การตักเตือนสามประการ

ในฐานะผู้เชื่อในพระเจ้า เจ้าควรรักภักดีต่อพระองค์เพียงผู้เดียวโดยไม่มีใครอื่นในทุกสรรพสิ่ง และสามารถที่จะปฏิบัติตามพระประสงค์ของพระองค์ในทุกสิ่งสรรพ์ กระนั้นแม้ทุกคนจะเข้าใจในถ้อยคำนี้ แต่ด้วยปัญหาจิปาถะของมนุษย์—ด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ความไร้เหตุผล และความเสื่อมทรามของเขา เป็นต้น—ความสัตย์จริงเหล่านี้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ชัดเจนและเป็นพื้นฐานที่สุดของทุกสิ่ง จึงไม่ปรากฏเป็นหลักฐานอยู่ภายในตัวเขาอย่างครบถ้วนสมบูรณ์ และดังนั้น ก่อนที่จุดจบของพวกเจ้าจะมาถึงอย่างถาวร เราควรบอกบางสิ่งบางอย่างที่สำคัญที่สุดแก่พวกเจ้าเสียก่อน ก่อนที่เราจะพูดต่อ อันดับแรก พวกเจ้าจะต้องเข้าใจในสิ่งนี้ว่า วาจาที่เรากล่าวนั้นเป็นความสัตย์จริงซึ่งมีเป้าหมายอยู่ที่มนุษยชาติทั้งมวล มันไม่ได้ถูกกล่าวโดยระบุถึงบุคคลหนึ่งหรือบุคคลประเภทหนึ่งโดยเฉพาะ เพราะฉะนั้น พวกเจ้าจึงควรรวบรวมสมาธิเพื่อทำความเข้าใจวจนะของเราจากจุดยืนแห่งความสัตย์จริง และจะต้องมีท่าทีที่ไม่แบ่งปันความสนใจและความจริงใจไปทางอื่น จะต้องไม่เพิกเฉยต่อวาจาหรือความสัตย์จริงที่เรากล่าวแม้แต่คำเดียว และจะต้องไม่ปฏิบัติต่อวาจาทั้งหมดที่เรากล่าวอย่างไม่ใส่ใจจริงจัง ในชีวิตของพวกเจ้า เราได้เห็นว่า พวกเจ้าได้ทำอะไรมากมายที่ไม่เกี่ยวข้องกับความสัตย์จริง และดังนั้น เราขอสั่งอย่างเฉพาะเจาะจง ให้พวกเจ้ากลายมาเป็นบริวารแห่งความสัตย์จริง ให้เจ้าไม่ตกไปเป็นทาสของความเลวทรามชั่วร้ายและความน่าเกลียดน่ากลัว และให้เจ้าไม่เหยียบย่ำความสัตย์จริงหรือทำให้มุมใดของพระนิเวศของพระเจ้าด่างพร้อยเป็นรอยมลทิน นี่คือการตักเตือนของเราที่มอบแก่พวกเจ้า บัดนี้ เราจะกล่าวถึงหัวข้อสำคัญตรงหน้า ณ เวลานี้

ประการแรก เพื่อเห็นแก่ชะตากรรมของตัวพวกเจ้าเอง พวกเจ้าควรมองหาการยอมรับจากพระเจ้า กล่าวคือ เมื่อพวกเจ้ารับรู้แล้วว่าพวกเจ้าคือสมาชิกคนหนึ่งในพระนิเวศของพระเจ้า เมื่อนั้นพวกเจ้าก็ควรนำสันติสุขในจิตใจมาสู่พระเจ้า และทำให้พระองค์พึงพอพระทัยในทุกสิ่งสรรพ์ พูดอีกอย่างก็คือ เจ้าจะต้องมีหลักจริยธรรมในการกระทำต่างๆ ของเจ้า และจะต้องปฏิบัติอย่างสอดคล้องกับความสัตย์จริงในการกระทำเหล่านั้น หากนี่เป็นสิ่งซึ่งเกินกว่าที่เจ้าจะทำได้ เมื่อนั้นเจ้าก็จะถูกพระเจ้าชิงชังและปฏิเสธ และถูกรังเกียจเดียดฉันท์จากมนุษย์ทุกคน ทันทีที่เจ้าตกไปอยู่ในสภาวะที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออกแบบนั้น เจ้าก็จะไม่สามารถถูกนับรวมเข้าไปอยู่ในพระนิเวศของพระเจ้า นี่เองที่เป็นความหมายตรงตัวของการไม่ถูกยอมรับโดยพระเจ้า

