เจ้ารู้อะไรบ้างเกี่ยวกับความเชื่อ ?

ในมนุษย์มีเพียงถ้อยคำที่ไม่แน่นอนเกี่ยวกับความเชื่อ กระนั้นมนุษย์ก็ยังไม่รู้ว่าความเชื่อประกอบขึ้นด้วยอะไร ที่ยิ่งรู้น้อยไปกว่านั้นก็คือ ทำไมเขาจึงมีความเชื่อ มนุษย์เข้าใจน้อยเกินไป และมนุษย์เองขาดแคลนมากเกินไป ความเชื่อในเราของเขาเป็นแต่เพียงเรื่องไร้เหตุผลและโง่เขลา ถึงแม้เขาจะไม่รู้ว่าความเชื่อคืออะไร และไม่รู้ว่าทำไมเขาจึงมีความเชื่อในเรา แต่เขายังคงเชื่อในเราอย่างหมกมุ่น สิ่งที่เราขอจากมนุษย์ไม่ใช่เพียงให้เขาเรียกหาเราอย่างหมกมุ่นในลักษณะนี้ หรือให้เชื่อในเราแบบจับจด เพราะภารกิจที่เราทำคือทำเพื่อให้มนุษย์มองเห็นเราได้ และรู้จักเรา ไม่ใช่เพื่อให้มนุษย์ประทับใจและมองมาที่เราในความสว่างแบบใหม่ ครั้งหนึ่ง เราได้สำแดงหมายสำคัญและการอัศจรรย์ต่าง ๆ และได้ทำการอัศจรรย์ต่าง ๆ มากมาย และชาวพวกอิสราเอลในสมัยนั้นได้แสดงความเลื่อมใสอย่างมากต่อเราและนับถือความสามารถพิเศษของเราในการรักษาคนป่วยและไล่วิญญาณชั่วอย่างยิ่ง ในสมัยนั้น พวกยิวคิดว่าฤทธานุภาพแห่งการรักษาของเราเป็นความเก่งกาจ พิเศษเหนือธรรมดา—และเนื่องจากกิจการมากมายของเรา พวกเขาเคารพเราทุกคน และรู้สึกเลื่อมใสอย่างยิ่งต่อฤทธานุภาพทั้งปวงของเรา เช่นนี้เอง ทุกคนที่ได้เห็นเราทำการอัศจรรย์ได้ติดตามเราอย่างใกล้ชิด จนถึงขนาดที่มีคนหลายพันรายล้อมเราเพื่อดูเรารักษาคนป่วย เราได้สำแดงหมายสำคัญและการอัศจรรย์มากมายหลายประการ ทว่าผู้คนเพียงมองว่าเราเป็นแพทย์ที่เก่งกาจเท่านั้น ดังนั้น เราจึงได้พูดถ้อยคำแห่งการสอนมากมายแก่ผู้คนในสมัยนั้นด้วยเช่นกัน ทว่าพวกเขาก็เพียงถือว่าเราเป็นครูที่เหนือกว่าศิษย์ของเขาเท่านั้น แม้แต่ปัจจุบัน หลังจากที่พวกมนุษย์ได้เห็นบันทึกทางประวัติศาสตร์เกี่ยวกับงานของเรา พวกเขาก็ยังคงแปลความหมายให้เป็นว่าเราคือแพทย์ผู้ยิ่งใหญ่ที่รักษาคนป่วย และเป็นครูของคนไม่มีความรู้ และพวกเขาได้นิยามเราว่าเป็นองค์พระเยซูคริสต์เจ้าผู้ทรงเมตตา บรรดาผู้ที่แปลความหมายพระคัมภีร์อาจมีความสามารถเหนือกว่าความสามารถของเราในการรักษา หรือแม้แต่อาจจะเป็นศิษย์ที่ตอนนี้เก่งเกินกว่าครูของพวกเขา ทว่าพวกมนุษย์ที่มีชื่อเสียงโด่งดังเช่นนั้น ซึ่งมีผู้รู้จักชื่อของเขาไปทั่วโลก ก็พิจารณาเราอย่างต่ำต้อยว่าเป็นแค่แพทย์คนหนึ่งเท่านั้น กิจการของเรามีมากกว่าจำนวนของเม็ดทรายบนชายหาด และปัญญาของเราเหนือกว่าบุตรชายทั้งหมดของซาโลมอน กระนั้นผู้คนก็เพียงคิดว่าเราเป็นแพทย์ที่ไม่มีความสำคัญและเป็นครูที่ไม่มีชื่อเสียงคนหนึ่งของมนุษย์เท่านั้น ผู้คนมากมายยิ่งนักเชื่อในเราเพียงเพื่อที่เราจะได้รักษาพวกเขาเท่านั้น ผู้คนมากมายยิ่งนักเชื่อในเราเพียงเพื่อที่เราจะได้ใช้ฤทธานุภาพของเราขับวิญญาณสกปรกออกจากร่างของพวกเขาเท่านั้นและผู้คนมากมายยิ่งนักเชื่อในเราเพียงแค่ว่าพวกเขาอาจจะได้รับสันติสุขและความชื่นชมยินดีจากเรา