พระวจนะของพระเจ้าประจำวัน: การเข้าสู่ชีวิต | บทตัดตอน 388

วันที่ 23 เดือน 08 ปี 2021

สิ่งที่เปโตรได้แสวงหาคือ การมารู้จักตัวเขาเองและมองเห็นว่าสิ่งใดที่ได้ถูกเปิดเผยในตัวเขา โดยผ่านทางกระบวนการถลุงของพระวจนะของพระเจ้า และภายในบททดสอบนานาสารพันซึ่งพระเจ้าได้ทรงจัดเตรียมสำหรับเขา เมื่อเขาได้มาเข้าใจตัวเขาเองอย่างแท้จริง เปโตรจึงได้ตระหนักว่า เหล่ามนุษย์นั้นเสื่อมทรามอย่างดิ่งลึกเพียงใด พวกเขาช่างไร้ค่าและไม่ควรค่าที่จะรับใช้พระเจ้าเพียงใด และว่าพวกเขาไม่สมควรที่จะดำรงชีวิตเฉพาะพระพักตร์พระองค์ จากนั้นเปโตรจึงทรุดลงหมอบราบเฉพาะพระพักตร์พระเจ้า ในท้ายที่สุดแล้ว เขาก็คิดว่า "การรู้จักพระเจ้าคือสิ่งที่ล้ำค่าที่สุด! หากฉันตายไปก่อนที่จะรู้จักพระองค์ นั่นคงจะเป็นความน่าเวทนาเสียจริง ฉันรู้สึกว่าการรู้จักพระเจ้าคือสิ่งที่สำคัญที่สุดและมีความหมายที่สุดเท่าที่มีอยู่ หากมนุษย์ไม่รู้จักพระเจ้า เช่นนั้นแล้ว เขาย่อมไม่มีชีวิตและไม่สมควรที่จะดำรงชีวิตอยู่" เมื่อถึงเวลาที่ประสบการณ์ของเปโตรได้ไปถึงจุดนี้ เขาได้มารู้จักธรรมชาติของเขาเอง และได้รับความเข้าใจค่อนข้างดีเกี่ยวกับธรรมชาติของเขาเอง ถึงแม้ว่าบางทีเขาอาจจะไม่ได้มีความสามารถที่จะอธิบายการนั้นได้อย่างชัดเจนดังที่ผู้คนจะอธิบายทุกวันนี้ แต่เปโตรก็ได้ไปถึงสภาวะนี้แล้วโดยแท้ ดังนั้น การไล่ตามเสาะหาชีวิตและการได้รับการทำให้มีความเพียบพร้อมโดยพระเจ้า จึงพึงต้องมีการรู้จักธรรมชาติของคนเราเองจากภายในถ้อยดำรัสของพระเจ้า ตลอดจนการจับใจความแง่มุมทั้งหลายของธรรมชาติของคนเราและบรรยายธรรมชาติของคนเราเป็นคำพูดอย่างถูกต้องแม่นยำ โดยพูดอย่างชัดเจนและเรียบง่าย มีเพียงการนี้เท่านั้นที่เป็นการรู้จักตนเองอย่างแท้จริง และเจ้าจะได้บรรลุผลลัพธ์ซึ่งพระเจ้าทรงพึงประสงค์แล้ว หากความรู้ของเจ้ายังไม่ได้ไปถึงจุดนี้ แต่เจ้ากล่าวอ้างว่ารู้จักตัวเจ้าเองและพูดว่าเจ้าได้รับชีวิตแล้ว เช่นนั้นแล้ว เจ้าไม่ได้เพียงแค่กำลังคุยโวหรอกหรือ? เจ้าไม่รู้จักตัวเจ้าเอง อีกทั้งเจ้าก็ไม่รู้ว่าเจ้าคือสิ่งใดเมื่ออยู่เบื้องพระพักตร์พระเจ้า ว่าเจ้าได้บรรจบกับมาตรฐานของการเป็นมนุษย์อย่างแท้จริงหรือไม่ หรือว่าเจ้ายังคงมีองค์ประกอบเยี่ยงซาตานกี่อย่างภายในตัวเจ้า เจ้ายังคงไม่ชัดเจนเกี่ยวกับว่าเจ้าเป็นของใคร และเจ้าไม่มีการรู้จักตนเองแต่อย่างใดเลยเสียด้วยซ้ำ—ดังนั้นแล้ว เจ้าจะสามารถครองเหตุผลเมื่ออยู่เบื้องพระพักตร์พระเจ้าได้อย่างไร? เมื่อเปโตรกำลังไล่ตามเสาะหาชีวิตอยู่นั้น เขามุ่งเน้นไปที่การเข้าใจตัวเขาเองและการแปลงสภาพอุปนิสัยของเขาตลอดครรลองแห่งบททดสอบของเขา และเขาเพียรพยายามที่จะรู้จักพระเจ้า และสุดท้ายแล้ว เขาก็คิดว่า "ผู้คนต้องแสวงหาความเข้าใจเกี่ยวกับพระเจ้าในชีวิต การรู้จักพระองค์คือสิ่งที่สำคัญที่สุด หากฉันไม่รู้จักพระเจ้า เช่นนั้นแล้ว ฉันก็ย่อมไม่สามารถหยุดพักอย่างสันติสุขได้เมื่อฉันตาย ทันทีที่ฉันรู้จักพระองค์ หลังจากนั้นหากพระเจ้าทรงให้ฉันต้องตาย เช่นนั้นแล้ว ฉันย่อมจะยังคงรู้สึกปลาบปลื้มที่สุดที่จะทำเช่นนั้น ฉันจะไม่ร้องทุกข์คร่ำครวญแม้แต่น้อย และทั้งชีวิตของฉันย่อมจะได้รับการทำให้ลุล่วงไปแล้ว" เปโตรไม่มีความสามารถที่จะได้รับความเข้าใจระดับนี้ หรือไปถึงจุดนี้ได้ทันทีหลังจากที่เขาได้เริ่มที่จะเชื่อในพระเจ้า เขาจำเป็นที่จะต้องก้าวผ่านบททดสอบมากมายมหาศาลเสียก่อน ประสบการณ์ของเขาจำเป็นที่จะต้องไปถึงหลักชัยเฉพาะ และเขาจำเป็นที่จะต้องเข้าใจตัวเขาเองอย่างครบบริบูรณ์ ก่อนที่เขาจะสามารถสำนึกรับรู้คุณค่าของการรู้จักพระเจ้า เพราะฉะนั้น เส้นทางที่เปโตรรับเอาไว้นั้น จึงเป็นเส้นทางของการได้รับชีวิตและของการถูกทำให้มีความเพียบพร้อม นี่คือแง่มุมซึ่งมุ่งเน้นที่การปฏิบัติแบบเฉพาะเจาะจงของเขาเป็นหลัก

