พระวจนะของพระเจ้าประจำวัน: การรู้จักพระเจ้า | บทตัดตอน 141

วันที่ 10 เดือน 05 ปี 2024

พระเจ้าได้ทรงสร้างมนุษย์และได้ทรงนำชีวิตของมวลมนุษย์นับแต่นั้นเรื่อยมา ไม่ว่าจะเป็นการประทานพระพรแก่มวลมนุษย์ การทรงสร้างธรรมบัญญัติและพระบัญญัติทั้งหลายให้แก่มนุษย์ หรือการวางกฎเกณฑ์ต่างๆ สำหรับชีวิต พวกเจ้ารู้หรือไม่ว่าจุดมุ่งหมายตามเจตนารมณ์ของพระเจ้าในการทรงทำสิ่งเหล่านี้คือสิ่งใด? ก่อนอื่น เจ้าสามารถพูดด้วยความแน่ใจได้หรือไม่ว่า ทั้งหมดที่พระเจ้าทรงทำนั้นเป็นไปเพื่อช่วยมวลมนุษย์? นี่อาจดูเหมือนเป็นคำพูดที่อลังการและไร้ค่าไม่จริงใจสำหรับพวกเจ้า แต่เมื่อตรวจดูรายละเอียดภายในแล้ว ทุกสิ่งทุกอย่างที่พระเจ้าทรงทำนั้นมีเจตนารมณ์ที่จะนำทางและนำมนุษย์ไปสู่การดำรงชีวิตแบบปกติมิใช่หรือ? ไม่ว่าจะเป็นการทำให้มนุษย์ยึดปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ทั้งหลายของพระองค์หรือรักษาธรรมบัญญัติทั้งหลายของพระองค์ จุดมุ่งหมายของพระเจ้าก็คือเพื่อไม่ให้มนุษย์ตกไปสู่การเคารพบูชาซาตานและไม่ให้ถูกซาตานทำอันตราย นี่คือพื้นฐานสำคัญที่สุด และนี่คือสิ่งที่ได้ทรงทำในตอนแรกเริ่มสุด ในตอนแรกเริ่มสุด เมื่อมนุษย์ยังไม่เข้าใจน้ำพระทัยของพระเจ้านั้น พระเจ้าได้ทรงสร้างธรรมบัญญัติและกฎเกณฑ์บางอย่างที่เรียบง่ายและได้สร้างกฎข้อบังคับที่ครอบคลุมทุกเรื่องที่พอจะนึกได้ กฎข้อบังคับเหล่านี้เรียบง่าย ทว่าภายในกฎข้อบังคับเหล่านี้ก็บรรจุน้ำพระทัยของพระเจ้าเอาไว้ พระเจ้าทรงทะนุถนอมความล้ำค่า อุ้มชู และรักมวลมนุษย์อย่างสุดซึ้ง นั่นไม่เป็นเช่นนั้นหรอกหรือ? (เป็นเช่นนั้น) ดังนั้น พวกเราสามารถพูดได้หรือไม่ว่าพระทัยของพระองค์นั้นบริสุทธิ์? พวกเราสามารถพูดได้หรือไม่ว่าพระทัยของพระองค์นั้นสะอาด? (ได้) พระเจ้าทรงมีสิ่งจูงใจเพิ่มเติมใดๆ หรือไม่? (ไม่มี) ดังนั้น จุดมุ่งหมายนี้ของพระองค์ถูกต้องและเป็นบวกใช่หรือไม่? (ใช่) ในครรลองแห่งพระราชกิจของพระเจ้า กฎข้อบังคับทั้งหมดที่พระองค์ทรงสร้างขึ้นนั้นมีผลเชิงบวกต่อมนุษย์ นำทางให้แก่มนุษย์ ดังนั้นแล้ว ในพระทัยของพระเจ้ามีพระดำริที่เห็นแก่ประโยชน์ของพระองค์เองบ้างหรือไม่? พระเจ้าทรงมีจุดมุ่งหมายอันใดเพิ่มเติมเกี่ยวกับมนุษย์บ้างหรือไม่? พระเจ้าทรงต้องประสงค์ที่จะใช้ประโยชน์จากมนุษย์ในหนทางใดบ้างหรือไม่? (ไม่มี) ไม่แม้แต่นิดเดียว