ผู้คนมากมายยิ่งนักเชื่อในเราเพียงเพื่อเรียกร้องธนสมบัติจากเราให้มากยิ่งขึ้นเท่านั้น ผู้คนมากมายยิ่งนักเชื่อในเราเพียงเพื่อที่จะได้ใช้ชีวิตนี้อย่างสันติสุขและเพื่อที่จะอยู่อย่างปลอดภัยคลายกังวลในโลกที่จะมาถึง ผู้คนมากมายยิ่งนักเชื่อในเราเพื่อหลีกหนีความทุกข์ทรมานจากนรกและเพื่อได้รับพรจากสวรรค์ ผู้คนมากมายยิ่งนักเชื่อในเราเพียงเพื่อความอุ่นใจชั่วคราวเท่านั้น แต่ไม่ได้พยายามเพื่อให้ได้มาซึ่งสิ่งใดในโลกที่จะมาถึง เมื่อเราได้ปล่อยความพิโรธต่อมนุษย์ของเราออกมาและได้ยึดเอาความชื่นชมยินดีและสันติสุขที่พวกเขาเคยมีไป มนุษย์ก็กลับคลางแคลงใจ เมื่อเราได้ให้ความทุกข์ทรมานจากนรกแก่มนุษย์และได้เอาพรจากสวรรค์กลับคืน ความละอายของมนุษย์ก็เปลี่ยนเป็นความโกรธ เมื่อมนุษย์ได้ขอให้เรารักษาเขา แต่เราไม่ได้ให้ความสนใจและรู้สึกชิงชังต่อเขา มนุษย์ได้ไปจากเราเพื่อแสวงหาวิธีการของยาและวิทยาคมอันชั่วร้ายแทน เมื่อเราได้เอาทุกอย่างที่มนุษย์เรียกร้องจากเรากลับไป ทุกคนก็หายไปอย่างไร้ร่องรอย เช่นนั้นเอง เราจึงบอกว่ามนุษย์มีความเชื่อในเราเพราะเราให้พระคุณมากเกินไป และมีมากเกินไปที่จะได้รับ พวกยิวได้เชื่อในเราเนื่องจากพระคุณของเราและได้ติดตามเราไม่ว่าเราจะไปที่ใด คนโง่เขลาที่มีความรู้และประสบการณ์จำกัดเหล่านี้ต้องการเพียงแค่ได้เห็นหมายสำคัญและการอัศจรรย์ที่เราสำแดงออกมาเท่านั้น พวกเขาถือว่าเราเป็นหัวหน้าวงศ์ของพวกยิวผู้ที่สามารถทำการอัศจรรย์อันยิ่งใหญ่ที่สุดได้ และดังนั้น เมื่อเราได้ขับไล่วิญญาณชั่วออกจากพวกมนุษย์ทำให้เกิดการสนทนากันมากในหมู่พวกเขา นั่นคือ พวกเขาได้พูดกันว่าเราคือเอลียาห์ ว่าเราคือโมเสส ว่าเราคือผู้เผยพระวจนะคนเก่าแก่ที่สุดในบรรดาผู้เผยพระวจนะทั้งปวง ว่าเราคือแพทย์ผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดในบรรดาแพทย์ทั้งปวง นอกเหนือจากที่ตัวเราเองพูดว่า เราคือชีวิต คือวิถี คือความจริงแล้วนั้น ไม่มีใครสามารถรู้จักการเป็นอยู่ของเราหรือตัวตนของเราได้เลย นอกเหนือจากที่ตัวเราเองพูดว่า ฟ้าสวรรค์คือสถานที่ซึ่งพระบิดาของเราทรงดำรงพระชนม์แล้วนั้น ไม่มีใครได้รู้เลยว่าเราคือบุตรของพระเจ้า และคือพระเจ้าพระองค์เองด้วย นอกเหนือจากที่ตัวเราเองพูดว่า เราจะนำการไถ่มาให้แก่มนุษย์ทั้งมวลและไถ่มนุษย์แล้วนั้น ไม่มีใครได้รู้เลยว่าเราคือพระผู้ไถ่ของมนุษยชาติ และพวกมนุษย์ได้รู้จักเราว่าเป็นคนใจบุญและมีความเมตตาเท่านั้น และนอกเหนือจากที่ตัวเราเองสามารถอธิบายสิ่งทั้งปวงเกี่ยวกับเราแล้วนั้น ไม่มีใครรู้ได้จักเรา และไม่มีใครได้เชื่อว่าเราคือบุตรของพระเจ้าผู้ทรงพระชนม์ เช่นนั้นเองคือความเชื่อของผู้คนในตัวเรา และวิธีที่พวกเขาพยายามจะหลอกลวงเรา พวกเขาจะสามารถเป็นพยานต่อเราได้อย่างไรในเมื่อพวกเขามีความคิดเห็นเช่นนั้นกับเรา ?

