พระวจนะของพระเจ้าประจำวัน | “พระเจ้าพระองค์เอง พระผู้ทรงเอกลักษณ์ 1” | บทตัดตอน 85

วันที่ 27 เดือน 07 ปี 2021

ในวันที่สาม พระวจนะของพระเจ้าให้กำเนิดแผ่นดินโลกและทะเล และสิทธิอำนาจของพระเจ้าทำให้โลกเต็มปริ่มไปด้วยความทรงพลัง

ประโยคแรกของปฐมกาล 1:9-11 กล่าวว่า "พระเจ้าตรัสว่า 'น้ำที่อยู่ใต้ฟ้าจงรวมอยู่ในที่เดียวกัน ที่แห้งจงปรากฏขึ้น'" ได้เกิดความเปลี่ยนแปลงใดขึ้นหรือ หลังจากที่พระเจ้าเพียงแค่ตรัสว่า "น้ำที่อยู่ใต้ฟ้าจงรวมอยู่ในที่เดียวกัน ที่แห้งจงปรากฏขึ้น"? และได้มีสิ่งใดอยู่ในพื้นที่นี้หรือ นอกเหนือจากความสว่างและภาคพื้น? ในองค์พระคัมภีร์เหล่านี้มีใจความว่า "พระเจ้าจึงทรงเรียกที่แห้งนั้นว่า แผ่นดิน และที่ซึ่งน้ำรวมกันนั้นว่า ทะเล พระเจ้าทรงเห็นว่าดี" กล่าวคือ บัดนี้มีแผ่นดินและทะเลในพื้นที่นี้ และแผ่นดินกับทะเลนั้นถูกแยกออกจากกัน การปรากฏของสิ่งใหม่ๆ เหล่านี้เกิดขึ้นภายหลังพระบัญญัติจากพระโอษฐ์ของพระเจ้าที่ว่า "และก็เป็นดังนั้น" องค์พระคัมภีร์นี้พรรณนาหรือไม่ว่าพระเจ้าทรงเร่งรีบขณะที่พระองค์กำลังทรงทำการนี้? องค์พระคัมภีร์ นี้พรรณนาหรือไม่ว่าพระองค์ทรงใช้แรงงานทางกาย? ดังนั้น พระเจ้าได้ทรงทำการนี้อย่างไรหรือ? พระองค์ได้ทรงทำให้สิ่งใหม่ๆ เหล่านี้ก่อกำเนิดขึ้นมาอย่างไร? พระเจ้าได้ทรงใช้พระวจนะเพื่อสัมฤทธิ์การทั้งหมดนี้ เพื่อสร้างความครบถ้วนบริบูรณ์ของการนี้อย่างมีหลักฐานชัดเจนอยู่ในตัว

