พระวจนะของพระเจ้าประจำวัน: การเข้าสู่ชีวิต | บทตัดตอน 384

วันที่ 02 เดือน 10 ปี 2021

ในการวัดว่าผู้คนสามารถเชื่อฟังพระเจ้าได้หรือไม่ สิ่งสำคัญที่จะต้องมองดูก็คือว่า พวกเขาอยากได้อยากมีสิ่งอันใดที่ฟุ้งเฟ้อจากพระเจ้าบ้างหรือไม่ และมองดูว่าพวกเขามีสิ่งจูงใจแอบแฝงหรือไม่ หากผู้คนกำลังสร้างข้อเรียกร้องต่อพระเจ้าอยู่เสมอ นั่นก็พิสูจน์ว่าพวกเขาไม่เชื่อฟังพระองค์ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับเจ้าก็ตาม หากเจ้าไม่สามารถรับมันไว้ได้จากพระเจ้า ไม่สามารถแสวงหาความจริง กำลังพูดจาจากการให้เหตุผลแบบอัตนัยของตัวเจ้าเองอยู่เสมอ และรู้สึกอยู่เสมอว่าตัวเจ้าเท่านั้นที่ถูก และถึงขั้นยังคงมีความสามารถในการกังขาพระเจ้า เช่นนั้นแล้วเจ้าจะตกอยู่ในปัญหารุมเร้า ผู้คนดังกล่าวโอหังที่สุดและเป็นกบฏต่อพระเจ้า ผู้คนที่สร้างข้อเรียกร้องต่อพระเจ้าเสมอนั้นไม่มีวันสามารถเชื่อฟังพระองค์ได้อย่างแท้จริง หากเจ้าสร้างข้อเรียกร้องต่อพระเจ้า นี่ย่อมพิสูจน์ว่า เจ้ากำลังสร้างข้อตกลงกับพระเจ้า ว่าเจ้ากำลังเลือกความคิดของตัวเจ้าเอง และกำลังปฏิบัติตนไปตามความคิดของเจ้าเอง ในการนี้ เจ้าทรยศพระเจ้า และปราศจากความเชื่อฟัง การสร้างข้อเรียกร้องต่อพระเจ้านั้นช่างไร้สำนึก หากเจ้าเชื่ออย่างแท้จริงว่า พระองค์ทรงเป็นพระเจ้า เช่นนั้นแล้วเจ้าย่อมจะไม่กล้าที่จะสร้างข้อเรียกร้องต่อพระองค์ ทั้งเจ้าย่อมจะไม่มีคุณสมบัติเพียงพอที่จะสร้างข้อเรียกร้องทั้งหลายต่อพระองค์ ไม่ว่าข้อเรียกร้องเหล่านั้นจะมีเหตุผลหรือไม่ หากเจ้ามีความเชื่อที่แท้จริงและเชื่อว่าพระองค์คือพระเจ้า เช่นนั้นแล้วเจ้าย่อมไม่มีตัวเลือกใดนอกจากการนมัสการและเชื่อฟังพระองค์ ผู้คนวันนี้ไม่เพียงมีตัวเลือกเท่านั้น แต่ถึงขั้นเรียกร้องให้พระเจ้าทรงกระทำการโดยสอดคล้องกับความคิดทั้งหลายของพวกเขาเอง พวกเขาเลือกความคิดของพวกเขาเอง และขอให้พระเจ้าทรงกระทำการตามความคิดเหล่านั้น และพวกเขาไม่พึงประสงค์ให้ตัวเองปฏิบัติตนตามพระดำริทั้งหลายของพระเจ้า เพราะฉะนั้น จึงไม่มีความเชื่อที่แท้จริงอยู่ในมนุษย์ ไม่มีความเชื่ออันเป็นแก่นสาร และพวกเขาไม่สามารถรับการสรรเสริญจากพระเจ้าได้เลย เมื่อเจ้ามีความสามารถที่จะสร้างข้อเรียกร้องต่อพระเจ้าให้น้อยลง ความเชื่อที่แท้จริงและความเชื่อฟังของเจ้าจะเติบโตขึ้น และเมื่อเทียบกันแล้ว สำนึกรับรู้ของเจ้าในเรื่องของเหตุผลก็จะกลายมาเป็นปกติขึ้นเช่นกัน