งานแห่งการเผยแผ่ข่าวประเสริฐคืองานแห่งการช่วยมนุษย์ให้รอดด้วยเช่นกัน

ผู้คนทุกคนจำเป็นต้องเข้าใจจุดมุ่งหมายของงานของเราบนโลก นั่นคือ สิ่งที่เราปรารถนาที่จะได้รับในท้ายที่สุด และระดับที่เราต้องสัมฤทธิ์ผลในงานนี้ก่อนที่งานจะสามารถครบบริบูรณ์ได้ หากว่าหลังจากที่เดินมากับเราจนถึงวันนี้ ผู้คนยังไม่เข้าใจว่างานของเราเป็นเรื่องเกี่ยวกับอะไร เช่นนั้นแล้ว พวกเขาไม่ได้เดินมากับเราอย่างเปล่าประโยชน์หรอกหรือ ? หากผู้คนติดตามเรา พวกเขาควรรู้ความประสงค์ของเรา เราได้ทำงานบนโลกมาเป็นเวลาหลายพันปีแล้ว และจนถึงวันนี้ เรายังคงทำงานของเราเช่นนี้ต่อไป ถึงแม้ว่างานของเราจะมีโครงการมากมาย จุดประสงค์ของงานยังคงไม่เปลี่ยนแปลง แม้ว่าเราเต็มเปี่ยมไปด้วยคำพิพากษาและการตีสอนต่อมนุษย์ ตัวอย่างเช่น สิ่งที่เราทำยังคงเป็นไปเพื่อประโยชน์แห่งการช่วยเขาให้รอด และเพื่อประโยชน์แห่งการเผยแผ่ข่าวประเสริฐของเราให้ดียิ่งขึ้นและขยายงานของเราออกไปให้ไกลยิ่งขึ้นท่ามกลางประชาชาติทั้งปวงเมื่อมนุษย์ได้รับการทำให้ครบบริบูรณ์แล้ว ดังนั้นวันนี้ ในยามที่ผู้คนจำนวนมากจมลึกอยู่ในความสะดุ้งกลัวมานานแล้ว เรายังคงทำงานของเราต่อไป เราทำงานที่เราต้องทำเพื่อพิพากษาและตีสอนมนุษย์ต่อไป ถึงแม้จะมีข้อเท็จจริงว่ามนุษย์เบื่อหน่ายกับสิ่งที่เราพูด และเขาไม่มีความปรารถนาที่จะสนใจงานของเรา เราก็ยังคงทำหน้าที่ของเราอยู่ เนื่องจากจุดประสงค์ของงานของเรายังคงไม่เปลี่ยนแปลง และแผนดั้งเดิมของเราจะไม่หยุดชะงัก หน้าที่ของการพิพากษาของเราคือการทำให้มนุษย์สามารถเชื่อฟังเรายิ่งขึ้น และหน้าที่ของการตีสอนของเราคือการช่วยให้มนุษย์สามารถรับการเปลี่ยนแปลงอย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น แม้ว่าสิ่งที่เราทำจะเป็นไปเพื่อประโยชน์ของการบริหารจัดการของเราก็ตาม แต่เราไม่เคยทำสิ่งใดที่ไร้ประโยชน์ต่อมนุษย์ เนื่องจากเราปรารถนาที่จะทำให้ชาติต่าง ๆ ทั้งหมดนอกเหนือไปจากอิสราเอลเชื่อฟังดังเช่นคนอิสราเอล ทำให้พวกเขาเป็นมนุษย์ที่แท้จริง ซึ่งเราคงจะมีหลักที่มั่นคงในดินแดนที่อยู่นอกอิสราเอล นี่คือการบริหารจัดการของเรา มันคืองานที่เรากำลังทำให้สำเร็จลุล่วงท่ามกลางประชาชาติทั้งหลาย แม้กระทั่งบัดนี้ ผู้คนจำนวนมากก็ยังคงไม่เข้าใจการบริหารจัดการของเรา เพราะว่าพวกเขาไม่มีความสนใจในเรื่องต่าง ๆ ดังกล่าว และใส่ใจเฉพาะอนาคตและบั้นปลายของตนเองเท่านั้น ไม่ว่าเราจะกล่าวอะไรก็ตาม พวกเขายังคงเฉยเมยต่องานที่เราทำ แต่กลับจดจ่ออยู่กับบั้นปลายในวันพรุ่งนี้ของตนเพียงอย่างเดียว หากเรื่องต่างๆ ดำเนินไปอย่างนี้ งานของเราจะสามารถขยายขอบเขตไปได้อย่างไร ? ข่าวประเสริฐของเราจะได้รับการเผยแผ่ไปทั่วทั้งโลกได้อย่างไร ? จงรู้ไว้เถิดว่าเมื่องานของเราเผยแผ่ออกไป เราจะทำให้พวกเจ้ากระจัดกระจายไป และโจมตีพวกเจ้าเหมือนดังที่พระยาห์เวห์ได้โจมตีแต่ละเผ่าของอิสราเอล ทั้งหมดนี้จะถูกทำลงไปเพื่อที่ข่าวประเสริฐของเราจะสามารถเผยแผ่ไปทั่วทั้งโลกได้ เพื่อที่ข่าวประเสริฐจะสามารถไปถึงประชาชาติทั้งหลาย เพื่อที่นามของเราจะได้รับการสรรเสริญโดยบรรดาผู้ใหญ่และเด็ก ๆ เช่นเดียวกัน และนามอันศักดิ์สิทธิ์ของเราจะได้เป็นที่เทิดทูนในปากของผู้คนจากทุกเผ่าและทุกชาติ มันเป็นไปเพื่อที่ว่า ในยุคสุดท้ายนี้ นามของเราจะได้รับการสรรเสริญท่ามกลางประชาชาติทั้งหลาย เพื่อที่ประชาชาติทั้งหลายจะได้เห็นกิจการทั้งหลายของเราและพวกเขาจะเรียกเราว่าองค์ผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์เนื่องจากกิจการทั้งหลายของเรา และเพื่อที่ถ้อยคำของเราจะได้บังเกิดขึ้นในอีกไม่นาน เราจะทำให้ผู้คนทั้งปวงรู้ว่าเราไม่ได้เป็นเพียงพระเจ้าของคนอิสราเอลเท่านั้น แต่ยังเป็นพระเจ้าของประชาชาติในบรรดาชาติทั้งหมดอีกด้วย แม้แต่บรรดาชาติที่เราได้สาปแช่ง เราจะปล่อยให้ผู้คนทั้งหมดได้เห็นว่าเราคือพระเจ้าของสรรพสิ่งทรงสร้างทั้งปวง นี่คืองานที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเรา จุดประสงค์ของแผนงานของเราสำหรับยุคสุดท้าย และงานเดียวที่จะต้องทำให้ลุล่วงในยุคสุดท้าย