ประการที่สอง พวกเจ้าควรรู้ว่าพระเจ้าชอบคนจำพวกที่มีความซื่อสัตย์ โดยเนื้อแท้แล้ว พระเจ้าทรงเปี่ยมไปด้วยความสัตย์ซื่อ และดังนั้น พระวจนะของพระเจ้าสามารถเชื่อถือไว้วางใจได้เสมอ ที่ยิ่งไปกว่านั้นก็คือ การกระทำของพระองค์นั้นสมบูรณ์แบบไร้ข้อบกพร่องผิดพลาดและปราศจากข้อให้กังขา และนี่เองที่เป็นเหตุผลว่า เหตุใดพระเจ้าจึงชอบคนจำพวกที่มีความซื่อสัตย์ต่อพระองค์โดยสมบูรณ์ปราศจากข้อกังขาสงสัย ความซื่อสัตย์หมายถึงการมอบหัวใจของเจ้าให้แก่พระเจ้า จริงแท้ต่อพระเจ้าในทุกสิ่งสรรพ์ เปิดเผยต่อพระเจ้าในทุกสิ่งสรรพ์ ไม่เคยซุกซ่อนความเป็นจริง ไม่พยายามหลอกลวงบรรดาผู้ที่อยู่สูงกว่าและต่ำกว่าเจ้า และไม่ทำสิ่งต่างๆเพื่อหวังประจบประแจงให้พระเจ้าโปรดปราน กล่าวสั้นๆก็คือ การมีความซื่อสัตย์คือการมีความบริสุทธิ์ในการกระทำและคำพูดทั้งหลาย และการไม่หลอกลวงทั้งพระเจ้าและมนุษย์ สิ่งที่เราพูดเป็นสิ่งที่เรียบง่ายมาก แต่สำหรับพวกเจ้า มันยากลำบากเป็นเท่าทวีคูณ ผู้คนมากมายเลือกที่จะถูกประณามสาปแช่งให้ไปลงนรกดีกว่าให้พูดและกระทำด้วยความซื่อสัตย์ จึงไม่ต้องประหลาดใจที่เรามีวิธีปฏิบัติอีกแบบซึ่งเตรียมไว้สำหรับรับมือกับคนพวกที่ไม่มีความซื่อสัตย์ แน่นอนว่า เรารู้ดีอย่างเต็มเปี่ยมว่ามันยากแค่ไหนสำหรับพวกเจ้าที่จะมีความซื่อสัตย์ เพราะพวกเจ้าทุกคนล้วนชาญฉลาดนัก เก่งมากในเรื่องการประมาณค่าผู้คนด้วยไม้บรรทัดอันเล็กจิ๋วของเจ้า นี่ทำให้งานของเรายิ่งมีความเรียบง่ายขึ้น และด้วยความที่พวกเจ้าแต่ละคนล้วนกกกอดความลับแนบไว้กับอก เช่นนั้นก็ดีแล้ว เราจะส่งพวกเจ้า เรียงทีละคน ไปสู่อาเพศภัย ให้ได้ “ถูกสั่งสอน” ด้วยเพลิงอัคคี เพื่อที่หลังจากนั้น พวกเจ้าอาจมั่นใจได้อย่างสิ้นเชิงต่อความเชื่อของเจ้าในวจนะของเรา ถึงที่สุดแล้ว เราจะกระชากเอาคำว่า “พระเจ้าคือพระเจ้าผู้เปี่ยมด้วยความสัตย์ซื่อ” ออกมาจากปากของพวกเจ้า ถึงจุดนั้น พวกเจ้าก็คงได้แต่ตีอกชกหัว และพิลาปรำพัน ว่า “ที่เคี้ยวคดนั่น คือหัวใจของมนุษย์!” จิตใจของพวกเจ้าจะอยู่ในสภาวะใดในเวลานี้ เราจินตนาการว่า เจ้าคงจะไม่รู้สึกยินดีมีชัยดังที่เจ้ากำลังเป็นอยู่ในตอนนี้ และที่ยิ่งกว่านั้นคือ เจ้าจะมีความ“ล้ำลึกและลึกล้ำ” น้อยกว่าที่กำลังเป็นอยู่ในตอนนี้อย่างมากมาย ต่อพระพักตร์ของพระเจ้าแล้ว ผู้คนบางคนช่างสงบเสงี่ยมสำรวมไปเสียทั้งหมด พวกเขาใช้ความพยายามมากมายที่จะ “ประพฤติดีมีมารยาท” กระนั้น พวกก็ยังแยกเขี้ยวและกวัดแกว่งกรงเล็บใส่กันต่อพระพักตร์ของพระวิญญาณ พวกเจ้าจะจัดอันดับผู้คนแบบนี้ให้อยู่ท่ามกลางลำดับชั้นของคนซื่อสัตย์อย่างนั้นหรือ หากเจ้าเป็นคนประเภทหน้าไหว้หลังหลอกคนหนึ่ง เป็นใครบางคนที่มีทักษะใน “การสร้าง สัมพันธภาพระหว่างบุคคล” เมื่อนั้นเราก็จะพูดว่า เจ้าคือใครบางคนที่ช่างพยายามล้อเล่นกับพระเจ้าโดยแน่แท้ หากคำพูดของเจ้าพรุนไปด้วยข้อแก้ตัวกับเหตุผลข้ออ้างที่ไร้ราคาฟังไม่ขึ้น