พระวจนะของพระเจ้าประจำวัน | “การตีความความล้ำลึกต่างๆ แห่งพระวจนะของพระเจ้าถึงทั้งจักรวาล: ว่าด้วยชีวิตของเปโตร” | บทตัดตอน 532

วันที่ 24 เดือน 09 ปี 2021

เปโตรติดตามพระเยซูอยู่หลายปีและได้เห็นหลายสิ่งหลายอย่างในตัวพระองค์ที่ไม่มีอยู่ในผู้อื่น หลังจากติดตามพระองค์ได้หนึ่งปี พระเยซูได้ทรงเลือกเปโตรจากเหล่าสาวก 12 คน (แน่นอนว่าพระเยซูไม่ได้ตรัสการนี้ออกมา และคนอื่นก็ไม่ได้ตระหนักรู้การนี้เลย) ในชีวิต เปโตรได้ใช้ทุกสิ่งทุกอย่างที่พระเยซูทรงกระทำมาประเมินวัดตนเอง ที่สำคัญที่สุดคือ สาระที่พระเยซูทรงเทศนานั้นได้สลักไว้ในหัวใจของเขา เขาได้ทุ่มเทอุทิศและจงรักภักดีต่อพระเยซูอย่างถึงที่สุด และเขาไม่เคยกล่าวเรื่องคับข้องใจที่ต่อต้านพระองค์เลย ผลก็คือ เขากลายเป็นเพื่อนร่วมทางผู้สัตย์ซื่อของพระเยซูในทุกหนแห่งที่พระองค์เสด็จไป เปโตรเฝ้าสังเกตคำสอนของพระเยซู พระวจนะอันอ่อนโยนของพระองค์ พระกระยาหารที่พระองค์เสวย ฉลองพระองค์ของพระองค์ ที่ประทับของพระองค์ และวิธีที่พระองค์ทรงเดินทาง เขาเอาอย่างพระเยซูในทุกด้าน เขาไม่เคยคิดว่าตนเองชอบธรรมเสมอ แต่ก็ปลดเปลื้องทุกสิ่งที่พ้นสมัยทิ้งไป ติดตามแบบอย่างของพระเยซูทั้งด้านคำพูดและความประพฤติ ห้วงเวลานั้นเองที่เปโตรรู้สึกว่าฟ้าสวรรค์และแผ่นดินโลกและสรรพสิ่งล้วนอยู่ในพระหัตถ์ขององค์ผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์ และรู้สึกว่าโดยเหตุผลนี้ เขาจึงไม่มีตัวเลือกของตนเอง เปโตรยังได้ซึมซับทั้งหมดที่พระเยซูทรงเป็นและใช้สิ่งนั้นเป็นแบบอย่างด้วยเช่นกัน พระชนม์ชีพของพระเยซูแสดงให้เห็นว่าพระองค์ไม่ได้ทรงคิดว่าสิ่งที่พระองค์ทรงกระทำนั้นชอบธรรมเสมอ แทนที่จะโอ้อวดพระองค์เอง พระองค์กลับทำให้ผู้คนตื้นตันใจด้วยความรัก หลากหลายสิ่งได้แสดงให้เห็นถึงสิ่งที่พระเยซูทรงเป็น และด้วยเหตุนี้เปโตรจึงได้เอาอย่างทุกสิ่งทุกอย่างที่เกี่ยวกับพระองค์ ประสบการณ์ของเปโตรทำให้เขามีสำนึกรับรู้เพิ่มขึ้นถึงความน่ารักน่าชื่นชมของพระเยซู และเขาได้กล่าวบางอย่างเช่น "ข้าพเจ้าได้เสาะหาองค์ผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์ไปทั่วจักรวาล และข้าพเจ้าได้เห็นการอัศจรรย์ทั้งหลายของฟ้าสวรรค์และแผ่นดินโลกและสรรพสิ่ง และดังนั้นข้าพเจ้าจึงได้รับสำนึกรับรู้อันลุ่มลึกถึงความน่ารักน่าชื่นชมขององค์ผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์ อย่างไรก็ตาม ข้าพเจ้าไม่เคยมีความรักอันจริงแท้ในหัวใจของข้าพเจ้าเองเลย และข้าพเจ้าไม่เคยเห็นความน่ารักน่าชื่นชมขององค์ผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์ด้วยตาของข้าพเจ้าเอง ทุกวันนี้ ในสายพระเนตรขององค์ผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์ ข้าพเจ้าได้รับการพิจารณาด้วยความโปรดปรานจากพระองค์ตลอดมา และในที่สุดข้าพเจ้าก็ได้รู้สึกถึงความน่ารักน่าชื่นชมของพระเจ้า