ผู้คนเชื่อในเรา แต่พวกเขาไม่สามารถเป็นพยานต่อเราได้ และพวกเขาไม่สามารถเป็นพยานให้เราก่อนที่เราจะทำตัวเราให้เป็นที่รู้จัก ผู้คนมองเห็นแค่เพียงว่าเราเหนือกว่าสรรพสิ่งที่ทรงสร้างและพวกคนศักดิ์สิทธิ์ทั้งปวง และเห็นว่างานที่เราทำไม่สามารถทำได้โดยพวกมนุษย์ เช่นนั้นเอง จากพวกยิวมาถึงผู้คนในปัจจุบัน ทุกคนที่มองเห็นกิจการที่มีเกียรติของเราไม่ได้มีสิ่งใดนอกจากเต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็นต่อเรา และไม่มีปากของสรรพสิ่งที่ทรงสร้างใดสักสิ่งเดียวที่จะสามารถเป็นพยานแก่เราได้ เฉพาะพระบิดาของเราเท่านั้นที่ได้ทรงเป็นพยานให้แก่เรา และได้ทรงสร้างวิถีให้เราท่ามกลางสรรพสิ่งที่ทรงสร้างทั้งปวง หากพระองค์ไม่ได้ทรงทำเช่นนั้น ไม่ว่าเราจะได้ทำงานอย่างไร มนุษย์คงจะไม่มีวันได้รู้เลยว่าเราคือองค์พระผู้เป็นเจ้าแห่งการทรงสร้าง เพราะมนุษย์รู้เพียงแค่จะรับเอาจากเราเท่านั้น และไม่ได้มีความเชื่อในเราอันเป็นผลจากงานของเรา มนุษย์รู้จักเราเพียงเพราะเราเป็นผู้บริสุทธิ์และไม่มีส่วนใดเป็นคนบาปเลย เพียงเพราะเราสามารถอธิบายสิ่งลึกลับต่าง ๆ มากมายได้ เพียงเพราะเรามีความสามารถเหนือกว่าคนทั้งหลาย หรือเพราะมนุษย์ได้ผลประโยชน์มากมายจากเราเท่านั้น แม้กระนั้น มีน้อยคนที่เชื่อว่าเราคือพระผู้เป็นเจ้าแห่งการทรงสร้าง นี่คือเหตุผลที่เราพูดว่ามนุษย์ไม่รู้เลยว่าทำไมเขาจึงมีความเชื่อในเรา เขาไม่รู้จุดประสงค์หรือความสำคัญของการมีความเชื่อในเรา ความเป็นจริงของมนุษย์นั้นขาดแคลน ถึงขั้นที่เขาแทบจะไม่เหมาะกับการเป็นพยานให้เรา พวกเจ้ามีความเชื่อแท้จริงน้อยเกินไป และได้รับน้อยเกินไป ดังนั้น พวกเจ้าจึงมีคำพยานน้อยเกินไป ยิ่งไปกว่านั้น พวกเจ้ามีความเข้าใจน้อยเกินไปและยังขาดความเข้าใจมากเกินไป จนถึงขั้นที่พวกเจ้าแทบจะไม่เหมาะสมกับการเป็นพยานแก่กิจการของเรา ปณิธานของพวกเจ้าแท้ที่จริงมีความสำคัญ แต่พวกเจ้าแน่ใจหรือไม่ว่าพวกเจ้าจะสามารถเป็นพยานแก่เนื้อแท้ของพระเจ้าได้สำเร็จ ? สิ่งที่พวกเจ้าได้ผ่านประสบการณ์และได้เห็นนั้นเหนือกว่าที่เหล่าวิสุทธิชนและเหล่าผู้เผยพระวจนะทั้งหลายจากทุกยุค แต่พวกเจ้าสามารถให้คำพยานได้ดีกว่าถ้อยคำของเหล่าวิสุทธิชนและเหล่าผู้เผยพระวจนะในอดีตกาลเหล่านี้หรือไม่ ? สิ่งที่เรามอบให้แก่พวกเจ้านั้นเหนือกว่าโมเสสและบดบังดาวิด ดังนั้น ในทำนองเดียวกันนี้ เราขอให้คำพยานของพวกเจ้าเหนือกว่าโมเสส และให้ถ้อยคำของพวกเจ้ายิ่งใหญ่กว่าดาวิด เราให้พวกเจ้าเป็นร้อยเท่า—ดังนั้น ในทำนองเดียวกันนี้ เราขอให้พวกเจ้าตอบแทนเราในแบบเดียวกัน พวกเจ้าต้องรู้ไว้ว่าเราคือผู้ที่มอบชีวิตให้แก่มวลมนุษย์ และพวกเจ้าคือผู้ที่ได้รับชีวิตจากเรา และต้องเป็นพยานให้เรา นี่คือหน้าที่ของพวกเจ้าที่เราได้ส่งลงมายังพวกเจ้า และที่พวกเจ้าควรจะต้องทำให้แก่เรา เราได้มอบพระสิริของเราทั้งหมดให้แก่พวกเจ้า เราได้มอบชีวิตให้แก่พวกเจ้า ซึ่งประชากรที่ถูกเลือก นั่นคือ พวกอิสราเอล ก็ไม่เคยได้รับมาก่อน ด้วยสิทธิ์ทั้งหลายนี้ พวกเจ้าควรจะต้องเป็นพยานต่อเรา และอุทิศวัยเยาว์ของพวกเจ้าให้เราและสละชีวิตลง ไม่ว่าใครก็ตามที่เราได้มอบพระสิริของเราให้ จะต้องเป็นพยานให้เรา และมอบชีวิตของพวกเจ้าให้เรา เราได้กำหนดเรื่องนี้ไว้ล่วงหน้านานแล้ว