พระวจนะของพระเจ้าประจำวัน | “พระเจ้าพระองค์เอง พระผู้ทรงเอกลักษณ์ 1” | บทตัดตอน 86

วันที่ 27 เดือน 07 ปี 2021

ในวันที่สี่ ฤดูกาล วัน และปีของมวลมนุษย์เริ่มมีขึ้นเมื่อพระเจ้าทรงนำสิทธิอำนาจของพระองค์มาใช้อีกครั้งหนึ่ง

พระผู้สร้างได้ทรงใช้พระวจนะของพระองค์เพื่อทำแผนการของพระองค์ให้สำเร็จลุล่วง และในหนทางนี้ พระองค์ได้ทรงผ่านสามวันแรกแห่งแผนการของพระองค์แล้ว ในระหว่างสามวันนี้ ไม่เห็นว่าพระเจ้าจะทรงวุ่นกับพระราชกิจ หรือทรงพระราชกิจจนเหนื่อยล้า ในทางตรงกันข้าม พระองค์ได้ทรงผ่านสามวันแรกอันน่าอัศจรรย์ของแผนการของพระองค์ และได้สัมฤทธิ์หน้าที่การงานอันยิ่งใหญ่แห่งการแปลงสภาพครั้งใหญ่ของโลก โลกใบใหม่เอี่ยมอ่องได้ปรากฏขึ้นเฉพาะเบื้องพระเนตรของพระองค์ และในที่สุด ภาพอันสวยงามที่เคยถูกปิดผนึกไว้ภายในพระดำริของพระองค์ก็ได้รับการเปิดเผยออกมาในพระวจนะของพระเจ้าทีละภาพ การปรากฏของสิ่งใหม่แต่ละสิ่งนั้นเป็นเสมือนการกำเนิดของทารกแรกเกิด และพระผู้สร้างได้ทรงมีความยินดีในภาพที่ครั้งหนึ่งเคยอยู่ในพระดำริของพระองค์ แต่เป็นภาพที่บัดนี้ได้รับการทำให้มีชีวิตชีวาขึ้นมาแล้ว ณ เวลานี้ พระหทัยของพระองค์ได้รับเศษเสี้ยวหนึ่งของความพึงพอพระทัย แต่แผนการของพระองค์เพิ่งได้เริ่มต้นขึ้นเท่านั้น ในชั่วพริบตา วันใหม่ก็ได้มาถึง—และหน้าถัดไปในแผนการของพระผู้สร้างเป็นเช่นไรหรือ? พระองค์ได้ตรัสสิ่งใดไว้? พระองค์ได้ทรงนำสิทธิอำนาจของพระองค์มาใช้อย่างไร? ในขณะเดียวกัน สิ่งใหม่อันใดบ้างที่ได้มาสู่โลกใหม่ใบนี้? เมื่อติดตามการทรงนำของพระผู้สร้าง สายตาอันจับจ้องของพวกเราก็ได้ตกไปอยู่ที่วันที่สี่แห่งการทรงสร้างทุกสรรพสิ่งของพระผู้สร้าง วันซึ่งยังคงเป็นอีกหนึ่งการเริ่มต้นใหม่ แน่นอนว่าสำหรับพระผู้สร้างนั้น นั่นคือวันอันน่าอัศจรรย์อีกวันหนึ่งอย่างไม่ต้องกังขา และนั่นคืออีกวันหนึ่งที่มีความสำคัญอย่างถึงที่สุดสำหรับมวลมนุษย์ในปัจจุบันนี้ แน่นอนว่า นั่นคือวันที่มีคุณค่าอันมิอาจประเมินได้ มันน่าอัศจรรย์อย่างไร มันสำคัญถึงเพียงนั้นอย่างไร และมันมีค่าอันมิอาจประเมินได้อย่างไรหรือ? พวกเรามาฟังพระวจนะที่พระผู้สร้างได้ตรัสไว้กันก่อนเถิด…

