พระวจนะของพระเจ้าประจำวัน | “พระผู้ช่วยให้รอดได้เสด็จกลับมาบน "เมฆขาว" แล้ว” (บทตัดตอน 2)พระวจนะของพระเจ้าประจำวัน | “พระผู้ช่วยให้รอดได้เสด็จกลับมาบน "เมฆขาว" แล้ว” (บทตัดตอน 2) พระวจนะของพระเจ้าประจำวัน | “พระเจ้าและมนุษย์จะเข้าสู่การหยุดพักด้วยกัน” (บทตัดตอน 8)พระวจนะของพระเจ้าประจำวัน | “พระเจ้าและมนุษย์จะเข้าสู่การหยุดพักด้วยกัน” (บทตัดตอน 8) “มนุษย์สามารถได้รับการช่วยให้รอดท่ามกลางการบริหารจัดการของพระเจ้าเท่านั้น” (บทตัดตอน 1)“มนุษย์สามารถได้รับการช่วยให้รอดท่ามกลางการบริหารจัดการของพระเจ้าเท่านั้น” (บทตัดตอน 1) พระวจนะของพระเจ้าประจำวัน | "พระผู้ช่วยให้รอดได้เสด็จกลับมาบน "เมฆขาว" แล้ว" (บทตัดตอน 3)พระวจนะของพระเจ้าประจำวัน | "พระผู้ช่วยให้รอดได้เสด็จกลับมาบน "เมฆขาว" แล้ว" (บทตัดตอน 3) ในเวลาที่เจ้าได้เห็นกายจิตวิญญาณของพระเยซู พระเจ้าจะได้ทรงสร้างสวรรค์และโลกขึ้นใหม่แล้ว (บทตัดตอน 2)ในเวลาที่เจ้าได้เห็นกายจิตวิญญาณของพระเยซู พระเจ้าจะได้ทรงสร้างสวรรค์และโลกขึ้นใหม่แล้ว (บทตัดตอน 2) พระวจนะของพระเจ้าประจำวัน | “พระผู้ช่วยให้รอดได้เสด็จกลับมาบน "เมฆขาว" แล้ว” (บทตัดตอน 1)พระวจนะของพระเจ้าประจำวัน | “พระผู้ช่วยให้รอดได้เสด็จกลับมาบน "เมฆขาว" แล้ว” (บทตัดตอน 1) พระวจนะของพระเจ้าประจำวัน | “พระเจ้าและมนุษย์จะเข้าสู่การหยุดพักด้วยกัน” (บทตัดตอน 2)พระวจนะของพระเจ้าประจำวัน | “พระเจ้าและมนุษย์จะเข้าสู่การหยุดพักด้วยกัน” (บทตัดตอน 2) เจ้ารู้หรือไม่ว่าพระเจ้าได้ทรงกระทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่ในหมู่มวลมนุษย์? (บทตัดตอน 1)เจ้ารู้หรือไม่ว่าพระเจ้าได้ทรงกระทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่ในหมู่มวลมนุษย์? (บทตัดตอน 1) ในเวลาที่เจ้าได้เห็นกายจิตวิญญาณของพระเยซู