เป็นโชคดีของพวกเจ้าที่เรามอบพระสิริของเราให้แก่พวกเจ้า และหน้าที่ของพวกเจ้าคือเป็นพยานให้พระสิริของเรา หากพวกเจ้าเชื่อในเราเพียงเพื่อที่จะได้รับพระพร ถ้าเช่นนั้นงานของเราก็คงจะมีความสำคัญน้อยนิด และพวกเจ้าก็คงจะไม่ได้ทำหน้าที่ของพวกเจ้าให้ลุล่วง พวกอิสราเอลได้เห็นเพียงความกรุณา ความรัก และความยิ่งใหญ่ของเราเท่านั้น และพวกยิวได้เป็นพยานเฉพาะความอดทนและการไถ่ของเราเท่านั้น พวกเขาได้เห็นงานแห่งวิญญาณของเราน้อยนิดยิ่งนัก จนถึงจุดที่ว่าพวกเขามีความเข้าใจเพียงหนึ่งในหมื่นของสิ่งที่พวกเจ้าได้รู้และได้เห็น สิ่งที่พวกเจ้าได้เห็นนั้นมากเกินกว่าแม้กระทั่งหัวหน้าปุโรหิตในหมู่พวกเขา ความจริงที่พวกเจ้าเข้าใจวันนี้เหนือกว่าของพวกเขา สิ่งที่พวกเจ้าได้เห็นวันนี้มากเกินกว่าสิ่งที่ได้พบเห็นกันในยุคธรรมบัญญัติ รวมทั้งในยุคพระคุณ และสิ่งที่พวกเจ้าได้ประสบนั้นเหนือกว่าแม้กระทั่งโมเสสและเอลียาห์ เนื่องจากสิ่งที่พวกอิสราเอลเข้าใจคือเฉพาะธรรมบัญญัติของพระยาห์เวห์เท่านั้น และสิ่งที่พวกเขาได้เห็นคือเฉพาะภาพของพระปฤษฎางค์ของพระยาห์เวห์เท่านั้น สิ่งที่พวกยิวเข้าใจคือเฉพาะการไถ่ของพระเยซูเท่านั้น สิ่งที่พวกเขาได้รับคือเฉพาะพระคุณที่พระเยซูทรงประทานให้เท่านั้น และสิ่งที่พวกเขาได้เห็นคือเฉพาะพระฉายาของพระเยซูภายในวงศ์ของพวกยิวเท่านั้น สิ่งที่พวกเจ้าเห็นในปัจจุบันคือพระสิริของพระยาห์เวห์ การไถ่ของพระเยซู และกิจการทั้งหมดของเราในวันนี้ ดังนั้น พวกเจ้าได้ยินวจนะแห่งวิญญาณของเราด้วยหรือไม่ ได้ซาบซึ้งกับปัญญาของเราหรือไม่ ได้มารู้จักการอัศจรรย์ของเราหรือไม่ และได้เรียนรู้อุปนิสัยของเราหรือไม่ เรายังได้บอกพวกเจ้าถึงแผนการบริหารจัดการทั้งหมดของเราด้วยเช่นกัน สิ่งที่พวกเจ้าได้เห็นไม่ใช่แค่พระเจ้าที่รักและเมตตาเท่านั้น แต่คือพระเจ้าผู้เพียบพร้อมด้วยความชอบธรรม เจ้าได้เห็นงานอันอัศจรรย์ของเรา และได้รู้ว่าเราเปี่ยมด้วยบารมีและความพิโรธ ยิ่งไปกว่านั้น พวกเจ้ารู้ว่าครั้งหนึ่งเราได้โกรธเกรี้ยวอย่างรุนแรงต่อวงศ์ของอิสราเอล และรู้ว่าวันนี้ ความพิโรธนั้นได้มาถึงพวกเจ้าแล้ว พวกเจ้าเข้าใจสิ่งลึกลับของเราในฟ้าสวรรค์มากกว่าอิสยาห์และยอห์น พวกเจ้ารู้จักความดีงามและความควรค่าแก่การเคารพเทิดทูนของเรามากกว่าเหล่าวิสุทธิชนทั้งหมดในหลายยุคที่ผ่านมา สิ่งที่พวกเจ้าได้รับไม่ใช่เพียงแค่ความจริงของเรา วิถีของเรา และชีวิตของเราเท่านั้น หากแต่เป็นนิมิตและการวิวรณ์ที่ยิ่งใหญ่กว่านิมิตและการวิวรณ์ของยอห์น พวกเจ้าเข้าใช้การอัศจรรย์มากกว่ามาก และยังได้มองดูสีหน้าแท้จริงของเราอีกด้วย พวกเจ้าได้ยอมรับคำพิพากษาของเรามากกว่า และรู้อุปนิสัยอันชอบธรรมของเรามากกว่า และดังนั้น แม้ว่าพวกเจ้าจะถือกำเนิดในยุคสุดท้าย ความเข้าใจของพวกเจ้าก็เป็นความเข้าใจของแต่ก่อนและของอดีต และพวกเจ้ายังได้ประสบกับสิ่งทั้งหลายในปัจจุบันนี้ด้วย และนั่นเป็นการกระทำโดยเราเองทั้งหมด สิ่งที่เราขอจากพวกเจ้าไม่ใช่มากเกินไป เพราะเราได้ให้พวกเจ้ามากเหลือเกิน และพวกเจ้าได้เห็นมากมายหลายอย่างในเรา เช่นนั้นแล้ว เราขอให้เจ้าเป็นพยานให้เราต่อเหล่าวิสุทธิชนในหลายยุคที่ผ่านมา และนี่คือความต้องการเพียงอย่างเดียวในหัวใจของเรา