พวกเจ้าทั้งหมดกำลังเดินอยู่บนเส้นทางใด? หากนั่นไม่ใช่บนระดับเดียวกับของเปโตรในด้านของการแสวงหาชีวิต การเข้าใจตัวเจ้าเอง และการรู้จักพระเจ้า เช่นนั้นแล้ว เจ้าก็ย่อมไม่ใช่กำลังเดินบนเส้นทางของเปโตร ในวันเหล่านี้ ผู้คนส่วนใหญ่อยู่ในสภาวะแบบนี้ กล่าวคือ "เพื่อที่จะได้รับพระพร เราต้องสละตัวเองเพื่อพระเจ้าและจ่ายราคาให้กับพระองค์ เพื่อที่จะได้รับพระพร เราต้องทิ้งทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อพระเจ้า เราต้องทำสิ่งที่พระองค์ทรงมอบความไว้วางใจเราให้เสร็จสิ้น และปฏิบัติหน้าที่เป็นอย่างดี" การนี้ได้รับอิทธิพลโดยเจตนาที่จะได้รับพระพร ซึ่งเป็นตัวอย่างของการสละตัวเองจนหมดสิ้นเพื่อจุดประสงค์ของการได้มาซึ่งบำเหน็จรางวัลจากพระเจ้าและได้รับมงกุฎ ผู้คนเช่นนั้นไม่มีความจริงในหัวใจของพวกเขา และแน่นอนว่าความเข้าใจของพวกเขานั้น เพียงแค่ประกอบไปด้วยคำพูดที่เป็นคำสอนไม่กี่คำที่พวกเขาโอ้อวดทุกที่ที่พวกเขาไป เส้นทางของพวกเขานั้นคือของเปาโล ความเชื่อของผู้คนเช่นนั้นคือบทบาทของการตรากตรำทำงานเป็นนิตย์ และลึกลงไปแล้วพวกเขารู้สึกว่า ยิ่งพวกเขาทำมากขึ้นเท่าใด นั่นก็จะยิ่งเป็นการพิสูจน์มากขึ้นเท่านั้นถึงความจงรักภักดีของพวกเขาที่มีต่อพระเจ้า ว่ายิ่งพวกเขาทำมากขึ้นเท่าใด แน่นอนว่าพระองค์ก็ยิ่งจะพึงพอพระทัยมากขึ้นเท่านั้น และว่ายิ่งพวกเขาทำมากขึ้นเท่าใด พวกเขาก็จะยิ่งสมควรมากขึ้นเท่านั้นที่จะได้รับการมอบมงกุฎเฉพาะพระพักตร์พระเจ้า และแน่นอนว่าจะได้รับพระพรอันยิ่งใหญ่ที่สุดในพระนิเวศของพระเจ้า พวกเขาคิดว่าหากพวกเขาสามารถสู้ทนความทุกข์ ทำการประกาศ และตายเพื่อพระคริสต์ได้ หากพวกเขาสามารถพลีอุทิศชีวิตของพวกเขาเองได้ และหากพวกเขาสามารถทำหน้าที่ทั้งหมดซึ่งพระเจ้าได้ไว้วางพระทัยมอบหมายให้พวกเขาทำจนครบบริบูรณ์ได้ เช่นนั้นแล้ว พวกเขาย่อมจะอยู่ในหมู่ผู้ที่ได้รับการอวยพรมากที่สุดของพระเจ้า—บรรดาผู้ที่ได้รับพระพรอันยิ่งใหญ่ที่สุด—และเช่นนั้นแล้ว ย่อมจะได้รับมอบมงกุฎอย่างแน่นอน แน่นอนว่านี่คือสิ่งที่เปาโลจินตนาการและสิ่งที่เขาแสวงหา นั่นคือเส้นทางอันแน่ชัดที่เขาเดิน และนั่นอยู่ภายใต้การนำของความคิดที่ว่า เขาทำงานเพื่อรับใช้พระเจ้า