พระวจนะของพระเจ้าประจำวัน | “ถ้อยดำรัสของพระคริสต์ในปฐมกาล: บทที่ 120” | บทตัดตอน 97

วันที่ 23 เดือน 11 ปี 2021

ศิโยน! จงชื่นบาน! ศิโยน! จงเปล่งเสียงขับร้อง! เราได้หวนคืนมาด้วยความมีชัย เราได้หวนคืนมาอย่างมีชัยชนะ! กลุ่มชนทั้งผอง! จงเร่งเรียงแถวให้เป็นระเบียบเถิด! ทุกสรรพสิ่งแห่งการสร้าง! จงหยุดนิ่ง ณ บัดนี้เถิด เพราะสภาวะบุคคลของเราเผชิญหน้าทั้งจักรวาลและปรากฏทางทิศตะวันออกของโลก! ผู้ใดกล้าที่จะไม่คุกเข่าลงนมัสการ? ผู้ใดกล้าที่จะไม่เรียกเราว่าพระเจ้าเที่ยงแท้? ผู้ใดกล้าที่จะไม่มองขึ้นมาด้วยความเคารพ? ผู้ใดกล้าที่จะไม่ให้การสรรเสริญ? ผู้ใดกล้าที่จะไม่ชื่นบาน? ประชากรของเราจะได้ฟังเสียงของเรา และบุตรทั้งหลายของเราจะรอดชีวิตในราชอาณาจักรของเรา! ภูเขา แม่น้ำ และทุกสรรพสิ่งจะโห่ร้องยินดีอย่างมิรู้จบ และกระโดดโลดเต้นอย่างไม่หยุดหย่อน ณ เวลานี้ ไม่มีผู้ใดกล้าถอยกลับ และไม่มีผู้ใดกล้าลุกขึ้นต้านทาน นี่คือกิจการอันน่าอัศจรรย์ของเรา และที่ยิ่งไปกว่านั้นก็คือว่า นี่คือฤทธานุภาพอันยิ่งใหญ่ของเรา! เราจะทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างเคารพเราอยู่ในหัวใจ และนอกเหนือจากการนี้อีกก็คือ เราจะให้ทุกสิ่งทุกอย่างสรรเสริญเรา! นี่คือจุดมุ่งหมายสูงสุดแห่งแผนการบริหารจัดการหกพันปีของเรา และเป็นสิ่งที่เราได้ลิขิตเอาไว้ ไม่มีบุคคลสักคนเดียวหรือวัตถุหรือเหตุการณ์สักอย่างเดียวกล้าที่จะลุกขึ้นต้านทานเราหรือต่อต้านเรา ประชากรทั้งหมดของเราจะหลั่งไหลไปยังภูเขาของเรา (กล่าวอีกนัยหนึ่งคือพิภพที่เราจะสร้างขึ้นในภายหลัง) และพวกเขาจะนบนอบต่อหน้าเราเพราะเรามีบารมีและการพิพากษา และเรากุมสิทธิอำนาจ (การนี้อ้างอิงถึงตอนที่เราอยู่ในร่างกาย เรามีสิทธิอำนาจในเนื้อหนังอีกด้วย แต่เพราะไม่สามารถก้าวข้ามข้อจำกัดทั้งหลายทางด้านเวลาและพื้นที่เมื่ออยู่ในเนื้อหนังได้ จึงไม่สามารถกล่าวได้ว่าเราได้มาซึ่งสง่าราศีอันครบบริบูรณ์แล้ว ถึงแม้ว่าเราได้มาซึ่งบุตรหัวปีทั้งหลายในเนื้อหนัง แต่ก็ไม่สามารถกล่าวได้ว่าเราได้มาซึ่งสง่าราศีแล้ว มีเพียงเมื่อเราหวนคืนสู่ศิโยนและเปลี่ยนแปลงรูปลักษณ์ของเราแล้วเท่านั้น จึงจะสามารถกล่าวได้ว่าเราถือสิทธิอำนาจ—นั่นคือ กล่าวได้ว่าเราได้มาซึ่งสง่าราศีแล้ว) จะไม่มีสิ่งใดลำบากยากเย็นสำหรับเรา โดยวจนะจากปากของเรา ทั้งหมดจะถูกทำลาย และโดยวจนะจากปากของเรา ทั้งหมดจะถือกำเนิดและได้รับการทำให้ครบบริบูรณ์ เช่นนั้นคือฤทธานุภาพอันยิ่งใหญ่ของเรา และเช่นนั้นคือสิทธิอำนาจของเรา เนื่องจากเราเต็มไปด้วยฤทธานุภาพและบริบูรณ์ด้วยสิทธิอำนาจ จึงไม่มีบุคคลใดจะกล้าขัดขวางเรา เรามีชัยเหนือทุกสิ่งทุกอย่างแล้ว และเราได้ชัยชนะเหนือบุตรทั้งปวงแห่งการกบฏแล้ว เรากำลังพาบุตรหัวปีทั้งหลายของเราหวนคืนสู่ศิโยนพร้อมกับเรา เราไม่ได้กำลังหวนคืนสู่ศิโยนเพียงลำพัง ดังนั้นทั้งหมดจะได้เห็นบุตรหัวปีทั้งหลายของเรา และด้วยเหตุนั้นจะได้พัฒนาหัวใจแห่งการเคารพเรา นี่คือจุดมุ่งหมายของเราในการได้มาซึ่งบุตรหัวปีทั้งหลาย และการนี้ก็เป็นแผนการของเรานับตั้งแต่การสร้างโลกแล้ว