พระบิดาของเราคือองค์แรกที่ทรงเป็นพยานให้เรา แต่เราปรารถนาที่จะได้รับเกียรติที่ยิ่งใหญ่กว่า และเพื่อให้ถ้อยคำแห่งคำพยานมาจากปากของสิ่งมีชีวิตที่ถูกสร้างขึ้น—เราจึงให้ทั้งหมดของเราแก่พวกเจ้า ซึ่งพวกเจ้าจะได้ทำหน้าที่ของพวกเจ้าให้ลุล่วง ทำให้งานของเราท่ามกลางมนุษย์สิ้นสุดลง พวกเจ้าควรต้องเข้าใจว่าทำไมพวกเจ้าจึงเชื่อในเรา หากพวกเจ้าเพียงแต่ต้องการเป็นลูกมือฝึกหัดของเราหรือคนป่วยของเรา หรือต้องการกลายเป็นเหล่าวิสุทธิชนของเราคนหนึ่งในสวรรค์ เช่นนั้นแล้ว การติดตามเราของพวกเจ้าจะไร้ความหมาย การติดตามเราในลักษณะเช่นนี้จะเป็นการเสียแรงเปล่าเท่านั้น การมีความเชื่อในเราประเภทนี้จะเป็นการปล่อยวันเวลาให้ผ่านไป ใช้วัยเยาว์ของพวกเจ้าไปอย่างสิ้นเปลือง และในที่สุด พวกเจ้าจะไม่ได้รับสิ่งใดเลย นั่นจะไม่ใช่การใช้แรงโดยเปล่าประโยชน์หรอกหรือ ? เราได้ออกจากท่ามกลางพวกยิวมานานแล้ว และไม่ใช่แพทย์รักษาคนหรือยาสำหรับมนุษย์อีกต่อไป เราไม่ใช่สัตว์บรรทุกของให้มนุษย์ขับขี่หรือเชือดขายตามใจชอบอีกต่อไป ตรงกันข้าม เราได้มายังท่ามกลางมนุษย์เพื่อพิพากษาและตีสอนมนุษย์ เพื่อที่มนุษย์จะได้รู้จักเรา พวกเจ้าควรจะรู้ว่าครั้งหนึ่งเราเคยทำงานแห่งการไถ่ ครั้งหนึ่งเราเคยเป็นพระเยซู แต่เราไม่อาจคงอยู่เป็นพระเยซูตลอดไปได้ เช่นเดียวกับที่ครั้งหนึ่งเราเคยเป็นพระยาห์เวห์แต่ต่อมาได้กลายเป็นพระเยซู เราคือพระเจ้าแห่งมนุษยชาติ พระผู้เป็นเจ้าแห่งการทรงสร้าง แต่เราไม่อาจคงอยู่เป็นพระเยซูหรือพระยาห์เวห์ตลอดไปได้ เราคือสิ่งที่มนุษย์คิดว่าเป็นแพทย์ แต่ไม่สามารถพูดได้ว่าพระเจ้าเป็นเพียงแพทย์ของมวลมนุษย์เท่านั้น ดังนั้น หากเจ้ายังคงมีความคิดเห็นแบบเก่าในความเชื่อในเราของเจ้าแล้ว เจ้าก็ย่อมจะไม่ได้บรรลุซึ่งสิ่งใดเลย ไม่ว่าวันนี้พวกเจ้าจะสรรเสริญเราอย่างไร: “พระเจ้าทรงรักมนุษย์ถึงเพียงนี้ พระองค์ทรงรักษาข้าพเจ้าและทรงประทานพระพร สันติสุข และความชื่นบานยินดีให้แก่ข้าพเจ้า พระเจ้าทรงดีต่อมนุษย์ถึงเพียงนี้ หากเราแค่มีความเชื่อในพระองค์ เช่นนั้นแล้วเราก็ไม่จำเป็นต้องกังวลเรื่องเงินและทรัพย์สมบัติ...” เรายังไม่สามารถขัดจังหวะงานเดิมของเราได้ หากพวกเจ้าเชื่อในเราวันนี้ พวกเจ้าจะได้รับพระสิริของเราและจะคู่ควรที่จะได้เป็นพยานให้เราเท่านั้น และสิ่งอื่นใดทั้งหมดจะเป็นลำดับที่สอง พวกเจ้าต้องรู้เรื่องนี้ให้ชัดเจน

