พระวจนะของพระเจ้าประจำวัน | “พระเจ้าพระองค์เอง พระผู้ทรงเอกลักษณ์ 1” | บทตัดตอน 87

วันที่ 28 เดือน 07 ปี 2021

ในวันที่ห้า ชีวิตในรูปแบบอันแตกต่างและหลากหลายจัดแสดงสิทธิอำนาจของพระผู้สร้างในหนทางที่ต่างกัน

บทคัมภีร์กล่าวว่า "พระเจ้าตรัสว่า 'น้ำจงอุดมด้วยฝูงสัตว์ที่มีชีวิต และให้นกบินไปมาในภาคพื้นฟ้าเหนือแผ่นดิน' พระเจ้าทรงสร้างสัตว์ทะเลขนาดใหญ่ และสัตว์ที่มีชีวิตทุกชนิด ซึ่งแหวกว่ายอยู่ในน้ำเป็นฝูงๆ ตามชนิดของมัน และสัตว์ปีกทุกชนิดตามชนิดของมัน พระเจ้าทรงเห็นว่าดี" (ปฐมกาล 1:20-21) บทคัมภีร์บอกกับพวกเราอย่างชัดเจนว่า ในวันนี้ พระเจ้าได้ทรงสร้างสัตว์ทั้งหลายในน้ำและนกในอากาศ ซึ่งกล่าวอีกนัยหนึ่งคือ พระองค์ได้ทรงสร้างปลาและนกนานาชนิด และได้ทรงแบ่งชั้นพวกมันแต่ละอย่างออกไปตามประเภท ในหนทางนี้ แผ่นดินโลก ท้องฟ้า และน้ำอุดมขึ้นด้วยการทรงสร้างของพระเจ้า…

ขณะที่พระวจนะของพระเจ้าถูกตรัสออกไป ชีวิตใหม่อันสดชื่นก็ได้มามีชีวิตขึ้นทันทีท่ามกลางพระวจนะของพระผู้สร้าง โดยแต่ละชีวิตมีรูปแบบที่แตกต่างกัน พวกมันได้มาสู่โลกนี้ โดยกระทุ้งกระแทกแย่งตำแหน่งกัน กระโดดโลดเต้นสนุกสนานเข้าหาความชื่นบานยินดี…ปลาทุกรูปทรงและขนาดแหวกว่ายไปในน้ำ หอยทุกประเภทเติบโตออกมาจากทราย สัตว์ทั้งหลายที่มีเกล็ด มีกระดอง และไม่มีกระดูกสันหลังเติบโตออกมาอย่างรีบเร่งในรูปแบบที่แตกต่างกัน ไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ สั้นหรือยาว ดังนั้น สาหร่ายทะเลนานาประเภทก็ได้เริ่มเติบโตขึ้นอย่างเร็วรี่ด้วยเช่นกัน โดยแกว่งไกวไปตามการเคลื่อนที่ของสิ่งมีชีวิตในท้องทะเลนานาชนิด กระเพื่อมเพยิบ รบเร้าน้ำที่ไหลเอื่อย ราวกับจะพูดกับพวกมันว่า "ขยับขาสิ! พาเพื่อนๆ ของเจ้ามา! เพราะเจ้าจะไม่มีวันโดดเดี่ยวอีกแล้ว!" จากชั่วขณะที่สิ่งทรงสร้างที่มีชีวิตนานาสารพันที่พระเจ้าได้ทรงสร้างขึ้นปรากฏขึ้นในน้ำ ชีวิตใหม่อันสดชื่นแต่ละชนิดได้นำความทรงพลังมาสู่ห้วงน้ำที่เคยอยู่นิ่งมานานแสนนาน และได้นำมาซึ่งศักราชใหม่…จากจุดนั้นเป็นต้นมา พวกมันได้อิงแอบแนบชิดกันและกัน และได้คอยอยู่เป็นเพื่อนกัน และคอยรักษาระยะไม่ให้มีความห่างไกลระหว่างพวกมันเอง น้ำได้ดำรงอยู่เพื่อสัตว์ทั้งหลายซึ่งอยู่ภายในน้ำ บำรุงเลี้ยงแต่ละชีวิตที่อาศัยอยู่ภายในอ้อมกอดของมัน และทุกชีวิตได้ดำรงอยู่เพื่อประโยชน์ของน้ำเนื่องจากการบำรุงเลี้ยงของมัน ต่างฝ่ายต่างได้มอบชีวิตให้กันและกัน และในเวลาเดียวกัน ในหนทางเดียวกันนั้น แต่ละชีวิตก็ได้เป็นสักขีพยานต่อความเปี่ยมปาฏิหาริย์และความยิ่งใหญ่แห่งการทรงสร้างของพระผู้สร้าง และต่อฤทธานุภาพที่มิอาจมีสิ่งใดเหนือกว่าได้แห่งสิทธิอำนาจของพระผู้สร้าง…