พวกเรามาต่อกันที่ประโยคสุดท้ายของบทตอนนี้กันเถิด ความว่า "พระเจ้าตรัสว่า 'แผ่นดินจงเกิดพืช คือ ธัญพืชที่ให้เมล็ด และต้นไม้ผลที่ออกผลตามชนิดของมัน และมีเมล็ดในผลบนแผ่นดิน' และก็เป็นดังนั้น" ในขณะที่พระเจ้ากำลังตรัส สิ่งเหล่านี้ทั้งหมดได้เริ่มมีขึ้นมาตามพระดำริของพระเจ้า และในทันใดนั้น รูปแบบชีวิตเล็กๆ ที่ละเอียดอ่อนสารพัดจำพวกก็โผล่ศีรษะของพวกมันผ่านดินขึ้นมาอย่างไม่มั่นคง และพวกมันก็โบกมือทักทายกันอย่างกระหายร้อนรน พยักหน้าและยิ้มให้กับโลก ก่อนที่พวกมันจะได้สะบัดเศษดินออกจากตัวของพวกมันเสียอีก พวกมันขอบคุณพระผู้สร้างสำหรับชีวิตที่พระองค์ได้ประทานให้แก่พวกมัน และประกาศแจ้งต่อโลกว่าพวกมันเป็นส่วนหนึ่งของทุกสรรพสิ่ง และว่าพวกมันต่างจะอุทิศชีวิตของพวกมันเพื่อแสดงออกไปให้เห็นถึงสิทธิอำนาจของพระผู้สร้าง ขณะที่พระวจนะทั้งหลายของพระเจ้าถูกตรัสไป แผ่นดินก็ได้กลายเป็นเขียวชอุ่ม ธัญพืชทุกชนิดที่มนุษย์สามารถชื่นชมได้ก็ได้ผุดและแทรกผ่านพื้นดินขึ้นมา และภูเขาและทุ่งราบทั้งหลายก็ได้กลายเป็นแออัดหนาแน่นด้วยต้นไม้และผืนป่า…โลกที่ไม่เกิดผลใบนี้ซึ่งยังไม่เคยมีร่องรอยใดแห่งความมีพลังชีวิตก็ได้ถูกปกคลุมอย่างรวดเร็วด้วยความดาษดื่นของหญ้า ธัญพืช และต้นไม้ และท่วมท้นด้วยพฤกษชาติ…กลิ่นหอมละมุนของหญ้าและกลิ่นไอกรุ่นของดินได้แพร่กระจายผ่านอากาศ และทิวแถวของต้นไม้ได้เริ่มหายใจตามคลอไปกับการหมุนเวียนของอากาศ และได้เริ่มกระบวนการของการเจริญเติบโต ในขณะเดียวกัน เนื่องจากพระวจนะของพระเจ้าและการติดตามพระดำริของพระเจ้า ต้นไม้ทั้งมวลได้เริ่มต้นวัฏจักรชีวิตอันถาวรซึ่งพวกมันเติบโต ผลิดอก ออกผล และเพิ่มทวีคูณกันอยู่ในนั้น พวกมันได้เริ่มยึดติดกับครรลองชีวิตตามลำดับของพวกมันและได้เริ่มปฏิบัติบทบาทตามลำดับเฉพาะของพวกมันอย่างเข้มงวดท่ามกลางทุกสรรพสิ่ง…พวกมันทั้งหมดได้ถือกำเนิดและดำรงชีวิตอยู่ก็เนื่องจากพระวจนะของพระผู้สร้าง พวกมันจะได้รับการจัดเตรียมและการบำรุงเลี้ยงอันไม่หยุดหย่อนของพระผู้สร้าง และจะอยู่รอดอย่างเหนียวแน่นในทุกมุมของแผ่นดินเสมอเพื่อที่จะแสดงออกไปให้เห็นถึงสิทธิอำนาจและฤทธานุภาพของพระผู้สร้าง และพวกมันจะแสดงออกไปให้เห็นอยู่เสมอถึงพลังชีวิตที่พระผู้สร้างได้ประทานให้แก่พวกมัน…

พระชนม์ชีพของพระผู้สร้างนั้นเหนือธรรมดา พระดำริของพระองค์นั้นเหนือธรรมดา และสิทธิอำนาจของพระองค์นั้นเหนือธรรมดา และดังนั้น เมื่อพระวจนะของพระองค์ถูกเปล่งออกไป ผลลัพธ์สุดท้ายก็คือ "และก็เป็นดังนั้น" เห็นได้ชัดว่า พระเจ้าทรงไม่จำเป็นต้องทรงพระราชกิจด้วยพระหัตถ์ของพระองค์ในยามที่พระองค์ทรงกระทำการ พระองค์เพียงทรงใช้พระดำริของพระองค์เพื่อบัญชาและพระวจนะของพระองค์เพื่อสั่งการ และสิ่งทั้งหลายก็สัมฤทธิ์ผลในหนทางนี้ ในวันนี้ พระเจ้าได้ทรงรวมน้ำเข้าด้วยกันในสถานที่แห่งหนึ่ง และให้แผ่นดินแห้งปรากฏขึ้น หลังจากนั้นพระเจ้าได้ทรงทำให้ต้นหญ้างอกออกมาจากแผ่นดิน และมีธัญพืชซึ่งให้เมล็ดเติบโตขึ้นมา และต้นไม้ออกผล และพระเจ้าได้ทรงจำแนกชั้นพวกมันแต่ละอย่างไปตามชนิด และได้ทรงทำให้แต่ละชนิดมีเมล็ดของมันเอง ทั้งหมดนี้เป็นจริงขึ้นได้ตามพระดำริของพระเจ้าและคำบัญชาแห่งพระวจนะของพระเจ้า และแต่ละชนิดนั้นได้ปรากฏขึ้นในโลกใหม่ใบนี้ อย่างต่อเนื่องไม่ขาดสาย

