาลมิใช่พระราชกิจแห่งการเปลี่ยนอุปนิสัยของมนุษย์โดยตรง และไม่เกี่ยวข้องกับบาปของมนุษย์ และประสงค์เพียงแค่ให้มนุษย์ยึดปฏิบัติตามธรรมบัญญัติเท่านั้น ดังนั้น พระยาห์เวห์จึงมิได้ทรงบังเกิดเป็นมนุษย์และเปิดเผยพระองค์เองต่อมนุษย์ แทนที่จะเป็นเช่นนั้น พระองค์กลับตรัสต่อโมเสสและคนอื่นๆ โดยตรง ทรงทำให้พวกเขาพูดและทำงานในนามของพระองค์ และเป็นเหตุให้พวกเขาทำงานโดยตรงท่ามกลางมวลมนุษย์ พระราชกิจช่วงระยะแรกของพระเจ้าคือสภาวะผู้นำของมนุษย์ มันคือการเริ่มต้นของการสู้รบกับซาตาน แต่การสู้รบนี้ยังมิได้เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการ สงครามที่เป็นทางการกับซาตานเริ่มต้นขึ้นด้วยการจุติเป็นมนุษย์ครั้งแรกของพระเจ้า และมันได้ต่อเนื่องมาจนกระทั่งถึงวันนี้ การสู้รบครั้งแรกของสงครามนี้คือเมื่อพระเจ้าผู้ทรงจุติมาเป็นมนุษย์ทรงถูกตอกตรึงกับกางเขน การตรึงกางเขนพระเจ้าผู้ทรงจุติมาเป็นมนุษย์ได้ทำให้ซาตานปราชัย และมันเป็นช่วงระยะที่ประสบผลสำเร็จครั้งแรกในสงครามนี้ เมื่อพระเจ้าผู้ทรงจุติมาเป็นมนุษย์ได้ทรงเริ่มต้นพระราชกิจกับชีวิตมนุษย์โดยตรง นี่จึงได้เป็นการเริ่มต้นที่เป็นทางการของพระราชกิจแห่งการได้มนุษย์คืนกลับมา และเนื่องจากนี่คือพระราชกิจแห่งการเปลี่ยนแปลงอุปนิสัยเก่าๆ ของมนุษย์ มันจึงเป็นพระราชกิจแห่งการสู้รบกับซาตาน พระราชกิจช่วงระยะที่พระยาห์เวห์ทรงกระทำในปฐมกาลเป็นเพียงแค่สภาวะผู้นำของการใช้ชีวิตบนแผ่นดินโลกของมนุษย์เท่านั้น มันเป็นการเริ่มต้นของพระราชกิจของพระเจ้า และถึงแม้ว่ามันยังมิได้เกี่ยวข้องกับการสู้รบใดๆ หรืองานใหญ่ใดๆ มันก็ได้วางรากฐานให้แก่พระราชกิจแห่งการสู้รบที่จะมาถึง ต่อมา พระราชกิจช่วงระยะที่สองในระหว่างยุคพระคุณเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงอุปนิสัยเก่าๆ ของมนุษย์ ซึ่งหมายความว่า พระเจ้าพระองค์เองได้ทรงสร้างชีวิตมนุษย์ขึ้นมา การนี้ต้องกระทำโดยพระเจ้าด้วยพระองค์เอง กล่าวคือ การนี้จำเป็นที่พระเจ้าต้องทรงบังเกิดเป็นมนุษย์ด้วยพระองค์เอง หากพระองค์มิได้ทรงบังเกิดเป็นมนุษย์ ก็ไม่มีผู้ใดอีกแล้วที่สามารถทำแทนพระองค์ในพระราชกิจช่วงระยะนี้ได้ เพราะมันเป็นการทำหน้าที่แทนพระราชกิจแห่งการต่อสู้โดยตรงกับซาตาน