เมื่อทะเลไม่ได้เงียบสงัดอีกต่อไปแล้ว ชีวิตก็ได้เริ่มเติมเต็มท้องฟ้าเช่นเดียวกัน หมู่นกน้อยใหญ่บินขึ้นจากพื้นดินไปสู่ท้องฟ้าทีละตัว พวกมันมีปีกและขนปกคลุมรูปร่างอันเพรียวบางและงามสง่าของพวกมัน ซึ่งไม่เหมือนกับพวกสัตว์ในทะเล พวกมันกระพือปีก อวดแสดงอย่างภาคภูมิและหยิ่งผยองกับเสื้อคลุมขนนกอันงดงามของพวกมันและการทำหน้าที่และทักษะพิเศษของพวกมันที่พระผู้สร้างได้ประทานแก่พวกมัน พวกมันโบยบินอย่างอิสระ และทะยานโฉบอย่างมีทักษะระหว่างพื้นฟ้าและแผ่นดินโลก ทั่วทุ่งหญ้าและผืนป่า…พวกมันเป็นยอดรักของห้วงอากาศ พวกมันเป็นยอดรักของทุกสรรพสิ่ง พวกมันจะกลายเป็นสายใยผูกพันระหว่างสวรรค์และแผ่นดินโลกในไม่ช้า และจะส่งผ่านสารทั้งหลายมาถึงทุกสรรพสิ่ง…พวกมันขับร้อง บินถลาไปมาอย่างชื่นบาน พวกมันนำพาความชื่นชูใจ เสียงหัวเราะ และความก้องกังวานมาสู่โลกที่ครั้งหนึ่งเคยว่างเปล่า…พวกมันใช้การขับร้องเป็นท่วงทำนองสดใส ใช้คำที่อยู่ภายในหัวใจของพวกมันเพื่อสรรเสริญพระผู้สร้างสำหรับชีวิตที่ทรงประทานให้แก่พวกมัน พวกมันเต้นรำอย่างชื่นชูใจเพื่อแสดงความเพียบพร้อมและความเปี่ยมปาฏิหาริย์แห่งการทรงสร้างของพระผู้สร้าง และจะอุทิศทั้งชีวิตของพวกมันเพื่อเป็นสักขีพยานต่อสิทธิอำนาจของพระผู้สร้างโดยผ่านทางชีวิตพิเศษที่พระองค์ได้ประทานให้กับพวกมัน…