พระเจ้าทรงทำดังเช่นที่พระองค์ตรัส และพระวจนะและการกระทำของพระองค์สอดคล้องกันกับพระดำริในพระทัยของพระองค์ ไม่มีจุดประสงค์ที่ด่างพร้อย ไม่มีพระดำริที่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนพระองค์ ไม่มีสิ่งใดเลยที่พระองค์ทรงทำที่เป็นไปเพื่อพระองค์เอง ทั้งหมดที่พระองค์ทรงทำนั้น พระองค์ทรงทำเพื่อมนุษย์ โดยไม่มีวัตถุประสงค์ส่วนพระองค์ใดๆ ถึงแม้ว่าพระองค์ทรงมีแผนและเจตนารมณ์ทั้งหลาย ซึ่งพระองค์ทรงวางให้กับมนุษย์ แต่ไม่มีส่วนใดในนั้นเลยที่เป็นไปเพื่อพระองค์เอง ทุกสิ่งทุกอย่างที่พระองค์ทรงทำล้วนทำไปเพื่อมวลมนุษย์ เพื่อปกป้องมวลมนุษย์ เพื่อป้องกันมวลมนุษย์จากการถูกชักนำให้หลงผิด ดังนั้น พระทัยของพระองค์นี้ไม่ล้ำค่าหรอกหรือ? เจ้าสามารถมองเห็นแม้กระทั่งเครื่องบ่งชี้ขนาดเล็กจิ๋วที่สุดของหัวใจซึ่งล้ำค่าเช่นนั้นในตัวซาตานได้หรือไม่? เจ้าไม่สามารถมองเห็นเค้าเงื่อนเกี่ยวกับการนี้ในตัวซาตานแม้แต่น้อย ทุกสิ่งทุกอย่างที่พระเจ้าทรงทำถูกเปิดเผยอย่างเป็นธรรมชาติ บัดนี้ พวกเรามาดูวิธีที่พระเจ้าทรงพระราชกิจกันเถิด พระองค์ทรงพระราชกิจของพระองค์อย่างไร? พระเจ้าทรงเอาธรรมบัญญัติเหล่านี้และพระวจนะของพระองค์มามัดรอบศีรษะของทุกบุคคลอย่างแน่นหนาเหมือนคาถารัดเกล้า อันเป็นการบังคับใช้สิ่งเหล่านั้นกับมนุษย์ทุกคนหรือไม่? พระองค์ทรงพระราชกิจในหนทางนี้หรือไม่? (ไม่ใช่) ดังนั้นพระเจ้าทรงพระราชกิจของพระองค์ในหนทางใด? (พระองค์ทรงนำพวกเรา พระองค์ทรงแนะนำและทรงหนุนใจพวกเรา) พระองค์ทรงข่มขู่หรือไม่? พระองค์ทรงอ้อมค้อมเวลาตรัสกับพวกเจ้าหรือไม่? (ไม่) เมื่อเจ้าไม่เข้าใจความจริง พระเจ้าทรงนำเจ้าอย่างไร? (พระองค์ทรงฉายความสว่าง) พระองค์ทรงฉายความสว่างบนตัวเจ้า โดยตรัสบอกเจ้าอย่างชัดเจนว่านี่ไม่สอดคล้องกับความจริง และแล้วพระองค์ก็ตรัสบอกเจ้าว่าเจ้าควรทำสิ่งใด จากหนทางที่พระเจ้าทรงใช้ทำพระราชกิจนี้ เจ้ารู้สึกว่าเจ้ามีสัมพันธภาพประเภทใดกับพระเจ้า? เจ้ารู้สึกว่าพระเจ้าทรงอยู่เหนือการจับความเข้าใจของเจ้าหรือไม่? (ไม่) ดังนั้น เจ้ารู้สึกอย่างไรเมื่อเจ้ามองเห็นหนทางเหล่านี้ที่พระเจ้าทรงใช้ทำพระราชกิจ? พระเจ้าทรงอยู่ใกล้ชิดกับเจ้าเป็นพิเศษ ไม่มีระยะห่างระหว่างเจ้ากับพระเจ้า เมื่อพระเจ้าทรงนำเจ้า