หากมนุษย์ได้ทำงานนี้ในนามของพระเจ้า เมื่อมนุษย์ยืนต่อหน้าซาตาน ซาตานคงจะไม่นบนอบ และคงจะไม่มีทางที่จะทำให้มันปราชัยได้ มันจำเป็นที่จะต้องเป็นพระเจ้าผู้ทรงจุติมาเป็นมนุษย์ผู้ซึ่งเสด็จมาเพื่อทำให้มันปราชัย เนื่องจากเนื้อแท้ของพระเจ้าผู้ทรงจุติมาเป็นมนุษย์นั้นยังคงเป็นพระเจ้าอยู่ พระองค์ยังคงเป็นชีวิตของมนุษย์ และพระองค์ยังคงเป็นพระผู้สร้าง ไม่ว่าจะเกิดสิ่งใดขึ้นก็ตาม อัตลักษณ์และเนื้อแท้ของพระองค์จะไม่เปลี่ยนแปลง และดังนั้น พระองค์ได้ทรงยอมรับเนื้อหนังและได้ทรงพระราชกิจเพื่อทำให้เกิดการนบนอบที่ครบบริบูรณ์ของซาตาน ในระหว่างช่วงระยะของพระราชกิจในยุคสุดท้าย หากมนุษย์จะต้องทำพระราชกิจนี้และถูกทำให้ต้องพูดพระวจนะโดยตรง เช่นนั้นแล้วเขาคงจะไม่สามารถพูดพระวจนะเหล่านั้นออกไปได้ และหากมีการพูดคำเผยพระวจนะออกไป เช่นนั้นแล้วคำเผยพระวจนะนี้ก็คงจะไม่สามารถพิชิตมนุษย์ได้ พระเจ้าเสด็จมาเพื่อทำให้ซาตานปราชัยและทำให้เกิดการนบนอบที่ครบบริบูรณ์ของมัน โดยการทรงยอมรับเนื้อหนัง เมื่อพระองค์ทรงเอาชนะซาตานได้โดยสิ้นเชิง ทรงพิชิตมนุษย์ได้อย่างเต็มที่ และทรงได้มนุษย์มาโดยครบบริบูรณ์ พระราชกิจช่วงระยะนี้ก็จะครบบริบูรณ์และสัมฤทธิ์ผลสำเร็จ ในการบริหารจัดการของพระเจ้านั้น มนุษย์ไม่สามารถทำการแทนพระเจ้าได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพระราชกิจแห่งการทรงนำทางในยุคนั้นและการเริ่มต้นพระราชกิจใหม่ก็จำเป็นมากยิ่งขึ้นไปอีกที่พระเจ้าพระองค์เองจะต้องทรงกระทำด้วยพระองค์เอง การมอบวิวรณ์ให้มนุษย์และการจัดเตรียมคำเผยพระวจนะให้มนุษย์สามารถกระทำได้โดยมนุษย์ แต่หากมันเป็นพระราชกิจที่พระเจ้าต้องทรงกระทำด้วยพระองค์เอง เป็นพระราชกิจแห่งการสู้รบระหว่างพระเจ้าพระองค์เองกับซาตาน เช่นนั้นแล้ว มนุษย์ก็ไม่สามารถกระทำพระราชกิจนี้ได้ ในระหว่างช่วงระยะแรกของพระราชกิจ เมื่อไม่มีการสู้รบกับซาตาน พระยาห์เวห์ได้ทรงนำทางประชาชนอิสราเอลด้วยพระองค์เองโดยการใช้คำเผยพระวจนะที่ผู้เผยพระวจนะพูด ภายหลังจากนั้น ช่วงระยะที่สองของพระราชกิจคือการสู้รบกับซาตาน และพระเจ้าพระองค์เองทรงบังเกิดเป็นมนุษย์ด้วยพระองค์เอง และเสด็จเข้าสู่เนื้อหนัง เพื่อทรงพระราชกิจนี้ สิ่งใดก็ตามที่เกี่ยวข้องกับการสู้รบกับซาตานก็เกี่ยวข้องกับการจุติเป็นมนุษย์ของพระเจ้าด้วยเช่นกัน ซึ่งหมายความว่า การสู้รบนี้มนุษย์ไม่สามารถกระทำได้ หากมนุษย์จะต้องทำการสู้รบ เขาก็คงไม่สามารถทำให้ซาตานปราชัยได้ เขาจะสามารถมีความแข็งแกร่งไปต่อสู้กับมันได้อย่างไรในขณะที่ยังคงอยู่ภายใต้แดนครอบครองของมัน? มนุษย์อยู่ตรงกลาง กล่าวคือ หากเจ้าเอนไปหาซาตาน เช่นนั้นแล้วเจ้าก็จะเป็นของซาตาน แต่หากเจ้าทำให้พระเจ้าทรงพึงพอพระทัย เช่นนั้นแล้วเจ้าก็จะเป็นของพระเจ้า หากมนุษย์จะต้องพยายามและทำการแทนพระเจ้าในพระราชกิจแห่งการสู้รบนี้ เขาจะสามารถทำได้หรือไม่? หากเขาทำได้ เขาก็คงจะไม่พินาศนานมาแล้วใช่หรือไม่? เขาคงจะไม่ได้เข้าสู่นรกขุมลึกนานมาแล้วใช่หรือไม่? ดังนั้น มนุษย์จึงไม่มีความสามารถที่จะแทนที่พระเจ้าในพระราชกิจของพระองค์ได้ ซึ่งกล่าวได้ว่า มนุษย์ไม่มีเนื้อแท้ของพระเจ้า และหากเจ้าทำการสู้รบกับซาตาน เจ้าคงจะไม่สามารถทำให้มันปราชัยได้ มนุษย์สามารถทำงานบางอย่างได้เท่านั้น เขาสามารถชนะใจผู้คนบางคนได้ แต่เขาไม่สามารถทำการแทนพระเจ้าในพระราชกิจของพระเจ้าพระองค์เองได้ มนุษย์จะสามารถทำการสู้รบกับซาตานได้อย่างไร? ซาตานคงจะจับเจ้าเป็นเชลยก่อนที่เจ้าจะได้เริ่มต้นด้วยซ้ำ มีเพียงเมื่อพระเจ้าพระองค์เองทรงสู้รบกับซาตานและมนุษย์ติดตามและเชื่อฟังพระเจ้าบนพื้นฐานนี้เท่านั้น มนุษย์จึงจะสามารถได้รับการทรงรับไว้โดยพระเจ้าและรอดพ้นจากข้อผูกมัดของซาตาน สิ่งทั้งหลายที่มนุษย์สามารถสัมฤทธิ์ได้ด้วยปัญญาและความสามารถของเขาเองนั้นมีจำกัดเหลือเกิน เขาไม่มีความสามารถในการทำให้มนุษย์ครบบริบูรณ์ ในการนำทางมนุษย์ และยิ่งกว่านั้น ในการทำให้ซาตานปราชัย เชาว์ปัญญาและสติปัญญาของมนุษย์ไม่สามารถสกัดกั้นกลอุบายของซาตานได้ ดังนั้นมนุษย์จะสามารถทำการสู้รบกับมันได้อย่างไร?

ตัดตอนมาจาก พระวจนะทรงปรากฏเป็นมนุษย์

ดูเพิ่ม

ปี 2021 โรคระบาดร้ายแรงมากขึ้นเรื่อยๆ และภัยพิบัติต่างๆ เช่น แผ่นดินไหว การกันดารอาหาร และสงครามยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องเช่นกัน พระเจ้าทรงมีพระประสงค์อะไรเบื้องหลังภัยพิบัติเหล่านี้? เข้าร่วมการเทศนาออนไลน์แล้วจะบอกคำตอบให้แก่คุณ

แบ่งปัน

ยกเลิก