พระเจ้าจะได้ทรงสร้างสวรรค์และโลกขึ้นใหม่แล้ว (บทตัดตอน 1)ในเวลาที่เจ้าได้เห็นกายจิตวิญญาณของพระเยซู พระเจ้าจะได้ทรงสร้างสวรรค์และโลกขึ้นใหม่แล้ว (บทตัดตอน 1) พระวจนะของพระเจ้าประจำวัน | "ทุกสิ่งสัมฤทธิ์ได้ด้วยพระวจนะแห่งพระเจ้า" (บทตัดตอน 2)พระวจนะของพระเจ้าประจำวัน | "ทุกสิ่งสัมฤทธิ์ได้ด้วยพระวจนะแห่งพระเจ้า" (บทตัดตอน 2) พระวจนะของพระเจ้าประจำวัน | "การทรงปรากฏของพระเจ้าได้นำมาซึ่งยุคใหม่" (บทตัดตอน 1)พระวจนะของพระเจ้าประจำวัน | "การทรงปรากฏของพระเจ้าได้นำมาซึ่งยุคใหม่" (บทตัดตอน 1) พระวจนะของพระเจ้าประจำวัน |“พระคริสต์แห่งยุคสุดท้ายเท่านั้นที่ทรงสามารถประทานหนทางแห่งชีวิตนิรันดร์แก่มนุษย์ได้”(บทตัดตอน 3)พระวจนะของพระเจ้าประจำวัน |“พระคริสต์แห่งยุคสุดท้ายเท่านั้นที่ทรงสามารถประทานหนทางแห่งชีวิตนิรันดร์แก่มนุษย์ได้”(บทตัดตอน 3) พระวจนะของพระเจ้าประจำวัน | “การทรงปรากฏของพระเจ้าได้นำมาซึ่งยุคใหม่” (บทตัดตอน 2)พระวจนะของพระเจ้าประจำวัน | “การทรงปรากฏของพระเจ้าได้นำมาซึ่งยุคใหม่” (บทตัดตอน 2) พระวจนะของพระเจ้าประจำวัน | เสียงฟ้าร้องทั้งเจ็ดดังกังวาน—การพยากรณ์ว่าข่าวประเสริฐแห่งอาณาจักรจะเผยแพร่ไปทั่วทั้งจักรวาล (บทตัดตอน 2)พระวจนะของพระเจ้าประจำวัน | เสียงฟ้าร้องทั้งเจ็ดดังกังวาน—การพยากรณ์ว่าข่าวประเสริฐแห่งอาณาจักรจะเผยแพร่ไปทั่วทั้งจักรวาล (บทตัดตอน 2) พระวจนะของพระเจ้าประจำวัน | "พระคริสต์แห่งยุคสุดท้ายเท่านั้นที่ทรงสามารถประทานหนทางแห่งชีวิตนิรันดร์แก่มนุษย์ได้"(บทตัดตอน 1)พระวจนะของพระเจ้าประจำวัน | "พระคริสต์แห่งยุคสุดท้ายเท่านั้นที่ทรงสามารถประทานหนทางแห่งชีวิตนิรันดร์แก่มนุษย์ได้"(บทตัดตอน 1) พระวจนะของพระเจ้าประจำวัน | พระเจ้าพระองค์เอง องค์หนึ่งเดียว 3 (บทตัดตอน 1)พระวจนะของพระเจ้าประจำวัน | พระเจ้าพระองค์เอง องค์หนึ่งเดียว 3 (บทตัดตอน 1)

“มนุษย์สามารถได้รับการช่วยให้รอดท่ามกลางการบริหารจัดการของพระเจ้าเท่านั้น” (บทตัดตอน 1)

การอ่านพระวจนะของพระเจ้าผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์   179  

พระวจนะของพระเจ้าประจำวัน | “มนุษย์สามารถได้รับการช่วยให้รอดท่ามกลางการบริหารจัดการของพระเจ้าเท่านั้น” (บทตัดตอน I)

แม้การบริหารจัดการของพระเจ้านั้นมีความลึกซึ้ง แต่ก็มิได้อยู่เหนือความเข้าใจของมนุษย์ นี่เป็นเพราะว่า พระราชกิจทั้งปวงของพระเจ้าเชื่อมโยงกับการบริหารจัดการของพระองค์และพระราชกิจของพระองค์ในการช่วยมนุษย์ชาติให้รอด และเกี่ยวข้องกับชีวิต การดำเนินชีวิต และบั้นปลายของมนุษยชาติ สามารถกล่าวได้ว่า พระราชกิจที่พระเจ้าทรงปฏิบัติท่ามกลางและบนมนุษย์นั้นมีความสัมพันธ์กับสถานการณ์จริง และมีความหมายอย่างมาก เป็นสิ่งที่มนุษย์สามารถมองเห็นได้และผ่านประสบการณ์ได้ และไม่ใช่บางสิ่งที่เป็นนามธรรมโดยสิ้นเชิง หากมนุษย์ไม่มีความสามารถในการยอมรับพระราชกิจทั้งมวลที่พระเจ้าทรงปฏิบัติแล้วไซร้ อะไรเล่าคือนัยสำคัญแห่งพระราชกิจของพระองค์? และการบริหารจัดการดังกล่าวจะสามารถนำไปสู่ความรอดของมนุษย์ได้อย่างไร? ผู้ติดตามพระเจ้ามากมายเพียงห่วงกังวลกับวิธีที่จะได้รับพระพร หรือไม่ก็วิธีที่จะป้องกันยับยั้งการเกิดความวิบัติ ทันทีที่มีการเอ่ยถึงพระราชกิจและการบริหารจัดการของพระเจ้า พวกเขาจะเงียบกริบและหมดความสนใจไป พวกเขาคิดว่า การเข้าใจหัวข้อต่างๆ ดังกล่าวที่น่าเหนื่อยหน่ายเช่นนั้นจะไม่ช่วยให้ชีวิตของพวกเขาเติบโต หรือให้ผลประโยชน์ใดๆ ผลสืบเนื่องตามมาก็คือ แม้ว่าพวกเขาจะเคยได้ยินเกี่ยวกับการบริหารจัดการของพระเจ้ามาแล้ว พวกเขาก็ให้ความสนใจเพียงน้อยนิด พวกเขาไม่ได้มองเป็นบางสิ่งอันล้ำค่าที่ควรยอมรับ นับประสาอะไรที่พวกเขาจะยอมรับไว้เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตของพวกเขา ผู้คนเหล่านั้นมีเพียงจุดมุ่งหมายอันเรียบง่ายอยู่หนึ่งอย่างในการติดตามพระเจ้า และจุดมุ่งหมายนั้นก็คือ เพื่อที่จะได้รับพระพร ผู้คนดังกล่าวไม่พยายามที่จะให้ความสนใจกับสิ่งอื่นใดที่ไม่ได้เกี่ยวข้องโดยตรงกับจุดมุ่งหมายนี้ สำหรับพวกเขาแล้ว ไม่มีเป้าหมายใดที่ถูกทำนองคลองธรรมมากไปกว่าการเชื่อในพระเจ้าเพื่อที่จะได้รับพระพร—นั่นคือคุณค่าแท้จริงของความเชื่อของพวกเขา หากบางสิ่งไม่มีส่วนร่วมในจุดมุ่งหมายนี้ พวกเขาจะยังคงไม่มีอารมณ์ร่วมไปกับสิ่งนั้นโดยสิ้นเชิง นี่เป็นกรณีของผู้คนส่วนใหญ่ซึ่งเชื่อในพระเจ้าทุกวันนี้ จุดมุ่งหมายและเจตนาของพวกเขาดูเหมือนถูกต้องตามทำนองคลองธรรม เนื่องเพราะในขณะที่พวกเขาเชื่อในพระเจ้า พวกเขาสละให้พระเจ้าทั้งหมด อุทิศตนให้กับพระเจ้า และปฏิบัติหน้าที่ของพวกเขาด้วยเช่นกัน พวกเขายอมทิ้งชีวิตวัยเยาว์ ละทิ้งครอบครัวและอาชีพการงาน และถึงขั้นใช้เวลาหลายปีจากบ้านไปผูกพันตัวเองกับกิจธุระมากมาย เพื่อเห็นแก่เป้าหมายสูงสุดของพวกเขา