พระวจนะของพระเจ้าประจำวัน | “มนุษย์สามารถได้รับการช่วยให้รอดท่ามกลางการบริหารจัดการของพระเจ้าเท่านั้น” | บทตัดตอน 264

พระวจนะของพระเจ้าประจำวัน | “มนุษย์สามารถได้รับการช่วยให้รอดท่ามกลางการบริหารจัดการของพระเจ้าเท่านั้น” | บทตัดตอน 264

0 |วันที่ 18 เดือน 10 ปี 2020

ทุกประโยคที่เราได้พูดไปมีพระอุปนิสัยของพระเจ้าอยู่ภายในนั้น พวกเจ้าน่าจะทำได้ดีในการใคร่ครวญวจนะของเราอย่างระมัดระวัง และพวกเจ้าจะได้ประโยชน์อย่างมากจากวจนะของเราอย่างแน่นอน เนื้อแท้ของพระเจ้านั้นยากที่จะจับความเข้าใจ แต่เราไว้วางใจว่าพวกเจ้าทุกคนมีแนวคิดอยู่บ้างเป็นอย่างน้อยเกี่ยวกับพระอุปนิสัยของพระเจ้า เช่นนั้นแล้ว เราหวังว่าพวกเจ้าจะแสดงให้เราเห็นและทำให้มากขึ้นในสิ่งซึ่งไม่เป็นที่ขุ่นเคืองต่อพระอุปนิสัยของพระเจ้า เมื่อนั้นเราจึงจะมั่นใจ ตัวอย่างเช่น รักษาพระเจ้าไว้ในหัวใจของเจ้าตลอดเวลา เมื่อเจ้ากระทำการใด จงทำเช่นนั้นตามพระวจนะของพระองค์ จงแสวงหาเจตนารมณ์ของพระองค์ในทุกสรรพสิ่ง และจงละเว้นจากการทำสิ่งซึ่งแสดงการไม่เคารพและลบหลู่พระเจ้า ที่เจ้าควรทำให้น้อยลงกว่านั้นอีกก็คือการคิดไว้ในใจเฉยๆ ว่าจะนำพระเจ้ามาเติมเต็มที่ว่างในหัวใจของเจ้าในอนาคต หากเจ้าทำเช่นนี้ เจ้าจะได้ทำให้พระอุปนิสัยของพระเจ้าขุ่นเคืองแล้ว และเช่นกัน สมมติว่าเจ้าไม่เคยเอ่ยคำพูดหมิ่นประมาทหรือแสดงคำบ่นว่าพระเจ้าตลอดชั่วชีวิตของเจ้า และอีกเช่นกัน สมมติว่าเจ้าสามารถปฏิบัติทุกอย่างที่พระองค์ทรงได้มอบความไว้วางพระทัยให้เจ้าทำได้อย่างถูกต้องเหมาะสม และยังสามารถนบนอบต่อพระวจนะของพระองค์ทั้งหมดตลอดชั่วชีวิตของเจ้า เจ้าก็ย่อมจะได้หลีกเลี่ยงการล่วงละเมิดประกาศกฤษฎีกาบริหารแล้ว ตัวอย่างเช่น หากเจ้าได้เคยพูดว่า "ทำไมฉันจึงไม่คิดว่าพระองค์ทรงเป็นพระเจ้า?" "ฉันคิดว่าพระวจนะเหล่านี้ไม่ใช่อะไรมากไปกว่าความรู้แจ้งบางอย่างเกี่ยวกับพระวิญญาณบริสุทธิ์" "ในความเห็นของฉัน สิ่งที่พระเจ้าทรงปฏิบัติไม่จำเป็นว่าจะถูกต้องไปเสียทุกอย่าง" "สภาวะความเป็นมนุษย์ของพระเจ้าไม่ได้อยู่เหนือกว่าของฉัน" "พระวจนะของพระเจ้าไม่ได้น่าเชื่อถือจริงๆ" หรือคำพูดอันเป็นการแสดงการตัดสินเช่นนั้นอื่นๆ เช่นนั้นแล้วเราจะเตือนสติให้เจ้าสารภาพและกลับใจในบาปของเจ้าให้บ่อยขึ้น มิฉะนั้นแล้ว เจ้าจะไม่มีวันมีโอกาสที่จะได้รับการยกโทษ ด้วยเหตุที่เจ้าไม่ได้ทำให้มนุษย์คนหนึ่งขุ่นเคือง แต่ทำให้พระเจ้าพระองค์เองทรงขุ่นเคือง เจ้าอาจเชื่อว่าเจ้ากำลังตัดสินมนุษย์คนหนึ่ง แต่พระวิญญาณของพระเจ้าไม่ทรงพิจารณามันแบบนั้น การที่เจ้าไม่เคารพเนื้อหนังของพระองค์ก็เท่ากับการไม่เคารพพระองค์ เมื่อเป็นดังนี้แล้ว เจ้าไม่ได้ทำให้พระอุปนิสัยของพระเจ้าขุ่นเคืองแล้วหรอกหรือ? เจ้าจะต้องจำไว้ว่าทุกอย่างที่ได้รับการปฏิบัติโดยพระวิญญาณของพระเจ้านั้นทำไปเพื่อที่จะปกปักรักษาพระราชกิจของพระองค์ในเนื้อหนังและเพื่อที่จะให้พระราชกิจของพระองค์นั้นได้รับการปฏิบัติอย่างดี หากเจ้าละเลยเรื่องนี้ เช่นนั้นแล้วเราก็พูดว่าเจ้าคือใครบางคนผู้ที่จะไม่มีวันสามารถประสบความสำเร็จในการเชื่อในพระเจ้าได้เลย ด้วยเหตุที่เจ้าได้ยั่วยุพระพิโรธของพระเจ้า และดังนั้นพระองค์จะทรงใช้การลงทัณฑ์อันเหมาะสมเพื่อสอนบทเรียนแก่เจ้า