ไม่ว่าพวกมันจะอยู่ในน้ำ หรือว่าในท้องฟ้าก็ตาม สิ่งมีชีวิตที่มากเหลือหลายนี้ได้ดำรงอยู่ในสัณฐานชีวิตที่แตกต่างกันโดยการทรงบัญชาของพระผู้สร้าง และพวกมันได้รวมกลุ่มกันตามลำดับสายพันธุ์ของพวกมันโดยการทรงบัญชาของพระผู้สร้าง—และธรรมบัญญัตินี้ กฎเกณฑ์นี้ ไม่อาจเปลี่ยนแปลงได้โดยสิ่งทรงสร้างใด พวกมันไม่เคยกล้าไปไกลเกินเขตแดนที่พระผู้สร้างได้ทรงกำหนดไว้ให้พวกมัน อีกทั้งพวกมันก็ไม่สามารถทำได้ พวกมันดำรงชีวิตและทวีจำนวนขึ้น ดังที่พระผู้สร้างได้ทรงลิขิตไว้ และยึดติดอย่างเคร่งครัดกับครรลองชีวิตและธรรมบัญญัติทั้งหลายที่พระผู้สร้างได้ทรงกำหนดไว้ให้พวกมัน และยึดปฏิบัติตามอย่างมีสติต่อคำบัญชาทั้งหลายที่พระองค์มิได้ตรัสออกมาและประกาศิตจากสวรรค์และข้อบังคับที่พระองค์ทรงมอบให้พวกมัน ตลอดมาจนกระทั่งถึงวันนี้ พวกมันสนทนากับพระผู้สร้างในหนทางพิเศษของพวกมันเอง และได้มาซาบซึ้งกับความหมายของพระผู้สร้าง และเชื่อฟังคำบัญชาทั้งหลายของพระองค์ ไม่มีสิ่งใดได้เคยฝ่าฝืนสิทธิอำนาจของพระผู้สร้าง และอธิปไตยกับการทรงบัญชาของพระองค์เหนือพวกมันได้ถูกนำมาใช้อยู่ภายในพระดำริของพระองค์ ไม่มีพระวจนะใดได้ถูกปล่อยออกมา มีก็แต่สิทธิอำนาจอันเป็นเอกลักษณ์สำหรับพระผู้สร้างที่ได้ควบคุมสรรพสิ่งทั้งมวลอยู่ในความเงียบกริบซึ่งไม่มีการทำหน้าที่ของภาษา และซึ่งแตกต่างไปจากมวลมนุษย์ การนำสิทธิอำนาจมาใช้ของพระองค์ในหนทางพิเศษนี้ได้บังคับให้มนุษย์ได้รับความรู้ใหม่ และสร้างการตีความใหม่ เกี่ยวกับสิทธิอำนาจอันเป็นเอกลักษณ์ของพระผู้สร้าง ในที่นี้ เราต้องบอกเจ้าว่า ในวันใหม่นี้ การนำสิทธิอำนาจมาใช้ของพระผู้สร้างได้สาธิตแสดงความทรงเอกลักษณ์ของพระผู้สร้างอีกครั้งหนึ่ง

