พระวจนะของพระเจ้าประจำวัน | “พระราชกิจของพระเจ้า พระอุปนิสัยของพระเจ้า และพระเจ้าพระองค์เอง 1” | บทตัดตอน 20

วันที่ 12 เดือน 05 ปี 2021

โดยข้อเท็จจริงแล้ว พระอุปนิสัยของพระเจ้านั้นเปิดกว้างต่อทุกคนและไม่ถูกซ่อนเร้น เพราะพระเจ้าไม่เคยได้ทรงหลีกเลี่ยงบุคคลอันใดโดยจงใจเจตนา และไม่เคยได้ทรงพยายามปกปิดพระองค์เองอย่างจงใจเจตนาที่จะกีดกันไม่ให้ผู้คนรู้จักพระองค์หรือเข้าใจพระองค์ พระอุปนิสัยของพระเจ้านั้นได้ทรงหมายให้เปิดกว้างและเผชิญหน้ากับแต่ละบุคคลอย่างสุจริตใจเสมอ ในการบริหารจัดการของพระเจ้านั้น พระเจ้าทรงทำพระราชกิจของพระองค์ โดยเผชิญหน้ากับทุกคน และพระราชกิจของพระองค์ทรงทำกับทุกๆ บุคคล ในขณะที่พระองค์ทรงทำพระราชกิจนี้ พระองค์ก็ทรงกำลังเปิดเผยพระอุปนิสัยของพระองค์อย่างต่อเนื่อง และทรงกำลังใช้แก่นแท้ของพระองค์ สิ่งที่พระองค์ทรงมีและสิ่งที่พระองค์ทรงเป็นอย่างต่อเนื่อง เพื่อทรงนำและทรงจัดเตรียมสำหรับทุกๆ บุคคล ในทุกยุคและ ณ ทุกช่วงระยะ โดยไม่คำนึงถึงว่ารูปการณ์แวดล้อมจะดีหรือแย่ พระอุปนิสัยของพระเจ้านั้นก็เปิดกว้างต่อทุกปัจเจกบุคคลเสมอ และสิ่งทรงครองของพระองค์และสิ่งที่พระองค์ทรงเป็นเปิดกว้างต่อแต่ละปัจเจกบุคคลเสมอ เช่นเดียวกันกับที่พระชนม์ชีพของพระองค์ทรงกำลังจัดเตรียมและสนับสนุนมวลมนุษย์อย่างสม่ำเสมอและอย่างไม่หยุดหย่อน แม้จะมีทั้งหมดนี้ พระอุปนิสัยของพระเจ้ายังคงซ่อนเร้นอยู่สำหรับบางคน เพราะเหตุใดหรือ? เพราะถึงแม้ว่าผู้คนเหล่านี้จะดำรงชีวิตอยู่ภายในพระราชกิจของพระเจ้าและติดตามพระเจ้า พวกเขาก็ไม่เคยพยายามเข้าใจพระเจ้าและไม่เคยต้องการทำความรู้จักพระเจ้า นับประสาอะไรกับการเข้าใกล้ชิดพระเจ้ามากขึ้น สำหรับผู้คนเหล่านี้ การเข้าใจพระอุปนิสัยของพระเจ้าเป็นลางบอกเหตุว่าบทอวสานของพวกเขาใกล้มาถึงแล้ว มันหมายความว่าพวกเขากำลังจะถูกพิพากษาและกล่าวโทษโดยพระอุปนิสัยของพระเจ้า เพราะฉะนั้น พวกเขาไม่เคยอยากที่จะเข้าใจพระเจ้าหรือพระอุปนิสัยของพระองค์ และไม่เคยละโมบต่อความเข้าใจหรือความรู้ที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นเกี่ยวกับน้ำพระทัยของพระเจ้า