"พระเจ้าตรัสว่า 'จงมีดวงสว่างต่างๆ ของภาคพื้นฟ้า เพื่อแยกวันออกจากคืน ให้เป็นหมายกำหนดฤดู วัน ปี และให้เป็นดวงสว่างต่างๆ บนภาคพื้นฟ้า เพื่อส่องสว่างเหนือแผ่นดิน' ก็เป็นดังนั้น" (ปฐมกาล 1:14-15) นี่คือการที่พระเจ้าทรงนำสิทธิอำนาจมาใช้อีกครั้งหนึ่งซึ่งได้ถูกแสดงออกไปให้เห็นโดยสิ่งทรงสร้างทั้งหลายภายหลังจากที่พระองค์ได้ทรงสร้างแผ่นดินแห้งและต้นไม้ทั้งหลายบนแผ่นดิน สำหรับพระเจ้าแล้ว ปฏิบัติการเช่นนั้นเป็นเรื่องง่ายพอๆ กับสิ่งที่พระองค์ได้ทรงทำไปเรียบร้อยแล้ว เพราะพระเจ้าทรงมีฤทธานุภาพเช่นนั้น พระเจ้าทรงดีงามเช่นเดียวกับพระวจนะของพระองค์ และพระวจนะของพระองค์จะได้รับการทำให้สำเร็จลุล่วง พระเจ้าได้ทรงสั่งให้ดวงสว่างปรากฏขึ้นบนพื้นฟ้า และดวงสว่างเหล่านี้ไม่ได้เพียงส่องสว่างในท้องฟ้าและบนแผ่นดินโลกเท่านั้น แต่ยังได้ทำหน้าที่เป็นหมายสำคัญสำหรับกลางวันและกลางคืน ฤดู วัน และปีอีกด้วย ในหนทางนี้เอง ขณะที่พระองค์ตรัสพระวจนะของพระองค์ ทุกกิจการที่พระเจ้าได้ทรงปรารถนาให้สัมฤทธิ์ผลจึงได้ลุล่วงไปตามความหมายของพระเจ้าและในลักษณะที่พระเจ้าได้ทรงกำหนดตั้งไว้

