พระวจนะของพระเจ้าประจำวัน: การรู้จักพระเจ้า | บทตัดตอน 95
สิทธิอำนาจของพระผู้สร้างไม่ถูก จำกัดควบคุมโดยเวลา พื้นที่ หรือ ภูมิประเทศ และสิทธิอำนาจของพระผู้ สร้างนั้นเกินกว่าการคิดคำนวณ...
พวกเราต้อนรับผู้แสวงหาทุกคนที่ถวิลหาการทรงปรากฏของพระเจ้า!
พวกเจ้าควรจะมีการเรียนรู้บทเรียนต่างๆ ที่เกี่ยวกับความเป็นจริงให้มากขึ้น ไม่มีความจำเป็นสำหรับการพูดอันว่างเปล่าที่ฟังดูยิ่งใหญ่ที่ผู้คนชื่นชม เมื่อเป็นการพูดเรื่องความรู้นั้น ความรู้ของแต่ละคนนั้นสูงกว่าความรู้ที่มาก่อนหน้านั้น แต่พวกเขายังคงไม่มีเส้นทางในการปฏิบัติ มีกี่คนกันที่ได้เข้าใจหลักการของการปฏิบัติ? มีกี่คนที่ได้เรียนรู้บทเรียนที่แท้จริง? ผู้ใดสามารถสามัคคีธรรมเกี่ยวกับความเป็นจริงได้? การสามารถพูดถึงความรู้เกี่ยวกับพระวจนะของพระเจ้าไม่ได้หมายความว่าเจ้ามีภูมิรู้ที่แท้จริง มันแค่แสดงให้เห็นว่าเจ้าเกิดมาฉลาด ว่าเจ้ามีพรสวรรค์ หากเจ้าไม่สามารถชี้ชัดถึงเส้นทางแล้ว ผลลัพธ์ก็จะไม่มีค่าอันใดเลย และเจ้าจะเป็นขยะอันไร้ค่า! เจ้าไม่ได้กำลังเสแสร้งอยู่หรอกหรือหากเจ้าไม่สามารถพูดอะไรได้เลยเกี่ยวกับเส้นทางอันแท้จริงสู่การปฏิบัติ? เจ้าไม่ได้กำลังหลอกลวงอยู่หรอกหรือหากเจ้าไม่สามารถเสนอประสบการณ์ที่แท้จริงของเจ้าเองให้แก่ผู้อื่น ซึ่งเป็นการให้บทเรียนที่พวกเขาสามารถเรียนรู้จากมันได้หรือให้เส้นทางที่พวกเขาสามารถติดตามได้แก่พวกเขา? เจ้าไม่ใช่คนจอมปลอมหรอกหรือ? เจ้ามีคุณค่าใดหรือ? บุคคลเช่นนั้นทำได้แค่เพียงแสดงบทบาทของ "ผู้คิดค้นทฤษฎีสังคมนิยม" เท่านั้น ไม่ใช่ "ผู้มีส่วนร่วมในการนำมาซึ่งลัทธิสังคมนิยม" การอยู่โดยปราศจากความเป็นจริงคือการไม่มีความจริง การอยู่โดยปราศจากความเป็นจริงคือการเป็นคนไร้ประโยชน์ การอยู่โดยปราศจากความเป็นจริงคือการเป็นซากศพเดินได้ การอยู่โดยปราศจากความเป็นจริงคือการเป็น "นักคิดลัทธิมาร์กซ์-เลนิน" โดยไม่มีค่าอ้างอิง เราขอให้เจ้าแต่ละคนหยุดพูดเรื่องทฤษฎีและพูดถึงอะไรที่จริง อะไรที่แท้และมีแก่นสาร ศึกษา "ศิลปะสมัยใหม่" บ้าง พูดอะไรที่มีความเป็นจริง มีส่วนช่วยในอะไรที่แท้จริง และมีจิตวิญญาณแห่งการอุทิศตนบ้าง จงเผชิญหน้ากับความเป็นจริงเมื่อเจ้าพูด จงอย่าปล่อยใจกับการพูดที่ไม่มีความเป็นจริงและเกินจริงเพื่อทำให้ผู้คนรู้สึกสุขใจหรือลุกขึ้นหันมาสนใจเจ้า