พวกเขาไม่พยายามจับใจความน้ำพระทัยของพระเจ้าโดยผ่านทางความร่วมมืออย่างมีสติ—พวกเขาก็แค่ชื่นชมไปตลอดกาลและไม่มีวันเบื่อในการทำสิ่งทั้งหลายที่พวกเขาต้องการทำ เชื่อในพระเจ้าที่พวกเขาต้องการเชื่อ เชื่อในพระเจ้าที่ทรงดำรงอยู่ในจินตนาการของพวกเขาเท่านั้น พระเจ้าที่ทรงดำรงอยู่ในมโนคติที่หลงผิดของพวกเขาเท่านั้น และเชื่อในพระเจ้าที่ไม่อาจแยกจากพวกเขาได้ในชีวิตประจำวันของพวกเขา เมื่อพูดถึงพระเจ้าเที่ยงแท้พระองค์เอง พวกเขาก็ไม่สนใจไยดีอย่างสิ้นเชิง และไม่มีความอยากที่จะเข้าใจพระองค์ หรือให้ความเอาใจใส่ต่อพระองค์ และยิ่งไม่ต้องพูดถึงความปรารถนาที่จะเข้าใกล้ชิดพระองค์ยิ่งขึ้น พวกเขาเพียงกำลังใช้พระวจนะที่พระเจ้าทรงแสดงออกเพื่อประดับตัวเอง เพื่อห่อหุ้มตัวเอง สำหรับพวกเขานั้น การนี้ทำให้พวกเขาเป็นผู้เชื่อที่ประสบความสำเร็จ และเป็นผู้คนที่มีความเชื่อในพระเจ้าอยู่ภายในหัวใจของพวกเขาแล้ว ในหัวใจของพวกเขา พวกเขาถูกนำโดยจินตนาการของพวกเขา มโนคติที่หลงผิดของพวกเขา และแม้แต่คำนิยามส่วนตัวของพวกเขาเกี่ยวกับพระเจ้า ในอีกแง่หนึ่ง พระเจ้าเที่ยงแท้พระองค์เองนั้นไม่ทรงมีอะไรเกี่ยวข้องกับพวกเขาเลยแม้แต่น้อย เพราะหากพวกเขาได้เข้าใจพระเจ้าเที่ยงแท้พระองค์เอง เข้าใจพระอุปนิสัยที่แท้จริงของพระเจ้า และเข้าใจสิ่งที่พระเจ้าทรงมีและทรงเป็น ก็ย่อมจะหมายความว่าการกระทำของพวกเขา ความเชื่อของพวกเขา และการไล่ตามเสาะหาของพวกเขาจะถูกกล่าวโทษ นั่นคือเหตุผลที่พวกเขาลังเลที่จะเข้าใจแก่นแท้ของพระเจ้า และลังเลและไม่เต็มใจที่จะแสวงหาหรืออธิษฐานอย่างแข็งขันเพื่อให้เข้าใจพระเจ้าดีขึ้น รู้จักน้ำพระทัยของพระเจ้าดีขึ้น และเข้าใจพระอุปนิสัยของพระเจ้าดีขึ้น พวกเขาอยากจะให้พระเจ้าทรงเป็นบางสิ่งที่ถูกทำขึ้นมา บางสิ่งที่กลวงเป็นโพรงและคลุมเครือเสียมากกว่า พวกเขาอยากจะให้พระเจ้าทรงเป็นใครบางคนที่ตรงพอดีกับที่พวกเขาได้จินตนาการพระองค์ไว้ เป็นใครบางคนที่พวกเขาสามารถกวักมือเรียกใช้ได้ตลอดเวลา ที่ทรงมีเสบียงที่ไม่มีวันหมดและทรงพร้อมให้ใช้งานเสมอ เมื่อพวกเขาต้องการชื่นชมพระคุณของพระเจ้า พวกเขาก็ทูลขอให้พระเจ้าทรงเป็นพระคุณนั้น เมื่อพวกเขาต้องการพระพรของพระเจ้า