หนังสือม้วนนั้นได้เปิดออกแล้วโดยพระเมษโปดก

สีเข้ม

ธีม

แบบอักษร

ขนาดตัวอักษร

ระยะห่างบรรทัด

ความกว้างของหน้า

ผลลัพธ์ 0 รายการ

ไม่พบผลลัพธ์

เจ้าเป็นผู้เชื่อในพระเจ้าที่แท้จริงหรือไม่

เจ้าอาจได้เดินบนเส้นทางแห่งความเชื่อในพระเจ้ามานานกว่าหนึ่งหรือสองปีแล้ว และบางทีเจ้าได้อดทนต่อความยากลำบากอย่างมากในชีวิตของเจ้าในระหว่างหลายปีมานี้ หรือบางทีเจ้าไม่ได้อดทนต่อความยากลำบากอย่างมาก และแทนที่จะเป็นเช่นนั้นกลับได้รับพระคุณอย่างมาก อาจเป็นไปได้อีกด้วยว่าเจ้าไม่ได้ผ่านประสบการณ์ทั้งความยากลำบากและพระคุณ แต่ได้ใช้ชีวิตแบบที่ค่อนข้างธรรมดาไม่มีอะไรน่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็นแบบใดที่กล่าวมาเจ้าก็ยังคงเป็นสาวกของพระเจ้า ดังนั้นพวกเราจงมาร่วมสามัคคีธรรมกันในหัวข้อของการติดตามพระเจ้ากันเถิด อย่างไรก็ตามเราจำต้องเตือนผู้คนทุกคนที่อ่านวจนะเหล่านี้ว่า พระวจนะของพระเจ้านั้นได้รับการทรงนำสู่บรรดาผู้ที่ยอมรับและติดตามพระองค์ ไม่ใช่สู่ผู้คนทุกคนโดยไม่ว่าพวกเขาจะยอมรับพระองค์หรือไม่ หากเจ้าเชื่อว่าพระเจ้าตรัสต่อมวลชน ต่อผู้คนทั้งหมดในโลก เช่นนั้นแล้วพระวจนะของพระเจ้าก็ย่อมจะไม่ส่งผลใดต่อเจ้าเลย ดังนั้นแล้วเจ้าควรจดจำพระวจนะเหล่านี้ทั้งหมดไว้ในหัวใจของเจ้า และไม่แยกตัวเจ้าเองออกจากพระวจนะเหล่านี้ตลอดเวลา ไม่ว่าในกรณีใดก็ตามพวกเรามาพูดถึงสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในบ้านของพวกเรากันเถิด