ต่อไป พวกเรามาดูประโยคสุดท้ายของบทตอนนี้ในบทคัมภีร์กัน ความว่า "พระเจ้าทรงเห็นว่าดี" พวกเจ้าคิดว่าบทตอนนี้หมายความว่าอย่างไร? สภาวะอารมณ์ทั้งหลายของพระเจ้าบรรจุอยู่ภายในพระวจนะเหล่านี้ พระเจ้าทรงเฝ้ามองทุกสรรพสิ่งที่พระองค์ได้ทรงสร้างให้เริ่มมีขึ้นมาและยืนหยัดมั่นคงโดยเนื่องมาจากพระวจนะของพระองค์ และเริ่มเปลี่ยนแปลงทีละน้อย ณ เวลานี้ พระเจ้าพึงพอพระทัยหรือไม่ กับสิ่งทั้งหลายที่พระองค์ได้ทรงสร้างขึ้นด้วยพระวจนะของพระองค์ และปฏิบัติการต่างๆ ที่พระองค์ได้ทรงสัมฤทธิ์ผล? คำตอบก็คือว่า "พระเจ้าทรงเห็นว่าดี" พวกเจ้ามองเห็นสิ่งใดในที่นี้? ที่ว่า "พระเจ้าทรงเห็นว่าดี" นั้นเป็นตัวแทนของสิ่งใด? มันเป็นสัญลักษณ์ของสิ่งใด? มันหมายความว่า พระเจ้าทรงมีฤทธานุภาพและพระปัญญาที่จะทำให้สิ่งที่พระองค์ได้ทรงวางแผนการและได้ทรงบัญญัติไว้ให้สำเร็จลุล่วง ที่จะทำให้เป้าหมายที่พระองค์ได้ทรงกำหนดไว้สำเร็จลุล่วง เมื่อพระเจ้าได้ทรงทำให้พระกิจแต่ละอย่างครบบริบูรณ์แล้วนั้น พระองค์รู้สึกเสียพระทัยหรือไม่? คำตอบก็ยังคงเป็นว่า "พระเจ้าทรงเห็นว่าดี" กล่าวอีกนัยหนึ่งคือ ไม่เพียงแต่พระองค์จะไม่รู้สึกเสียพระทัย แต่ยังพึงพอพระทัยแทน ที่ว่าพระองค์ไม่รู้สึกเสียพระทัยนั้นหมายความว่าอย่างไรหรือ? มันหมายความว่าแผนการของพระเจ้านั้นเพียบพร้อม ว่าฤทธานุภาพและพระปัญญาของพระองค์นั้นเพียบพร้อม และว่าเฉพาะโดยสิทธิอำนาจของพระองค์เท่านั้นที่ความเพียบพร้อมเช่นนั้นจะสามารถสำเร็จลุล่วงได้ เมื่อมนุษย์ปฏิบัติกิจอย่างหนึ่ง เขาจะสามารถเห็นว่าดี เหมือนที่พระเจ้าทรงเห็นหรือไม่? ทุกสิ่งทุกอย่างที่มนุษย์ทำสามารถสำเร็จลุล่วงถึงความเพียบพร้อมได้หรือไม่? มนุษย์สามารถทำบางสิ่งบางอย่างให้ครบบริบูรณ์อย่างถาวรชั่วกัลปาวสานได้หรือไม่? ดังเช่นที่มนุษย์กล่าวว่า "ไม่มีสิ่งใดเพียบพร้อม มีเพียงดีกว่าเท่านั้น" ไม่มีสิ่งใดที่มนุษย์ทำสามารถบรรลุถึงความเพียบพร้อมได้ เมื่อพระเจ้าได้ทรงเห็นว่าทั้งหมดที่พระองค์ได้ทรงกระทำและสัมฤทธิ์ผลไปนั้นดี ทุกสิ่งทุกอย่างที่พระเจ้าได้ทรงทำนั้นถูกกำหนดโดยพระวจนะของพระองค์ กล่าวอีกนัยหนึ่งคือ เมื่อ "พระเจ้าทรงเห็นว่าดี" ทั้งหมดที่พระองค์ได้ทรงทำก็ได้มีรูปแบบถาวร ถูกจำแนกชั้นไปตามชนิด และได้รับตำแหน่ง จุดประสงค์ และการทำหน้าที่อันตายตัวอย่างถาวรตลอดชั่วกัลปาวสาน ยิ่งไปกว่านั้น บทบาทของพวกมันท่ามกลางทุกสรรพสิ่ง และการเดินทางที่พวกมันต้องทำในระหว่างการบริหารจัดการทุกสรรพสิ่งของพระเจ้าก็ได้ถูกพระเจ้าลิขิตไว้แล้ว และมิอาจเปลี่ยนแปลงได้ นี่คือธรรมบัญญัติจากสวรรค์ที่พระผู้สร้างได้ทรงมอบให้แก่ทุกสรรพสิ่ง