การได้มารู้จักเนื้อแท้ของพระเจ้าไม่ใช่เรื่องที่ไม่สำคัญ เจ้าจะต้องเข้าใจพระอุปนิสัยของพระองค์ ด้วยวิธีนี้ เจ้าจะได้มารู้จักเนื้อแท้ของพระเจ้าทีละน้อยๆ และโดยที่ไม่รู้ตัว เมื่อเจ้าได้เข้าสู่ความรู้นี้แล้ว เจ้าจะพบว่าตัวเจ้าเองกำลังก้าวเข้าสู่สภาวะที่สูงกว่าและสวยงามกว่า ในท้ายที่สุด เจ้าจะได้มารู้สึกละอายใจต่อดวงจิตอันน่าขยะแขยงของเจ้า และยิ่งไปกว่านั้นคือ จะรู้สึกว่าไม่มีที่ใดที่จะหลบซ่อนให้พ้นจากความละอายใจของเจ้าได้ ในเวลานั้น ความประพฤติของเจ้าที่จะทำให้พระอุปนิสัยของพระเจ้าขุ่นเคืองจะมีน้อยลงและน้อยลง หัวใจของเจ้าจะใกล้ชิดพระทัยของพระเจ้าเข้าไปเรื่อยๆ และความรักที่มีให้กับพระองค์จะค่อยๆ เติบโตขึ้นในหัวใจของเจ้า นี่เป็นสัญญาณของมวลมนุษย์ที่เข้าสู่สภาวะอันสวยงาม แต่จนกระทั่งบัดนี้ พวกเจ้าก็ยังไม่ได้บรรลุสิ่งนี้ ในขณะที่พวกเจ้าทุกคนทำอะไรๆ อย่างเร่งรีบเพื่อเห็นแก่ชะตาลิขิตของพวกเจ้าเอง ใครล่ะที่มีความสนใจใดๆ ในการพยายามที่จะรู้จักเนื้อแท้ของพระเจ้า? หากสิ่งนี้ยังคงดำเนินต่อไป พวกเจ้าจะล่วงละเมิดประกาศกฤษฎีกาบริหารโดยที่ไม่รู้ตัว ด้วยเหตุที่พวกเจ้าเข้าใจพระอุปนิสัยของพระเจ้าน้อยเกินไป ดังนั้นสิ่งที่พวกเจ้าทำตอนนี้ไม่ใช่การวางรากฐานให้กับการที่พวกเจ้าจะทำให้พระอุปนิสัยของพระเจ้าขุ่นเคืองหรอกหรือ? การที่เราขอให้พวกเจ้าเข้าใจพระอุปนิสัยของพระเจ้านั้น ไม่ได้ไม่ลงรอยกันกับงานของเรา ด้วยเหตุที่หากพวกเจ้าล่วงละเมิดประกาศกฤษฎีกาบริหารบ่อยๆ ใครล่ะในท่ามกลางพวกเจ้าที่จะหลีกหนีการลงโทษไปได้? เช่นนั้นแล้วงานของเราจะไม่เปล่าประโยชน์ไปทั้งหมดทั้งสิ้นหรอกหรือ? ดังนั้น นอกเหนือไปจากการพินิจพิเคราะห์ความประพฤติของพวกเจ้าเองแล้ว เราจึงยังคงขอให้พวกเจ้าระมัดระวังในก้าวย่างที่พวกเจ้าเดิน นี่เป็นข้อเรียกร้องที่สูงขึ้นซึ่งเราขอจากพวกเจ้า และเราหวังว่าพวกเจ้าทุกคนจะพิจารณามันอย่างระมัดระวังและจะใส่ใจมันอย่างจริงจังจริงใจ หากวันหนึ่งมาถึงเมื่อการกระทำต่างๆ ของพวกเจ้ายั่วยุเราจนเดือดดาลอย่างรุนแรง เช่นนั้นแล้วพวกเจ้าก็ย่อมจะต้องพิจารณาผลสืบเนื่องแต่เพียงลำพัง และจะไม่มีใครอื่นอีกที่รับการลงโทษแทนที่เจ้า

ตัดตอนมาจาก พระวจนะทรงปรากฏเป็นมนุษย์

แสดงเพิ่มเติม
พระเจ้าได้เสด็จมาอย่างลับๆ ก่อนความวิบัติอันใหญ่หลวงและได้ทรงสร้างกลุ่มผู้มีชัยชนะขึ้นแล้ว จากนั้น พระเจ้าจะทรงปรากฏอย่างเปิดเผยและทรงให้รางวัลคนดีและลงโทษคนชั่ว คุณต้องการต้อนรับองค์พระผู้เป็นเจ้าและให้พระเจ้าช่วยให้รอดก่อนความวิบัติอันใหญ่หลวงหรือไม่? อย่าลังเลที่จะติดต่อเราตอนนี้เพื่อหาวิธี
ติดต่อเราผ่าน Messenger
ติดต่อเราผ่าน Line

แบ่งปัน

ยกเลิก