เมื่อนั้นเราก็จะพูดว่า เจ้าคือใครบางคนที่ไม่เต็มใจจะนำความสัตย์จริงมาปฏิบัติ หากเจ้ามีความลับมากมายซึ่งเจ้าลังเลที่จะแบ่งปัน หากเจ้ารังเกียจยิ่งนักในการนำความลับของเจ้า—ความยากลำบากของเจ้า—มาตีแผ่ต่อหน้าคนอื่นๆ เพื่อหาทางออก เมื่อนั้นเราก็จะพูดว่า เจ้าคือใครบางคนที่จะไม่ได้รับความรอดโดยง่าย และเป็นคนที่จะไม่โผล่พ้นจากความมืดมิดโดยง่าย หากการแสวงหาความสัตย์จริงสร้างความพอใจให้กับเจ้าเป็นอย่างดี เมื่อนั้นเจ้าก็คือใครบางคนที่อาศัยอยู่ในแสงสว่างตลอดเวลา หากเจ้ายินดีมากเหลือเกินที่ได้เป็นผู้รับใช้ในพระนิเวศของพระเจ้า ทำงานอย่างขยันขันแข็งและจริงจังอยู่เพียงเบื้องหลังไม่เสนอหน้า เป็นผู้ให้เสมอและไม่เคยเป็นผู้รับเลย เมื่อนั้นเราก็จะพูดว่า เจ้าคือวิสุทธิชนผู้ภักดี เพราะเจ้าไม่แสวงหาสินจ้างรางวัล และเป็นเพียงบุคคลที่ซื่อสัตย์คนหนึ่งเท่านั้นเอง หากเจ้าเต็มใจจะเป็นคนซื่อตรงเปิดเผย หากเจ้าตั้งใจอุทิศทุกสิ่งที่เป็นของเจ้า หากเจ้าสามารถสละชีวิตเพื่อพระเจ้า และยืนกรานหนักแน่นในคำพยาน และหากเจ้ามีความซื่อสัตย์จนถึงจุดที่เจ้ารู้เพียงการทำให้พระเจ้าพึงพอพระทัย และไม่คำนึงถึงตัวเจ้าเอง หรือรับไว้เพื่อตัวเจ้าเอง เมื่อนั้น เราจะพูดว่า ผู้คนแบบนั้นคือคนพวกที่ถูกบำรุงเลี้ยงดูในความสว่าง และเป็นผู้ที่จะมีชีวิตยืนยาวตลอดกาลในอาณาจักรแห่งนี้ เจ้าควรจะรู้ว่า มีความเชื่อที่แท้จริงและความรักภักดีที่แท้จริงอยู่ภายในตัวเจ้าหรือไม่ รู้ว่าเจ้ามีบันทึกของการทนทุกข์ทรมานเพื่อพระเจ้าหรือไม่ และรู้ว่า เจ้าได้นบนอบต่อพระเจ้าด้วยประการทั้งปวงหรือไม่ หากเจ้าขาดสิ่งเหล่านี้ไป เมื่อนั้น การฝ่าฝืนดื้อรั้น การหลอกลวง ความละโมบ และความไม่พอใจก็จะยังคงอยู่ภายในตัวเจ้า เนื่องจากหัวใจของเจ้าอยู่ห่างไกลจากความซื่อสัตย์ เจ้าจึงไม่เคยได้รับการจดจำในด้านดีจากพระเจ้า และไม่เคยมีชีวิตอยู่ในแสงสว่าง ชะตากรรมของคนเราจะออกมาเป็นอย่างไรในบั้นปลายนั้นขึ้นอยู่กับการที่พวกเขามีหัวใจที่ซื่อสัตย์และเป็นสีแดงเข้มของเลือด และมีวิญญาณที่บริสุทธิ์หรือไม่ หากเจ้าเป็นใครบางคนที่ไม่มีความซื่อสัตย์เอาเสียเลย ใครบางคนซึ่งมีหัวใจพยาบาทมาดร้าย ใครบางคนซึ่งมีวิญญาณที่ไม่สะอาด เมื่อนั้น เจ้าก็จงมั่นใจได้เลยว่าจะได้พบจุดจบในสถานที่ที่มนุษย์ถูกลงทัณฑ์ ตามที่ถูกลิขิตไว้ในบันทึกชะตากรรมของเจ้านั่นเอง หากเจ้าอ้างว่าตัวเองมีความซื่อสัตย์อย่างมาก แต่กระนั้นก็ยังไมเคยลงมือปฏิบัติไปตามความจริง หรือกล่าวคำพูดที่เป็นความจริงได้สำเร็จ เช่นนั้นเจ้ายังจะรอคอยให้พระเจ้าประทานรางวัลแก่เจ้าอยู่อีกหรือ เจ้ายังคงหวังให้พระเจ้าเห็นเจ้าเป็นแก้วตาดวงใจของพระองค์อยู่กระนั้นหรือ ความคิดเช่นนั้นจะไม่แปลกประหลาดจนน่าสมเพชหรอกหรือ เจ้าหลอกลวงพระเจ้าในทุกสิ่งสรรพ์ แล้วพระนิเวศของพระเจ้าจะให้ที่พักอาศัยแก่คนมือไม่สะอาดอย่างเจ้าได้เช่นไร