บัดนี้พวกเจ้าทุกคนควรเข้าใจความหมายที่แท้จริงของความเชื่อในพระเจ้า ความหมายของความเชื่อในพระเจ้าซึ่งเราได้เคยพูดไว้ก่อนหน้านี้เกี่ยวกับการเข้าเฝ้าด้วยด้านดีของพวกเจ้า วันนี้แตกต่างออกไป: วันนี้เราต้องการวิเคราะห์แก่นแท้ของความเชื่อในพระเจ้าของพวกเจ้า แน่นอนว่า นี่เป็นการชี้นำพวกเจ้าจากมุมมองด้านลบ หากเราไม่ได้ทำเช่นนั้น พวกเจ้าก็คงไม่มีทางรู้จักโฉมหน้าที่แท้จริงของพวกเจ้าเอง และคงจะโอ้อวดความเคร่งครัดศรัทธาและความสัตย์ซื่อของเจ้าไปตลอดกาล มันยุติธรรมที่จะพูดว่าหากเราไม่ได้ตีแผ่ความน่าเกลียดในส่วนลึกของหัวใจของพวกเจ้าออกมา เช่นนั้นแล้วพวกเจ้าแต่ละคนก็คงจะวางมงกุฎไว้บนหัวของเจ้าและเก็บความรุ่งโรจน์ทั้งหมดไว้เพื่อตัวพวกเจ้าเอง ธรรมชาติอันยโสโอหังและอวดดีของพวกเจ้าขับเคลื่อนพวกเจ้าให้ทรยศต่อจิตสำนึกของเจ้าเอง ให้ต่อต้านและเป็นกบฏต่อพระคริสต์ และตีแผ่ความน่าเกลียดของพวกเจ้าออกมา ด้วยเหตุนั้นเจตนาความนึกคิดความปรารถนาอันฟุ้งเฟ้อและดวงตาที่เต็มไปด้วยความโลภของพวกเจ้าจึงถูกนำมาเปิดโปงจนเป็นที่รู้ทั่วกัน และกระนั้นพวกเจ้าก็ยังคงพูดพร่ำต่อไปเกี่ยวกับความปรารถนาอันแรงกล้าของเจ้าที่มีมาตลอดชีวิตเพื่อพระราชกิจของพระคริสต์ และพร่ำพูดความจริงที่พระคริสต์ตรัสไว้นานมาแล้วซ้ำแล้วซ้ำเล่า นี่คือ“ความเชื่อ”ของพวกเจ้า—“ความเชื่อที่ปราศจากมลทิน”ของพวกเจ้า เราได้ควบคุมมนุษย์ไว้ด้วยมาตรฐานที่เข้มงวดมาโดยตลอด หากความรักภักดีของเจ้ามาพร้อมกับเจตนาและเงื่อนไขต่างๆ นาๆ เช่นนั้นแล้วเราน่าจะอยู่โดยปราศจากสิ่งที่เรียกว่าความรักภักดีของเจ้าจะดีเสียกว่า เพราะเราเกลียดชังพวกที่หลอกลวงเราผ่านเจตนาทั้งหลายของพวกเขาและบีบบังคับเราด้วยเงื่อนไขต่างๆ เราหวังเพียงให้มนุษย์นั้นรักภักดีต่อเราอย่างสิ้นเชิง และทำทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อเห็นแก่—และเพื่อพิสูจน์—คำๆเดียว นั่นก็คือความเชื่อ เรารังเกียจการใช้คำประจบสอพลอทั้งหลายของพวกเจ้าเพื่อพยายามทำให้เราเปรมปรีดิ์ เพราะเรานั้นปฏิบัติต่อพวกเจ้าด้วยความจริงใจเสมอมา และดังนั้นจึงหวังให้พวกเจ้าปฏิบัติต่อเราด้วยความเชื่อที่แท้จริงเช่นเดียวกัน เมื่อพูดถึงความเชื่อคนจำนวนมากอาจคิดว่าพวกเขาติดตามพระเจ้าเพราะพวกเขามีความเชื่อ และหากไม่เช่นนั้นแล้ว คงจะไม่อดทนต่อความทุกข์ทรมานเช่นนั้น ดังนั้นเราจึงถามคำถามนี้กับเจ้าว่า: หากเจ้าเชื่อในการดำรงอยู่ของพระเจ้า ทำไมเจ้าจึงไม่ยำเกรงพระองค์ หากเจ้าเชื่อในการดำรงอยู่ของพระเจ้า ทำไมจึงไม่มีความเกรงกลัวต่อพระองค์แม้แต่น้อยในหัวใจของเจ้า เจ้ายอมรับว่าพระคริสต์คือพระเจ้าที่จุติมาบังเกิด เช่นนั้นแล้วทำไมเจ้าจึงถือว่าพระองค์น่าเหยียดหยาม ทำไมเจ้าจึงปฏิบัติอย่างไม่เคารพยำเกรงต่อพระองค์ ทำไมเจ้าจึงตัดสินพระองค์อย่างเปิดเผย ทำไมเจ้าจึงคอยสอดแนมความเคลื่อนไหวของพระองค์เสมอ ทำไมเจ้าจึงไม่ยอมนบนอบต่อการจัดการเตรียมการต่างๆ ของพระองค์ ทำไมเจ้าจึงไม่ปฏิบัติอย่างสอดคล้องกับพระวจนะของพระองค์ ทำไมเจ้าจึงพยายามที่จะบีบบังคับพระองค์และปล้นเครื่องบูชาของพระองค์ไปจากพระองค์ ทำไมเจ้าจึงพูดแทนพระคริสต์ ทำไมเจ้าจึงตัดสินว่าพระราชกิจของพระองค์และพระวจนะของพระองค์นั้นถูกต้องหรือไม่ ทำไมเจ้าจึงกล้าดูหมิ่นพระองค์ลับหลังพระองค์ สิ่งเหล่านี้และสิ่งอื่นๆ คือสิ่งที่ประกอบขึ้นเป็นความเชื่อของเจ้าอย่างนั้นหรือ