เมื่อทั้งหมดพร้อม นั่นจะเป็นวันที่เราหวนคืนสู่ศิโยนและกลุ่มชนทั้งปวงจะฉลองรำลึกวันนี้ เมื่อเราหวนคืนสู่ศิโยน ทุกสรรพสิ่งบนแผ่นดินโลกจะเงียบเสียง และทั้งหมดบนแผ่นดินโลกจะอยู่ในสันติสุข เมื่อเราหวนคืนสู่ศิโยน ทุกสิ่งทุกอย่างจะกลับสู่รูปลักษณ์ดั้งเดิมของตน จากนั้นเราจะเริ่มงานของเราในศิโยน เราจะลงโทษคนเลวและให้บำเหน็จคนดี และเราจะนำความชอบธรรมของเรามาบังคับใช้ และเราจะดำเนินการพิพากษาของเราให้เสร็จสิ้น เราจะใช้วจนะของเราเพื่อสำเร็จลุล่วงทุกสิ่งทุกอย่าง โดยทำให้ผู้คนทั้งหมดและทุกสรรพสิ่งมีประสบการณ์กับมือที่ตีสอนของเรา และเราจะทำให้ผู้คนทั้งปวงมองเห็นสง่าราศีอันเต็มเปี่ยมของเรา ปัญญาอันเต็มเปี่ยมของเรา และความอารีอันเต็มเปี่ยมของเรา ไม่มีบุคคลใดจะกล้าลุกขึ้นมาตัดสิน เพราะในเรานั้น ทุกสรรพสิ่งสำเร็จลุล่วงแล้ว และในที่นี้ จงให้มนุษย์ทุกคนมองเห็นศักดิ์ศรีอันเต็มเปี่ยมของเรา และลิ้มรสแห่งชัยชนะอันเต็มเปี่ยมของเรา เพราะทุกสรรพสิ่งสำแดงอยู่ในเรา จากการนี้ย่อมเป็นไปได้ที่จะมองเห็นฤทธานุภาพอันยิ่งใหญ่ของเราและสิทธิอำนาจของเรา ไม่มีผู้ใดจะกล้าล่วงเกินเรา และไม่มีผู้ใดจะกล้าขัดขวางเรา ในเรานั้น ทั้งหมดถูกทำให้เปิดกว้าง ผู้ใดจะกล้าซ่อนเร้นสิ่งอันใดไว้เล่า? เรามั่นใจว่าจะไม่แสดงความกรุณาต่อบุคคลนั้น! พวกวายร้ายเช่นนั้นต้องได้รับการลงโทษอันรุนแรงของเรา และเดนมนุษย์เช่นนั้นต้องได้รับการชำระล้างไปจากสายตาของเรา เราจะปกครองพวกเขาด้วยคทาเหล็ก และเราจะใช้สิทธิอำนาจของเราพิพากษาพวกเขาโดยไม่มีความกรุณาแม้แต่น้อยและโดยไม่ถนอมความรู้สึกของพวกเขาเลย เพราะเราคือพระเจ้าพระองค์เองผู้ปราศจากอารมณ์และเปี่ยมบารมี และไม่สามารถถูกล่วงเกินได้ ทุกคนควรเข้าใจและมองเห็นการนี้เพื่อมิให้พวกเขาถูกเราบดขยี้และทำให้สลายไปสิ้น "โดยไม่มีสาเหตุหรือเหตุผล" เพราะคทาของเราจะบดขยี้ทุกคนที่ล่วงเกินเรา เราไม่ใส่ใจว่าพวกเขารู้จักประกาศกฤษฎีกาบริหารของเราหรือไม่ นั่นย่อมจะไม่มีความสำคัญต่อเรา เพราะสภาวะบุคคลของเราไม่ทนยอมรับการถูกใครก็ตามล่วงเกิน นี่คือสาเหตุที่กล่าวกันว่าเราคือสิงโต เราย่อมบดขยี้ผู้ใดก็ตามที่เราสัมผัส นั่นคือสาเหตุที่กล่าวกันว่า บัดนี้ถือเป็นการหมิ่นประมาทหากพูดว่าเราคือพระเจ้าแห่งความสงสารและความรักเมตตา ในแก่นแท้แล้ว เราไม่ใช่ลูกแกะ แต่เป็นสิงโต ไม่มีผู้ใดกล้าล่วงเกินเรา ผู้ใดก็ตามที่ล่วงเกินเรา เราจะลงโทษด้วยความตายทันทีและโดยปราศจากความกรุณา นี่ก็เพียงพอแล้วที่จะแสดงให้เห็นอุปนิสัยของเรา ดังนั้นในยุคสุดท้าย ผู้คนกลุ่มใหญ่จะล่าถอยไป และผู้คนจะทนรับการนี้ได้อย่างลำบากยากเย็น แต่ในส่วนของเรา เรากลับผ่อนคลายและมีความสุข และเราไม่ได้มองการนี้ว่าเป็นกิจที่ลำบากยากเย็นแต่อย่างใด เช่นนั้นเองคืออุปนิสัยของเรา

ตัดตอนมาจาก พระวจนะทรงปรากฏเป็นมนุษย์

ดูเพิ่ม

ปี 2021 โรคระบาดร้ายแรงมากขึ้นเรื่อยๆ และภัยพิบัติต่างๆ เช่น แผ่นดินไหว การกันดารอาหาร และสงครามยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องเช่นกัน พระเจ้าทรงมีพระประสงค์อะไรเบื้องหลังภัยพิบัติเหล่านี้? เข้าร่วมการเทศนาออนไลน์แล้วจะบอกคำตอบให้แก่คุณ

แบ่งปัน

ยกเลิก

ติดต่อเราผ่าน Messenger