พวกเขาเปลี่ยนแปลงความสนใจต่างๆ ของตนเอง เปลี่ยนทัศนะของพวกเขาที่มีต่อชีวิต และถึงขั้นเปลี่ยนทิศทางที่พวกเขาแสวงหา กระนั้นพวกเขาก็ยังไม่สามารถเปลี่ยนจุดมุ่งหมายของความเชื่อในพระเจ้าของพวกเขาได้ พวกเขาวุ่นสาละวนกับการบริหารจัดการอุดมคติต่างๆ ของตัวพวกเขาเอง ไม่ว่าถนนเส้นนั้นจะยาวไกลเพียงใด ไม่ว่าความยากลำบากและอุปสรรคต่างๆ จะมากมายเพียงใดตลอดเส้นทางนั้น พวกเขายังคงยืนกรานและหาได้เกรงกลัวต่อความตาย พลังอำนาจอะไรกันที่ขับดันพวกเขาให้อุทิศทุ่มเทตัวเองต่อไปในวิถีทางนี้? นี่คือจิตสำนึกของพวกเขาอย่างนั้นหรือ? นี่คือบุคลิกลักษณะอันยิ่งใหญ่และสง่างามของพวกเขาอย่างนั้นหรือ? นี่คือความตั้งใจแน่วแน่ของพวกเขาที่จะต่อสู้กับแรงกดดันของความชั่วไปจนถึงที่สุดเลยหรือ? นี่คือความเชื่อของพวกเขาที่จะเป็นพยานต่อพระเจ้าโดยปราศจากการแสวงสินจ้างรางวัลหรือ? นี่คือความรักภักดีของพวกเขาในความเต็มใจที่จะสละทุกอย่างเพื่อสัมฤทธิ์ในน้ำพระทัยของพระเจ้าหรือ? หรือว่านี่คือจิตวิญญาณแห่งการสละอุทิศของพวกเขาที่จะละแล้วซึ่งความต้องการฟุ้งเฟ้อส่วนตัวอย่างนั้นหรือ? การที่บางคนซึ่งไม่เคยเข้าใจพระราชกิจแห่งการบริหารจัดการของพระเจ้าจะยังคงมอบให้อย่างมากมายนั้นเป็นเรื่องปาฏิหาริย์ชัดๆ! ณ ตอนนี้ พวกเราจงหยุดหารือกันเถิดว่า ผู้คนเหล่านี้ได้ให้มาแล้วเท่าไรแล้ว ไม่ว่าจะอย่างไร พฤติกรรมของพวกเขานั้นก็มีค่าควรแก่การวิเคราะห์ของพวกเราอย่างยิ่ง นอกเหนือไปจากผลประโยชน์ต่างๆ ที่สัมพันธ์ใกล้ชิดกับพวกเขาอย่างมากแล้ว พอจะสามารถมีเหตุผลอื่นใดไหมว่า เหตุใดผู้คนเหล่านี้ซึ่งไม่เคยเข้าใจพระเจ้าเลย จึงจะมอบให้พระองค์อย่างมากมาย? พวกเราค้นพบปัญหาหนึ่งซึ่งไม่เคยถูกระบุมาก่อนหน้าอยู่ในนี้ นั่นก็คือ สัมพันธภาพของมนุษย์กับพระเจ้านั้นเป็นแค่สัมพันธภาพแห่งผลประโยชน์ของตนเองอย่างไม่มีอะไรปิดบัง เป็นสัมพันธภาพระหว่างผู้รับกับผู้ให้พร กล่าวอย่างง่ายก็คือ คล้ายกับสัมพันธภาพระหว่างลูกจ้างกับนายจ้าง ลูกจ้างทำงานเพียงเพื่อได้รับสินจ้างรางวัลที่นายจ้างมอบให้ ไม่มีเสน่หาใดเลยในสัมพันธภาพเช่นนี้ มีเพียงธุรกรรมแลกเปลี่ยนเท่านั้น ไม่มีการให้ความรัก หรือการได้รับความรัก มีเพียงการแบ่งปันและความปราณี ไม่มีความเข้าใจ มีเพียงความขัดเคืองคับข้องที่ถูกเก็บกดเอาไว้และมารยาเสแสร้งเท่านั้น ไม่มีความใกล้ชิดสนิทสนม มีเพียงช่องว่างทางความนึกคิดที่ไม่อาจก้าวข้ามไปได้เท่านั้น บัดนี้เมื่อสิ่งต่างๆ ได้มาถึงจุดนี้ ใครเล่าที่สามารถเดินย้อนเส้นทางนั้นกลับไปได้? และมีผู้คนมากมายแค่ไหนที่สามารถเข้าใจได้อย่างแท้จริงว่า สัมพันธภาพนี้ได้กลับกลายมาถึงขีดสุดแล้วอย่างไร? เราเชื่อว่า เมื่อผู้คนดื่มด่ำตัวเองอยู่ในความชื่นบานยินดีแห่งการได้รับพร ไม่มีใครเลยที่จะสามารถจินตนาการได้ว่า สัมพันธภาพกับพระเจ้าเช่นนั้นช่างน่าตะขิดตะขวงและไม่น่ามองเพียงไร