ดวงสว่างบนพื้นฟ้าคือวัตถุในท้องฟ้าที่สามารถแผ่รังสีความสว่างได้ ดวงสว่างเหล่านั้นให้ความกระจ่างแก่ท้องฟ้าและแผ่นดินและทะเล พวกมันวิวัฒน์ไปตามจังหวะและความถี่ที่พระเจ้าทรงบัญชา และให้ความสว่างแก่ช่วงเวลาที่แตกต่างกันบนแผ่นดิน และในหนทางนี้เอง วัฏจักรที่วิวัฒน์ไปของดวงสว่างทั้งหลายจึงเป็นเหตุที่ก่อให้เกิดกลางวันและกลางคืนขึ้นในทิศตะวันออกและทิศตะวันตกของแผ่นดิน และดวงสว่างเหล่านั้นมิใช่เป็นเพียงหมายสำคัญของกลางวันและกลางคืนเท่านั้น แต่พวกมันยังเป็นเครื่องหมายของการเฉลิมฉลองและวันพิเศษนานาสารพันของมวลมนุษย์ด้วยเช่นกันโดยผ่านทางวัฏจักรที่แตกต่างกันเหล่านี้ พวกมันเป็นเครื่องประกอบและเครื่องเคียงที่เพียบพร้อมให้แก่สี่ฤดูกาล—คือฤดูใบไม้ผลิ ฤดูร้อน ฤดูใบไม้ร่วง และฤดูหนาว—ที่พระเจ้าทรงกำหนดให้มีขึ้น โดยทำหน้าที่อย่างกลมกลืนกันกับดวงสว่างทั้งหลายในฐานะเครื่องหมายซึ่งปกติประจำและถูกต้องแม่นยำสำหรับระยะเวลา วัน และปีทางจันทรคติแก่มวลมนุษย์พร้อมไปกับสิ่งเหล่านั้น ถึงแม้ว่ามีเพียงหลังจากที่ได้เกิดการทำไร่ไถนาขึ้นแล้วเท่านั้น มวลมนุษย์จึงได้เริ่มเข้าใจและเผชิญกับการแบ่งระยะเวลา วัน และปีตามจันทรคติที่เกิดขึ้นโดยดวงสว่างทั้งหลายที่พระเจ้าได้ทรงสร้างขึ้น แต่ในความเป็นจริงแล้ว ระยะเวลา วัน และปีตามจันทรคติที่มนุษย์เข้าใจในปัจจุบันนี้ได้เริ่มก่อเกิดขึ้นเมื่อนานมาแล้วในวันที่สี่แห่งการทรงสร้างทุกสรรพสิ่งของพระเจ้า และดังนั้น วัฏจักรที่หมุนเวียนเปลี่ยนไปของฤดูใบไม้ผลิ ฤดูร้อน ฤดูใบไม้ร่วง และฤดูหนาวที่มนุษย์ได้รับประสบการณ์นั้น ก็ได้เริ่มต้นขึ้นเมื่อนานมาแล้วในวันที่สี่แห่งการทรงสร้างทุกสรรพสิ่งของพระเจ้าเช่นเดียวกัน ดวงสว่างทั้งหลายที่พระเจ้าได้ทรงสร้างขึ้นนั้นทำให้มนุษย์สามารถแยกความแตกต่างระหว่างกลางคืนและกลางวัน และนับวันเวลาได้อย่างสม่ำเสมอ อย่างถูกต้องแม่นยำ และอย่างชัดเจน และติดตามรับรู้ระยะเวลาและปีทางจันทรคติได้อย่างชัดเจน (วันที่มีดวงจันทร์เต็มดวงคือวันที่ครบหนึ่งเดือนบริบูรณ์ และจากการนี้มนุษย์ได้รู้ว่า ความกระจ่างของดวงสว่างเริ่มต้นวัฏจักรใหม่ วันที่มีดวงจันทร์ครึ่งดวงคือวันครบครึ่งเดือนบริบูรณ์ ซึ่งบอกกับมนุษย์ว่าระยะเวลาทางจันทรคติรอบใหม่ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว ซึ่งจากระยะเวลานี้ทำให้สามารถอนุมานได้ว่า ในระยะเวลาทางจันทรคติรอบหนึ่งนั้นมีกี่วันและกี่คืน มีระยะเวลาทางจันทรคติกี่รอบในหนึ่งฤดู และมีกี่ฤดูในหนึ่งปี และทั้งหมดนี้ได้รับการเปิดเผยออกมาด้วยความเป็นปกติสม่ำเสมออย่างมาก) ดังนั้น มนุษย์จึงได้สามารถติดตามรับรู้ระยะเวลา วัน และปีทางจันทรคติที่มีการโคจรของดวงสว่างเป็นตัวกำหนดเครื่องหมายได้อย่างง่ายดาย จากจุดนี้เป็นต้นมา มวลมนุษย์และทุกสรรพสิ่งจึงได้ดำรงชีวิตอยู่ท่ามกลางการสลับเปลี่ยนแทนที่กันอย่างเป็นระเบียบของกลางวันและกลางคืน และการหมุนเวียนของฤดูกาลที่เกิดจากการโคจรของดวงสว่างทั้งหลายโดยไม่รู้ตัว นี่คือนัยสำคัญของการทรงสร้างดวงสว่างในวันที่สี่ของพระผู้สร้าง ในทำนองเดียวกันนั้น จุดมุ่งหมายและนัยสำคัญของการกระทำนี้ของพระผู้สร้างยังคงมิอาจแยกกันได้จากสิทธิอำนาจและฤทธานุภาพของพระองค์ และดังนั้น ดวงสว่างทั้งหลายที่พระเจ้าได้ทรงสร้างขึ้นและคุณค่าที่พวกมันจะนำมาสู่มนุษย์ในอีกไม่ช้านั้น ก็คือไม้เด็ดอีกอย่างหนึ่งในการทรงนำสิทธิอำนาจมาใช้ของพระผู้สร้าง