ในถ้อยคำและพฤติกรรมของพวกเจ้านั้นคือองค์ประกอบของความไม่เชื่อในพระคริสต์ของพวกเจ้าที่ถูกเปิดเผยออกมา ความไม่เชื่อแผ่ซ่านไปทั่วแรงจูงใจและจุดมุ่งหมายทั้งหลายของทุกสิ่งที่พวกเจ้าทำ แม้กระทั่งความรู้สึกที่เล็ดลอดออกมาจากแววตาที่เพ่งมองของพวกเจ้าก็ยังบรรจุไปด้วยความไม่เชื่อในพระคริสต์ อาจกล่าวได้ว่าในทุกๆ นาที พวกเจ้าแต่ละคนมีองค์ประกอบของความไม่เชื่อค้างคาอยู่ในใจ นี่หมายความว่าทุกๆ ชั่วขณะ พวกเจ้าอยู่ในอันตรายจากการทรยศต่อพระคริสต์ เพราะโลหิตที่ไหลผ่านร่างกายของพวกเจ้านั้นซึมซ่านไปด้วยความไม่เชื่อในพระเจ้าซึ่งจุติมาบังเกิด เพราะฉะนั้นเราจึงกล่าวว่ารอยเท้าที่พวกเจ้าทิ้งไว้บนเส้นทางแห่งความเชื่อในพระเจ้าไม่ใช่ของจริง ขณะที่พวกเจ้าเดินไปบนเส้นทางของความเชื่อในพระเจ้า เจ้าไม่ได้วางเท้าของเจ้าอย่างมั่นคงบนพื้นดิน—เจ้าเพียงแค่ทำไปอย่างไม่จริงจัง พวกเจ้าไม่เคยเชื่อในพระวจนะของพระคริสต์อย่างครบถ้วนบริบูรณ์และไม่สามารถนำพระวจนะไปปฏิบัติได้ในทันที นี่คือเหตุผลที่พวกเจ้าไม่มีความเชื่อในพระคริสต์ การมีความนึกคิดเกี่ยวกับพระองค์เสมอเป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้พวกเจ้าไม่มีความเชื่อในพระองค์ การเคลือบแคลงสงสัยตลอดกาลเกี่ยวกับพระราชกิจของพระคริสต์ การปล่อยให้ไม่มีใครสนใจฟังพระวจนะของพระคริสต์ การแสดงความเห็นเกี่ยวกับพระราชกิจอะไรก็ตามที่พระคริสต์ทรงกระทำและการไม่สามารถเข้าใจพระราชกิจของพระองค์ได้อย่างถูกต้อง การดิ้นรนที่จะวางความนึกคิดของเจ้าลงไว้ก่อนไม่ว่าเจ้าจะได้รับการอธิบายใดก็ตาม เป็นต้น ทั้งหมดเหล่านี้ล้วนแล้วแต่เป็นองค์ประกอบของความไม่เชื่อที่ระคนอยู่ภายในใจของพวกเจ้า แม้ว่าพวกเจ้าจะติดตามพระราชกิจของพระคริสต์และไม่เคยล้าหลังเลยก็ตามแต่ ก็มีความเป็นกบฏผสมปนเปอยู่ในใจของพวกเจ้ามากเกินไป ความเป็นกบฏนี้เป็นมลทินอย่างหนึ่งในความเชื่อของเจ้าในพระเจ้า บางทีพวกเจ้าไม่ได้คิดว่านี่เป็นกรณีปัญหา แต่หากเจ้าไม่สามารถจดจำเจตนาของพวกเจ้าซึ่งมาจากภายในสิ่งนี้ได้ ถ้าอย่างนั้นแล้วเจ้าก็มีแนวโน้มที่จะไปอยู่ท่ามกลางบรรดาผู้ที่พินาศ เพราะพระเจ้าทรงปรับปรุงเฉพาะบรรดาผู้ที่เชื่อในพระองค์อย่างแท้จริงให้สมบูรณ์แบบเท่านั้น ไม่ใช่บรรดาผู้ที่เคลือบแคลงสงสัยในพระองค์ และที่น้อยที่สุดก็คือบรรดาผู้ที่ติดตามพระองค์มาอย่างไม่เต็มใจทั้งที่ไม่เคยเชื่อเลยว่าพระองค์คือพระเจ้า