ในที่สุดข้าพเจ้าก็ได้ค้นพบว่าไม่ใช่เพียงการที่พระเจ้าทรงสร้างสรรพสิ่งเท่านั้นที่ทำให้มนุษยชาติรักพระองค์ แต่ในชีวิตประจำวันของข้าพเจ้า ข้าพเจ้าได้พบความน่ารักน่าชื่นชมอันไร้ขอบเขตของพระองค์ เป็นไปได้อย่างไรที่สิ่งนั้นจะถูกจำกัดอยู่แต่ในสิ่งที่มองเห็นได้ในขณะนี้"? เมื่อเวลาผ่านไป หลายอย่างที่น่ารักน่าชื่นชมก็เกิดขึ้นภายในตัวเปโตรเช่นกัน เขาเชื่อฟังพระเยซูมากขึ้น และแน่นอนว่าเขาทนทุกข์กับความล้มเหลวไม่น้อยเช่นกัน เมื่อพระเยซูทรงพาเขาไปประกาศในที่ต่างๆ เปโตรถ่อมตนและฟังคำเทศนาของพระเยซูเสมอ เขาไม่เคยกลายเป็นโอหังเพียงเพราะเขาติดตามพระเยซูมาหลายปี หลังจากที่ได้รับการบอกเล่าจากพระเยซูว่าเหตุผลที่พระองค์ได้เสด็จมาก็เพื่อถูกตรึงกางเขน เพื่อที่พระองค์จะสามารถทำให้พระราชกิจของพระองค์แล้วเสร็จ เปโตรก็มักจะรู้สึกระทมใจและแอบร้องไห้ตามลำพัง อย่างไรก็ตาม วัน "ที่แสนเลวร้าย" ได้มาถึงในที่สุด หลังจากที่พระเยซูทรงถูกจับกุม เปโตรร้องไห้อยู่ตามลำพังในเรือหาปลาของเขา และกล่าวคำอธิษฐานมากมายเพื่อการนี้ ทว่าในหัวใจของเขา เขารู้ว่านี่คือน้ำพระทัยของพระเจ้าพระบิดา และรู้ว่าไม่มีใครสามารถเปลี่ยนแปลงการนี้ได้ เขายังคงระทมทุกข์และน้ำตาคลอหน่วยด้วยเหตุจากความรักของเขาเท่านั้น แน่นอนว่านี่คือความอ่อนแออย่างหนึ่งของมนุษย์ ดังนั้น เมื่อเขาได้เรียนรู้ว่าพระเยซูจะทรงถูกตอกตรึงกับกางเขน เขาก็ทูลถามพระเยซูว่า "หลังจากที่พระองค์ทรงจากไปแล้ว พระองค์จะทรงกลับมาอยู่ท่ามกลางพวกเราและดูแลพวกเราหรือไม่? พวกเราจะยังคงพบเจอพระองค์ได้ไหม"? แม้ถ้อยคำเหล่านี้จะฟังดูไร้เดียงสาอย่างมากและเต็มไปด้วยมโนคติที่หลงผิดอย่างมนุษย์ แต่พระเยซูก็ทรงทราบถึงความขมขื่นในความทุกข์ของเปโตร ดังนั้นด้วยความรักของพระองค์ พระองค์จึงเห็นพระทัยความอ่อนแอของเปโตรและตรัสว่า "เปโตรเอ๋ย เราได้รักท่านมาตลอด ท่านรู้หรือไม่? แม้ว่าไม่มีเหตุผลเบื้องหลังสิ่งที่ท่านพูด พระบิดาก็ได้ทรงสัญญาว่าหลังจากที่เราเป็นขึ้นมาจากความตาย เราจะปรากฏแก่ผู้คนเป็นเวลา 40 วัน ท่านไม่เชื่อหรือว่าวิญญาณของเราจะมอบพระคุณแก่พวกท่านทั้งหมดอยู่เนืองนิจ"? แม้เปโตรจะรู้สึกชูใจบ้างจากการนี้ แต่เขาก็ยังคงรู้สึกว่ามีสิ่งหนึ่งขาดหายไป และดังนั้น หลังจากที่ทรงฟื้นคืนพระชนม์ พระเยซูจึงทรงปรากฏแก่เขาอย่างเปิดเผยในครั้งแรก อย่างไรก็ตาม เพื่อป้องกันไม่ให้เปโตรยึดติดกับมโนคติที่หลงผิดของเขาต่อไป พระเยซูจึงทรงปฏิเสธอาหารมื้อใหญ่ที่เปโตรได้ตระเตรียมสำหรับพระองค์ และทรงหายวับไปในพริบตา นับจากชั่วขณะนั้นเป็นต้นมา ในที่สุดเปโตรก็มีความเข้าใจในองค์พระเยซูเจ้าลึกซึ้งขึ้นและรักพระองค์มากขึ้นไปอีก หลังจากการฟื้นคืนพระชนม์ของพระองค์ พระเยซูได้ทรงปรากฏแก่เปโตรบ่อยครั้ง พระองค์ทรงปรากฏแก่เปโตรอีกสามครั้งหลังจากสิ้น 40 วันและพระองค์ได้เสด็จขึ้นสู่สวรรค์ การทรงปรากฏแต่ละครั้งตรงกับเวลาที่พระราชกิจแห่งพระวิญญาณบริสุทธิ์ใกล้จะเสร็จสมบูรณ์และพระราชกิจใหม่กำลังจะเริ่มขึ้น