ความคิดและเจตนาเหล่านั้นไม่มีจุดกำเนิดมาจากธรรมชาติเยี่ยงซาตานหรอกหรือ? มันก็เป็นเหมือนเหล่ามนุษย์ทางโลก ที่เชื่อว่าในขณะที่อยู่บนแผ่นดินโลกนั้นพวกเขาต้องไล่ตามเสาะหาความรู้ และว่าเพียงหลังจากที่ได้รับความรู้แล้วเท่านั้นพวกเขาจึงจะสามารถโดดเด่นจากฝูงชน กลายเป็นพวกเจ้าหน้าที่ และมีฐานะ พวกเขาคิดว่า ทันทีที่พวกเขามีฐานะ พวกเขาสามารถทำให้ความทะเยอทะยานของพวกเขาเป็นจริง และนำพาบ้านและธุรกิจของพวกเขาให้สูงขึ้นไปถึงระดับเฉพาะได้ ผู้ไม่เชื่อทั้งหมดไม่เดินบนเส้นทางนี้หรอกหรือ? พวกที่ถูกธรรมชาติเยี่ยงซาตานนี้ครอบงำ สามารถเพียงเป็นเหมือนเปาโลในความเชื่อของพวกเขาเท่านั้น กล่าวคือ "ฉันต้องสลัดทิ้งทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อสละตัวฉันเองเพื่อพระเจ้า ฉันต้องสัตย์ซื่อเฉพาะพระพักตร์พระองค์ และในที่สุด ฉันจะรับมงกุฎอันสง่างามที่สุดและพระพรอันยิ่งใหญ่ที่สุด" นี่คือท่าทีเดียวกับท่าทีของผู้คนทางโลกที่ไล่ตามเสาะหาสิ่งของทางโลกทั้งหลาย พวกเขาไม่แตกต่างกันแต่อย่างใดเลย และตกอยู่ภายใต้ธรรมชาติเดียวกัน เมื่อผู้คนมีธรรมชาติเยี่ยงซาตานจำพวกนี้ เมื่อออกไปอยู่ในโลก พวกเขาจะเสาะแสวงที่จะได้มาซึ่งความรู้ ฐานะ การเรียนรู้ และเพื่อโดดเด่นจากฝูงชน ในพระนิเวศของพระเจ้า พวกเขาจะเสาะแสวงที่จะสละตัวพวกเขาเองเพื่อพระเจ้า สัตย์ซื่อ และในที่สุดได้มาซึ่งมงกุฎและพระพรอันยิ่งใหญ่ หากหลังจากที่กลายเป็นผู้เชื่อในพระเจ้า ผู้คนไม่ครองความจริงและยังไม่ได้ก้าวผ่านการเปลี่ยนแปลงในอุปนิสัยของพวกเขา เช่นนั้นแล้ว แน่นอนว่านี่ย่อมเป็นเส้นทางที่พวกเขาจะอยู่ นี่คือความเป็นจริงที่ไม่มีผู้ใดสามารถปฏิเสธได้ และนั่นคือเส้นทางที่สวนทางอย่างตรงกันข้ามกับเส้นทางของเปโตร เส้นทางใดหรือที่พวกเจ้าทั้งหมดอยู่กันในปัจจุบันนี้? แม้ว่าเจ้าอาจยังไม่ได้วางแผนการที่จะรับเอาเส้นทางของเปาโลไว้ แต่ธรรมชาติของเจ้าก็ได้กำหนดให้เจ้าเดินบนเส้นทางนี้ และเจ้าก็กำลังไปในทิศทางนั้นโดยไม่คำนึงถึงตัวเจ้าเอง แม้ว่าเจ้าต้องการก้าวเท้าไปบนเส้นทางของเปโตร แต่หากเจ้าไม่ชัดเจนถึงวิธีที่จะทำการนั้น เช่นนั้นแล้ว เจ้าย่อมจะรับเอาเส้นทางของเปาโลไว้โดยไม่ได้ตั้งใจ นี่คือความเป็นจริงของสถานการณ์