บ่อยครั้งเป็นกรณีที่ว่า ยิ่งผู้คนเอนเอียงไปทางเหตุผลมากขึ้นเท่าใด และยิ่งพวกเขาให้เหตุผลอันควรมากขึ้นเท่าใด พวกเขาก็ยิ่งจัดการได้ยากมากขึ้นเท่านั้น ไม่เพียงแค่พวกเขามีข้อเรียกร้องมากมายเท่านั้น แต่พวกเขายังได้คืบจะเอาศอกอีกด้วย เมื่อพึงพอใจในด้านหนึ่ง เมื่อนั้นพวกเขาก็ทำข้อเรียกร้องในอีกด้าน พวกเขาจำเป็นที่จะต้องพึงพอใจในทุกด้าน และหากพวกเขาไม่พึงพอใจ พวกเขาก็เริ่มร้องทุกข์คร่ำครวญ และพิจารณาตัวพวกเขาเองว่าไร้หนทาง ต่อมาพวกเขารู้สึกว่าเป็นหนี้และเสียใจ และพวกเขาหลั่งน้ำตาอันขมขื่น และต้องการที่จะตาย อะไรคือประโยชน์ในการนั้น? การนี้สามารถแก้ไขปัญหาได้หรือไม่? และดังนั้น ก่อนที่บางสิ่งเกิดขึ้น เจ้าต้องชำแหละธรรมชาติของเจ้าเอง—สิ่งใดอยู่ภายในนั้น สิ่งใดที่เจ้าชอบ และสิ่งใดที่เจ้าปรารถนาที่จะสัมฤทธิ์ด้วยข้อเรียกร้องของเจ้า ผู้คนบางคนที่เชื่อว่าพวกเขาครองขีดความสามารถและพรสวรรค์บางอย่าง ต้องการเสมอที่จะเป็นผู้นำ และที่จะอยู่เหนือผู้อื่น และดังนั้นพวกเขาจึงเรียกร้องให้พระเจ้าทรงใช้พวกเขา และหากพระเจ้าไม่ทรงใช้พวกเขา พวกเขาก็พูดว่า "พระเจ้า เหตุใดพระองค์ไม่ทรงโปรดปรานข้าพระองค์? ขอทรงใช้ข้าพระองค์ให้เกิดประโยชน์อันยิ่งใหญ่ ข้าพระองค์รับประกันว่า ข้าพระองค์จะสละตัวข้าพระองค์เองเพื่อพระองค์" แรงจูงใจเช่นนั้นถูกต้องหรือไม่? เป็นสิ่งดีที่จะสละเพื่อพระเจ้า แต่ความเต็มใจของพวกเขาที่จะสละเพื่อพระเจ้าอยู่ลำดับที่สอง ในหัวใจของพวกเขา สิ่งที่พวกเขาชอบก็คือสถานะ—การนั้นคือสิ่งที่พวกเขามุ่งเน้น หากเจ้ามีความสามารถที่จะเชื่อฟังอย่างแท้จริง เช่นนั้นแล้ว เจ้าย่อมจะติดตามพระองค์ด้วยหนึ่งหัวใจและจิตใจ โดยไม่คำนึงถึงว่าพระองค์ทรงใช้เจ้าหรือไม่ และจะมีความสามารถที่จะสละเพื่อพระองค์ โดยไม่คำนึงถึงว่าเจ้ามีสถานะอันใดหรือไม่ เมื่อนั้นเท่านั้นเจ้าจึงจะครองสำนึกรับรู้และเป็นใครคนหนึ่งที่เชื่อฟังพระเจ้า

ตัดตอนมาจาก บันทึกการบรรยายของพระคริสต์แห่งยุคสุดท้าย

ดูเพิ่ม

ปี 2022 โรคระบาดร้ายแรงมากขึ้นเรื่อยๆ และภัยพิบัติต่างๆ เช่น แผ่นดินไหว การกันดารอาหาร และสงครามยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องเช่นกัน พระเจ้าทรงมีพระประสงค์อะไรเบื้องหลังภัยพิบัติเหล่านี้? เข้าร่วมการเทศนาออนไลน์แล้วจะบอกคำตอบให้แก่คุณ

แบ่งปัน

ยกเลิก

ติดต่อเราผ่าน Messenger