ผู้คนบางคนไม่ได้เปรมปรีดิ์ในความจริง นับประสาอะไรกับคำพิพากษา แทนที่จะเป็นเช่นนั้น พวกเขากลับเปรมปรีดิ์ในอำนาจและความร่ำรวย ผู้คนเช่นนั้นเรียกกันว่าผู้แสวงอำนาจ พวกเขาค้นหาเฉพาะบรรดานิกายในโลกที่มีอิทธิพล และพวกเขาก็ค้นหาเฉพาะบรรดาศิษยาภิบาลและคณาจารย์ที่มาจากโรงเรียนสอนศาสนาทั้งหลาย แม้ว่าพวกเขาจะได้ยอมรับหนทางแห่งความจริงแล้ว พวกเขาก็เชื่อเพียงครึ่งเดียวเท่านั้น พวกเขาไม่สามารถให้หัวใจและจิตใจของพวกเขาได้ทั้งหมด ปากของพวกเขาพูดถึงการอุทิศทุ่มเทตัวพวกเขาเองเพื่อพระเจ้า แต่สายตาของพวกเขากลับจดจ่ออยู่ที่บรรดาศิษยาภิบาลและคณาจารย์ผู้ยิ่งใหญ่ และพวกเขาก็ไม่ได้ชายตามองมาที่พระคริสต์อีกเลย หัวใจของพวกเขาหมกมุ่นอยู่กับชื่อเสียง ความมั่งคั่ง และความรุ่งโรจน์ พวกเขาคิดว่ามันเป็นไปไม่ได้ที่บุคคลตัวเล็กๆ เช่นนั้นจะสามารถพิชิตได้มากมายขนาดนั้น เป็นไปไม่ได้ที่ผู้ธรรมดาไม่มีอะไรน่าสนใจอย่างนั้นจะสามารถปรับปรุงมนุษย์ให้สมบูรณ์แบบได้ พวกเขาคิดว่ามันเป็นไปไม่ได้ที่พวกคนธรรมดานอกสายตาเหล่านี้ท่ามกลางฝุ่นและกองขยะจะเป็นผู้ที่พระเจ้าทรงเลือก พวกเขาเชื่อว่าหากผู้คนเช่นนั้นคือจุดหมายของความรอดของพระเจ้า ถ้าอย่างนั้นแล้วสวรรค์และโลกก็คงจะกลับด้านกัน และผู้คนทุกคนก็คงจะหัวเราะจนท้องแข็ง พวกเขาเชื่อว่าหากพระเจ้าเลือกบรรดาคนธรรมดานอกสายตาเช่นนั้นเพื่อที่จะปรับปรุงให้สมบูรณ์แบบ ถ้าอย่างนั้นแล้วบรรดามนุษย์ที่ยิ่งใหญ่ทั้งหลายก็คงจะกลายเป็นพระเจ้าไปเสียเอง มุมมองของพวกเขานั้นด่างพร้อยไปด้วยความไม่เชื่อเกินกว่าการไม่เชื่อ พวกเขาเป็นแค่เหล่าสัตว์เดียรัจฉานที่วิปริตผิดแผก เพราะว่าพวกเขาเห็นคุณค่าเฉพาะสถานภาพเกียรติยศและอำนาจเท่านั้น และพวกเขาก็เคารพย่องเฉพาะบรรดากลุ่มและนิกายใหญ่ๆ เท่านั้น พวกเขาไม่ได้มีความนับถือสำหรับบรรดาผู้ที่ได้รับการทรงนำโดยพระคริสต์แม้แต่น้อย พวกเขาเป็นแค่เหล่าคนทรยศที่หันหลังให้กับพระคริสต์ กับความจริง และกับชีวิต