คนเราควรเดินบนเส้นทางของเปโตรทุกวันนี้อย่างไรกันแน่? หากเจ้าไร้ความสามารถที่จะจำแนกความต่างระหว่างเส้นทางของเปโตรและเปาโล หรือหากเจ้าไม่คุ้นเคยกับเส้นทางเหล่านั้นเลย เช่นนั้นแล้ว ไม่สำคัญว่าเจ้าจะกล่าวอ้างมากเพียงใด ว่ากำลังเดินอยู่บนเส้นทางของเปโตร เหล่านั้นก็เป็นแค่คำพูดที่ว่างเปล่า ก่อนอื่นเจ้าจำเป็นต้องมีแนวคิดที่ชัดเจนเกี่ยวกับว่า เส้นทางของเปโตรคืออะไร และเส้นทางของเปาโลคืออะไร หากเจ้าเข้าใจอย่างแท้จริงว่าเส้นทางของเปโตรคือเส้นทางของชีวิต และเป็นเส้นทางเดียวเท่านั้นที่ไปสู่ความเพียบพร้อม เมื่อนั้นเท่านั้นเจ้าจึงจะสามารถรู้และจับความเข้าใจความจริงและหนทางเฉพาะเจาะจงในการรับเอาเส้นทางของเขาไว้ หากเจ้าไม่เข้าใจเส้นทางของเปโตร เช่นนั้นแล้ว เส้นทางที่เจ้ารับเอาไว้ก็ย่อมจะเป็นเส้นทางของเปาโลอย่างแน่นอน ด้วยเหตุที่จะไม่มีเส้นทางอื่นสำหรับเจ้า เจ้าย่อมจะไม่มีตัวเลือก ผู้คนที่ไม่ครองความจริงและไม่มีความแน่วแน่ จะพบว่าเป็นการลำบากยากเย็นที่จะเดินบนเส้นทางของเปโตร สามารถกล่าวได้ว่า ตอนนี้พระเจ้าได้ทรงเปิดเผยเส้นทางสู่ความรอดและความเพียบพร้อมแก่พวกเจ้าแล้ว นี่คือพระคุณและการยกให้สูงขึ้นของพระเจ้า และเป็นพระองค์นั่นเองที่ทรงนำพวกเจ้าไปบนเส้นทางของเปโตร หากปราศจากการทรงนำและความรู้แจ้งของพระเจ้า ย่อมไม่มีผู้ใดจะมีความสามารถที่จะรับเอาเส้นทางของเปโตรไว้ ตัวเลือกเดียวเท่านั้นย่อมจะเป็นการล่องไปตามเส้นทางของเปาโล เป็นการติดตามในย่างก้าวของเปาโลสู่การทำลายล้าง ในตอนนั้น เปาโลไม่ได้รู้สึกว่าเป็นการผิดที่จะเดินไปบนเส้นทางนั้น เขาเชื่ออย่างเต็มที่ว่าการนั้นถูกต้อง เขาไม่ได้ครองความจริง และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง เขาไม่ได้ก้าวผ่านการเปลี่ยนแปลงในอุปนิสัย เขาเชื่อในตัวเขาเองมากเกินไป และรู้สึกว่าไม่มีประเด็นปัญหาเลยแม้แต่น้อยกับการไปทางนั้น เขายังคงไปข้างหน้าอย่างต่อเนื่อง เต็มไปด้วยความมั่นใจและมีความเชื่อมั่นในตนเองสูงสุด เมื่อถึงที่สุด เขาก็ไม่ได้กลับมาสู่สำนึกรับรู้เลย เขายังคงคิดว่าสำหรับเขาแล้ว การมีชีวิตก็คือพระคริสต์ เมื่อเป็นเช่นนั้น เปาโลจึงยังคงเดินบนเส้นทางนั้นอย่างต่อเนื่องไปจวบจนวาระสุดท้าย และเมื่อถึงเวลานั้น เขาก็ได้ถูกลงโทษในท้ายที่สุด ทั้งหมดนั่นก็จบแล้วสำหรับเขา เส้นทางของเปาโลไม่ได้เกี่ยวข้องกับการมารู้จักตัวเขาเอง