ในระหว่างยุคสุดท้ายเท่านั้นที่งานซึ่งเราได้บริหารจัดการมาเป็นเวลาหลายพันปีจะถูกเปิดเผยแก่มนุษย์โดยทั้งหมดทั้งสิ้น เฉพาะบัดนี้เท่านั้นที่เราได้เผยความลึกลับเต็มเปี่ยมของการบริหารจัดการของเราแก่มนุษย์ และมนุษย์ได้เรียนรู้จุดประสงค์ของงานของเรา และยิ่งไปกว่านั้น ได้มาเข้าใจความลึกลับทั้งมวลของเรา เราได้บอกมนุษย์แล้วถึงทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็นบั้นปลายของสิ่งที่เขาให้ความสนใจ เราได้เปิดเผยให้มนุษย์รู้ความลึกลับทั้งมวลของเราแล้ว ความลึกลับที่ถูกซ่อนไว้เป็นเวลาเกินกว่า 5,900 ปี พระยาห์เวห์คือใคร ? พระเมสสิยาห์คือใคร ? พระเยซูคือใคร ? พวกเจ้าควรรู้ทั้งหมดนี้ งานของเราเปลี่ยนไปตามนามเหล่านี้ พวกเจ้าเข้าใจเรื่องนั้นหรือยัง ? นามอันศักดิ์สิทธิ์ของเราควรจะได้รับการประกาศอย่างไร ? นามของเราควรจะได้รับการเผยแผ่ไปยังชาติใดชาติหนึ่งที่เรียกขานเราด้วยนามใดนามหนึ่งของเราอย่างไร ? งานของเรากำลังขยายออกไป และเราจะเผยแผ่ความเต็มเปี่ยมแห่งงานนั้นไปยังบรรดาชาติทั้งหลายทั้งปวง เนื่องจากงานของเราได้ถูกดำเนินการในตัวพวกเจ้า เราจะโจมตีพวกเจ้าดังเช่นที่พระยาห์เวห์ได้ทรงโจมตีบรรดาคนเลี้ยงแกะของวงศ์ดาวิดในอิสราเอล ทำให้พวกเจ้ากระจัดกระจายไปท่ามกลางทุกชาติ เนื่องจากในยุคสุดท้าย เราจะบดขยี้ชาติทั้งหมดให้แหลกละเอียดและทำให้ผู้คนในชาติเหล่านั้นกระเจิดกระเจิงไปอีกครั้ง เมื่อเรากลับมาอีกครั้ง ชาติทั้งหลายจะได้ถูกแบ่งแยกไปตามพรมแดนที่กำหนดขึ้นโดยไฟที่ลุกไหม้ของเราแล้ว ณ เวลานั้น เราจะสำแดงตัวเราเองต่อมวลมนุษยชาติอีกครั้งดังดวงอาทิตย์ที่แผดจ้า แสดงตัวเราเองอย่างเปิดเผยต่อพวกเขาในฉายาขององค์บริสุทธิ์ซึ่งพวกเขาไม่เคยเห็นมาก่อน เดินอยู่ท่ามกลางบรรดาชาติที่หลากหลาย เหมือนดังที่ครั้งหนึ่งเรา พระยาห์เวย์ ได้เคยเดินท่ามกลางเผ่าคนยิว จากนั้นไป เราจะนำมวลมนุษยชาติในชีวิตของพวกเขาบนแผ่นดินโลก ที่นั่นเองพวกเขาจะได้เห็นพระสิริของเราอย่างแน่นอน และพวกเขายังจะได้เห็นเสาเมฆในอากาศที่จะนำพวกเขาในชีวิตอย่างแน่นอนอีกด้วย