บัดนี้ เจ้ารู้อย่างแท้จริงแล้วหรือไม่ว่าทำไมเจ้าจึงเชื่อในเรา ? เจ้ารู้จุดประสงค์และความสำคัญของงานของเราอย่างแท้จริงหรือไม่ ? เจ้ารู้หน้าที่ของเจ้าอย่างแท้จริงหรือไม่ ? เจ้ารู้คำพยานของเราอย่างแท้จริงหรือไม่ ? หากเจ้าเพียงเชื่อในเราเท่านั้น ทว่ายังไม่มีวี่แววของพระสิริหรือคำพยานของเราในตัวเจ้า เมื่อนั้น เราได้ตัดทิ้งเจ้าไปนานแล้ว สำหรับบรรดาผู้ที่รู้ทั้งหมดนั้น พวกเขาเป็นหนามยอกตาของเรา และหนามในนิเวศของเราเสียมากกว่า พวกเขาไม่ใช่สิ่งใดที่มากไปกว่าอุปสรรคบนวิถีของเรา พวกเขาคือข้าวละมานที่จะถูกฝัดร่อนออกไปจนหมดสิ้นในงานของเรา พวกเขาใช้การไม่ได้ พวกเขาไร้ค่า และเราชิงชังพวกเขามานานแล้ว ความพิโรธของเรามักจะบังเกิดกับทุกคนที่สูญเสียคำพยานไป และไม้เรียวของเราไม่เคยหันเหไปจากพวกเขาเลย เราได้ส่งมอบพวกเขาให้กับมือของเหล่ามารร้ายมานานแล้ว พวกเขาสูญเสียพรของเราไป เมื่อวันนั้นมาถึง การตีสอนของพวกเขาจะหนักหนาสาหัสกว่าการตีสอนพวกผู้หญิงโง่เขลา วันนี้ เราทำเฉพาะงานที่เป็นหน้าที่ของเราที่ต้องทำเท่านั้น เราจะผูกข้าวสาลีทั้งหมดเป็นมัด ๆ รวมเข้าด้วยกันกับข้าวละมานเหล่านั้น นี่คือหน้าที่ของเราวันนี้ ข้าวละมานเหล่านั้นจะถูกฝัดร่อนออกไปทั้งหมดในเวลาแห่งการฝัดร่อนของเรา เมื่อนั้น เมล็ดข้าวสาลีจะถูกรวบรวมไว้ในยุ้งฉาง และข้าวละมานที่ถูกฝัดร่อนออกไปเหล่านั้นจะถูกใส่ไปในไฟเพื่อเผาเป็นเถ้าถ่าน งานของเรา ณ บัดนี้ คือการผูกมนุษย์ทั้งหมดไว้เป็นมัด ๆ กล่าวคือ เป็นการพิชิตพวกเขาอย่างถึงที่สุด เมื่อนั้น เราจะเริ่มทำการฝัดร่อนเพื่อเปิดเผยวาระสุดท้ายของมนุษย์ทั้งหมด และดังนั้น เจ้าจะได้รู้ว่าเจ้าควรต้องทำให้เราพึงพอใจอย่างไร ณ บัดนี้ และเจ้าควรจะกำหนดร่องครรลองที่ถูกต้องในความเชื่อในเราของเจ้าอย่างไร สิ่งที่เราประสงค์คือความรักภักดีและการเชื่อฟังของเจ้า ณ บัดนี้ ความรักและคำพยานของเจ้า ณ บัดนี้ แม้ว่าตอนนี้เจ้าจะไม่รู้ว่าคำพยานคืออะไรหรือความรักคืออะไร เจ้าก็ควรจะนำทุกอย่างของเจ้ามาให้เรา และส่งมอบทรัพย์สมบัติเดียวที่เจ้ามีให้แก่เรา นั่นก็คือ ความรักภักดีและการเชื่อฟังของเจ้า เจ้าควรจะรู้ว่าคำพยานถึงการเอาชนะซาตานของเรามีอยู่ภายในความรักภักดีและการเชื่อฟังของมนุษย์ เช่นเดียวกับคำพยานถึงการพิชิตมนุษย์โดยบริบูรณ์ของเรา หน้าที่แห่งการเชื่อในเราของเจ้าก็คือการเป็นพยานแก่เรา