พวกเขาก็ทูลขอให้พระเจ้าทรงเป็นพระพรนั้น เมื่อต้องเผชิญหน้ากับความทุกข์ยาก พวกเขาทูลขอให้พระเจ้าทรงทำให้พวกเขามีความกล้า ทรงเป็นโล่กำบังหลังของพวกเขา ความรู้เรื่องพระเจ้าของผู้คนเหล่านี้ติดอยู่ภายในวงล้อมแห่งพระคุณและพระพร ความเข้าใจของพวกเขาเกี่ยวกับพระราชกิจของพระเจ้า พระอุปนิสัยของพระเจ้า และพระเจ้าพระองค์เอง ก็ถูกหวงห้ามให้อยู่เพียงแค่กับจินตนาการ และความหมายตามตัวอักษร และคำสอนทั้งหลายของพวกเขาเท่านั้น แต่มีผู้คนบางคนที่กระตือรือร้นที่จะเข้าใจพระอุปนิสัยของพระเจ้า ต้องการเห็นพระเจ้าพระองค์เองอย่างแท้จริง และเข้าใจพระอุปนิสัยของพระเจ้า และสิ่งที่พระองค์ทรงมีและทรงเป็นอย่างแท้จริง ผู้คนเหล่านี้กำลังไล่ตามเสาะหาความเป็นจริงแห่งความจริงและความรอดโดยพระเจ้า และพยายามรับการพิชิตชัย ความรอด และการทำให้มีความเพียบพร้อมโดยพระเจ้า พวกเขาใช้หัวใจของพวกเขาเพื่ออ่านพระวจนะของพระเจ้า ใช้หัวใจของพวกเขาเพื่อซาบซึ้งกับทุกสถานการณ์และทุกบุคคล เหตุการณ์สำคัญ และสิ่งที่พระเจ้าได้ทรงจัดการเตรียมการให้กับพวกเขา และพวกเขาอธิษฐานและแสวงหาด้วยความจริงใจ สิ่งที่พวกเขาต้องการรู้มากที่สุดคือน้ำพระทัยของพระเจ้า และต้องการเข้าใจมากที่สุดคือพระอุปนิสัยที่แท้จริงและแก่นแท้ของพระเจ้า เพื่อที่พวกเขาจะไม่ทำให้พระเจ้าทรงขุ่นเคืองอีกต่อไป และโดยผ่านทางประสบการณ์ของพวกเขา จะเห็นความน่ารักชื่นชมของพระเจ้าและด้านที่แท้จริงของพระองค์มากขึ้น นอกจากนี้ยังเพื่อที่พระเจ้าผู้ทรงเป็นจริงอย่างถ่องแท้จริงจะทรงดำรงอยู่ข้างในหัวใจของพวกเขา และเพื่อที่พระเจ้าจะทรงมีที่สถิตในหัวใจของพวกเขาด้วย เมื่อเป็นเช่นนั้น พวกเขาย่อมจะไม่ดำรงชีวิตอยู่ท่ามกลางจินตนาการ มโนคติที่หลงผิด หรือความคลุมเครืออีกต่อไป สำหรับผู้คนเหล่านี้ เหตุผลที่พวกเขามีความอยากเร่งด่วนที่จะเข้าใจพระอุปนิสัยของพระเจ้าและแก่นแท้ของพระองค์นั้นก็เป็นเพราะว่า มวลมนุษย์จำเป็นต้องมีพระอุปนิสัยและแก่นแท้ของพระเจ้าในทุกชั่วขณะในครรลองแห่งประสบการณ์ของพวกเขา เป็นพระอุปนิสัยและแก่นแท้ของพระองค์นั่นเองที่จัดหาให้กับชีวิตตลอดชั่วชีวิตของคนเรา