เนื่องจากเราจะปรากฏตัวของเราในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ มนุษย์จะเห็นวันแห่งความชอบธรรมของเรา และการสำแดงอันมีสง่าราศีของเราอีกด้วย นั่นจะเกิดขึ้นเมื่อเราปกครองแผ่นดินโลกทั้งหมดและนำบุตรมากมายของเราไปสู่สง่าราศี ทุกหนแห่งบนโลก บรรดามนุษย์จะยอมสยบ และพลับพลาของเราจะถูกตั้งขึ้นอย่างมั่นคงท่ามกลางมวลมนุษยชาติ บนศิลาของงานที่เราทำวันนี้ ผู้คนจะรับใช้เราด้วยเช่นกันในโบสถ์ เราจะบดขยี้แท่นบูชา ที่ปกคลุมไปด้วยสิ่งโสโครกและน่ารังเกียจนั้นให้เป็นชิ้นๆ และสร้างขึ้นใหม่ ลูกแกะและลูกวัวแรกเกิดจะถูกนำไปกองรวมกันบนแท่นบูชาอันศักดิ์สิทธิ์ เราจะทลายโบสถ์ของวันนี้และสร้างโบสถ์ใหม่ โบสถ์ที่ตั้งอยู่ขณะนี้ ที่เต็มไปด้วยผู้คนที่น่ารังเกียจ จะพังทลายลง และโบสถ์ที่เราสร้างจะเต็มไปด้วยบรรดาผู้รับใช้ที่รักภักดีต่อเรา พวกเขาจะยืนขึ้นอีกครั้งและรับใช้เราเพื่อประโยชน์แห่งสง่าราศีของโบสถ์ของเรา พวกเจ้าจะได้เห็นวันที่เราได้รับสง่าราศีอันยิ่งใหญ่อย่างแน่นอน และเจ้ายังจะได้เห็นวันที่เราทลายโบสถ์นั้นและสร้างโบสถ์ใหม่ขึ้นอย่างแน่นอนอีกด้วย พวกเจ้ายังจะได้เห็นวันซึ่งพลับพลาของเราเข้ามาในโลกมนุษย์อย่างแน่นอนอีกด้วย ขณะที่เราบดขยี้โบสถ์ เราจึงจะนำพลับพลาของเรามาสู่โลกมนุษย์ได้ ขณะเดียวกับที่พวกเขาจะได้เห็นการลงมาของเรา หลังจากที่เราบดขยี้ชาติทั้งหมดแล้ว เราจะรวบรวมพวกเขาเข้าด้วยกันใหม่ ตั้งแต่นั้นมา เราจะสร้างโบสถ์ของเราและตั้งแท่นบูชาของเรา ที่ทุกคนอาจถวายเครื่องบูชาแก่เรา รับใช้เราในโบสถ์ของเรา และอุทิศตนอย่างสัตย์ซื่อต่องานของเราในประชาชาติทั้งหลาย พวกเขาจะเป็นอย่างเช่นคนอิสราเอลในปัจจุบันนี้ แต่งกายด้วยเสื้อและมงกุฎอย่างปุโรหิต ด้วยสง่าราศีของเรา พระยาห์เวห์ ซึ่งอยู่ท่ามกลางพวกเขา และพระบารมีของเราที่วนเวียนอยู่เหนือพวกเขาและคงอยู่กับพวกเขา งานของเราในประชาชาติทั้งหลายจะได้รับการดำเนินการไปในทางเดียวกันอีกด้วย งานของเราในอิสราเอลเคยเป็นเช่นไร งานของเราในประชาชาติทั้งหลายก็จะเป็นเช่นนั้นด้วย เพราะว่าเราจะขยายขอบเขตงานของเราในอิสราเอลและเผยแผ่งานนั้นไปยังประชาชาติทั้งหลาย