เมื่อพระองค์ทรงจัดเตรียมให้เจ้า ทรงช่วยเจ้าและทรงสนับสนุนเจ้า เจ้ารู้สึกได้ว่าพระเจ้าทรงเป็นกันเองเพียงใด รู้สึกถึงความเคารพที่มีพระองค์เป็นแรงบันดาลใจ เจ้ารู้สึกได้ว่าพระองค์ทรงน่ารักน่าชื่นชมเพียงใด เจ้ารู้สึกถึงความอบอุ่นของพระองค์ แต่เมื่อพระเจ้าทรงตำหนิเจ้าเรื่องความเสื่อมทราม หรือเมื่อพระองค์ทรงพิพากษาและบ่มวินัยเจ้าในเรื่องที่กบฏต่อพระองค์ พระองค์ทรงใช้วิธีการใด? พระองค์ทรงตำหนิเจ้าด้วยพระวจนะหรือไม่? พระองค์ทรงบ่มวินัยเจ้าโดยผ่านทางสภาพแวดล้อมของเจ้าและโดยผ่านทางผู้คน กิจธุระ และสิ่งทั้งหลายหรือไม่? (ใช่) พระเจ้าทรงบ่มวินัยเจ้าถึงขอบเขตใด? พระเจ้าทรงบ่มวินัยมนุษย์ถึงระดับเดียวกันกับที่ซาตานทำอันตรายมนุษย์หรือไม่? (ไม่ พระเจ้าทรงบ่มวินัยมนุษย์เพียงถึงขอบเขตที่มนุษย์สามารถสู้ทนได้) พระเจ้าทรงพระราชกิจในหนทางที่สุภาพ ละเอียดอ่อน น่ารักน่าชื่นชม และใส่พระทัยในหนทางที่ถูกต้องเหมาะสมและผ่านการไตร่ตรองมาอย่างรอบคอบเหนือธรรมดา หนทางของพระองค์ไม่ยั่วยุปฏิกิริยาทางอารมณ์ที่เข้มข้นในตัวเจ้า เช่น "พระเจ้าต้องทรงยอมให้ข้าพระองค์ทำการนี้" หรือ "พระเจ้าต้องทรงยอมให้ข้าพระองค์ทำการนั้น" พระเจ้าไม่เคยทรงมอบความตึงเครียดทางจิตใจหรือทางอารมณ์ประเภทที่ทำให้สิ่งทั้งหลายเกินจะแบกรับได้แก่เจ้า เป็นเช่นนั้นมิใช่หรือ? แม้กระทั่งเมื่อเจ้ายอมรับพระวจนะแห่งการพิพากษาและการตีสอนของพระเจ้า จากนั้น เจ้ารู้สึกอย่างไร? เมื่อเจ้าสำนึกรับรู้ถึงสิทธิอำนาจและฤทธานุภาพของพระเจ้า และแล้ว เจ้ารู้สึกอย่างไร? เจ้ารู้สึกว่าพระเจ้าทรงศักดิ์สิทธิ์และไม่อาจฝ่าฝืนได้หรือไม่? (รู้สึก) เจ้ารู้สึกถึงระยะห่างระหว่างตัวเจ้าเองกับพระเจ้าในเวลาเหล่านี้หรือไม่? เจ้ารู้สึกถึงความยำเกรงพระเจ้าหรือไม่? ไม่—แทนที่จะเป็นเช่นนั้น เจ้ารู้สึกเคารพอย่างยำเกรงต่อพระเจ้าต่างหาก ไม่ใช่เพราะพระราชกิจของพระเจ้าหรอกหรือที่ผู้คนรู้สึกถึงสิ่งทั้งหมดนี้? พวกเขาจะมีความรู้สึกเหล่านี้หรือไม่หากว่าซาตานเป็นผู้ทำงานนี้? (ไม่) พระเจ้าทรงใช้พระวจนะของพระองค์ ความจริงของพระองค์ และพระชนม์ชีพของพระองค์เพื่อจัดเตรียมให้มนุษย์ เพื่อสนับสนุนมนุษย์อย่างต่อเนื่อง เมื่อมนุษย์อ่อนแอ เมื่อมนุษย์กำลังรู้สึกท้อแท้ แน่นอนว่าพระเจ้าไม่ตรัสอย่างเกรี้ยวกราด โดยการตรัสว่า "ห้ามรู้สึกท้อแท้ มีสิ่งใดให้ต้องท้อแท้หรือ? เหตุใดเจ้าจึงอ่อนแอ? มีเหตุผลใดให้ต้องอ่อนแอหรือ? เจ้าอ่อนแอยิ่งนัก และเจ้าคิดลบยิ่งนักตลอดเวลา! มีประโยชน์อันใดในการที่เจ้ามีชีวิตอยู่เล่า? จงตายไปเสียและให้มันจบไปเสียที!" พระเจ้าทรงพระราชกิจในหนทางนี้หรือไม่? (ไม่) พระเจ้าทรงมีสิทธิอำนาจที่จะกระทำการในหนทางนี้หรือไม่? (ทรงมี) กระนั้นพระเจ้าก็ไม่ทรงกระทำการในหนทางนี้ เหตุผลที่พระเจ้าไม่ทรงกระทำการในหนทางนี้ก็เป็นเพราะแก่นแท้ของพระองค์ แก่นแท้แห่งความบริสุทธิ์ของพระเจ้า ความรักที่พระองค์ทรงมีต่อมนุษย์ การมองมนุษย์ว่าล้ำค่าและการทะนุถนอมมนุษย์ของพระองค์ไม่สามารถแสดงออกได้อย่างชัดเจนด้วยประโยคเพียงแค่หนึ่งหรือสองประโยค นั่นไม่ใช่บางสิ่งบางอย่างที่เกิดขึ้นจากการอวดตัวของมนุษย์ แต่เป็นบางสิ่งบางอย่างที่พระเจ้าทรงนำออกมาจากการปฏิบัติจริง นั่นเป็นการเปิดเผยถึงแก่นแท้ของพระเจ้า หนทางทั้งหมดเหล่านี้ที่พระเจ้าทรงใช้ทำพระราชกิจสามารถทำให้มนุษย์มองเห็นความบริสุทธิ์ของพระเจ้าได้หรือไม่? ในหนทางทั้งหมดเหล่านี้ที่พระเจ้าทรงใช้ทำพระราชกิจ รวมทั้งเจตนารมณ์ที่ดีของพระเจ้า รวมทั้งผลที่พระเจ้าทรงปรารถนาให้เกิดกับมนุษย์ รวมถึงหนทางแตกต่างกันที่พระเจ้าทรงนำมาใช้เพื่อทรงพระราชกิจกับมนุษย์ พระราชกิจประเภทที่พระองค์ทรงทำ สิ่งที่พระองค์ทรงต้องประสงค์ให้มนุษย์เข้าใจ—เจ้าได้เห็นความชั่วหรือความหลอกลวงใดๆ ในเจตนารมณ์อันดีของพระเจ้าบ้างหรือไม่? (ไม่เห็น) ดังนั้นในทุกสิ่งทุกอย่างที่พระเจ้าทรงทำ ทุกสิ่งทุกอย่างที่พระเจ้าตรัส ทุกสิ่งทุกอย่างที่พระองค์ดำริในพระทัยของพระองค์ ตลอดจนแก่นแท้ของพระเจ้าที่พระองค์ทรงเปิดเผยนั้น—พวกเราสามารถเรียกพระเจ้าว่าบริสุทธิ์ได้หรือไม่? (ได้) มีมนุษย์คนใดเคยได้เห็นความบริสุทธิ์นี้ในโลกหรือภายในตัวเขาเองหรือไม่? นอกเหนือจากพระเจ้าแล้ว เจ้าเคยได้เห็นสิ่งนี้ในตัวมนุษย์คนใดหรือในซาตานหรือไม่? (ไม่เคย) ตามที่พวกเราหารือกันมาจนถึงตอนนี้ พวกเราสามารถเรียกพระเจ้าผู้ทรงเอกลักษณ์ว่า พระเจ้าพระองค์เองผู้ทรงบริสุทธิ์ได้หรือไม่? (ได้) ทั้งหมดที่พระเจ้าทรงมอบแก่มนุษย์ รวมทั้งพระวจนะของพระเจ้า หนทางแตกต่างกันที่พระเจ้าทรงใช้ทำพระราชกิจกับมนุษย์ สิ่งที่พระเจ้าตรัสบอกมนุษย์ สิ่งที่พระเจ้าทรงเตือนความจำแก่มนุษย์ สิ่งที่พระองค์ทรงแนะนำและหนุนใจ—ทั้งหมดล้วนมีต้นกำเนิดมาจากแก่นแท้หนึ่งเดียว นั่นก็คือ ความบริสุทธิ์ของพระเจ้า หากไม่มีพระเจ้าผู้ทรงบริสุทธิ์เช่นนั้น ก็ย่อมไม่มีมนุษย์คนใดสามารถแทนที่พระองค์เพื่อทำพระราชกิจที่พระองค์ทรงทำ หากพระเจ้าได้ทรงส่งมอบมนุษย์เหล่านี้ให้แก่ซาตานจนหมด พวกเจ้าเคยพิจารณากันหรือไม่ว่าพวกเจ้าทั้งหมดจะอยู่ในสภาพเงื่อนไขประเภทใดในวันนี้? พวกเจ้าทั้งหมดจะยังนั่งอยู่ในที่นี้อย่างพร้อมมูลและไม่ถูกล่วงล้ำทำลายกระนั้นหรือ? เจ้าจะกล่าวด้วยว่า "จากไปๆ มาๆ บนแผ่นดินโลก และจากเดินไปเรื่อยๆ บนนั้น" หรือไม่? เจ้าจะเป็นคนหน้าทนเหลือเกิน มั่นใจเกินเหตุและถือดีเหลือเกินจนกล้ากล่าวคำพูดเช่นนั้นและอวดตัวโดยไม่ละอายเฉพาะพระพักตร์พระเจ้าหรือไม่? (ใช่) เจ้าจะเป็นเช่นนั้นอย่างแน่นอน โดยไม่มีข้อสงสัยเลย! ท่าทีที่ซาตานมีต่อมนุษย์เปิดโอกาสให้มนุษย์มองเห็นว่าธรรมชาติและแก่นแท้ของซาตานนั้นแตกต่างไปจากธรรมชาติและแก่นแท้ของพระเจ้าโดยสิ้นเชิง มีสิ่งใดเกี่ยวกับแก่นแท้ของซาตานที่ตรงกันข้ามกับความบริสุทธิ์ของพระเจ้าหรือ? (ความชั่วของซาตาน) ธรรมชาติอันชั่วของซาตานเป็นสิ่งตรงกันข้ามกับความบริสุทธิ์ของพระเจ้า เหตุผลที่ผู้คนส่วนใหญ่ไม่ระลึกรู้วิวรณ์แห่งความบริสุทธิ์ของพระเจ้านี้และแก่นแท้แห่งความบริสุทธิ์ของพระเจ้านี้ ก็เพราะพวกเขาใช้ชีวิตอยู่ภายใต้แดนครอบครองของซาตาน ภายในความเสื่อมทรามของซาตานและภายในวงล้อมแห่งชีวิตของซาตาน พวกเขาไม่รู้ว่าความบริสุทธิ์คือสิ่งใด หรือจะนิยามความบริสุทธิ์ว่าอย่างไร ถึงแม้เมื่อเจ้าล่วงรู้ความบริสุทธิ์ของพระเจ้า เจ้าก็ยังคงไม่สามารถนิยามสิ่งนั้นได้อย่างมั่นใจว่าเป็นความบริสุทธิ์ของพระเจ้า นี่คือความแตกต่างที่สังเกตเห็นได้ภายในความรู้ของมนุษย์เกี่ยวกับความบริสุทธิ์ของพระเจ้า

—พระวจนะฯ เล่ม 2 ว่าด้วยการรู้จักพระเจ้า, พระเจ้าพระองค์เอง พระผู้ทรงเอกลักษณ์ 4

ดูเพิ่ม

ปี 2022 โรคระบาดร้ายแรงมากขึ้นเรื่อยๆ และภัยพิบัติต่างๆ เช่น แผ่นดินไหว การกันดารอาหาร และสงครามยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องเช่นกัน พระเจ้าทรงมีพระประสงค์อะไรเบื้องหลังภัยพิบัติเหล่านี้? เข้าร่วมการเทศนาออนไลน์แล้วจะบอกคำตอบให้แก่คุณ

Leave a Reply

แบ่งปัน

ยกเลิก

ติดต่อเราผ่าน Messenger