สิ่งที่เจ้าชื่นชมนั้นไม่ใช่ความถ่อมใจของพระคริสต์ แต่เป็นบรรดาคนเลี้ยงแกะจอมปลอมที่มีจุดยืนอันโดดเด่นเหล่านั้น เจ้าไม่ได้ชื่นชมบูชาความดีงามหรือพระปรีชาญาณของพระคริสต์ แต่เป็นบรรดาคนไร้ศีลธรรมเหล่านั้นที่เกลือกกลิ้งในความโสมมของโลก เจ้าหัวเราะให้กับความเจ็บปวดของพระคริสต์ที่ไม่มีที่จะวางพระศิระของพระองค์ แต่เจ้ากลับชื่นชมบรรดาซากศพเหล่านั้นที่ตามล่าหาเครื่องบูชาและใช้ชีวิตอยู่กับความเสเพล เจ้าไม่เต็มใจที่จะทนทุกข์เคียงข้างพระคริสต์ แต่เจ้ากลับยินดีโผเข้าสู่อ้อมแขนของพวกต่อต้านพระคริสต์ที่บ้าบิ่นสิ้นคิดเหล่านั้น แม้พวกเขาจะจัดหาให้เจ้าเพียงแค่เนื้อหนังคำพูดและการควบคุม แม้ว่าบัดนี้หัวใจของเจ้ายังคงหันเข้าหาพวกเขา เข้าหาภาพลักษณ์ชื่อเสียงของพวกเขา เข้าหาสถานภาพของพวกเขา เข้าหาอิทธิพลของพวกเขา และกระนั้นเจ้าก็ยังคงสงวนท่าทีที่ทำให้เจ้าพบว่าพระราชกิจของพระคริสต์นั้นยากที่จะกลืนลง และเจ้าก็ไม่เต็มใจที่จะยอมรับพระราชกิจนั้น นี่คือเหตุผลที่ทำไมเราจึงกล่าวว่าเจ้าขาดความเชื่อที่จะยอมรับพระคริสต์ เหตุผลที่เจ้าได้ติดตามพระองค์มาจนถึงวันนี้ก็เพียงเพราะเจ้าไม่มีทางเลือกอื่น ชุดรูปภาพอันสูงส่งตั้งตระหง่านในหัวใจของเจ้าตลอดกาล เจ้าไม่สามารถลืมทั้งถ้อยคำและการกระทำทุกๆ อย่างของพวกเขา และถ้อยคำกับมือที่มีอิทธิพลของพวกเขาได้ ในหัวใจของพวกเจ้าพวกเขาคือผู้ยิ่งใหญ่สูงสุดตลอดกาลและเหล่าวีรบุรุษตลอดกาล แต่นี่ไม่ได้เป็นเช่นนั้นสำหรับพระคริสต์ในวันนี้ พระองค์ไม่มีนัยสำคัญตลอดกาลในหัวใจของเจ้า และไม่คู่ควรที่จะได้รับการเคารพเทิดทูนตลอดกาล เพราะพระองค์นั้นทรงมีความเป็นธรรมดาเกินไปมาก ทรงมีอิทธิพลน้อยเกินไปมาก และห่างไกลจากคำว่าสูงส่ง

ไม่ว่าในกรณีใด เรากล่าวว่าผู้คนทุกคนที่ไม่ได้เห็นคุณค่าของความจริงคือบรรดาผู้ที่ไม่เชื่อและบรรดาคนทรยศต่อความจริง พวกมนุษย์เช่นนั้นจะไม่มีวันได้รับการยอมรับจากพระคริสต์ บัดนี้เจ้าได้ระบุหรือยังว่ามีความไม่เชื่อมากเพียงใดอยู่ภายในตัวเจ้า และเจ้ามีการทรยศต่อพระคริสต์มากเพียงใด เราพร่ำสอนเจ้าดังนี้: เนื่องจากเจ้าได้เลือกหนทางแห่งความจริงเช่นนั้นแล้ว เจ้าจึงควรอุทิศตัวเจ้าเองโดยสุดหัวใจ จงอย่าลังเลหรือไม่เต็มใจ เจ้าควรเข้าใจว่าพระเจ้าไม่ได้เป็นของโลกหรือบุคคลหนึ่งบุคคลใด แต่เป็นของผู้คนทุกคนที่เชื่อในพระองค์อย่างแท้จริง ผู้คนทุกคนที่นมัสการพระองค์ และผู้คนทุกคนที่อุทิศตนและซื่อสัตย์ต่อพระองค์