นับประสาอะไรกับการแสวงหาการเปลี่ยนแปลงในอุปนิสัย เขาไม่เคยวิเคราะห์ธรรมชาติของเขาเองเลย อีกทั้งเขาก็ไม่ได้รับความรู้อันใดเกี่ยวกับสิ่งที่เขาเป็น เขาเพียงแค่รู้ว่าเขาเป็นตัวการหลักในการข่มเหงพระเยซู เขาไม่ได้มีความเข้าใจเลยแม้แต่น้อยเกี่ยวกับธรรมชาติของเขาเอง และหลังจากที่เสร็จสิ้นงานของเขา อันที่จริงเแล้วเปาโลรู้สึกว่า เขาคือพระคริสต์และควรได้รับบำเหน็จ งานที่เปาโลทำนั้นเป็นเพียงแค่การปรนนิบัติที่ทำเพื่อพระเจ้า โดยส่วนตัวแล้วสำหรับเปาโล แม้ว่าเขาจะได้รับคำวิวรณ์บางอย่างจากพระวิญญาณบริสุทธิ์ แต่เขาก็ไม่มีความจริงหรือชีวิตแต่อย่างใดเลย เขาไม่ได้รับการช่วยให้รอดโดยพระเจ้า เขาถูกลงโทษโดยพระเจ้า เหตุใดหรือจึงกล่าวกันว่า เส้นทางของเปโตรคือเส้นทางสู่ความเพียบพร้อม? นั่นเป็นเพราะ ในการปฏิบัติของเปโตร เขาได้วางการเน้นย้ำโดยเฉพาะไปที่ชีวิต ไปที่การเสาะแสวงที่จะรู้จักพระเจ้า และไปที่การรู้จักตัวเขาเอง เขาได้มารู้จักตัวเขาเอง ได้รับความเข้าใจเกี่ยวกับสภาวะอันเสื่อมทรามของมนุษย์ เรียนรู้เกี่ยวกับข้อบกพร่องของเขาเอง และค้นพบสิ่งที่มีคุณค่ามากที่สุดที่ผู้คนควรไล่ตามเสาะหาก็โดยผ่านทางประสบการณ์ของเขาเกี่ยวกับพระราชกิจของพระเจ้า เขามีความสามารถที่จะรักพระเจ้าอย่างจริงใจ เขาเรียนรู้วิธีชดใช้คืนพระเจ้า เขาได้รับความจริงอยู่บ้าง และเขาครองความเป็นจริงที่พระเจ้าทรงพึงประสงค์ จากสรรพสิ่งทั้งปวงที่เปโตรกล่าวในช่วงระหว่างบททดสอบของเขา สามารถเห็นได้ว่า โดยแท้นั้น เขาคือผู้ที่มีความเข้าใจมากที่สุดกี่ยวกับพระเจ้า เพราะเขาได้มาเข้าใจความจริงมากมายเหลือเกินจากพระวจนะของพระเจ้า เส้นทางของเขาจึงสว่างขึ้นเรื่อยๆ และอยู่ในแนวเดียวกับน้ำพระทัยของพระเจ้ามากขึ้นเรื่อยๆ หากเปโตรไม่ได้ครองความจริงนี้ เช่นนั้นแล้ว เส้นทางที่เขารับเอาไว้นั้นก็ย่อมจะไม่สามารถถูกต้องได้เช่นนั้น

ตัดตอนมาจาก บันทึกการบรรยายของพระคริสต์แห่งยุคสุดท้าย

ดูเพิ่ม

ปี 2022 โรคระบาดร้ายแรงมากขึ้นเรื่อยๆ และภัยพิบัติต่างๆ เช่น แผ่นดินไหว การกันดารอาหาร และสงครามยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องเช่นกัน พระเจ้าทรงมีพระประสงค์อะไรเบื้องหลังภัยพิบัติเหล่านี้? เข้าร่วมการเทศนาออนไลน์แล้วจะบอกคำตอบให้แก่คุณ

แบ่งปัน

ยกเลิก

ติดต่อเราผ่าน Messenger