บัดนี้เป็นเวลาที่วิญญาณของเราจะได้ปฏิบัติงานอันยิ่งใหญ่ และเป็นเวลาที่เราจะได้เริ่มต้นงานของเราท่ามกลางประชาชาติทั้งหลาย ที่มากไปกว่านั้น นี่เป็นเวลาที่เราจะได้จำแนกแยกแยะสรรพสิ่งถูกสร้างทั้งปวง วางแต่ละสิ่งให้อยู่ในหมวดหมู่ที่สอดคล้องกัน เพื่อที่งานของเราจะได้ดำเนินไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น และดังนั้นแล้ว สิ่งที่เราขอจากพวกเจ้าก็ยังคงเป็นว่า ให้เจ้าถวายการดำรงอยู่ทั้งหมดของเจ้าให้แก่งานทั้งปวงของเรา และยิ่งไปกว่านั้น ให้เจ้าเข้าใจและมั่นใจในงานทั้งหมดที่เราได้ทำในตัวเจ้าให้ชัดเจน และวางกำลังทั้งหมดของเจ้าในงานของเราเพื่อที่งานนั้นจะได้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น นี่คือสิ่งที่เจ้าต้องเข้าใจ จงหยุดจากการต่อสู้กันท่ามกลางตัวเจ้าเอง การมองหาหนทางกลับหลัง หรือการแสวงหาการปลอบประโลมฝ่ายเนื้อหนัง ซึ่งจะทำให้งานของเราล่าช้าออกไป และทำให้อนาคตที่วิเศษสุดของเจ้าล่าช้าออกไป แทนที่จะปกป้องเจ้า การทำเช่นนั้นจะนำความพินาศมาสู่เจ้า นี่จะไม่ใช่ความโง่เขลาของเจ้าดอกหรือ ? สิ่งซึ่งเจ้าสำราญใจอย่างละโมบในวันนี้คือสิ่งที่กำลังทำลายอนาคตของเจ้า ในขณะที่ความเจ็บปวดที่เจ้าทนทุกข์ในวันนี้คือสิ่งที่กำลังปกป้องเจ้า เจ้าจะต้องรับรู้สิ่งเหล่านี้อย่างชัดเจน เพื่อหลีกเลี่ยงการตกเป็นเหยื่อของสิ่งล่อใจทั้งหลายซึ่งเจ้าจะออกแรงอย่างมากเพื่อสลัดตัวเจ้าเองให้หลุดพ้น และเพื่อหลบเลี่ยงการเดินหลงเข้าไปในหมอกหนาและการที่ไม่สามารถพบแสงอาทิตย์ได้ เมื่อหมอกหนาจางหายไป เจ้าจะพบว่าตัวเองอยู่ท่ามกลางการพิพากษาของวันที่ใหญ่ยิ่ง เมื่อถึงเวลานั้น วันของเราจะเข้ามาใกล้มนุษยชาติ เจ้าจะหนีพ้นการพิพากษาของเราได้อย่างไร ? เจ้าจะทนต่อความร้อนที่แผดเผาของแสงอาทิตย์ได้อย่างไร ? เมื่อเราให้ความอุดมสมบูรณ์แก่มนุษย์ เขาไม่ได้ถนอมมันไว้ในอกของเขา แต่กลับขว้างมันทิ้งไปในที่ที่ไม่มีใครจะสังเกตเห็น เมื่อวันของเราลงมายังมนุษย์ เขาจะไม่สามารถค้นพบความอุดมสมบูรณ์ของเรา หรือพบถ้อยคำแห่งความจริงที่ขมขื่นยิ่งกว่าที่เราได้กล่าวแก่เขานานมาแล้วได้อีกต่อไป เขาจะร้องไห้และคร่ำครวญ เพราะว่าเขาได้สูญเสียความเจิดจ้าของความสว่างไปและได้ตกลงสู่ความมืด สิ่งที่พวกเจ้าเห็นในวันนี้เป็นเพียงดาบคมกริบจากปากของเราเท่านั้น เจ้ายังไม่ได้เห็นไม้เท้าในมือของเราหรือเปลวไฟซึ่งเราใช้เผามนุษย์ และนั่นคือเหตุผลที่ว่าทำไมพวกเจ้าจึงยังคงหยิ่งยโสและไม่ยับยั้งชั่งใจต่อหน้าเรา นั่นคือเหตุผลที่ว่าทำไมเจ้าจึงยังคงต่อสู้กับเราในบ้านของเรา โต้เถียงด้วยลิ้นมนุษย์ของเจ้าที่เราได้กล่าวด้วยปากของเรา มนุษย์ไม่เกรงกลัวเรา และอย่างไรก็ตามเขาก็แสดงความเป็นปฏิปักษ์กับเราอย่างต่อเนื่องแม้กระทั่งวันนี้ เขายังคงไม่มีความเกรงกลัวใด ๆ พวกเจ้ามีลิ้นและฟันแห่งความอธรรมในปากของพวกเจ้า คำพูดและความประพฤติทั้งหลายของพวกเจ้าก็เหมือนคำพูดและความประพฤติของงูที่ได้ล่อลวงเอวาไปสู่บาป พวกเจ้าเรียกร้องการตอบแทนชนิดตาต่อตา ฟันต่อฟัน จากกันและกัน และพวกเจ้าดิ้นรนต่อหน้าเราเพื่อแย่งชิงตำแหน่ง ชื่อเสียง และกำไรสำหรับพวกเจ้าเอง ทว่าพวกเจ้ากลับไม่รู้ว่าเรากำลังเฝ้าดูคำพูดและความประพฤติทั้งหลายของพวกเจ้าอยู่อย่างลับๆ เราได้ฟังก้นบึ้งหัวใจของพวกเจ้าแล้ว ก่อนที่พวกเจ้าจะได้มาอยู่ต่อหน้าเราเสียด้วยซ้ำ มนุษย์ปรารถนาที่จะหลบหนีให้พ้นมือของเราและหลบหลีกการสังเกตของสายตาของเราเสมอมา แต่เราไม่เคยเลี่ยงไปจากคำพูดหรือความประพฤติทั้งหลายของเขาเลย แทนที่จะเป็นเช่นนั้น เรากลับยอมให้คำพูดและความประพฤติเหล่านั้นเข้าสู่สายตาของเราอย่างมีจุดประสงค์ ซึ่งเราอาจตีสอนความไม่ชอบธรรมของมนุษย์และดำเนินการพิพากษากับการกบฏของเขา ดังนั้น คำพูดและความประพฤติที่เป็นความลับทั้งหลายของมนุษย์จึงยังคงอยู่ต่อหน้าบัลลังก์พิพากษาของเราเสมอ และการพิพากษาของเราก็ไม่เคยจากมนุษย์ไป เพราะว่าการกบฏของเขานั้นมากเกินไป งานของเราคือการเผาและชำระล้างคำพูดและพฤติกรรมทั้งหมดของมนุษย์ที่ถูกเอ่ยและกระทำลงไปต่อหน้าวิญญาณของเรา ดังนี้[ก] เมื่อเราออกไปจากแผ่นดินโลก ผู้คนจะยังคงรักษาความรักภักดีของตนต่อเราไว้ และจะยังคงรับใช้เราเฉกเช่นที่บรรดาผู้รับใช้ที่บริสุทธิ์ของเราทำในงานของเรา ซึ่งเปิดโอกาสให้งานของเราบนโลกดำเนินต่อไปจนถึงวันที่งานนั้นครบบริบูรณ์