"พระเจ้าทรงเห็นว่าดี" พระวจนะเรียบง่ายที่ไม่มีใครซาบซึ้งเหล่านี้ ซึ่งบ่อยครั้งถูกละเลยไปนั้น เป็นพระวจนะที่มีธรรมบัญญัติจากสวรรค์และประกาศิตจากสวรรค์ที่พระเจ้าได้ทรงมอบให้แก่สรรพสิ่งที่ทรงสร้างทั้งปวง พระวจนะเหล่านั้นเป็นอีกรูปจำแลงหนึ่งของสิทธิอำนาจของพระเจ้า รูปจำแลงที่สัมพันธ์กับชีวิตจริงมากขึ้น และลุ่มลึกมากขึ้น โดยผ่านทางพระวจนะของพระองค์แล้ว พระผู้สร้างไม่เพียงแค่ทรงสามารถได้รับทั้งหมดที่พระองค์ทรงกำหนดไว้ว่าจะได้รับ และสัมฤทธิ์ผลทั้งหมดที่พระองค์ทรงกำหนดไว้ว่าจะสัมฤทธิ์ผลเท่านั้น แต่ยังทรงสามารถควบคุมทั้งหมดที่พระองค์ได้ทรงสร้างไว้ให้อยู่ในพระหัตถ์ของพระองค์ และทรงสามารถปกครองทุกสรรพสิ่งที่พระองค์ได้ทรงทำไว้ให้อยู่ภายใต้สิทธิอำนาจของพระองค์ได้อีกด้วย และยิ่งไปกว่านั้น ทั้งหมดล้วนเป็นระบบและเป็นปกติสม่ำเสมอ ทุกสรรพสิ่งยังได้แพร่หลาย ดำรงอยู่ และพินาศไปโดยพระวจนะของพระองค์ด้วยเช่นกัน และยิ่งไปกว่านั้น พวกมันได้ดำรงอยู่ท่ามกลางธรรมบัญญัติที่พระองค์ได้ทรงกำหนดไว้โดยสิทธิอำนาจของพระองค์ และไม่มีสิ่งใดเลยที่ได้รับการยกเว้น! ธรรมบัญญัตินี้ได้เริ่มต้นขึ้นในทันทีทันใดที่ "พระเจ้าทรงเห็นว่าดี" และมันจะดำรงอยู่ ดำเนินต่อไป และทำหน้าที่เพื่อประโยชน์แห่งแผนการบริหารจัดการของพระเจ้าเรื่อยมาจนกระทั่งถึงวันที่มันถูกถอดถอนโดยพระผู้สร้าง! สิทธิอำนาจอันทรงเอกลักษณ์ของพระผู้สร้างไม่เพียงแต่สำแดงอยู่ในความสามารถของพระองค์ในการสร้างทุกสรรพสิ่งและบัญชาทุกสรรพสิ่งให้เริ่มมีขึ้นมาเท่านั้น แต่ยังสำแดงอยู่ในความสามารถของพระองค์ในการปกครองดูแลและถือครองอธิปไตยเหนือสรรพสิ่ง และประทานความกระปรี้กระเปร่าและความทรงพลังแก่ทุกสรรพสิ่ง และยิ่งไปกว่านั้น ในความสามารถของพระองค์ในการทำให้ทุกสรรพสิ่งที่พระองค์จะทรงสร้างในแผนการของพระองค์ปรากฏขึ้นและดำรงอยู่ในโลกที่พระองค์ทรงสร้างขึ้นในรูปทรงที่เพียบพร้อม และโครงสร้างชีวิตที่เพียบพร้อม และบทบาทที่เพียบพร้อมอย่างถาวรไปตลอดชั่วกัลปาวสาน และเช่นเดียวกันนั้น มันยังได้สำแดงอยู่ในวิธีที่พระดำริของพระผู้สร้างไม่ตกอยู่ใต้ข้อจำกัดบังคับอันใด ไม่ถูกจำกัดโดยกาลเวลา พื้นที่ หรือภูมิประเทศ พระอัตลักษณ์อันทรงเอกลักษณ์ของพระผู้สร้างจะคงอยู่ไม่เปลี่ยนแปลงตั้งแต่นิรันดร์กาลถึงนิรันดร์กาลเช่นเดียวกับสิทธิอำนาจของพระองค์ สิทธิอำนาจของพระองค์จะเป็นตัวแทนและสัญลักษณ์ของพระอัตลักษณ์อันทรงเอกลักษณ์ของพระองค์เสมอ และสิทธิอำนาจของพระองค์จะดำรงอยู่เคียงข้างกับพระอัตลักษณ์ของพระองค์ไปตลอดกาล

ตัดตอนมาจาก พระวจนะทรงปรากฏเป็นมนุษย์

ดูเพิ่ม

ปี 2021 โรคระบาดร้ายแรงมากขึ้นเรื่อยๆ และภัยพิบัติต่างๆ เช่น แผ่นดินไหว การกันดารอาหาร และสงครามยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องเช่นกัน พระเจ้าทรงมีพระประสงค์อะไรเบื้องหลังภัยพิบัติเหล่านี้? เข้าร่วมการเทศนาออนไลน์แล้วจะบอกคำตอบให้แก่คุณ

แบ่งปัน

ยกเลิก