ประการที่สามที่เราอยากจะบอกพวกเจ้าก็คือ บุคคลทุกคน ในช่วงเวลาแห่งการดำเนินชีวิตของพวกเขาด้วยความเชื่อในพระเจ้า ล้วนได้ทำในสิ่งต่างๆ ที่ต่อต้านและหลอกลวงพระเจ้า การกระทำเลวร้ายบางอย่างไม่จำเป็นต้องถูกบันทึกเป็นการกระทำความผิด แต่บางอย่างก็ไม่สามารถให้อภัยได้ นั่นเป็นเพราะมีหลายการกระทำที่ฝ่าฝืนพระกฤษฎีกาการปกครองของพระเจ้า ซึ่งเป็นการกระทำที่ขัดต่อพระอุปนิสัยของพระเจ้า หลายคนที่กังวลเกี่ยวกับชะตากรรมของตนเองอาจตั้งคำถามว่า การกระทำเหล่านี้มีอะไรบ้าง เจ้าควรจะรู้อยู่แล้วว่า พวกเจ้านั้นมีความยโสโอหังและหยิ่งผยองอยู่โดยธรรมชาติ และไม่เต็มใจที่จะยอมจำนนต่อความเป็นจริง ด้วยเหตุผลนี้ เราจึงจะค่อยๆ บอกกล่าวกับพวกเจ้าทีละน้อยๆหลังจากพวกเจ้าได้สะท้อนเห็นภาพของตัวเองแล้ว เราจะเคี่ยวเข็ญให้พวกเจ้ามีความเข้าใจในเนื้อหาสาระของพระกฤษฎีกาการปกครองมากขึ้น และให้มานะพยายามในการทำความรู้จักอุปนิสัยของพระเจ้า หากไม่เช่นนั้น พวกเจ้าคงห้ามปากตัวเองให้ปิดสนิทได้ยาก ลิ้นของพวกเจ้าคงกวัดแกว่งอย่างอิสระเกินไปกับการคุยโวโอ้อวดตน แล้วเจ้าก็จะกระทำในสิ่งที่ขัดต่อพระอุปนิสัยของพระเจ้าโดยไม่ได้ตั้งใจ และร่วงลงสู่ความมืดมิด สูญเสียการทรงสถิตของพระวิญญาณบริสุทธิ์และแสงสว่าง เพราะพวกเจ้าไม่มีหลักศีลธรรมในการกระทำต่างๆ เพราะเจ้าทำและพูดในสิ่งที่ไม่ควร เจ้าจะต้องได้รับการลงโทษอย่างสาสม เจ้าควรรู้ว่าแม้เจ้าจะขาดศีลธรรมในคำพูดและการกระทำ แต่พระเจ้ามีศีลธรรมสูงส่งในทั้งสองสิ่ง เหตุผลที่เจ้าได้รับการลงโทษก็เพราะเจ้าได้กระทำผิดต่อพระเจ้า ไม่ใช่ต่อบุคคลคนหนึ่ง หากในชีวิตของเจ้า เจ้าได้กระทำในสิ่งที่ขัดต่อพระอุปนิสัยของพระเจ้าหลายครั้งหลายครา เช่นนั้นเจ้าจะต้องกลายไปเป็นบุตรแห่งนรกอย่างไม่มีทางเลี่ยงได้ สำหรับมนุษย์แล้ว อาจดูเหมือนว่า เจ้าแค่กระทำความผิดเพียงเล็กน้อยที่ไม่ได้ขัดแย้งกับความจริงเลย และไม่ได้มีอะไรมากกว่านั้น เจ้าได้ตระหนักหรือไม่ว่า ไม่ว่าอย่างไรในสายตาของพระเจ้า เจ้าได้กลายเป็นใครบางคนที่ไม่มีเครื่องบูชาไถ่บาปจะมอบให้อีกแล้ว เพราะเจ้าได้ฝ่าฝืนพระกฤษฎีกาการปกครองของพระเจ้าเกินกว่าหนึ่งครั้ง และยิ่งไปกว่านั้น ยังไม่ได้แสดงสัญญาณของการกลับตัวกลับใจ ไม่มีตัวช่วยอื่นอีกแล้วสำหรับเจ้า มีก็แต่การถลาร่วงลงสู่นรกที่พระเจ้าจะทำการลงทัณฑ์มนุษย์เท่านั้นเอง ผู้คนจำนวนน้อยนิดได้กระทำความผิดบางอย่างที่ฝ่าฝืนหลักการในขณะที่กำลังติดตามพระเจ้า แต่หลังจากได้รับการจัดการแก้ไขและให้การชี้นำ พวกเขาก็ค่อยๆ ค้นพบความเสื่อมทรามของตนเอง หลังจากนั้นก็ได้เข้าไปอยู่บนร่องครรลองที่ถูกต้องของความเป็นจริง และพวกเขายังคงดำรงอยู่อย่างมั่นคงมาจนถึงปัจจุบัน