พระวจนะของพระเจ้าประจำวัน: การเข้าสู่ชีวิต | บทตัดตอน 386

วันที่ 11 เดือน 08 ปี 2021

การที่ได้ล้มเหลวและตกต่ำหลายครั้งไม่ใช่สิ่งที่แย่ อีกทั้งไม่ใช่การถูกเปิดโปง ไม่ว่าเจ้าจะถูกจัดการ ถูกตัดแต่ง หรือถูกเปิดโปง เจ้าต้องจดจำการนี้ไว้ตลอดเวลา กล่าวคือ การถูกเปิดโปงไม่ได้หมายความว่าเจ้ากำลังถูกกล่าวโทษ การถูกเปิดโปงเป็นเรื่องที่ดี มันเป็นโอกาสเหมาะที่ดีที่สุดสำหรับเจ้าที่จะได้รู้จักตัวเจ้าเอง และสามารถนำการปรับเปลี่ยนมาสู่ประสบการณ์ชีวิตของเจ้า หากปราศจากมันแล้ว เจ้าจะไม่มีทั้งโอกาสเหมาะ ภาวะ อีกทั้งบริบทที่จะสามารถเข้าถึงความเข้าใจความจริงเกี่ยวกับความเสื่อมทรามของเจ้า หากเจ้าสามารถมารู้จักสิ่งทั้งหลายภายในตัวเจ้า แง่มุมเหล่านั้นทั้งหมดที่ซ่อนเร้นอยู่ลึกภายในตัวเจ้าซึ่งยากลำบากที่จะระลึกได้และลำบากยากเย็นที่จะพลิกแผ่นดินค้นหา เช่นนั้นแล้ว นี่ก็เป็นเรื่องที่ดี การที่สามารถรู้จักตัวเจ้าเองได้อย่างแท้จริงนั้น เป็นโอกาสเหมาะที่ดีที่สุดสำหรับเจ้าที่จะกลับตัวเสียใหม่และกลายเป็นคนใหม่ มันเป็นโอกาสเหมาะที่ดีที่สุดสำหรับเจ้าที่จะได้มาซึ่งชีวิตใหม่ ทันทีที่เจ้ารู้จักตัวเจ้าเองอย่างแท้จริง เจ้าจะสามารถเห็นได้ว่าเมื่อความจริงกลายเป็นชีวิตของคนเรา มันเป็นสิ่งล้ำค่าอย่างแท้จริง และเจ้าจะกระหายความจริงและเข้าสู่ความเป็นจริง นี่ช่างเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่อะไรเช่นนี้! หากเจ้าสามารถจับความเข้าใจโอกาสเหมาะนี้ และทบทวนตัวเจ้าเองอย่างจริงจังตั้งใจ และได้รับความรู้อันถ่องแท้เกี่ยวกับตัวเจ้าเองเมื่อใดก็ตามที่เจ้าล้มเหลวหรือตกต่ำ เช่นนั้นแล้ว ในท่ามกลางความเป็นลบและความอ่อนแอ เจ้าจะสามารถกลับขึ้นมายืนได้ ทันทีที่เจ้าได้ข้ามธรณีประตูนี้ไปแล้ว เช่นนั้นแล้ว เจ้าก็จะสามารถก้าวครั้งใหญ่ไปข้างหน้าและเข้าสู่ความจริงความเป็นจริงได้