เมื่อครั้งที่พระเจ้ายังมิได้เริ่มพระราชกิจของพระองค์ พระองค์ทรงมีภาพของสิ่งที่พระองค์ตั้งพระทัยที่จะสัมฤทธิ์ผลอยู่ในพระหฤทัยของพระองค์อยู่แล้ว และเมื่อตอนที่พระเจ้าได้ทรงเตรียมที่จะสัมฤทธิ์สิ่งเหล่านี้ ซึ่งก็เป็นตอนที่พระเจ้าได้ทรงแย้มพระโอษฐ์ของพระองค์เพื่อตรัสถึงเนื้อหาของภาพนี้ด้วยเช่นกันนั้น ความเปลี่ยนแปลงก็ได้เริ่มเกิดขึ้นในทุกสรรพสิ่งเนื่องจากสิทธิอำนาจและฤทธานุภาพของพระเจ้า โดยไม่ต้องคำนึงว่าพระเจ้าจะได้ทรงทำอย่างไร หรือพระองค์ได้ทรงนำสิทธิอำนาจของพระองค์มาใช้อย่างไร ทั้งหมดนั้นล้วนได้สัมฤทธิ์ผลไปทีละขั้นตอนตามแผนการของพระเจ้าและเพราะพระวจนะของพระเจ้า และความเปลี่ยนแปลงทั้งหลายได้เกิดขึ้นระหว่างฟ้าสวรรค์และแผ่นดินโลกโดยเนื่องมาจากพระวจนะและสิทธิอำนาจของพระเจ้าไปทีละขั้นตอน ความเปลี่ยนแปลงและอุบัติการณ์ทั้งปวงเหล่านี้ได้แสดงออกไปให้เห็นถึงสิทธิอำนาจของพระผู้สร้าง และความเหนือธรรมดาและความยิ่งใหญ่แห่งฤทธานุภาพของพระชนม์ชีพของพระผู้สร้าง พระดำริของพระองค์ไม่ใช่แนวคิดที่เรียบง่าย หรือภาพว่างเปล่า แต่เป็นสิทธิอำนาจซึ่งมีความทรงพลังและพลังงานที่เหนือธรรมดา และสิ่งเหล่านั้นคือฤทธานุภาพที่จะทำให้ทุกสรรพสิ่งเปลี่ยนแปลง ฟื้นตัว เริ่มต้นใหม่ และพินาศไป เพราะการนี้ ทุกสรรพสิ่งจึงทำหน้าที่โดยเนื่องมาจากพระดำริของพระองค์ และในขณะเดียวกันก็สัมฤทธิ์ผลโดยเนื่องมาจากพระวจนะจากพระโอษฐ์ของพระองค์…

ก่อนที่ทุกสรรพสิ่งจะได้ปรากฏขึ้น แผนการอันครบบริบูรณ์ก็ได้ก่อร่างขึ้นในพระดำริของพระเจ้านานมาแล้ว และโลกใหม่ก็ได้สัมฤทธิ์ผลไปเมื่อนานมาแล้ว ถึงแม้ว่าในวันที่สามนั้น ได้มีต้นไม้ทุกจำพวกปรากฏขึ้นบนแผ่นดิน แต่พระเจ้าก็ไม่ได้ทรงมีเหตุผลที่จะหยุดชะงักขั้นตอนทั้งหลายแห่งการทรงสร้างโลกใบนี้ของพระองค์ พระองค์ได้ตั้งพระทัยที่จะตรัสพระวจนะของพระองค์ต่อไป จะทรงสัมฤทธิ์การทรงสร้างทุกสิ่งที่ใหม่ๆ ต่อไป พระองค์จะตรัส จะทรงออกคำบัญชาของพระองค์ และจะทรงนำสิทธิอำนาจของพระองค์มาใช้และแสดงออกไปให้เห็นถึงฤทธานุภาพของพระองค์ และพระองค์ได้ทรงตระเตรียมทุกสิ่งทุกอย่างที่พระองค์ได้ทรงวางแผนการที่จะตระเตรียมให้แก่สรรพสิ่งทั้งปวงและมวลมนุษย์ที่พระองค์ได้ตั้งพระทัยไว้ว่าจะสร้าง…

ตัดตอนมาจาก พระวจนะทรงปรากฏเป็นมนุษย์

ดูเพิ่ม

ปี 2021 โรคระบาดร้ายแรงมากขึ้นเรื่อยๆ และภัยพิบัติต่างๆ เช่น แผ่นดินไหว การกันดารอาหาร และสงครามยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องเช่นกัน พระเจ้าทรงมีพระประสงค์อะไรเบื้องหลังภัยพิบัติเหล่านี้? เข้าร่วมการเทศนาออนไลน์แล้วจะบอกคำตอบให้แก่คุณ

แบ่งปัน

ยกเลิก