ผู้คนเช่นนั้นคือพวกที่จะดำรงอยู่ไปจนถึงบั้นปลาย กระนั้น ความซื่อสัตย์ต่างหากที่เรามองหา หากเจ้าเป็นบุคคลที่ซื่อสัตย์ และเป็นใครคนหนึ่งซึ่งปฏิบัติตามหลักการ เช่นนั้นเจ้าก็สามารถเป็นคนสนิทคนหนึ่งของพระเจ้าได้ หากในการกระทำของเจ้า เจ้าไม่ได้กระทำในสิ่งที่ขัดต่อพระอุปนิสัยของพระเจ้า และแสวงหาน้ำพระทัยของพระเจ้า และมีหัวใจที่เคารพยำเกรงต่อพระเจ้า เมื่อนั้นความเชื่อของเจ้าก็ขึ้นถึงระดับมาตรฐาน ผู้ใดก็ตามที่ไม่เคารพยำเกรงพระเจ้าและไม่มีหัวใจที่สั่นระริกเมื่ออยู่ในความหวาดกลัว มีแนวโน้มสูงมากที่จะฝ่าฝืนพระราชกฤษฎีกาการปกครองของพระเจ้า หลายคนรับใช้พระเจ้าด้วยจุดแข็งของความปรารถนาอย่างแรงกล้า แต่ไม่มีความเข้าใจในพระกฤษฎีกาการปกครองของพระเจ้าเลย ที่ยิ่งน้อยกว่านั้นก็คือ ความเฉลียวใจใดๆ ต่อการแสดงนัยแห่งพระวจนะของพระองค์ และดังนั้น ด้วยเจตนาดีของพวกเขา บ่อยครั้งที่พวกเขาเดินมาถึงจุดของการทำสิ่งซึ่งเป็นการขัดขวางการบริหารงานของพระเจ้า ในกรณีที่รุนแรง พวกเขาจะถูกจับโยนออกไปเลย ถูกขับออกไปจากโอกาสในภายภาคหน้าที่จะได้ติดตามพระองค์ และถูกขับลงสู่นรก ความเกี่ยวข้องสัมพันธ์ทั้งหมดที่มีต่อพระนิเวศของพระเจ้าเป็นอันจบสิ้นลง ผู้คนเหล่านี้ทำงานในพระนิเวศของพระเจ้าด้วยจุดแข็งของเจตนาดีแบบรู้เท่าไม่ถึงการณ์ และจบลงด้วยการสร้างความพิโรธให้กับอุปนิสัยของพระเจ้า ผู้คนนำเอาวิธีการสำหรับรับใช้พวกเจ้าหน้าที่พระนิเวศเมืองและบรรดาเจ้านายทั้งหลายมาใช้ในพระนิเวศของพระเจ้า และพยายามที่จะทำให้วิธีการเหล่านั้นเข้ามามีบทบาทสำคัญ คิดอย่างไร้ประโยชน์ว่า วิธีการเหล่านั้นจะสามารถนำมาประยุกต์ใช้กับที่นี่ได้อย่างง่ายดายโดยไม่ต้องใช้ความพยายาม พวกเขาไม่เคยจินตนาการว่าพระเจ้ามิได้มีอุปนิสัยของลูกแกะ แต่เป็นอุปนิสัยของราชสีห์ เพราะฉะนั้น บรรดาผู้ที่มีความเกี่ยวข้องสัมพันธ์กับพระเจ้าในครั้งแรกจึงไม่สามารถสื่อสารกับพระองค์ได้เลย ด้วยพระหฤทัยของพระเจ้านั้นแตกต่างไปจากหัวใจมนุษย์ มีเพียงภายหลังจากที่เจ้าเข้าใจความจริงหลากหลายประการแล้วเท่านั้น เจ้าจึงจะสามารถเริ่มรู้จักพระเจ้ามากขึ้นเรื่อยๆ อย่างต่อเนื่อง ความรู้นี้ไม่ได้ประกอบด้วยพระวจนะหรือหลักคำสอนทั้งหลาย แต่ก็สามารถนำไปใช้เป็นเสมือนขุมสมบัติที่จะกรุยทางให้เราได้เข้าเฝ้าสนิทอยู่กับพระเจ้า และใช้เป็นสิ่งพิสูจน์ว่า พระองค์ทรงปีติยินดีในตัวเจ้า หากเจ้าขาดความเป็นจริงของความรู้ และไม่ประกอบไปด้วยความจริง เมื่อนั้นการรับใช้ที่เปี่ยมปรารถนาอย่างแรงกล้าของเจ้าก็ทำได้เพียงนำความจงเกลียดจงชังจากพระเจ้ามาสู่ตัวเจ้า มาจนบัดนี้ เจ้าควรคิดได้แล้วว่า ความเชื่อในพระเจ้าไม่มีอะไรที่เหมือนกับการศึกษาในวิชาเทววิทยาเลย!