การรักภักดีต่อเราและไม่รักภักดีต่อสิ่งอื่นใดทั้งสิ้น และการเชื่อฟังไปจนถึงที่สุด ก่อนที่เราจะเริ่มขั้นตอนต่อไปของงานของเรา เจ้าจะเป็นพยานต่อเราอย่างไร ? เจ้าจะรักภักดีและจะเชื่อฟังเราอย่างไร ? เจ้าอุทิศความรักภักดีทั้งหมดของเจ้าให้แก่หน้าที่การงานของเจ้าหรือไม่ หรือเจ้าจะล้มเลิก ? เจ้าจะนบนอบต่อการจัดเตรียมทุกอย่างของเรา (แม้ว่าจะเป็นความตายหรือความพินาศ) หรือหนีหายไปกลางทางเพื่อหลบเลี่ยงการตีสอนของเรา ? เราตีสอนเจ้าเพื่อที่เจ้าจะได้เป็นพยานต่อเรา รักภักดีและเชื่อฟังต่อเรา ยิ่งไปกว่านั้น การตีสอนในปัจจุบันเป็นการคลี่คลายงานขั้นตอนต่อไปของงานของเรา และเพื่อช่วยให้งานนั้นก้าวหน้าต่อไปโดยไม่มีอะไรขวางกั้น ด้วยเหตุนี้เอง เราจึงกระตุ้นเจ้าให้เฉลียวฉลาด และจงอย่าปฏิบัติกับชีวิตของเจ้าหรือความสำคัญในการดำรงอยู่ของเจ้าเหมือนกับเม็ดทรายที่ไร้ค่า เจ้าสามารถรู้ได้แน่หรือไม่ว่างานที่จะมาถึงของเรานั้นคืออะไร ? เจ้ารู้หรือไม่ว่าเราจะทำงานอย่างไรในวันข้างหน้า และงานของเราจะคลี่คลายไปอย่างไร ? เจ้าควรจะรู้ถึงความสำคัญของการที่เจ้าจะได้ประสบพบกับงานของเรา และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ความสำคัญของความเชื่อในเราของเจ้า เราได้ทำไปมากมายแล้ว เราจะล้มเลิกแค่ครึ่งทางดังที่เจ้านึกฝันได้อย่างไร ? เราได้ทำงานที่กว้างขวางเช่นนี้แล้ว เราจะทำลายมันได้อย่างไร ? แท้ที่จริงแล้ว เราได้มาเพื่อทำให้ยุคนี้สิ้นสุดลง นี่คือเรื่องจริง แต่ยิ่งไปกว่านั้น เจ้าต้องรู้ว่าเรากำลังจะเริ่มต้นยุคใหม่ จะเริ่มต้นงานใหม่ และที่สำคัญที่สุดคือ จะเผยแพร่ข่าวประเสริฐแห่งอาณาจักร ดังนั้น เจ้าควรจะรู้ว่างานปัจจุบันเป็นเพียงเพื่อการเริ่มต้นยุคหนึ่งเท่านั้น และเพื่อวางรากฐานในการเผยแพร่ข่าวประเสริฐในสมัยที่จะมาถึงและการทำให้ยุคนี้สิ้นสุดลงในภายภาคหน้า งานของเราไม่ใช่ง่ายดายดังที่เจ้าคิด และไม่ได้ไร้ค่าหรือไร้ความหมายดังที่เจ้าอาจเชื่อ เพราะฉะนั้น เรายังคงต้องพูดกับเจ้าว่า เจ้าควรจะมอบชีวิตของเจ้าให้แก่งานของเรา และยิ่งไปกว่านั้น เจ้าควรจะอุทิศตัวของเจ้าเพื่อพระสิริของเรา นานแล้วที่เราได้ปรารถนาให้เจ้าเป็นพยานแก่เรา และนานยิ่งกว่านั้นที่เราได้ปรารถนาให้เจ้าเผยแพร่ข่าวประเสริฐของเรา เจ้าควรจะเข้าใจว่าอะไรอยู่ในหัวใจของเรา