วันนี้ความไม่เชื่อมากมายยังคงมีอยู่ภายในตัวพวกเจ้า จงมองภายในตัวของพวกเจ้าเองอย่างตั้งใจ แล้วเจ้าจะพบคำตอบของเจ้าอย่างแน่นอน เมื่อเจ้าพบคำตอบที่แท้จริง เมื่อนั้นเจ้าจะยอมรับว่าเจ้าไม่ใช่ผู้ที่เชื่อในพระเจ้า แต่ตรงกันข้ามเป็นผู้ที่หลอกลวง ดูหมิ่น และทรยศพระองค์ และผู้ที่ไม่รักภักดีต่อพระองค์ เมื่อนั้นเจ้าจะตระหนักว่าพระคริสต์ไม่ใช่มนุษย์ แต่เป็นพระเจ้า เมื่อวันนั้นมาถึง เจ้าจะยำเกรง เกรงกลัว และรักพระคริสต์อย่างแท้จริง ณ ปัจจุบัน มีเพียงสามสิบในร้อยส่วนของหัวใจของพวกเจ้าที่ถูกเติมด้วยความเชื่อ ในขณะที่อีกเจ็ดสิบในร้อยส่วนนั้นเต็มไปด้วยความกังขา ทุกสิ่งทุกอย่างที่พระคริสต์ทรงกระทำและตรัสนั้นมีแนวโน้มที่จะให้พวกเจ้าได้มีความนึกคิดและความคิดเห็นเกี่ยวกับพระองค์ ความนึกคิดและความคิดเห็นที่ก่อเกิดขึ้นมาจากความไม่เชื่อในพระองค์โดยสิ้นเชิงของพวกเจ้า พวกเจ้าชื่นชมและเกรงกลัวเฉพาะพระเจ้าในสวรรค์ที่ไม่มีผู้ใดมองเห็นเท่านั้น และไม่ได้มีความสนใจให้กับพระคริสต์ที่มีพระชนม์บนโลก นี่ไม่ใช่ความไม่เชื่อของพวกเจ้าเช่นกันหรือ พวกเจ้าโหยหาแต่พระเจ้าที่ได้กระทำพระราชกิจในอดีตเท่านั้น แต่ไม่ยอมเผชิญหน้ากับพระคริสต์ในวันนี้ ทั้งหมดนี้คือ“ความเชื่อ” ที่ผสมปนเปอยู่ในหัวใจของพวกเจ้าตลอดกาล ความเชื่อที่ไม่เชื่อในพระคริสต์ของวันนี้ เราไม่ได้กำลังประเมินพวกเจ้าผิดไปแต่ประการใดเลย เพราะความไม่เชื่อนั้นมีอยู่มากเกินไปภายในพวกเจ้า มีพวกเจ้ามากเกินไปที่ไม่บริสุทธิ์และจะต้องถูกชำแหละออกมาดู ความไม่บริสุทธิ์เหล่านี้เป็นสัญญาณว่าพวกเจ้าไม่มีความเชื่อเลยแม้แต่น้อย ความไม่บริสุทธิ์เหล่านี้เป็นเครื่องหมายของการปฏิเสธพระคริสต์ของพวกเจ้า และความไม่บริสุทธิ์เหล่านี้ตีตราพวกเจ้าว่าเป็นคนทรยศต่อพระคริสต์ ความไม่บริสุทธิ์เหล่านี้คือม่านบางผืนหนึ่งซึ่งบดบังความรู้เรื่องพระคริสต์ของพวกเจ้า คือเครื่องขวางกั้นอย่างหนึ่งต่อการถูกรับไว้โดยพระคริสต์ของพวกเจ้า คืออุปสรรคอย่างหนึ่งต่อการเข้ากันได้กับพระคริสต์ของพวกเจ้า และคือข้อพิสูจน์ว่าพระคริสต์ไม่ยอมรับพวกเจ้า บัดนี้เป็นเวลาที่จะตรวจสอบทุกๆ ส่วนของชีวิตของพวกเจ้าแล้ว!การทำเช่นนั้นจะเป็นประโยชน์ต่อพวกเจ้าในทุกวิถีทางเท่าที่จะจินตนาการได้!

ก่อนหน้า:พระคริสต์ทรงพระราชกิจแห่งการพิพากษาด้วยความจริง

ถัดไป:พวกเจ้าควรจะพิจารณาความประพฤติทั้งหลายของเจ้า