เชิงอรรถ:

ก. ข้อความต้นฉบับไม่มีวลี “ดังนี้”

ก่อนหน้า: การเป็นมนุษย์ที่แท้จริงหมายถึงอะไร

ถัดไป: วิธีรู้จักพระเจ้าบนแผ่นดินโลก

พระเจ้าได้เสด็จมาอย่างลับๆ ก่อนความวิบัติอันใหญ่หลวงและได้ทรงสร้างกลุ่มผู้มีชัยชนะขึ้นแล้ว จากนั้น พระเจ้าจะทรงปรากฏอย่างเปิดเผยและทรงให้รางวัลคนดีและลงโทษคนชั่ว คุณต้องการต้อนรับองค์พระผู้เป็นเจ้าและให้พระเจ้าช่วยให้รอดก่อนความวิบัติอันใหญ่หลวงหรือไม่? อย่าลังเลที่จะติดต่อเราตอนนี้เพื่อหาวิธี
ติดต่อเราผ่าน Messenger
ติดต่อเราผ่าน Line

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

ยุคอาณาจักรคือยุคพระวจนะ

ในยุคอาณาจักร พระเจ้าทรงใช้พระวจนะเพื่อเริ่มต้นยุคใหม่ เพื่อเปลี่ยนวิธีการที่พระองค์ทรงใช้ปฏิบัติงาน และเพื่อปฏิบัติพระราชกิจของยุคทั้งปวง...

การตั้งค่า

  • ข้อความ
  • ธีม

สีเข้ม

ธีม

แบบอักษร

ขนาดตัวอักษร

ระยะห่างบรรทัด

ระยะห่างบรรทัด

ความกว้างของหน้า

เนื้อหา

ค้นหา

  • ค้นหาข้อความนี้
  • ค้นหาในหนังสือนี้