หากเจ้าเชื่อในอธิปไตยของพระเจ้า เช่นนั้นแล้วเจ้าก็จำเป็นที่จะต้องเชื่อว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นรายวัน ไม่ว่าจะเป็นเหตุการณ์ที่ดีหรือแย่ ไม่ได้เกิดขึ้นอย่างไร้แบบแผน ไม่ใช่ว่าใครบางคนกำลังจงใจกดดันบีบคั้นเจ้าหรือเล็งเป้ามาที่เจ้า การนี้ทั้งหมดได้รับการจัดการเตรียมการโดยพระเจ้า เหตุใดพระเจ้าจึงทรงจัดวางเรียบเรียงสิ่งเหล่านี้ทั้งหมด? นั่นไม่ใช่เพื่อเปิดเผยเจ้าว่าเจ้าคือใครหรือเพื่อเปิดโปงเจ้า การเปิดโปงเจ้าไม่ใช่เป้าหมายปลายทาง เป้าหมายคือการทำให้เจ้ามีความเพียบพร้อมและช่วยเจ้าให้รอด พระเจ้าทรงทำเช่นนั้นอย่างไร? พระองค์ทรงเริ่มต้นโดยการทำให้เจ้าตระหนักรู้ถึงอุปนิสัยอันเสื่อมทรามของเจ้าเอง ถึงธรรมชาติและแก่นแท้ของเจ้า ถึงข้อบกพร่องของเจ้า และถึงสิ่งที่เจ้าขาดพร่อง โดยการรู้จักสิ่งเหล่านี้และการมีความเข้าใจชัดเจนเกี่ยวกับสิ่งเหล่านี้เท่านั้น เจ้าจึงจะสามารถไล่ตามเสาะหาความจริงและค่อยๆ สลัดทิ้งอุปนิสัยอันเสื่อมทรามของเจ้า นี่คือการที่พระเจ้าทรงจัดเตรียมโอกาสเหมาะให้แก่เจ้า เจ้าจำเป็นที่จะต้องรู้วิธีคว้าโอกาสเหมาะนี้ไว้ และเจ้าไม่ควรเผชิญหน้าอย่างรุนแรงกับพระเจ้า โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อเผชิญหน้ากับผู้คน เรื่องทั้งหลาย และสิ่งทั้งหลายที่พระเจ้าทรงจัดการเตรียมการรอบตัวเจ้า จงอย่ารู้สึกอยู่เนืองนิตย์ว่า สิ่งทั้งหลายนั้นไม่เป็นดังที่เจ้าปรารถนาให้เป็น จงอย่าปรารถนาอยู่เนืองนิตย์ว่าจะหลีกหนีสิ่งเหล่านั้น หรือติเตียนและเข้าใจพระเจ้าผิดอยู่เสมอ หากเจ้ากำลังทำสิ่งเหล่านั้นอยู่เนืองนิตย์ เช่นนั้นแล้วเจ้าก็ไม่ได้กำลังได้รับประสบการณ์กับพระราชกิจของพระเจ้า และนั่นจะทำให้ลำบากยากเย็นมากสำหรับเจ้าที่จะเข้าสู่ความจริงความเป็นจริง สิ่งใดก็ตามที่เจ้าเผชิญที่เจ้าไม่สามารถเข้าใจได้อย่างเต็มที่ เมื่อเกิดความลำบากยากเย็นขึ้น เจ้าก็ต้องเรียนรู้ที่จะนบนอบ เจ้าควรเริ่มโดยการมาอยู่เฉพาะพระพักตร์พระเจ้าและอธิษฐานให้มากขึ้น ด้วยหนทางนั้น ก่อนที่เจ้าจะทันได้รู้ตัว การแปรเปลี่ยนจะเกิดขึ้นในสภาวะภายในของเจ้า และเจ้าจะมีความสามารถที่จะแสวงหาความจริงเพื่อแก้ไขปัญหาของเจ้า เมื่อเป็นเช่นนั้น เจ้าจะมีความสามารถที่จะได้รับประสบการณ์กับพระราชกิจของพระเจ้า ขณะที่การนี้เกิดขึ้น ความจริงความเป็นจริงจะกอปรกันขึ้นภายในตัวเจ้า และนี่คือวิธีที่เจ้าจะก้าวหน้าและก้าวผ่านการแปลงสภาพของสภาวะของชีวิตของเจ้า ทันทีที่เจ้าได้ก้าวผ่านการเปลี่ยนแปลงนี้และครองความเป็นจริงของความจริงนี้ เจ้าก็ยังจะครองวุฒิภาวะด้วยเช่นกัน และชีวิตก็มาพร้อมกับวุฒิภาวะ หากใครคนหนึ่งดำรงชีวิตโดยมีพื้นฐานอยู่บนอุปนิสัยอันเสื่อมทรามเยี่ยงซาตาน เช่นนั้นแล้ว ไม่สำคัญว่าพวกเขามีใจกระตือรือร้นหรือพลังงานมากเพียงใด พวกเขายังคงไม่สามารถได้รับการพิจารณาได้ว่าครองวุฒิภาวะหรือชีวิต พระเจ้าทรงพระราชกิจในบุคคลทุกๆ คน และไม่สำคัญว่าวิธีการของพระองค์คือสิ่งใด ผู้คน เรื่อง และสิ่งของประเภทใดที่พระองค์ทรงใช้ให้เป็นประโยชน์ในการปรนนิบัติของพระองค์ หรือว่าพระวจนะของพระองค์มีกระแสเสียงประเภทใด