ทันทีที่พวกเขาเข้าใจพระอุปนิสัยของพระเจ้า พวกเขาก็จะสามารถเคารพพระเจ้าได้ดีขึ้น ร่วมมือกับพระราชกิจของพระเจ้าได้ดีขึ้น และเห็นแก่น้ำพระทัยของพระเจ้ามากขึ้น และทำหน้าที่ของพวกเขาให้ดีที่สุดเท่าที่พวกเขาจะทำได้ เช่นนี้คือท่าทีต่อพระอุปนิสัยของพระเจ้าที่ผู้คนสองชนิดยึดถือ ประเภทแรกไม่ต้องการเข้าใจพระอุปนิสัยของพระเจ้า แม้พวกเขาจะพูดว่าพวกเขาต้องการเข้าใจพระอุปนิสัยของพระเจ้า ทำความรู้จักพระเจ้าพระองค์เอง มองเห็นสิ่งที่พระเจ้าทรงมีและทรงเป็น และซาบซึ้งในน้ำพระทัยของพระเจ้าอย่างถ่องแท้ แต่ลึกลงไปนั้น พวกเขาอยากให้พระเจ้าไม่ทรงดำรงอยู่เสียจะดีกว่า เป็นเพราะผู้คนชนิดนี้ไม่เชื่อฟังและต้านทานพระเจ้าอย่างต่อเนื่อง พวกเขาต่อสู้กับพระเจ้าเพื่อตำแหน่งในหัวใจของพวกเขาเอง และบ่อยครั้งที่กังขาหรือถึงขั้นปฏิเสธการทรงดำรงอยู่ของพระเจ้า พวกเขาไม่ต้องการปล่อยให้พระอุปนิสัยของพระเจ้า หรือพระเจ้าผู้ทรงเป็นจริงพระองค์เองยึดครองหัวใจของพวกเขา พวกเขาเพียงต้องการสนองความอยาก จินตนาการ และความทะเยอทะยานของพวกเขาเองเท่านั้น ดังนั้นผู้คนเหล่านี้อาจเชื่อในพระเจ้า ติดตามพระเจ้า และอาจยอมล้มเลิกครอบครัวและงานของพวกเขาเพื่อพระองค์อีกด้วย แต่พวกเขาไม่ระงับจากหนทางชั่วของพวกเขา บางคนถึงกับขโมยหรือผลาญพวกของถวาย หรือแอบสาปแช่งพระเจ้าอยู่ลับๆ ในขณะที่คนอื่นอาจใช้ตำแหน่งของพวกเขาให้คำพยานซ้ำๆ เกี่ยวกับตัวเอง คุยโวโอ้อวดตัวเองเกินจริง และแข่งขันกับพระเจ้าเพื่อผู้คนและสถานภาพ พวกเขาใช้วิธีการและมาตรการสารพัดเพื่อทำให้ผู้คนเคารพบูชาพวกเขา พยายามชนะใจผู้คนและควบคุมพวกเขาอยู่เป็นนิตย์ บางคนถึงกับเจตนาทำให้ผู้คนเข้าใจผิดคิดว่าพวกเขาเป็นพระเจ้าเพื่อที่พวกเขาจะได้รับการปฏิบัติเหมือนเป็นพระเจ้า พวกเขาคงจะไม่มีวันบอกใครสักคนว่าพวกเขาได้ถูกทำให้เสื่อมทรามแล้ว—บอกว่าพวกเขาก็เสื่อมทรามและโอหังเช่นกัน อย่าเคารพบูชาพวกเขาเลย และบอกว่าไม่สำคัญว่าพวกเขาทำดีเพียงใดก็ล้วนเป็นเพราะการยกย่องของพระเจ้าทั้งนั้น และบอกว่า ไม่ว่าอย่างไร พวกเขาก็กำลังทำสิ่งที่พวกเขาควรจะทำอยู่แล้ว เหตุใดพวกเขาจึงไม่พูดสิ่งเหล่านี้เล่า? เพราะพวกเขากลัวอย่างลึกล้ำที่จะสูญเสียที่ทางของพวกเขาในหัวใจของผู้คน