ก่อนหน้า: มนุษย์สามารถได้รับการช่วยให้รอดท่ามกลางการบริหารจัดการของพระเจ้าเท่านั้น

ถัดไป: ด้วยความเชื่อในพระเจ้าของเจ้า เจ้าควรเชื่อฟังพระเจ้า

พระเจ้าได้เสด็จมาอย่างลับๆ ก่อนความวิบัติอันใหญ่หลวงและได้ทรงสร้างกลุ่มผู้มีชัยชนะขึ้นแล้ว จากนั้น พระเจ้าจะทรงปรากฏอย่างเปิดเผยและทรงให้รางวัลคนดีและลงโทษคนชั่ว คุณต้องการต้อนรับองค์พระผู้เป็นเจ้าและให้พระเจ้าช่วยให้รอดก่อนความวิบัติอันใหญ่หลวงหรือไม่? อย่าลังเลที่จะติดต่อเราตอนนี้เพื่อหาวิธี
ติดต่อเราผ่าน Messenger
ติดต่อเราผ่าน Line

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

เตรียมความดีให้พอเพียงสำหรับจุดหมายปลายทางของเจ้า

เราได้ทำงานมากมายท่ามกลางพวกเจ้า และแน่นอนว่า ได้กล่าวถ้อยคำไว้จำนวนหนึ่งด้วยเช่นกัน กระนั้นเราก็ยังอดที่จะรู้สึกไม่ได้ว่า...

เตรียมความดีให้พอเพียงสำหรับจุดหมายปลายทางของเจ้า

เราได้ทำงานมากมายท่ามกลางพวกเจ้า และแน่นอนว่า ได้กล่าวถ้อยคำไว้จำนวนหนึ่งด้วยเช่นกัน กระนั้นเราก็ยังอดที่จะรู้สึกไม่ได้ว่า...

The Spreading of Almighty God’s Kingdom Gospel in China

In 1995, the work of testifying to the kingdom gospel of Almighty God formally began in Mainland China. Through our gratitude to God and with a love that was true, we testified to the appearance and work of Almighty God to the brothers and sisters in various denominations. Little did we expect to suffer extreme resistance and slander from their leaders. We could only come before Almighty God to pray earnestly, beseeching God to work in person. From 1997 onward, we beheld the Holy Spirit work on a great scale.

การรักพระเจ้าเท่านั้นคือการเชื่อในพระเจ้าอย่างแท้จริง

วันนี้ ขณะที่พวกเจ้าพยายามที่จะรักและรู้จักพระเจ้า ในด้านหนึ่งนั้นเจ้าต้องอดทนต่อความยากลำบากและกระบวนการถลุง และในอีกด้านหนึ่ง...

การตั้งค่า

  • ข้อความ
  • ธีม

สีเข้ม

ธีม

แบบอักษร

ขนาดตัวอักษร

ระยะห่างบรรทัด

ระยะห่างบรรทัด

ความกว้างของหน้า

สารบัญ

ค้นหา

  • ค้นหาข้อความนี้
  • ค้นหาในหนังสือนี้