พระองค์ก็เพียงทรงมีเป้าหมายปลายทางเดียวเท่านั้น นั่นคือ การช่วยเจ้าให้รอด ก่อนที่จะช่วยเจ้าให้รอด พระองค์ทรงจำเป็นต้องแปลงสภาพเจ้า ดังนั้นเจ้าจะไม่สามารถทนทุกข์เล็กน้อยได้อย่างไร? เจ้ากำลังจะต้องทนทุกข์ ความทุกข์นี้สามารถเกี่ยวข้องกับหลายสิ่งหลายอย่าง บางครั้งพระเจ้าทรงโปรดให้ผู้คน เรื่องราว และสิ่งทั้งหลายเกิดขึ้นรอบๆ เจ้าเพื่อที่เจ้าจะสามารถมารู้จักตัวเจ้าเองได้ มิฉะนั้นแล้วเจ้าอาจจะถูกจัดการ ตัดแต่ง และเปิดโปงโดยตรง เหมือนกันไม่มีผิดกับใครบางคนบนเตียงผ่าตัด—เจ้าต้องก้าวผ่านความเจ็บปวดบ้างเพื่อบทอวสานที่ดี หากทุกครั้งที่เจ้าได้รับการตัดแต่งและจัดการ และทุกครั้งที่พระองค์ทรงอุ้มชูผู้คน เรื่องทั้งหลาย และสิ่งทั้งหลาย นั่นปลุกเร้าความรู้สึกของเจ้าและให้สิ่งชูกำลังแก่เจ้า เช่นนั้นแล้วนี่ก็ถูกต้อง และเจ้าจะมีวุฒิภาวะและจะเข้าสู่ความจริงความเป็นจริง หากทุกครั้งที่เจ้าได้รับการตัดแต่งและจัดการ และทุกครั้งที่พระเจ้าทรงอุ้มชูสภาพแวดล้อมของเจ้า เจ้าไม่รู้สึกถึงความเจ็บปวดหรือความไม่ชูใจแต่อย่างใดเลย และไม่รู้สึกอะไรเอาเสียเลย และหากเจ้าไม่มาอยู่เฉพาะพระพักตร์พระเจ้าเพื่อแสวงหาน้ำพระทัยของพระองค์ ทั้งไม่อธิษฐานและไม่แสวงหาความจริง เช่นนั้นแล้วเจ้าก็มึนชานักจริงๆ! หากบุคคลหนึ่งมึนชาเกินไป และไม่เคยตระหนักรู้ทางจิตวิญญาณ เช่นนั้นแล้วพระเจ้าก็จะไม่ทรงมีหนทางที่จะทรงพระราชกิจกับพวกเขา พระองค์จะตรัสว่า "บุคคลนี้มึนชาเกินไป และได้ถูกทำให้เสื่อมทรามอย่างดิ่งลึกเกินไป จงมองดูทุกสิ่งทุกอย่างที่เราได้ทำไป และความพยายามทั้งหมดที่เราได้ทำ เราได้ทำสิ่งทั้งหลายมากมายนักกับเขา—แต่เรายังคงไม่สามารถดลหัวใจของเขาหรือปลุกจิตวิญญาณของเขาให้ตื่นได้ บุคคลนี้จะเดือดร้อน เขาไม่ง่ายที่จะช่วยให้รอด" หากพระเจ้าทรงจัดการเตรียมการสภาพแวดล้อม ผู้คน เรื่องทั้งหลาย และสิ่งทั้งหลายเฉพาะบางอย่างสำหรับเจ้า หากพระองค์ทรงตัดแต่งและทรงจัดการกับเจ้า และหากเจ้าเรียนรู้บทเรียนจากการนี้ หากเจ้าได้เรียนรู้ที่จะมาอยู่เฉพาะพระพักตร์พระเจ้า เรียนรู้ที่จะแสวงหาความจริง และได้รับการให้ความรู้แจ้งและการให้ความกระจ่างและบรรลุความจริงโดยไม่รู้ตัว หากเจ้าได้รับประสบการณ์การเปลี่ยนแปลงอย่างหนึ่งในสภาพแวดล้อมเหล่านี้ ได้เก็บเกี่ยวบำเหน็จ และได้สร้างความก้าวหน้า หากเจ้าเริ่มมีการจับใจความเล็กน้อยเกี่ยวกับน้ำพระทัยของพระเจ้า และเจ้าหยุดพร่ำบ่นร้องทุกข์ เช่นนั้นแล้วทั้งหมดนี้ก็จะหมายความว่า เจ้าได้ตั้งมั่นในท่ามกลางบททดสอบของสภาพแวดล้อมเหล่านี้แล้ว และได้ทานทนกับการทดสอบแล้ว เมื่อเป็นเช่นนั้น เจ้าจะได้ก้าวผ่านความทุกข์ยากสาหัสนี้แล้ว

ตัดตอนมาจาก บันทึกการบรรยายของพระคริสต์แห่งยุคสุดท้าย

ดูเพิ่ม

ปี 2022 โรคระบาดร้ายแรงมากขึ้นเรื่อยๆ และภัยพิบัติต่างๆ เช่น แผ่นดินไหว การกันดารอาหาร และสงครามยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องเช่นกัน พระเจ้าทรงมีพระประสงค์อะไรเบื้องหลังภัยพิบัติเหล่านี้? เข้าร่วมการเทศนาออนไลน์แล้วจะบอกคำตอบให้แก่คุณ

แบ่งปัน

ยกเลิก

ติดต่อเราผ่าน Messenger