สิ่งที่น่าเศร้าที่สุดเกี่ยวกับความเชื่อในพระเจ้าของมนุษยชาติก็คือ การที่มนุษย์ดำเนินการบริหารจัดการของตัวเองท่ามกลางพระราชกิจของพระเจ้า และกระนั้นก็ยังไม่มีความใส่ใจทั้งสิ้นต่อการบริหารจัดการของพระเจ้า ในเวลาเดียวกับที่กำลังพยายามที่จะนบนอบต่อพระเจ้าและนมัสการพระองค์นั้น ความล้มเหลวที่ใหญ่ที่สุดของมนุษย์อยู่ตรงที่วิธีที่มนุษย์กำลังก่อร่างสร้างบั้นปลายในอุดมคติของเขาเองขึ้นมา และวาดโครงร่างว่าจะได้รับพระพรอันยิ่งใหญ่ที่สุดและบั้นปลายที่ดีที่สุดอย่างไร ต่อให้มีคนเข้าใจว่าพวกเขานั้นน่าเวทนา น่าชิงชัง และน่าสมเพชอย่างไร จะมีสักกี่คนเล่าที่จะสามารถละทิ้งอุดมคติและความหวังเหล่านั้นได้โดยไม่ลังเล? และใครเล่าที่จะสามารถยับยั้งย่างก้าวของพวกเขาเองและหยุดคิดถึงแต่ตัวเองเท่านั้น? พระเจ้าทรงจำเป็นต้องมีบรรดาผู้ที่จะให้ความร่วมมือกับพระองค์อย่างใกล้ชิดเพื่อที่จะทำให้การบริหารจัดการของพระองค์เสร็จสมบูรณ์ พระองค์ทรงจำเป็นต้องมีบรรดาผู้ที่จะนบนอบต่อพระองค์โดยการสละอุทิศจิตใจและร่างกายทั้งหมดทั้งสิ้นของพวกเขาให้กับพระราชกิจแห่งการบริหารจัดการของพระองค์ พระองค์ไม่ทรงจำเป็นต้องมีผู้คนซึ่งยื่นมือออกมาขอรับจากพระองค์ทุกวัน ยิ่งพวกที่ให้มาเล็กน้อยแล้วรอรับรางวัลตอบแทนนั้นยิ่งแล้วใหญ่ พระเจ้าทรงรังเกียจพวกที่มีส่วนร่วมเพียงไร้ค่าน้อยนิดแล้วก็หยุดพักอย่างพอใจในความสำเร็จของตัวเอง พระองค์ทรงเกลียดชังพวกผู้คนเลือดเย็นที่ไม่พอใจพระราชกิจแห่งการบริหารจัดการของพระองค์ และพูดคุยแต่เรื่องการไปสวรรค์และการได้รับพระพรเท่านั้น พระองค์ยิ่งทรงมีความเกลียดต่อพวกซึ่งฉวยผลประโยชน์จากโอกาสที่พระราชกิจซึ่งพระองค์ทรงกระทำในการช่วยมนุษยชาติให้รอดนำมาเสนอให้นั้นอย่างมากมายกว่าด้วยซ้ำ นั่นเป็นเพราะผู้คนเหล่านี้ไม่เคยเลยที่จะใส่ใจเกี่ยวกับสิ่งที่พระเจ้าทรงปรารถนาจะสัมฤทธิ์ผลและได้มาโดยผ่านทางพระราชกิจแห่งการบริหารจัดการของพระองค์ พวกเขาเพียงกังวลกับวิธีที่พวกเขาจะสามารถได้รับพระพรโดยอาศัยโอกาสที่จัดเตรียมโดยพระราชกิจของพระเจ้า พวกเขาไม่ใส่ใจเกี่ยวกับพระหทัยของพระเจ้า ด้วยความที่หมกมุ่นเต็มที่อยู่กับเป้าหมายที่มองว่าจะเป็นไปได้และชะตากรรมของพวกเขาเอง พวกที่ไม่พอใจในพระราชกิจแห่งการบริหารจัดการของพระเจ้าและขาดแม้กระทั่งความสนใจอันแผ่วบางที่สุดในวิธีที่พระเจ้าทรงช่วยมนุษยชาติให้รอด และน้ำพระทัยของพระองค์นั้น ก็แค่กำลังทำในสิ่งที่พวกเขาพอใจ ในวิถีทางที่แยกออกจากพระราชกิจแห่งการบริหารจัดการของพระเจ้าเท่านั้น พฤติกรรมของพวกเขานั้นไม่ได้รับการจดจำหรือเห็นชอบโดยพระเจ้า—ยิ่งไม่ต้องพูดเลยว่า พระเจ้าจะทรงมอง อย่างโปรดปราน

ตัดตอนมาจาก มนุษย์สามารถได้รับการช่วยให้รอดท่ามกลางการบริหารจัดการของพระเจ้าเท่านั้น

ดาวน์โหลดแอปฟรี

ติดตามรอยพระบาทของพระเมษโปดกและชื่นชมความค้ำจุนอันมั่งคั่งสำหรับชีวิต

ดาวน์โหลดแอปฟรี

ติดตามรอยพระบาทของพระเมษโปดกและชื่นชมความค้ำจุนอันมั่งคั่งสำหรับชีวิต

วิดีโอใหม่ล่าสุดในซีรีส์อื่น