แม้ว่า วาทะต่างๆ ที่เรานำมาตักเตือนพวกเจ้านั้นจะกระชับรวบรัด แต่ทั้งหมดที่เราพรรณนาไปเป็นสิ่งที่กำลังขาดอยู่มากที่สุดในตัวพวกเจ้า เจ้าควรรู้ว่า สิ่งที่เราพูดถึงในตอนนี้นั้น เป็นไปเพื่องานชิ้นสุดท้ายของเราท่ามกลางมนุษย์ เพื่อเป็นการกำหนดจุดจบของมนุษย์ เรามิได้ปรารถนาจะทำงานอะไรมากไปกว่านี้โดยไม่ได้สนองต่อวัตถุประสงค์ใดเลย และเราไม่ปรารถนาที่จะนำทางผู้คนเหล่านั้นซึ่งสิ้นหวังเกินเยียวยาดั่งท่อนไม้ที่ผุพังอีกต่อไป ที่ยิ่งปรารถนาน้อยลงไปอีกก็คือ การนำทางผู้คนเหล่านั้นที่ซ่อนเร้นเจตนาอันเลวร้ายไว้อย่างลับๆ ต่อไป บางทีสักวันหนึ่ง พวกเจ้าจะเข้าใจความตั้งใจที่แน่วแน่จริงจังเบื้องหลังวจนะของเรา และการร่วมจัดสรรแบ่งปันทั้งหลายที่เราได้กระทำต่อมวลมนุษยชาติ บางที สักวัน พวกเจ้าจะเข้าใจถ้อยคำที่ทำให้เจ้าสามารถตัดสินจุดจบของตัวเจ้าเอง