ในโลกใหม่ใบนี้ ที่ซึ่งมวลมนุษย์ยังไม่ได้มีการปรากฏขึ้น พระผู้สร้างได้ทรงตระเตรียมเวลาเย็น เวลาเช้า ภาคพื้น แผ่นดินและทะเล หญ้า ธัญพืช และต้นไม้ชนิดต่างๆ และความสว่าง ฤดู วัน และปีสำหรับชีวิตใหม่ที่พระเจ้าจะทรงสร้างขึ้นในไม่ช้า สิทธิอำนาจและฤทธานุภาพของพระผู้สร้างได้ถูกแสดงออกในสิ่งใหม่ๆ ที่พระองค์ได้ทรงสร้างขึ้นแต่ละสิ่ง และพระวจนะของพระองค์และความสำเร็จลุล่วงเกิดขึ้นโดยพร้อมเพรียงกัน โดยไม่มีความคลาดเคลื่อนแม้แต่นิดเดียว และโดยไม่มีการเว้นช่วงแม้แต่นิดเดียว การปรากฏและการกำเนิดของสิ่งใหม่ๆ ทั้งหมดเหล่านี้เป็นข้อพิสูจน์ถึงสิทธิอำนาจและฤทธานุภาพของพระผู้สร้าง กล่าวคือ พระองค์ทรงดีงามเช่นเดียวกันกับพระวจนะของพระองค์ และพระวจนะของพระองค์จะสำเร็จลุล่วง และสิ่งที่พระองค์ทรงทำให้สำเร็จลุล่วงนั้นยืนยาวตลอดกาล ข้อเท็จจริงนี้ไม่เคยเปลี่ยนแปลง กล่าวคือ มันเป็นเช่นไรในอดีต มันก็เป็นเช่นนั้นในวันนี้ และมันจะเป็นเช่นนั้นไปจนตลอดชั่วกัลปาวสาน เมื่อเจ้ามองดูพระวจนะจากบทคัมภีร์เหล่านี้อีกครั้ง พวกเจ้ารู้สึกว่าพวกมันสดใหม่หรือไม่? พวกเจ้าได้เห็นเนื้อหาใหม่ และได้มีการค้นพบใหม่ๆ เกิดขึ้นบ้างหรือไม่? นั่นเป็นเพราะกิจการทั้งหลายของพระผู้สร้างได้เร้าหัวใจของพวกเจ้า และได้ชี้นำทิศทางความรู้ของพวกเจ้าเกี่ยวกับสิทธิอำนาจและฤทธานุภาพของพระองค์ และได้เปิดประตูให้แก่ความเข้าใจของพวกเจ้าเกี่ยวกับพระผู้สร้างแล้ว และกิจการทั้งหลายกับสิทธิอำนาจของพระองค์ก็ได้ประทานชีวิตให้กับพระวจนะเหล่านี้ ดังนั้น ในพระวจนะเหล่านี้ มนุษย์จึงได้มองเห็นการแสดงออกที่เป็นจริงและแจ่มแจ้งเกี่ยวกับสิทธิอำนาจของพระผู้สร้าง ได้เป็นพยานต่อมไหศวรรย์แห่งพระผู้สร้างอย่างแท้จริง และได้เห็นความเหนือธรรมดาของสิทธิอำนาจและฤทธานุภาพของพระผู้สร้าง

สิทธิอำนาจและฤทธานุภาพของพระผู้สร้างก่อให้เกิดปาฏิหาริย์ครั้งแล้วครั้งเล่า พระองค์ทรงดึงดูดความสนใจของมนุษย์ และช่วยไม่ได้ที่มนุษย์จะได้แต่จ้องตะลึงงันมองกิจการอันน่าตื่นตะลึงทั้งหลายที่เกิดจากการนำสิทธิอำนาจมาใช้ของพระองค์ ฤทธานุภาพอันเป็นปรากฏการณ์ของพระองค์นำมาซึ่งความปีติยินดีครั้งแล้วครั้งเล่า และมนุษย์ถูกทิ้งให้อยู่ในอาการละลานตาและชื่นบานเป็นล้นพ้น อ้าปากค้างด้วยความเลื่อมใส เกรงขามและชื่นชูใจ ยิ่งไปกว่านั้น มนุษย์ตื้นตันใจอย่างมองเห็นได้และก่อเกิดเป็นความเคารพ ความนับถือ และความผูกพันขึ้นในตัวเขา สิทธิอำนาจและกิจการทั้งหลายของพระผู้สร้างมีผลกระทบที่ใหญ่หลวงและมีผลด้านการชำระให้สะอาดต่อจิตวิญญาณของมนุษย์ และยิ่งไปกว่านั้น สิทธิอำนาจและกิจการเหล่านั้นทำให้จิตวิญญาณของมนุษย์อิ่มเต็ม ทุกๆ พระดำริของพระองค์ ทุกๆ ถ้อยดำรัสของพระองค์ และทุกๆ การเปิดเผยสิทธิอำนาจของพระองค์คือผลงานชิ้นเอกท่ามกลางทุกสรรพสิ่ง และเป็นหน้าที่การงานอันยิ่งใหญ่ที่ทรงคุณค่าที่สุดต่อการทำความเข้าใจและความรู้อันลึกซึ้งของมวลมนุษย์ที่ถูกสร้างขึ้น

ตัดตอนมาจาก พระวจนะทรงปรากฏเป็นมนุษย์

ดูเพิ่ม

ปี 2021 โรคระบาดร้ายแรงมากขึ้นเรื่อยๆ และภัยพิบัติต่างๆ เช่น แผ่นดินไหว การกันดารอาหาร และสงครามยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องเช่นกัน พระเจ้าทรงมีพระประสงค์อะไรเบื้องหลังภัยพิบัติเหล่านี้? เข้าร่วมการเทศนาออนไลน์แล้วจะบอกคำตอบให้แก่คุณ

แบ่งปัน

ยกเลิก