คุณค่าในการนั้นอยู่ที่ใด? การทำให้ผู้คนปฏิบัติต่อเจ้าอย่างอบอุ่นนั้นมีประโยชน์อันใด? จง "มีศิลปะ" ในวาทะของเจ้าสักหน่อย จงเป็นธรรมให้มากขึ้นอีกสักหน่อยในการประพฤติของเจ้า จงมีเหตุผลให้มากขึ้นอีกหน่อยในวิธีที่เจ้าจัดการสิ่งต่างๆ จงสัมพันธ์กับชีวิตจริงให้มากขึ้นอีกหน่อยในสิ่งที่เจ้าพูด จงคิดที่จะนำประโยชน์มาสู่พระนิเวศของพระเจ้าด้วยทุกการกระทำของเจ้า จงฟังจิตสำนึกของเจ้าเมื่อเจ้ากลายมามีอารมณ์ จงอย่าตอบแทนความใจดีมีเมตตาด้วยความเกลียดชังหรืออกตัญญูต่อความใจดีมีเมตตา และจงอย่าเป็นคนหน้าซื่อใจคด เพื่อไม่ให้เจ้ากลายเป็นตัวอย่างที่ไม่ดี เมื่อเจ้ากินและดื่มพระวจนะของพระเจ้า จงเชื่อมโยงพระวจนะเหล่านั้นเข้ากับความเป็นจริงอย่างใส่ใจให้มากขึ้น และเมื่อเจ้าสามัคคีธรรม จงพูดถึงสิ่งที่เกี่ยวกับความเป็นจริงให้มากขึ้น จงอย่าวางตัวว่าสูงส่งกว่าผู้อื่น การนี้จะไม่เป็นที่พึงพอพระทัยของพระเจ้า ในการมีปฏิสัมพันธ์ของเจ้ากับผู้อื่น จงยอมผ่อนปรนให้มากขึ้นอีกหน่อย โอนอ่อนให้มากขึ้นอีกหน่อย ใจดีและให้อภัยให้มากขึ้นอีกหน่อย และเรียนรู้จาก "จิตวิญญาณนายกรัฐมนตรี" เมื่อเจ้ามีความคิดที่ไม่ดี จงหัดตัดขาดจากเนื้อหนังให้มากขึ้น เมื่อเจ้าทำงาน จงพูดถึงเส้นทางต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับความเป็นจริงให้มากขึ้น และจงอย่าทำตัวสูงส่งมากเกินไป มิฉะนั้นสิ่งที่เจ้าพูดจะไม่อาจบรรลุถึงได้สำหรับผู้คน จงลดความสุขสำราญให้น้อยลง จงเพิ่มการมีส่วนร่วมให้มากขึ้น—จงแสดงจิตวิญญาณแห่งการอุทิศตนที่ไม่เห็นแก่ตัวของเจ้า จงคำนึงถึงเจตนารมณ์ของพระเจ้าให้มากขึ้น จงฟังจิตสำนึกของเจ้าให้มากขึ้น จงมีสติให้มากขึ้น และจงอย่าลืมว่าพระเจ้าตรัสกับพวกเจ้าอย่างอดทนและจริงจังจริงใจทุกวันอย่างไร จงอ่าน "กาลานุกรมเก่าแก่" ให้บ่อยขึ้น จงอธิษฐานให้มากขึ้นและสามัคคีธรรมให้บ่อยขึ้น จงหยุดสับสนเสียเหลือเกิน จงแสดงสำนึกรับรู้บ้างและจงรับความรู้ความเข้าใจเชิงลึกบ้าง เมื่อมือบาปของเจ้าเอื้อมออกไป จงดึงมันกลับ จงอย่าปล่อยให้มันเอื้อมออกไปให้ไกลนัก ไม่มีประโยชน์อันใด และสิ่งที่เจ้าได้จากพระเจ้าก็จะมีแต่คำสาปแช่ง ดังนั้นจงระมัดระวัง จงให้หัวใจของเจ้ามีความสงสารผู้อื่น และจงอย่าโจมตีด้วยอาวุธอยู่ในมือเสมอ จงสามัคคีธรรมเกี่ยวกับความรู้เรื่องความจริงให้มากขึ้นและพูดเกี่ยวกับชีวิตให้มากขึ้น โดยคงไว้ซึ่งจิตวิญญาณแห่งการช่วยเหลือผู้อื่น จงทำให้มากขึ้นและพูดให้น้อยลง จงนำไปสู่การปฏิบัติให้มากขึ้นและนำไปสู่การวิเคราะห์และวิจัยให้น้อยลง จงให้ตัวเจ้าเองได้รับการขับเคลื่อนโดยพระวิญญาณบริสุทธิ์ให้มากขึ้น และให้พระเจ้าได้ทรงมีโอกาสมากขึ้นในการทำให้เจ้ามีความเพียบพร้อม จงกำจัดทิ้งองค์ประกอบแบบมนุษย์ออกไปให้มากขึ้น เจ้ายังคงมีหนทางในการทำสิ่งต่างๆ แบบมนุษย์มากเกินไป และลักษณะในการทำสิ่งต่างๆ และพฤติกรรมแบบผิวเผินของเจ้าก็ยังคงเป็นที่น่ารังเกียจต่อผู้อื่น จงกำจัดทิ้งสิ่งเหล่านี้ออกไปให้มากขึ้น สภาพจิตใจของเจ้ายังคงน่ารังเกียจเกินไป จงใช้เวลาให้มากขึ้นในการแก้ไขมัน เจ้ายังคงให้สถานะแก่ผู้คนมากเกินไป จงถวายสถานะแด่พระเจ้าให้มากขึ้น และจงอย่าไม่มีเหตุผลให้มากนัก "พระวิหาร" เป็นของพระเจ้าเสมอมา และไม่ควรถูกมนุษย์ยึดครอง สรุปสั้นๆ คือ จงมุ่งเน้นที่ความชอบธรรมให้มากขึ้นและมุ่งเน้นที่อารมณ์ให้น้อยลง เป็นการดีที่สุดที่จะกำจัดเนื้อหนังทิ้งไป จงพูดเรื่องความเป็นจริงให้มากขึ้นและเรื่องความรู้ให้น้อยลง สิ่งที่ดีที่สุดคือการหุบปากและไม่พูดสิ่งใดเลย จงพูดถึงเส้นทางแห่งการปฏิบัติให้มากขึ้น และทำการโอ้อวดอันไร้ค่าให้น้อยลง เป็นการดีที่สุดที่จะเริ่มปฏิบัติ ณ ตอนนี้
—พระวจนะฯ เล่ม 1 การทรงปรากฏและพระราชกิจของพระเจ้า, จงมุ่งเน้นความเป็นจริงให้มากขึ้น
ปี 2026 โรคระบาดร้ายแรงมากขึ้นเรื่อยๆ และภัยพิบัติต่างๆ เช่น แผ่นดินไหว การกันดารอาหาร และสงครามยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องเช่นกัน พระเจ้าทรงมีพระประสงค์อะไรเบื้องหลังภัยพิบัติเหล่านี้? เข้าร่วมการเทศนาออนไลน์แล้วจะบอกคำตอบให้แก่คุณ
สิทธิอำนาจของพระผู้สร้างไม่ถูก จำกัดควบคุมโดยเวลา พื้นที่ หรือ ภูมิประเทศ และสิทธิอำนาจของพระผู้ สร้างนั้นเกินกว่าการคิดคำนวณ...
ในระหว่างยุคสุดท้าย พระเจ้าได้เสด็จมาเพื่อที่จะตรัสพระวจนะของพระองค์เป็นหลัก พระองค์ตรัสจากมุมมองของพระวิญญาณ จากมุมมองของมนุษย์...
พระราชกิจทั้งหมดที่ได้ทรงกระทำมาตลอดแผนการบริหารจัดการหกพันปีได้มาปิดตัวลงในตอนนี้เท่านั้นเอง...
ไม่มีสิ่งมีชีวิตทรงสร้างและสิ่งมีชีวิตที่มิได้ทรงสร้างใดเลยที่สามารถแทนที่พระอัตลักษณ์ของพระผู้สร้างได้...