ก่อนหน้า: การตักเตือนสามประการ

ถัดไป: เตรียมความดีให้พอเพียงสำหรับจุดหมายปลายทางของเจ้า

พระเจ้าได้เสด็จมาอย่างลับๆ ก่อนความวิบัติอันใหญ่หลวงและได้ทรงสร้างกลุ่มผู้มีชัยชนะขึ้นแล้ว จากนั้น พระเจ้าจะทรงปรากฏอย่างเปิดเผยและทรงให้รางวัลคนดีและลงโทษคนชั่ว คุณต้องการต้อนรับองค์พระผู้เป็นเจ้าและให้พระเจ้าช่วยให้รอดก่อนความวิบัติอันใหญ่หลวงหรือไม่? อย่าลังเลที่จะติดต่อเราตอนนี้เพื่อหาวิธี
ติดต่อเราผ่าน Messenger
ติดต่อเราผ่าน Line

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

เตรียมความดีให้พอเพียงสำหรับจุดหมายปลายทางของเจ้า

เราได้ทำงานมากมายท่ามกลางพวกเจ้า และแน่นอนว่า ได้กล่าวถ้อยคำไว้จำนวนหนึ่งด้วยเช่นกัน กระนั้นเราก็ยังอดที่จะรู้สึกไม่ได้ว่า...

ความแตกต่างระหว่างพันธกิจของพระเจ้าผู้ทรงจุติเป็นมนุษย์และหน้าที่ของมนุษย์

พวกเจ้าต้องทำความรู้จักกับนิมิตต่าง ๆ แห่งพระราชกิจของพระเจ้าและรู้ซึ้งถึงทิศทางทั่วไปของพระราชกิจของพระองค์ นี่คือการเข้าเชิงบวก...

การตั้งค่า

  • ข้อความ
  • ธีม

สีเข้ม

ธีม

แบบอักษร

ขนาดตัวอักษร

ระยะห่างบรรทัด

ระยะห่างบรรทัด

ความกว้างของหน้า

สารบัญ

ค้นหา

  • ค้นหาข้อความนี้
  • ค้นหาในหนังสือนี้