นี่คือสาเหตุที่ผู้คนเช่นนี้ไม่มีวันยกย่องพระเจ้า และไม่มีวันเป็นพยานต่อพระเจ้า เพราะพวกเขาไม่เคยได้พยายามเข้าใจพระเจ้า พวกเขาสามารถรู้จักพระเจ้าโดยไม่เข้าใจพระองค์ได้หรือ? เป็นไปไม่ได้! ดังนั้น ในขณะที่พระวจนะในหัวข้อ "พระราชกิจของพระเจ้า พระอุปนิสัยของพระเจ้า และพระเจ้าพระองค์เอง" อาจเรียบง่าย แต่พระวจนะเหล่านั้นมีความหมายแตกต่างกันสำหรับแต่ละบุคคล สำหรับใครบางคนที่ไม่เชื่อฟังพระเจ้า ต้านทานพระเจ้า และไม่เป็นมิตรต่อพระเจ้าบ่อยๆ พระวจนะเหล่านั้นเป็นลางบอกเหตุถึงการกล่าวโทษ ในขณะที่บางคนที่ไล่ตามเสาะหาความเป็นจริงแห่งความจริง และมาอยู่เฉพาะพระพักตร์พระเจ้าบ่อยครั้ง เพื่อแสวงหาน้ำพระทัยของพระเจ้า จะชอบพระวจนะเช่นนี้เหมือนปลารักน้ำ ดังนั้นจึงมีพวกที่อยู่ท่ามกลางพวกเจ้าที่เริ่มปวดหัว หัวใจของพวกเขาเกิดเต็มไปด้วยการต้านทาน และพวกเขากลายเป็นอึดอัดอย่างสุดขีด เมื่อพวกเขาได้ยินการพูดถึงพระอุปนิสัยของพระเจ้าและพระราชกิจของพระเจ้า แต่ก็มีคนอื่นๆ ท่ามกลางพวกเจ้าที่คิดว่า หัวข้อนี้เป็นสิ่งที่ฉันต้องการจริงๆ เพราะหัวข้อนี้มีประโยชน์กับฉันเหลือเกิน เป็นบางสิ่งที่ไม่สามารถขาดหายไปได้จากประสบการณ์ชีวิตของฉัน เป็นประเด็นสำคัญของประเด็นสำคัญ เป็นรากฐานแห่งความเชื่อในพระเจ้า และเป็นบางสิ่งที่มวลมนุษย์ไม่สามารถทอดทิ้งได้ สำหรับพวกเจ้าทั้งหมด หัวข้อนี้อาจดูเหมือนทั้งใกล้และไกล ไม่รู้จักแต่ทว่าคุ้นเคย แต่ไม่สำคัญว่าจะเป็นอะไร นี่คือหัวข้อที่ทุกคนต้องฟัง ต้องรู้ และต้องเข้าใจ ไม่สำคัญว่าเจ้าจะจัดการกับหัวข้อนี้อย่างไร ไม่สำคัญว่าเจ้าจะมองหัวข้อนี้อย่างไร หรือเจ้าจะเข้าใจหัวข้อนี้อย่างไร แต่ความสำคัญของหัวข้อนี้ก็ไม่อาจเพิกเฉยได้เลย

ตัดตอนมาจาก พระวจนะทรงปรากฏเป็นมนุษย์

ดูเพิ่ม

ปี 2021 โรคระบาดร้ายแรงมากขึ้นเรื่อยๆ และภัยพิบัติต่างๆ เช่น แผ่นดินไหว การกันดารอาหาร และสงครามยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องเช่นกัน พระเจ้าทรงมีพระประสงค์อะไรเบื้องหลังภัยพิบัติเหล่านี้? เข้าร่วมการเทศนาออนไลน์แล้วจะบอกคำตอบให้แก่คุณ

แบ่งปัน

ยกเลิก