ตลอดชีวิตของเขา เปโตรหาปลาเพื่อเลี้ยงชีพ แต่ที่มากไปกว่านั้นคือเขามีชีวิตอยู่เพื่อเทศนา ในช่วงปลายชีวิตของเขา เขาเขียนจดหมายฝากของเปโตรฉบับที่หนึ่งและฉบับที่สอง รวมทั้งจดหมายอีกหลายฉบับถึงคริสตจักรแห่งฟิลาเดลเฟียในสมัยนั้น ผู้คนในช่วงเวลานี้ต่างซาบซึ้งใจในตัวเขาอย่างลุ่มลึก แทนที่จะสอนผู้คนโดยใช้วิทยฐานะของเขาเอง เขากลับมอบเสบียงชีวิตที่เหมาะสมแก่พวกเขา เขาไม่เคยลืมคำสอนของพระเยซูก่อนที่พระองค์จะทรงจากไป และได้รับแรงบันดาลใจจากคำสอนเหล่านั้นตลอดชั่วชีวิตของเขา ขณะติดตามพระเยซู เขาได้ตัดสินใจแน่วแน่ที่จะตอบแทนความรักขององค์พระผู้เป็นเจ้าด้วยความตายของเขาและติดตามแบบอย่างของพระองค์ในทุกสรรพสิ่ง พระเยซูทรงเห็นด้วยกับการนี้ ดังนั้นเมื่อเปโตรอายุได้ 53 ปี (นับเป็นเวลา 20 กว่าปีหลังจากที่พระเยซูเสด็จจากไป) พระเยซูได้ทรงปรากฏแก่เขาเพื่อช่วยให้ความมุ่งมาดปรารถนาของเขาลุล่วง ในช่วง 7 ปีหลังจากนั้น เปโตรได้ใช้ชีวิตเพื่อที่จะรู้จักตัวเขาเอง วันหนึ่งเมื่อสิ้นสุดช่วงเวลา 7 ปีนี้ เขาก็ถูกตรึงกางเขนแบบกลับหัว ด้วยเหตุนี้ชีวิตอันไม่ธรรมดาของเขาจึงสิ้นสุดลง

ตัดตอนมาจาก พระวจนะทรงปรากฏเป็นมนุษย์

ดูเพิ่ม

ปี 2021 โรคระบาดร้ายแรงมากขึ้นเรื่อยๆ และภัยพิบัติต่างๆ เช่น แผ่นดินไหว การกันดารอาหาร และสงครามยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องเช่นกัน พระเจ้าทรงมีพระประสงค์อะไรเบื้องหลังภัยพิบัติเหล่านี้? เข้าร่วมการเทศนาออนไลน์แล้วจะบอกคำตอบให้แก่คุณ

แบ่งปัน

ยกเลิก

ติดต่อเราผ่าน Messenger